(fic) 9by9 - what nowjaoearnxclt
03
  • ลภัส side


    ผมนั่งรออยู่ที่สถานีรถ ผมคิดไปเองว่ามันน่าจะเป็นท่ารถประจำทางของที่นี่


    ที่นอนตรงสถานีเหมือนโฮมเลสไม่ใช่อะไรที่สบายเท่าไหร่ ผมจำเป็นต้องตื่นขึ้นมาแล้วเดินสำรวจให้ทั่วสถานีไม่ได้ดูร้างมาด้วยซ้ำ ถ้ามันไม่ได้เพิ่งร้างไปก็คงมีใครจัดฉากขึ้นมามากกว่า


    ไม่รู้ว่ามาที่นี่ได้ยังไง แต่ไงละ ผมก็แค่หวังว่ามันจะไม่เลวร้ายไปกว่านี้


    มันก็เหมือนกับท่ารถทั่วไป ต่างตรงที่ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษเต็มไปหมด นี่ผมไม่ได้อยู่ไทยรึยังไงละ ผมอ่านมันออกบ้างไม่ออกบ้างก่อนจะหันความสนใจไปที่ร้านค้าในสถานี


    โชดดีที่มีของกินอยู่มากมาย


    กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก่อนผมจะกลับมานั่งโง่ๆอยู่ที่นั่งรอรถเหมือนเดิมและขอบใจที่ยังไม่ทำให้ขนมของกินพวกนี้มันหมดอายุไปซะก่อน


    ให้ตายสิ


    ผมลุกจากที่นั่งอีกครั้งเพื่อสำรวจให้กว้างขึ้น ผมหันหน้าออกจากสถานี ฝั่งซ้ายของผมเป็นทางเดินรถ ถนนที่ถูกทอดไปใต้อุโมง ซึ่งผมยังไม่ใจกล้าพอจะเข้าไปดูมันด้วยตัวเอง


    มีเพื่อนซักคนคงจะใจกล้ากว่านี้ได้บ้าง


    ผมตายขึ้นมาก็คงไม่สนุกละสิ


    ฝั่งขวาผมเหมือนจะมีความเจริญอยู่ไม่น้อย ข้างๆกันนั่นเหมือนจะเป็นโรงแรม มั้งนะ ผมควรเข้าไปดูมันซักหน่อย ตรงข้ามกับโรงแรมเป็นทางทอดยาวไปจนเห็นบ้านหลังใหญ่มากๆอยู่ลิบๆ ใกล้กว่านั้นก็เป็นตึกอะไรซักอย่างที่ขึ้นต้นด้วยคำว่าB ผมไม่ได้อยากจะรู้มากนัก ผมเลือกเข้าไปดูโรงแรมก่อนแล้วกันเพราะใกล้สุด


    ไม่มีคน เงียบสนิท


    ผมตัดสินใจเดินดูรอบๆก่อน ก่อนที่จะคิดว่าผมควรสำรวจให้หมดทุกห้องเลย


    ถ้าเจออะไรที่พอจะช่วยได้ก็คงจะดี เช่น โทรศัพท์


    ช่างโชคดีอะไรแบบนี้


    ผมเจอเข้ากับโทรศัพท์จริงๆในห้องแรกที่ไปค้นเลย แต่น่าเสียดายที่แบตมันเหลือแค่ขีดเดียวให้ผม แต่หวังว่าที่นี่จะมีสายชาร์จให้ผมนะ


    อ่า โชคเข้าข้างผมแน่ๆ ผมว่างั้น


    สายชาร์จถูกค้นเจอใต้เตียงของห้องที่สอง ซึ่งตอนแรกผมไม่กล้าดึงออกมาหรอก แต่พอคิดว่าถ้าที่นี่มันจะเงียบขนาดนี้ ผมอาจจะเป็นมนุษย์คนเดียวของที่นี่ก็ได้


    ที่เหลือก็อาจจะไม่ใช่มนุษย์


    อ่า คิดอะไรของผมกันนะ


    หวังว่าจะไม่ใช่อ่ะนะ


    เดินไปเรื่อยๆก็เจอพวกอาหารเหมือนถูกจัดเตรียมมาให้ผมอย่างไงอย่างงั้น ผมเรียกมันว่าโชคอีกทีได้มั้ย ก็นะ ใครมันจะโชคดีเจออะไรแบบนี้บ่อยๆละ ผมตัดสินใจเลือกห้องพักห้องในสุดไว้เป็นที่หลับที่นอน อย่างน้อยๆแล้วผมว่าผมควรจะได้นอนบนเตียงนุ่มๆบ้าง


  • ธนภพ side


    ที่บอกว่าจะหายามาให้ บอกตามตรงผมเองก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนก่อน


    แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้อีกคนทรมาน นั่นรวมถึงผมด้วยที่ต้องทรมาน


    ผมไม่เคยมีบ้านที่หลังใหญ่ขนาดนี้ ห้องเยอะจนผมไม่รู้ว่าควรจะเริ่มมันยังไงดี อาการปวดแปล๊บๆที่ท้ายทอยทำให้ผมต้องห่วงตัวเองไม่น้อยว่าจะคอหักมั้ย แต่คิดว่ามันคงไม่ถึงขั้นนั้น


    ยาจะไปอยู่ที่ไหน


    ผมพยายามนึกถึงความเป็นไปได้ให้ได้มากที่สุด หลังจากผมเดินสำให้ทั่วแล้วตอนนี้พวกผมอยู่ชั้นสาม มีอีกสองชั้นด้านบนและห้องใต้หลังคาข้างบนผมอีกที ชั้นนี้แต่ละห้องมีจะถูกแบ่งให้เหมือนกับห้องเรียนประมาณนั้น เป็นห้องดนตรี ห้องศิลปะ ประมาณนั้นซึ่งผมก็เดินผ่านๆมันมา ห้องที่พวกผมสองคนอยู่คือห้องสมุด


    ดูจากที่มีหนังสือหลายๆชั้นแล้วคงเดาได้ไม่ยากนัก


    รวยมากละสิ


    อยู่ๆผมก็มาอิจฉาเจ้าของบ้านหลังนี่งั้นหรอ


    ตั้งใจหน่อยธนภพ


    ผมเตือนสติตัวเองก็จะตั้งใจหาอีกครั้งว่ายาอยู่ที่ไหนที่จะเป้นไปได้มากที่สุด


    ถ้าผมเดาพวกยามันควรจะอยู่ที่


    ห้องครัว


    ผมตัดสินใจเดอนลงไปข้างล่างก่อนเป็นอันดับแรกคิดว่าคงไม่มีใครคิดจะเอาห้องครัวมาไว้ชั้นสองแน่ๆ


    แต่ผมคิดผิด


    หมายถึงยาฮีทมันคงเป็นยาประจำตัวของคนมากไป ไม่ใช่ยาสามัญทั่วไป ผมเลยต้องกลับขึ้นมาชั้นสองเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ทีละห้อง ซึ่งกินเวลาผมไปพอสมควร


    ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไหร่แต่แสงจากข้างนอกเริ่มลอดผ่านเข้ามาน้อยลงนั้นหมายความว่าใกล้มืด ที่นี่จากที่ผมเดินมาเหมือนจะไม่มีไฟฟ้าเลย คงใช้เพียงแค่ความสว่างจากตะเกียงแทน ผมหยิบตะเกียง เทียน ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค อะไรก็ตามที่สามารถมห้แสงสว่าวผมได้ไว้กับตัวให้มากที่สุด


    และยังมีโทรศัพท์ที่นอนนิ่งไม่มีไฟในตัวอยู่เครื่องหนึ่ง


    ยังไม่เจอยา แต่มันมืดเกินกว่าที่ผมจะทิ้งอีกคนไว้คนเดียวได้


    ถึงผมกับเขาจะไม่รู้จักกัน แต่ถูกทิ้งไว้ในความมืดคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่


    ผมเองก้ไม่ได้ชอบความมืดมากนัก แม้อัลฟ่าอย่างพวกเราจะสามารถมองเห็นในที่มืดได้ดีกว่าโอเมก้ากับเบต้าก็ตาม


    ยิ่งเข้าใกล้ห้องนั้นมากเท่าไหร่ผมยิ่งได้กลิ่นฟีโรโมนมากขึ้นเท่านั้น กรามผมขบกันแน่นเพื่อให้ตัวเองมีความอดทนมากขึ้น


    “เอาตะเกียงให้เขาแล้วก็ไปหายา” ผมบอกกับตัวเองแบบนั้น ไม่สิ เรียกว่าสะกดจิตตัวเองแบบนั้นมากกว่า


    ไม่ทันจะได้เปิดประตูเข้าไปผมได้ยินเสียงเห่าจากด้านนอก


    เสียงเห่างั้นหรอ? ที่นี่เนี่ยนะ?


    “หมาป่า” คนที่ขดตัวอยู่อย่างน่าสงสารพูดขึ้น กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่วจนผมต้องกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ไม่ให้ตัวเองเผลอกระโจนไปกับกลิ่นจนดูเป็นสัตว์


    “คุณว่าไงนะ”


    “เสียงเห่าเมื่อกี้”


    “....”


    “เสียงหมาป่า”


    “ไม่จริง”


    “จริง มันกำลังออกล่า” ซวยละ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in