(fic) 9by9 - what nowjaoearnxclt
04
  • กฤษณภูมิ side


    เกิดอะไรขึ้น


    ผมทึ้งหัวตัวเองรอบที่ล้านหลังจากพยายามแก้ไอกุญแจมือที่ผูกตัวผมเองไว้กับโต๊ะทำงานของใครซักคน


    เหมือนผมกำลังทำความผิดมาแล้วจะโดนมาฝากขัง


    ติดตรงที่ผมหน่ะไม่เคยทำผิดอะไรเลย ไม่เคยที่จะทำผิดกฏหมายการมาจับผมแบบนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย และสอง ผมไม่รู้เลยว่าผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วคนอื่นๆหายไปไหนกันหมด


    คนที่ผมรู้จัก ทั้งพ่อ แม่ น้อง หายไปไหนหมด


    ผมมาได้ยังไง


    หรือผมตายไปแล้ว


    คิดแล้วก็อยากทึ้งหัวตัวเองอีกรอบ


    ผมกวาดตามองรอบๆที่ตัวเองอยู่ ใช่ มันคือสถานีตำรวจผมไม่ต้องเดามาก เพียงผมไม่เข้าใจว้าทำไมผมต้องมาโผล่นี้กันละ ไม่ ผมมาได้ไง ใครพาผมมาผมไม่มีทางที่จะมาโผล่เองได้หรอก ต่อให้ละเมอก็เถอะ


    คำถามร้อยแปดที่ขึ้นอยู่ในหัวผมไม่หยุดทำให้ผมไม่มีสมาธิเลย


    “ไอเจ ใจเย็นๆเว้ย” ผมพูดกับตัวเองให้เรียกสติกลับมาก่อนจะตั้งใจมองรอบๆอีกครั้ง


    กุญแจมันต้องอยู่แถวนี้แหละ


    เสียงดังไม่น้อยกับการที่ผมต้องลากโต๊ะไปพร้อมๆกับการหากุญแจให้ตัวเอง ผมเจอปืนหลายกระบอกพร้อมกระสุนมากมายเหมือนกับจัดวางไว้แต่ผมไม่กล้าหยิบมา ซึ่งผมตระหนักได้ว่าถ้าผมยิงให้กุญแจมือมันแตกซะก็เรียบร้อย แต่ผมแค่ไม่ไว้ใจ


    ไม่ไว้ใจตัวเองก็ไม่ใช่ ไม่ไว้ใจบรรยายกาศต่างหาก


    เจอแล้ว


    ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเพราะผมดูนาฬิกาไปด้วย กุญแจมันตกอยู่ใต้โต๊ะที่ไว้สำหรับชงเครื่องดื่มคาเฟอีน ผมหยิบขึ้นมาก่อนจะไขให้ตัวเองได้เป็นอิสระซักที รอยแดงจากการที่ผมขยับโต๊ะไปด้วยปรากฏเด่นชัด


    ผมตัดสินใจเดินสำรวจอีกครั้ง หวังว่าจะมีเบาะแสอะไรซักอย่างให้ผมได้เข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้มากกว่านี้อีกนิด


    ไม่มีอะไรเลย ผมเจอแค่เครื่องมือสื่อสารที่รุ่นเก่าไม่น้อยเพราะมันยังเป็นแบบปุ่มกดอยู่เลย อย่างน้อยผมก็ยังไม่ลืมวิธีใช้ มันเสียบอยู่กับที่ชาร์จแบตแต่กลับไม่มีแบตขึ้นมาให้ได้ชื่นใจซักที


    ไม่มีไฟฟ้างั้นหรอ ผมหยิบมันติดมือมาด้วยแล้วเดินไปรอบๆหาไม่เป็นแผงไฟก็คงเป็นอะไรก็ได้ซักอย่าง


    เป็นการจัดวางสถานที่แบบไหนกันนะที่ผมสามารถมองเห็นโรงเรียนได้จากตำแหน่งที่ผมอยู่ คือจริงๆมันก็อยู่ตรงหน้าผมเลยมากกว่า อยู่ๆก็อยากเข้าไปสำรวจใกล้ๆดูเผื่อว่าข้างในอาจจะมีคนอยู่ก็ได้


    แต่ผมจะไปตัวเปล่าหรอวะ


    “เอาปืนไปด้วยก็ดีละมั้ง” ไม่งั้นคงไม่มีใครเอามาวางให้ผมหรอก


    ผมหยิบปืนทั้งลูกซองกับไรเฟิล


    ผมจะไปฆ่าใครหรอถามหน่อย ไม่รู้แหละมันต้องป้องกันไปก่อน


    ผมเดินรุดไปทางโรงเรียนตัดผ่านวงเวียนที่อยู่ข้างหน้า ก่อนจะวิ่งไปให้อยู่ในที่ร่ม ผมก็แค่รู้สึกไม่ปลอดภัยเวลาอยู่กลางแจ้งแค่นั้น


    เงาคน


    ผมเห็นเงาคนกำลังวิ่งวนไปมาอยู่ทางปีกด้านซ้าย แล้วมีห้องห้องนั้นที่ถูกล่ามไว้ด้วยโซ่ตามหน้าต่าง เหมือนกับว่าจะขังไม่ให้ออกมาได้


    ส่วนปีกด้านขวา


    “เชี่ย ตัวอะไรวะ” ผมเห็นการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตแต่ให้ตายเถอะ ผมว่าผมรู้จักคำว่ามนุษย์ดีพอนะ


    เอาไงดีละ


    .







    .



  • วชิรวิชญ์ side


    ผมรนไปหมด


    แน่ละในสถานการณ์ที่ผมเจอใครมันจะไม่รนบ้างละ


    ผมตื่นมาในรถยนต์คนหนึ่ง ดีนะเนี่ยผมไม่ตายอยู่ตรงนั้นก่อน ผมอ่ะนะตัดสินใจเดินออกมาจากรถซึ่งผมขับก็เป็นอยู่แต่ให้เดามันคงไม่มีน้ำมันให้ผมแน่ๆเลยนะ ตรงหน้าผมเป็นปั๊มน้ำมันไม่เก่ามาแต่ก็ไม่ได้ใหม่จัด


    ผมอยู่ที่ไหนกันแน่เอาจริงๆแล้ว


    ผมไม่รู้จะทำยังไงก่อน ผมเลยเดินรอบๆลองตะโกนด้วยเสียงอันเบา ผมไม่กล้าเสียงดังมากนักเผื่ออาจจะมีโจรซุ่มอยู่แถวนี้ผมเป็นคนไม่อาวุธอาจจะได้ตายตั้งแต่อายุยังน้อยมันไม่คุ้มเลย


    โครม


    อะไรนะ


    ผมตกใจจนตัวโยนก่อนจะหันไปมองต้นเสียง ที่คิดว่าใช่อย่างห้องน้ำปั๊ม


    ผมไม่กล้าเข้าไปดูคนเดียวแต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าถ้าหากมันคนบาดเจ็บอยู่ที่นั้นละ ถ้าผมไม่ไปดูผมต้องกลายเป็นคนไม่ดีแน่ๆเลย ผมคว้าชะแลงที่วางไว้ข้างๆตู้น้ำมันมาด้วย


    เผื่อมันไม่ใช่คน


    ผมวิ่งไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องน้ำ ห้องแต่ละห้องถูกปิดไว้อย่างสนิท นั่นหมายความว่าผมต้องเปิดมันทุกห้องเพื่อหาเจ้าของเสียง


    “เอาหน่อยเรา”


    ปัง


    เปิดเสียงดังไว้ก่อนเพื่อข่ม


    ข่มความกลัวของผมเองนี่แหละ


    ผมไล่เปิดจนถึงห้องสุดท้าย ซึ่งที่จริงแล้วมันก็มีแค่สามห้องแต่ผมทำใจนานมากกว่าจะเปิดแต่ละห้องได้ ถ้าห้องสุดท้ายไม่มีอะไรผมว่าผมควรจะไปตรวจเช็คเกี่ยวกับการได้ยินบ้างแล้วละ


    “เฮ้ยคุณ เป็นอะไรรึป่าว” ผมตกใจมากๆที่เปิดออกมาเจอกับผู้ชายที่ตัวเล็กกว่าผมกำลังนอนหมดแรงอยู่ที่พื้นห้อง ดูเหมือนว่าเขาเองก็จะตกใจผมไม่น้อยเลย เราอาจจะยังไม่รู้จักกันแต่ผมคิดว่าเขาไม่น่าจะเป็นภัยกับผม ผมควรจะพาเขาออกมาก่อน


    อากาศในนี้ไม่ได้น่าพิสมัยเท่าไหร่


    “โอเคขึ้นมั้ยครับ” พวกเราตัดสินใจเข้ามาอยู่ในร้านค้าของปั๊มน้ำมัน อย่างน้อยก็มีพวกอาหารเครื่องดื่มให้ได้สบายใจบ้าง ผมพาเขาไปนั่งที่เคาท์เตอร์แล้วจัดหาน้ำ อาหารบวกกับยาต่างๆซึ่งผมไม่รู้ว่าเขาจะต้องกินมันมั้ย แต่ผมแค่ไม่อยากให้เขาตาย


    “โอเคแล้วครับ”


    “ผมแค่ปวดหัว” ท่าทางที่กุมขมับไม่เลิกทำเอาผมไม่กล้าที่จะถามอะไรต่อ ใจหนึ่งก็กลัวอีกคนรำคาญ อีกใจผมก็ห่วงมากนะ


    เกิดที่นี่มีแค่พวกเราละจะทำไง


    “เอ่อ ถ้าคุณพอไหวเราเดินสำรวจกันมั้ยครับ” พวกเราสองคนตัดสินใจลุกขึ้นมาเพื่อที่จะสำรวจที่นี่อีกครั้ง ยอมรับครับว่าผมไม่กล้าเดินไปไหนมาไหนคนเดียว มันน่ากลัวจะตาย


    ถึงผมจะตัวใหญ่กว่าอีกคนก็เถอะ


    “คุณชื่ออะไรครับ” คุณคนตัวเล็กถามผม


    “ริวครับ”


    “ผมเจมส์” ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมถามอายุเขา ผมไม่ได้จะบอกว่าเขาหน้าแก่นะเพียงแต่เขาดูสติกว่าผมเยอะเลย


    สีหน้าที่หวาดกลัวเมื่อตอนอยู่ในห้องน้ำแทบไม่เหลือ


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in