31 days, 31 kissesCyanxweek
Day 12 - Restart
  •    อิศรานั่งไถโทรศัพท์มือถือด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย 

       เขาไม่น่ารีบมา.. ยังเหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้นไปร้องเพลง

       ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก ร่างกายเริ่มไหลไปตามเก้าอี้นั่งอย่างกับคนไร้กระดูก

       พี่เอ๊ะทำอะไรอยู่นะ.. ไลน์ไปก็ไม่ตอบ

       ริมฝีปากสีสวยยื่นยู่ นิ้วเรียวกดออกจากแอพสีเขียวที่เขาแทบจะเข้าไปดูทุก ๆ สองนาทีว่าคนเพียงคนเดียวที่อยากให้อยู่เป็นเพื่อนนั่งคุยจะอ่านข้อความของเขาหรือยัง

       การค้นโทรศัพท์มือถือตัวเองเล่นคงจะเป็นอะไรที่แก้เบื่อได้ดีที่สุดในยามนี้ เป้าหมายต่อไปคือแกลลอรี่

       นิ้วขาวสไลด์หน้าจอลึกลงไปก่อนที่รอยยิ้มจาง ๆ จะระบายขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อเขาขุดลึกลงไปถึงสมัยแข่งขันในรายการหน้ากาก มันเป็นความทรงจำดี ๆ ที่ถ่ายเก็บจนเกือบล้นเครื่อง

       อ๊ะ.. รูปนี้มัน..

       อิศราชะงักมือ คิ้วสีเข้มขมวดพลางพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นที่ผ่านมาสักพักนึงแล้ว 

       จริงสินะ วันนั้นมัวแต่ดีใจจนลืมส่งรูปให้พี่เอ๊ะเลย..

       ว่าแล้วก็กดแชร์ก่อนจะเลือกแอพพลิเคชั่นเดิมที่เพิ่งกดออกมา ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง

       พี่จะลืมมันไปแล้วหรือยังนะ..



       วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของซีซันสอง ที่รายการให้เกียรติเชิญเหล่าหน้ากากจากซีซันแรกไปร่วมฉลองให้กับแชมป์คนใหม่ด้วย มันทำให้อิศราได้กลับมาสวมชุดของหน้ากากทุเรียนที่เขาไม่ได้ใส่อีกครั้ง

       แถมยังไม่ได้ขึ้นเวทีนี้มานานแล้วด้วย

       ขณะเตรียมตัวอยู่ในห้องพักมีแต่ความตื่นเต้น เขาเดินวนไปวนมา ทบทวนเนื้อเพลง 'คิดถึง' ที่จะได้ร้องร่วมกับใครคนนั้นอีกครั้งเพื่อไม่ให้พลาดเผลอลืมเนื้อกลางเวที

       เพราะตอนที่ซ้อม.. ใจมันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

       ครั้งที่สามแล้วแต่ก็ยังไม่ชินสักที

       ไม่ชินกับความเย็นชาที่แผ่แผดออกมาจากคนสวมชุดขนนกสีดำ แทนที่มันจะเป็นความอบอุ่นที่เคยโอบกอดเขาหลายต่อหลายครั้งเมื่อนานมาแล้ว..

       แต่มันก็นานแล้วจริง ๆ นั่นแหละ.. นานจนคิดว่าหากปล่อยให้นานกว่านี้ เขาคงจะลืมมัน คงจะไม่คิดถึงและโหยหามันอีก

       จะเป็นไปได้หรือเปล่านะ..

       เขาน่ะ.. จะลืมคน ๆ นั้นได้จริง ๆ เหรอ..



       ก๊อก ก๊อก



       เสียงเคาะประตูดังแว่วมาเบา ๆ อิศราสะดุ้งเฮือกจากภวังค์แล้วรีบสาวเท้าไปยังประตูเพื่อไม่ให้ใครที่อยู่อีกฟากนั้นต้องรอนาน

       อาจจะเป็นทีมงานมาคุยเรื่องคิว

       "ครับ - " มือบางหมุนลูกบิดออก แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ทีมงาน แต่เป็นหนึ่งในหน้ากาก.. ที่เขาต้องร้องเพลงคู่ด้วยในคืนนี้

       อิศราได้แต่ขมวดคิ้ว พูดอะไรไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก เขาควรจะชวนอีกคนเข้ามาในห้องหรือเปล่าก็ไม่รู้

       "อัดรายการเสร็จ รีบกลับหรือเปล่า?" จิรากรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ที่คนอายุน้อยกว่าชักจะชินกับมันเสียแล้ว

       คนสวมชุดสีเขียวส่ายหน้า และเพียงแค่นั้น เจ้าของหน้ากากอีกาดำก็พยักหน้ารับและเดินจากไปโดยไม่ล่ำลา

       ยังโกรธอยู่จริง ๆ ด้วย..



       มือบางที่โอบอุ้มหน้ากากสีเขียวเอาไว้เผลอกระชับมันอย่างไม่กลัวว่าหนามปลอม ๆ บนหน้ากากนั่นจะทิ่มแทงให้เสียดผิว

       ทั้งสองคนยืนประจันหน้ากันในสตูดิโอขณะที่ผู้ชมถูกไล่ออกไปหมดแล้ว ทำไมต้องเป็นกลางเวทีน่ะเหรอ เพราะตอนอัดรายการเสร็จ ทุกคนก็จะไปรวมตัวพูดคุยกันข้างหลัง ตรงนี้จึงเหมาะที่จะมาพบปะกันตามลำพัง.. และมันก็เป็นส่วนที่เงียบที่สุด

       แต่ถึงกระนั้น มีโอกาสทั้งที อิศรากลับไม่กล้าเงยหน้าสบตามองอีกฝ่าย ดวงตากลมหลุบต่ำอาศัยแต่การฟังเสียง เขาได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังเบา ๆ เคล้าคลอไปกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่ไม่ใช่ของตัวเอง

       "ทอม คือพี่ - " จิรากรเม้มริมฝีปากและถอนหายใจอีกครั้ง ไม่ว่าจะพูดอะไรแต่ดูแล้วคงอึดอัดใจไม่น้อย

       "ครับ?"

       "พี่.." เสียงสากเอ่ยขึ้นมาอีกก่อนจะเงียบไปนาน คนสวมชุดขนนกสีดำสูดลมหายใจเช้าปอดและผ่อนมันออก "พี่.. ยืมหน้ากากหน่อย"

       "ฮะ?" อิศราเผลอร้องเสียงหลง แต่ก็ถึงบางอ้อทีหลังว่านั่นมันก็แค่การบ่ายเบี่ยงของคนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่พูด ถึงพยายามหาข้ออ้างอื่นออกมา

       คนอายุน้อยกว่าพยักหน้ารับแล้วส่งหน้ากากหนามในมือให้อีกฝ่ายไป "พี่เอ๊ะจะเอาไปทำอะไรอ่ะ"

       "ก็เห็นว่าทุเรียนมันดังดี เลยจะถ่ายรูปอวดแฟนคลับ"

       "ง - งั้นทอมถ่ายให้นะ เดี๋ยวส่งให้ในไลน์" ว่าแล้วมือเรียวก็ควักโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่รีรอ

       เขาเองก็เหมือนกัน.. ทั้งที่มีเรื่องอยากจะพูด ซักซ้อมท่องประโยคในใจซ้ำไปซ้ำมา แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการตามน้ำไป..

       อิศรายกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปอีกาดำที่สวมหัวทุเรียนแล้วหลุดหัวเราะพรืดรูปนั้นมันดูตลกพิลึก จนลดโทรศัพท์ลงแล้ว เขาก็เลื่อนหาไลน์ของอีกฝ่าย แต่มันต้องใช้เวลานานสักหน่อย เพราะสถานะของเขามันไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์ที่จะได้คุยกันบ่อยนัก

       "เอ.. ไลน์พี่เอ๊ะ.. อ๊ะ เจอแล้ - "

       ยังไม่ทันจะได้กดส่งไป ข้อมือของเขาก็ถูกอีกฝ่ายคว้าหมับ ยามเงยหน้าขึ้นมาสบตาก็เห็นเพียงดวงตาคู่สีเข้มที่จับจ้องเขาเขม็งจนหัวใจสั่นสะท้าน

       "พี่.." จิรากรหลับตาลงและพึมพำออกมา "พี่ขอ.. จูบทอมได้ไหม?"

       จำไม่ได้ว่าตัวเองตอบอะไรกลับไป หรืออาจจะไม่ได้พูดอะไรเลย 

       มันเหมือนภาพตัด ความรู้สึกเดียวที่เขารับรู้ได้คือริมฝีปากอุ่นที่ทาบประทับลงมาอย่างโหยหา อิศราหลับตาลงและปล่อยให้สัมผัสที่เขาแสนคิดถึงล่วงล้ำเข้ามาภายใน

       ลิ้นสากที่เคยคิดว่ามันไม่หลงเหลือความอบอุ่นแล้วกลับอบอุ่นและนุ่มละมุนได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทุกจังหวะที่เรียวลิ้นของจิรากรขยับและสัมผัสยังพื้นที่ในโพรงปาก มันคือความรู้สึกที่เขาคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้พบกับมันอีกแล้ว..

       เลือดในกายร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกับมันกำลังจะเดือด ร่างของเขากำลังร้อน และความร้อนก็ตีรื้นขึ้นมาอยู่ถึงบนใบหน้าขาวจนกลายเป็นสีแดงเรื่อจาง

       ..ขึ้นไปถึงรอบดวงตา จนหยาดน้ำใสแทบจะเอ่อล้น

       แต่เขาต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้

       เขาจะไม่ร้องไห้หรอก เขาต้องมีความสุขกับมันสิ เพราะว่านี่.. อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พี่เอ๊ะจะยอมจูบด้วยจริง ๆ แล้วก็ได้..

       อิศราข่มตัวเองไม่ให้สะอื้นยามที่ริมฝีปากแสนอุ่นนั่นผละออก ข่มร่างกายบางไม่ให้สั่นเทิ้ม ข่มน้ำเสียงให้ราบรื่นปกติ แต่มันทำได้ยาก..

       "พี่เอ๊ะ.." เสียงใสแว่วออกมาอย่างสั่นเครือทั้งที่เขาก็พยายามเต็มที่แล้ว

       ชายหนุ่มกลืนน้ำลายกลับลงคอ 

       อย่าพูดออกไปเลย ยังไงก็ไม่มีทางหรอก..

       "พี่เอ๊ะ.." อิศรากลืนเสียงสะอื้น หักหลังเสียงในสมองที่เอาแต่ตะโกนว่า 'อย่า!' เพราะหากถูกปฏิเสธกลับมา เขาคงจะทนรับมันไม่ไหว "เราเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม.."

       พูดออกไปจนได้..

       ดวงตาคู่สีสวยไม่กล้าแม้แต่จะช้อนมองใบหน้าของคนที่เอาแต่เงียบนิ่งไป กระทั่ง..

       "พี่ก็รออยู่.." 

       คนอายุมากกว่าระบายยิ้มจาง "รออยู่ว่าเมื่อไหร่ทอมจะพูดออกมา.. บอกว่า 'เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม'" 

       มือหนาของชายมีอายุยื่นหน้ากากสีเขียวในมือคืนให้ 

       "พี่ไม่อยากเริ่มต้นใหม่.. แต่พี่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิม"

       เพียงแค่นั้นน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลพราก อิศราเงยหน้ามองคนตรงหน้าแล้วพร่ำพูดออกมาพร้อมเสียงสะอื้นอย่างไม่อาย "จริง ๆ นะ! พี่เอ๊ะยอมคืนดีกับทอมแล้วใช่ไหม"

       ร่างสันทัดพยักหน้ารับ แต่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร ไฟในสตูดิโอก็ดับวูบเสียก่อนจนเขามองหน้ากันไม่เห็น

       และมันก็ติดขึ้นมาอีกครั้ง

       "อ้าว พี่เอ๊ะ น้องทอม? นึกว่ากลับกันไปแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วรีบกลับนะคะ เดี๋ยวจะปิดสตู" ทีมงานสาวพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินจากไป

       ทิ้งให้อิศรากุลีกุจอปาดน้ำตาก่อนจะขานรับไล่หลังและคว้าเอาหน้ากากสีเขียวมาถือไว้ เรียวขาคล้ายจะก้าวหนีไปด้วยความขวยเขิน

       "รีบกลับบ้านไหม?" เสียงทุ้มแว่วมาจากข้างหลัง ชายหนุ่มเพียงหันหน้าไป "ถ้าไม่รีบ.. แวะบ้านพี่ก่อนกลับก็ได้นะ"
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in