เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ผมจมน้ำในเดือนธันวาคม (Lumark)ppan_19
Day 26

  • ขณะนี้เวลาเลยเที่ยงคืนไปแล้ว แม้จะเข้าวันใหม่แต่ก็ยังถือเป็นคืนของวันคริสมาสต์ 


    เด็กหนุ่มสองคนกำลังเดินกอดคอกันไปมาบนท้องถนน พวกเขาเดินมาไม่ห่างจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้ามากนัก สภาพสะบักสะบอมกันเล็กน้อยหลังจากเพิ่งเลิกวิ่งไล่จับกันบนกองหิมะพะเนินสูง เกล็ดหิมะเอยอะไรเอยถูกปาใส่ ยัดใส่เสื้อ รวมไปถึงติดตามเส้นผม


    ร่างสูงโปร่งจะค่อนข้างดูเละเทะกว่านิดหน่อยเพราะอีกคนเล่นใส่เขาอย่างไม่ออมมือ ขณะที่ตัวเขาไม่กล้าทำอะไรคนตัวเล็กกว่ารุนแรงมากเพราะเห็นว่ายังมีไข้อ่อนๆ— แต่พอเห็นท่าทางไม่ยี่หระในความเห็นอกเห็นใจที่เขามีให้แล้วก็อดรู้สึกฉุนกึกไม่ได้ จึงวาดมือใหญ่ไปตีหน้าผากมนนั้นจนเกิดเสียงดัง




    แล้วพวกเขาก็เริ่มวิ่งไล่กันอีกครั้ง




    ไม่นานนักก็หยุดชะงัก เพราะจู่ๆ หิมะก็ตกลงมา ทั้งที่ไม่มีในพยากรณ์อากาศว่าจะมีหิมะในวันคริสมาสต์


    เด็กหนุ่มทั้งสองหยุดนิ่งเงียบไป ลมหายใจออกกลายเป็นไอแทบจะหลอมรวมใส่กันเพราะใบหน้าที่อยู่ใกล้ชิดจนน่าตกใจด้วยความไม่รู้ตัว ทั้งคู่ผละออกจากกันโดยพยายามไม่ทำให้มันเกิดบรรยากาศแปลกๆ


    พวกเขาคุยกันเบาๆ พลางเดินเท้ากลับไปยังสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าที่ซึ่งมีฮีตเตอร์อุ่นๆ รอพวกเขาอยู่


    หิมะตกลงมาเรื่อย ไม่เร่งรีบ เช่นเดียวกันกับพวกเขา


    ร่องรอยของรองเท้าสองคู่ที่เดินข้างกันประทับอยู่บนหิมะ เท้าคู่ใหญ่เบนเดินเข้าหาอีกคู่เรื่อยๆ จนสังเกตเห็นได้จากรองเท้าเลยว่าเจ้าของมันทั้งสองคู่เดินจนตัวติดกัน— อาจเพราะพวกเขาต่างโหยหาความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายก็เป็นได้ ใครจะรู้








    *







    ใช้เวลาครู่นึงเลยทีเดียวจึงจะสามารถฝ่าหิมะบนทางเดินเท้ามาถึงจุดหมายได้ กว่าจะมาถึง แก้มของมาร์คก็ขึ้นสีแดงไปหมด ,น่าจะเพราะถูกลมและอากาศหนาวพัดตีหน้า ลูคัสเหลือบมองก่อนจะสะดุ้งตกใจ


    พวกเขาเคาะหิมะออกจากพื้นรองเท้าที่หน้าประตูทางเข้า วินาทีนั้นเองที่มาร์คเหลือบเห็นรองเท้าคู่สวยราคาแพงคู่หนึ่ง ขัดเคลือบมันสีดำเงาวับ ปลายหัวแหลม ทรงสั่งทำอย่างหรู , วางไว้บนชั้นเก็บรองเท้าข้างรองเท้าคู่อื่นอย่างไม่ถือตัว แม้ว่ารองเท้าของตนจะมีออร่าบางอย่างเปล่งออกมาจนทำเอาเจ้าของรองเท้ารอบข้างอยากจะหลบตา อยากเอารองเท้าตนไปทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด— คนใช้ของราคาแพงที่มาอยู่ในที่แบบนี้ มีเพียงคนคนนั้นคนเดียวนั่นแหละ



    “เป็นอะไรไปมึง ไม่เข้ามาเหรอ”



    ชายคนนั้น อยู่ที่นี่ 
    ลูคัสเองก็ดันอยู่ที่นี่เหมือนกัน


    จะให้เจอกันไม่ได้


    คิดดังนั้นแล้วก็รีบคว้าข้อมือเพื่อนสนิท “กลับเหอะ” มาร์คพูดออกไปโดยไม่ทันคิดอะไรในหัวด้วยซ้ำ
    คิดแต่เพียงว่า จะให้พวกเขามาเจอไม่ได้


    “พูดอะไรมึง ข้างนอกหิมะตกแล้วนะ”ลูคัสยื้อแขนตนกลับมา “ไปนอนพักเหอะ ไอ้คนป่วย”


    “ไม่” คนตัวเล็กกว่าออกแรงอย่างมากในการดึงแขนให้อีกคนขยับตัวตามแรงเขา 
    “กลับไปนอนหอ”


    “เป็นอะไรไปวะมาร์ค ทำตัวเป็นเด็กดีทั้งคืน มาเอาแต่ใจอะไรตอนนี้” อีกคนพูดติดตลก ยกแขนตนกลับคืนมาอย่างง่ายดาย หนำซ้ำยังฉุดดึงร่างผอมของเพื่อนสนิทติดมือมาด้วย “กลับไม่ได้หรอก หนาวจะตาย นอนกันที่นี่แหละ


    “ไม่” 


    ร่างสูงชะงักเมื่อเห็นอีกคนขึ้นเสียงแข็ง ฝ่ามือกำท่อนแขนเขาจนแทบจะจิกเล็บลงไป



    “ขอร้องล่ะลูคัส กลับเถอะ——“
    “มาร์ค?”




    คำร้องขอขาดห้วงไปเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตน , เสียงที่คุ้นเคยดี

    ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ 
    ว่าอีกคนกำลังส่งยิ้มเริงร่ามาให้เขา




    “มาร์ค ไปไหนมาน่ะ พี่หาตัวแทบแย่”


    ร่างผอมเพรียวในชุดลำลองสุภาพเดินตรงมาที่เขากับเพื่อนสนิทกำลังยืนยื้ดยุดกันอยู่สักพัก ดวงตาไม่ปรายตามองเด็กหนุ่มตัวสูงด้วยซ้ำ แต่เดินมาสวมกอดเขาเลย— ขณะเดียวกันก็ใช้มือข้างที่ว่างดันร่างสูงของคนไม่คุ้นตาตนออกไป



    “ตอบซี่”



    มาร์คนึกอะไรจะพูดไม่ออก



    “เป็นอะไรไป หื้อ” ฝ่ามือสองข้างยกขึ้นมากุมแก้มอีกคนไว้พลางบีบมันเบาๆ


    “ตอนออกจากโรงพยาบาลก็ไม่เห็นจะบอกกันเลย คนเค้าอุตส่าไปเยี่ยม”
    “ของขวัญวันคริสมาสต์ก็ซื้อให้”
    “หาที่ไหนก็ไม่เจอ มางานเลี้ยงก็ยังไม่เจอ”
    “เกือบร้องไห้แล้วนะ”



    ชายหนุ่มเบะปาก ดวงตาสีดำสองข้างมีประกายวิบวับของน้ำตา



    “ดีใจจังที่หามาร์คเจอแล้ว”



    มาร์คเหลือบเห็นสายตาของลูคัสที่มองมา มันเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน ขณะนั้นเองที่พี่แทยงเดินเข้ามากันตัวลูคัสออกไป โดยเด็กหนุ่มถอยออกห่างพวกเขาไปอย่างงุนงง


    เขาเผลอกำมือแน่น ทั่วทั้งร่างสั่นระริกไปหมด
    อยากจะก้มหน้า แต่ก็ถูกฝ่ามือนั้นประคองเอาไว้ เพื่อให้รับจูบได้พอดี


    สัมผัสเคล้าคลอเคลียที่ใบหน้าในตอนนี้ ทำเอาเผลอคิดว่าสัมผัสไออุ่นจากลูคัสท่ามกลางหิมะเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องที่เขาเผลอฝันไป— สัมผัสอุ่นนั้นทั้งอ่อนโยนและรู้สึกดีจนไม่น่าเชื่อว่ามันเพิ่งเกิดขึ้น และมันเกิดขึ้นจริง


    อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ความทรงจำดีๆ เหล่านั้นก็ถูกขยี้ทิ้งไม่มีชิ้นดีเรียบร้อยแล้ว


    คิมโดยองถอนริมฝีปากออก คลี่ยิ้มพลางแลบเลียริมฝีปากตนแว้บหนึ่ง



    “เมอร์รี่คริสมาสต์”
    “รักนะ มาร์ค”







เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in