ผมจมน้ำในเดือนธันวาคม (Lumark)ppan_19
Day 11



  • เสียงริงโทนโทรศัพท์ดังอย่างต่อเนื่องมานานนับชั่วโมง แต่เจ้าของมันกลับไม่สนใจแม้แต่จะเอื้อมมือออกไปกดรับสาย ข้อความแจ้งเตือนสายที่ไม่ได้รับแทบจะนับร้อยครั้งได้ ล้วนแต่มาจากคนๆเดียว— ลูคัส เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเขานั่นเอง



    มาร์ครู้ดีว่าลูคัสย่อมเป็นห่วง จากเหตุการณ์ที่เขาเป็นลมล้มพับเพราะช็อคในที่ทำงานเมื่อสองวันก่อน ลำบากอีกฝ่ายต้องหิ้วมานอนพักที่ห้อง และเพราะฝันร้ายในรุ่งเช้าวันถัดมานั่นเองที่ทำให้มาร์คตัดสินใจโดดเรียนในวันนั้น 



    ร่างกายไม่ร้องประท้วงอะไรแม้ไม่มีอาหารตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวาน 

    ต่อให้อ้วกก็ไม่มีอะไรจะออกมา

    แม้แต่น้ำตาก็ร้องไห้หนักเสียจนไม่ไหลออกมาแล้ว



    เด็กหนุ่มนอนนิ่ง ภายในห้องไม่มีสรรพเสียงใดอีกเมื่อโทรศัพท์หยุดแผดเสียง 



    ไอเย็นในอากาศกำลังเย็นบาดผิว แต่เขาไม่ได้สนใจสิ่งใด ได้แต่นอนเหม่อมองเพดานสีขาวเกลี้ยง

    ขณะเดียวกันในหัวก็เล่นแต่ภาพเหตุการณ์เดิมซ้ำไปซ้ำมา




    ทั้งรอยยิ้มของคิมโดยอง

    ทั้งความใจดี ความน่ารัก ความอบอุ่น 

    และความบ้าคลั่ง ความน่าขยะแขยง ทุกอย่างยังคงชัดเจนในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน




    มาร์คสาปแช่งตัวเขาในอดีต และสาปแช่งชีวิตของตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า



    จะวิ่งหนีไปก็ทำไม่ได้

    จะร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่กล้า



    จะไปมหาวิทยาลัยอยู่ทำไม จะเล่นเปียโนไปเพื่ออะไร

    ในเมื่อสุดท้ายแล้ว ชีวิตของเขามันก็ไม่มีอะไรขึ้นมาหรอก


    จะทานอาหารดีๆไปทำไม

    ในเมื่อเขาเลิกใส่ใจเรื่องปากท้องของตัวเองไปนานแล้ว



    แล้วทุกวันนี้ เขายังมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

    ชีวิตที่ไม่มีใครต้องการเลย แม้แต่ตัวของเขาเอง







    *







    ลูคัสไม่เคยรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้มาก่อน

    แม้แต่ตอนแฟนงอน โดนพ่อด่า ถูกแม่บ่น ยังไม่เคยหงุดหงิดขนาดนี้



    ตัวเลขมิสคอลขึ้นถึงหลักร้อย ในที่สุดสติของเขาก็ขาดผึง



    เด็กหนุ่มกดส่งข้อความยกเลิกนัดพบที่สนามบาสกับกลุ่มเพื่อนขาประจำ เดินแวะซื้ออาหารใส่กล่องที่โรงอาหารมหาวิทยาลัย แล้วบึ่งรถจักรยานยนต์คันเก่งของตนตรงไปที่หอพักของตัวต้นเหตุความหงุดหงิดในอกของเขา



    จะเป็นหวัด หรือเป็นอะไรก็ช่าง แต่ช่วยบอกกันหน่อยเหอะ

    มิสคอลร้อยสายนี่ไม่ตลกแล้วนะว้อย



    อาหารเช้าในถุงที่เขาแขวนเอาไว้ตรงหน้าประตูห้องก็ยังคงอยู่ที่เดิม ไร้วี่แววการถูกแตะต้อง



    “มาร์ค อยู่มั้ย” มือใหญ่เริ่มที่การเคาะประตูพอเป็นมารยาท



    “เฮ้”


    นานเข้าก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นการทุบ



    ลูคัสยอมรับว่าเขาเป็นห่วงมาร์คมาก มากจนหงุดหงิดขนาดที่ใจอยู่ไม่สุขมาตลอดสองวัน 



    ไม่ว่าจะอาการช็อคจนเป็นลมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือการที่อีกฝ่ายไม่อัพเดทอาการหรือส่งข่าวอะไรเลยมาให้เขาฟัง



    จะบอกว่าอาการแย่จนลุกไม่ขึ้นก็ได้ เขาจะมาช่วย

    จะบอกว่าปวดหัว ขี้เกียจไปเรียนก็ได้ เขาจะเก็บชีทให้



    ถ้าเป็นอะไรก็อยากให้บอก ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้




    “มาร์ค!!!” ลูคัสทุบประตูเสียงดังปัง “กูเป็นห่วงมึงนะ!!!!!”



    “ได้ยินแล้วออกมาเปิดประตูซักที!!!!”

    “จะเอาข้าวเข้าไปให้!!!!!”




    เขาส่งเสียงตะโกนดังปานฟ้าถล่ม ทุบประตูจนน่ากลัวว่าจะกระเด็นหลุดออกจากผนัง แต่ยังคงไร้วี่แววว่าบานประตูตรงหน้านั้นจะเปิดออก





    “ข้างนอกมันหนาวนะเว้ยยยย!!!!!!!!”







เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
nine9100mm (@nine9100mm)
สนุกมากๆเลยคะ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
ppan_19 (@ppan_19)
@nine9100mm ดีใจที่เห็นว่าสนุกนะคะ เย้ ☺️🙏🏻