ตอนแรกก็กะว่าแค่จัดบ้าน แต่ได้จัดการชีวิตและความคิดตัวเองไปด้วยซะงั้น!piccarioman
ทำไมมันเยอะขนาดนี้ นี่ชั้นเก็บอะไรเยอะแยะ!?
  • อีกอย่างที่ไม่เคลียร์ไม่ได้ คือของสะสม ...... เรามีของสะสมหลายไลน์มาก

    ตอนเก็บสแตมป์ ก็บ้าเก็บโปสการ์ด คนอื่นเค้าเล่นสแตมป์ อินี่เล่นโปสการ์ดบัตรภาพจ้ะ

    ตอนอ่านการ์ตูน ก็ซื้อของติ่ง สากกะเบือยันเรือรบ ขอให้มีหน้าคนที่เราชอบบนนั้น ซื้อ!!

    มาอ่านนิยาย ก็ขยันเก็บของแถม ที่คั่น โปสการ์ด โปสเตอร์ บ็อกเซ็ต สมุด ...... ใช่ค่ะ เก็บสมุดด้วย เก็บแบบไม่ยอมใช้ เพราะสวยจนไม่กล้าใช้ 55555

    พอมาดูหนัง ก็ขยันหาซื้อบักเก็ตป๊อปคอร์น แก้วน้ำ แม็กเน็ต โปสการ์ด ของที่ระลึกรอบพิเศษ แฮนด์บิล โปสเตอร์แถมต้องได้! ให้ไปดูที่ไหนบอกมา!!

    แล้วก็ขยายไลน์ไปเรื่อยๆ จนสุดท้าย ...... รก!!
  • โชคดีนิดนึงตรงที่เราค่อนข้างจะชอบของสะสมจำพวกกระดาษเป็นหลัก ซึ่งทำให้สามารถจัดการของต่างๆ ได้ง่าย เพียงแค่หาแฟ้มใส่ให้มัน

    แต่อิของพวกนี้ก็ขนาดไม่เคยเท่ากัน หาแฟ้มยากมาก 5555555555

    ที่มีเคยมีปัญหากับการหาที่เก็บมากสุดน่าจะเป็น clear file ...... ใช่ค่ะ เก็บแฟ้มพลาสติกด้วยค่ะ ไม่ใช้ด้วยค่ะ 55555555555

    แต่ก็ดีที่ตอนนี้มีแฟ้มเก็บแฟ้มมาขายแล้ว ชีวิตดีขึ้นเยอะ แต่ก่อนคือจะหาที่เก็บที ต้องไปหากล่องเอกสาร F4 มาใส่ แล้วกล่องเอกสารขนาด F4 ก็หายากมากกก เพราะเค้าเลิกใช้กันแล้ววววว

    ส่วนถัดมาที่คิดว่าเก็บลำบากขึ้นมาอีกนิด ก็สายการ์ด ...... คือการ์ดมันไม่ใช่ขนาด name card ก็ต้องไปสรรหาแฟ้มเก็บการ์ดโดยเฉพาะ ซึ่งมันก็พอมีแหล่งแหละ แต่แพงเอาเรื่องอยู่ แต่ถ้าไม่คิดเยอะ เดี๋ยวนี้ก็พอมีรุ่นที่ราคาดร็อปลงมาให้หาซื้อได้ละ

    ส่วนที่หาแฟ้มใส่ยากที่สุด และตอนนี้ยังหาไม่ได้ คือที่คั่นหนังสือ!!

    จะไปสรรหาแฟ้มที่ช่องพอดีที่ไหนวะะ ..... แล้วที่คั่นแต่ละสำนักพิมพ์ก็ไม่เท่ากันอีก!

    จะใส่กล่อง ก็มองไม่เห็น ..... อยากยลโฉมอ่ะ อยากเห็นว่ามีอะไรอยู่ จะได้หยุดสนองนี้ดด้วยการซื้อดะสักที 5555555555555555555555555555


  • คือรู้ตัวอีกที ของสะสมพวกนี้มันก็กองในบ้านแบบล้นแล้วอ่ะ ไม่มีที่เก็บแล้ว เราไม่รู้ตัวเลยว่าซื้อมาเยอะขนาดนี้ แถมหลังๆ มา ไม่มีเวลาคัดแยกเก็บให้เป็นที่ ก็ทบๆ สุมๆ ใส่ถุงไว้อีก เละมาก

    บางอย่างมาจัดดู ยังงงเลยว่าซื้อมาทำไม หรือได้มาตอนไหน เซอร์ไพรส์ตัวเองไปอีก

    แล้วบางอย่างคือแบบ ไม่อยากเก็บแล้วอ่ะ ..... ไม่คลิกแล้ว ก็ต้องโละใช่มั้ยยย

    คือแอบนอยด์กับตัวเองเหมือนกันนะ ...... เหมือนทำอะไรไปโดยเปล่าประโยชน์

    ตอนซื้อก็อ้างกับตัวเองว่าอยากได้ ...... แต่พอได้มาจริงๆ เรากลับไม่อยากเก็บมันไว้ซะงั้น

    ตอนนี้เราเลยอยากคัดของสะสมพวกนี้ ให้เป็นของที่เราอยากเก็บจริงๆ ให้เป็นของที่เรามองแล้วมีความสุขจริงๆ ให้เป็นของที่เราจะหยิบออกมาชื่นชม และเก็บกลับเข้าที่ไปด้วยความทะนุถนอม เป็นของสำคัญของเราไปนานๆ เป็นความสุขที่จับต้องได้
  • ช่วงเวลาที่จัดเก็บของสะสมเหล่านี้ให้เป็นที่เป็นทาง เราก็วัดค่าความสำคัญของมันไปด้วย

    พอเป็นของสำคัญ เราก็จะหาทางเก็บรักษามันอย่างดี จัดดิสเพลย์ดีๆ ให้มองดูแล้วชื่นใจ มีความสุข

    เรามักจะไม่เอาของสะสมมาวางโชว์ แต่ชอบเก็บให้เป็นที่มากกว่า อยากดู อยากสัมผัส อยากชื่นชมค่อยหยิบออกมาลูบคลำ

    แต่เมื่อสักพักที่ผ่านมานี่เอง ที่เรารู้สึกว่า อยากให้ของสะสม ของติ่งต่างๆ มาอยู่ใกล้ๆ อยู่ในสายตาเรา มองไปทางไหนก็เจอ

    อาจจะเพราะเราเริ่มจริงจังกับการเขียนไดอารี่ด้วย เราเลยรู้สึกว่า ถ้าเอาพวกของติ่งไลน์ stationery มาใช้ ก็น่าจะดี ยังไงก็เก็บทั้งเล่มอยู่แล้ว ของที่ใช้ไปก็ไม่ได้หมดไป แค่เปลี่ยนที่มาอยู่ในเรื่องราวที่เราเขียนและตกแต่งบนสมุด

    เราเริ่มเอาสมุดสวยๆ ที่เคยเก็บไว้ไม่กล้าใช้ ออกมาใช้ ....... เริ่มเขียนสิ่งที่อยู่ในใจออกมา บันทึกมันลงไป

    เริ่มไม่กังวลว่าจะเขียนผิด หรือเขียนเรื่องไม่น่าพึงใจในสมุดเล่มสวย ...... เพราะทุกอย่างคือตัวเรา และเรามักจะอยากปิดท้ายวันแย่ๆ ด้วยการบอกตัวเองว่ามันน่าจะมีทางสิ พักผ่อน แล้วไปต่อนะ เพราะสมุดมันสวย ก็อยากให้มันมีเรื่องดีๆ ด้วย แม้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการระบายเรื่องแย่ๆ ลงไปก็ตาม
  • พอเริ่มเอาของติ่งมาใช้ ก็เริ่มไม่หวง(กับตัวเอง) และกล้าใช้งานของสะสมที่มีมากขึ้น

    เริ่มกล้าเอาพวงกุญแจที่มีหน้าเมนมาห้อยกระเป๋า

    เริ่มกล้าใช้ masking tape ลายหน้าตัวละครเรื่องที่ชอบ (แน่นอนว่าเราต้องฟาร์มไว้ก่อน 2-3 อัน จะได้กล้าใช้)

    เริ่มเอาสแตนดี้มาตั้งตามโต๊ะ ตกแต่งหิ้งบูชาย่อมๆ

    อาจจะด้วยเพราะ WFH ทำให้เราเหงา และอยากได้รับกำลังใจมากกว่าปกติ เราเลยกล้าที่จะเอาของติ่งมาวาง ...... อย่างน้อยเวลาเบื่อๆ ก็หันไปมองสุดที่รักของเราได้ มีกำลังใจทำงานขึ้นเยอะะ

  • แต่ที่สุดแล้วเราก็ยังชอบงานกระดาษที่เก็บในแฟ้มสวยๆ อยู่ดีนะ

    ตอนที่จัดของใส่แฟ้ม ก็คือตัดใจทิ้งไม่ลงสักใบ เก็บหมด เปลืองแฟ้มก็ยอม 55555

    ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่งานกระดาษเป็นเซฟโซนสำหรับเราเลย ทั้งโปสการ์ด ตั๋ว โบรไมด์ สมุด masking tape ฯลฯ

    นั่นเป็นเหตุผลให้เราเริ่มทำ scrap book diary ด้วย เอาของที่ชอบแปะลงไปในนั้น บันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้ ...... ได้สมบัติที่เป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้นมาทีละเล่มๆ อัดความรู้สึกทุกอย่างไว้ในนั้น ทั้งได้ระบาย ได้ทบทวน และได้บันทึก เผื่อวันนึงเราอาจจะลืมไป ว่าเรามีความสุขได้ขนาดนี้เลยนะ! จะได้กลับมาเปิดดู
  • ถึงตอนนี้ มุมมองในการมองของสะสมของเราเปลี่ยนไปจากเดิมมาก

    แต่ก่อนเราขี้หวงมาก หวงแม้แต่กับตัวเอง ตอนนี้ก็ยังหวง ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของสำคัญของเรา แต่ก็ไม่เท่าเมื่อก่อนแล้ว และเริ่มไม่หวงกับตัวเองแล้วด้วย

    เราใจดีกับตัวเองมากขึ้น ปลอบโยนตัวเองด้วยการ appreciate กับของที่มี เติมเต็มด้วยของที่อยากได้ และรับผิดชอบดูแลสิ่งที่หามาครอบครองอย่างเต็มที่ ไม่ได้สักแต่ว่าซื้อให้มี แล้วก็ยังกลวงเปล่าถมไม่เต็มเหมือนแต่ก่อน

    ของสะสมทุกชิ้นที่จะมาอยู่ในมือเราต่อจากนี้ ก็จะพยายามคิดให้ดี ว่าเราดูแลมันได้มั้ย ถ้าจะเปิดไลน์ใหม่ต้องพร้อมหาที่เก็บด้วยนะ!

    แต่เชื่อขนมกินได้เลยว่า พอถึงเวลาจริงก็คงเดินไปจ่ายเงินอย่างไม่ลังเล แล้วค่อยมาคิดอีกที ว่าจะเก็บยังไง ...... ก็อยากได้อ่ะเนอะะ ได้แหละะ 5555555555555555

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in