เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แปลบทสัมภาษณ์Ryuuseisan★彡
[แปลบทสัมภาษณ์] Liella! อาโอยามะ นางิสะ จากนิตยสาร LoveLive!Days Vol.17
  • บทสัมภาษณ์ผู้ผ่านการออดิชั่นแบบเปิดรับบุคคลทั่วไป
    อาโอยามะ นางิสะ

    「Liella! (ลิเอลล่า)」สคูลไอดอลกรุ๊ปที่เกิดมาจาก「LoveLive! Superstar!!」

    ต่อจากดาเตะ ซายุริซัง ครั้งนี้พวกเราได้สอบถามถึงหนทางสู่การออดิชั่นของอาโอยามะ นางิสะซัง・ผู้รับบทเป็นฮะสึกิ เร็น


    อาโอยามะ นางิสะซัง ผู้รับบทเป็นฮะสึกิ เร็น

    ตัดสินใจว่า “ต้องผ่านให้ได้!” อยากยอมรับตัวเองที่กล้าก้าวออกไป


    หลังจากเลิกเต้นบัลเล่ต์คลาสสิคที่เต้นมา 13 ปีก็รู้สึกถึงความสนุกในการยืนต่อหน้าผู้คน


    — ก่อนที่จะได้รับเลือกในการออดิชั่นรอบเปิดรับบุคคลทั่วไปของ『LoveLive! Superstar!!』อาโอยามะซังก็ทำอย่างอื่นมาก่อนสินะคะ ช่วยเล่าประวัติให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ?

             ฉันเริ่มเต้นบัลเล่ต์คลาสสิคตอนอายุ 4 ขวบและเต้นต่อมาเป็นเวลา 13 ปีค่ะ ระหว่างนั้นก็คิดมาตลอดว่าการเต้นบนเวทีเป็นอะไรที่สนุกมากๆ แต่พอขึ้นม.ปลายก็อยากที่จะลองอย่างอื่นบ้างเลยเลิกเต้นไปค่ะ จากนั้นก็อยากเอาชนะวอลเล่ย์บอลที่ตัวเองไม่ถนัดให้ได้ตอนม.ปลายเลยเข้าชมรมวอลเล่ย์บอลไปค่ะ (หัวเราะ) ถึงจะยากมากๆ แต่ก็เอาชนะวอลเล่ย์บอลที่ตัวเองไม่ถนัดได้ แถมจิตใจยังแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วยเลยคิดว่าตัวเองพยายามได้ดีค่ะ


    —กระโจนเข้าไปหาสิ่งที่ยากเองเลยสินะคะ...!

             ถึงจะห่างจากการเต้นไปสักพัก แต่พอได้เข้าร่วม Musical ชื่อ「Sound of Music」ในงานโรงเรียนตอนม.6 ก็ได้รับรู้ถึงความสนุกนั้น ได้รู้ตัวว่า “ที่ตัวเองอยากทำคือการร้อง การเต้น และแสดงเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองนี่เอง” แล้วหลังจากนั้นก็เข้าชมรม Acappella และชมรมดนตรีตอนมหาลัยค่ะ แต่ในขณะเดียวกันก็โดนที่บ้านบอกมาว่า “ถ้าหากไม่แสดงให้เห็นผลแบบเป็นชิ้นเป็นอันก่อนปี 4 จะไม่สนับสนุนอะไรทั้งนั้น” เลยต้องแสดงให้เห็นผลให้ได้ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม ที่จริงก็อยากแสดง Musical ต่อ แต่ช่วงก่อนจบปี 2 ก็ได้ออกจากชมรมแล้วไปลองประกวดนางงามเพื่อเป็นหนทางให้พ่อแม่ยอมรับและเพื่อให้ตัวเองเป็นที่จำจดค่ะ เพราะการประกวดนางงามมีการวัดผลทาง SNS และยอดผู้ชมตอนไลฟ์เป็นหลัก เวลาส่วนตัวเลยไลฟ์อยู่ตลอดเลยค่ะ ระหว่างนั้นพ่อแม่ก็วางเอกสาร Job fair ไว้ให้บนโต๊ะบ้าง มากระตุ้นให้ไปสมัครงานบ้าง ฉันรู้สึกเจ็บใจมากเลยค่ะ แต่ก็เริ่มได้งานถ่ายแบบนิตยสารหรืองานในฐานะนักแสดงมากขึ้น


    — ทำงานโดยที่ไม่ได้เข้าสังกัดไหนเหรอคะ?

             มีเข้าสังกัดชั่วคราวประมาณครึ่งปีค่ะ เป็นช่วงก่อนประกาศออดิชั่นซีรีส์ใหม่ของ Love Live! ไม่นาน จังหวะพอดีกันมากๆ ไม่ว่ายังไงก็อยากสมัครให้ได้และคิดว่านี่เป็นโอกาสที่จะได้ทดสอบความสามารถของตัวเองเลยคิดว่าโชคดีมากเลยค่ะ


    ลองฝึกตามตารางค่ายฝึกของ μ's!? ล้มเลิกความตั้งใจที่จะท้ายทายการวิ่งมาราธอน 10 km


    — ช่วยเล่าตอนอาโอยามะซังมารู้จักกับซีรีส์ LoveLive! หน่อยได้ไหมคะ?

             ได้เห็น μ's ซังครั้งแรกตอนขึ้นแสดงงานประชันดนตรีขาวแดงในปี 2015 และเพิ่งรู้ในตอนนั้นว่า “เซย์ยูก็ร้องและเต้นด้วยเหรอเนี่ย” ค่ะ ฉันมีลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงรุ่นเดียวกันอยู่ แล้วเด็กคนนั้นชอบซีรีส์ LoveLive! มากเลยค่ะ ตั้งแต่ได้ยินเด็กคนนั้นที่ไป Final Live ของ μ's ซังมาเล่าให้ฟังอย่างเร่าร้อนว่า “ประทับใจมากเลย!” ก็ตั้งใจว่าจะลองดูอนิเมะบ้างค่ะ แล้วพอไปเจอ「LoveLive! Sunshine!」ที่เริ่มฉายช่วงนั้นพอดีพร้อมกับลูกพี่ลูกน้องก็เลยติดเลย... (หัวเราะ) โดนเนื้อเรื่องที่เหมือนแนวทุ่มเทกับกีฬาและเพลงที่แสนวิเศษนั้นดึงดูดจนติดเลยค่ะ แล้วหลังจากนั้นก็ดู『LoveLive!』ด้วยค่ะ!


    — ดู『LoveLive! Sunshine!』แล้วรู้สึกถึงเสน่ห์ตรงจุดไหนเหรอคะ?

             การที่เหล่าแคสท์และเมมเบอร์ Aqours เติบโตไปด้วยกันเป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของเมมเบอร์ในอนิเมะ หรือถ้าหากลองฟัง 1st Single กับเพลงล่าสุดเปรียบเทียบกัน หรือจะลองดูไลฟ์เปรียบเทียบกันดูก็เห็นได้ชัดเลยว่าพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตัวแคสท์เองก็ทุ่มเทกันมากๆ ทำให้รู้สึกว่าพาวเวอร์อัพกันตั้งขนาดนี้เลย พอเห็นทุกคนทุ่มเทกันก็ได้รับความกล้ามาว่า “มนุษย์เราพัฒนาได้ขนาดนี้เลย ฉันเองก็อยากพยายามบ้าง!” และยิ่งอยากเป็นกำลังใจให้ค่ะ


    — มีเนื้อเรื่องไหนในซีรีส์ LoveLive! ที่ชอบไหมคะ?

             ส่วนตัวแล้วชอบฉากค่ายฝึกซ้อมใน『LoveLive!』มากเลยค่ะ! ในตารางฝึกที่อุมิจัง (โซโนดะ อุมิจาก μ's) คิดมามีทั้งวิ่งและว่ายน้ำระยะไกล ฉันคิดว่า “อยากลองบ้างจัง!” เลยลองทำดูจริงๆ ค่ะ แต่จู่ๆ มาวิ่ง 10 km นี่ไม่ไหวจริงๆ... ถึงจะลองหลายๆ อย่างเพราะอยากทำให้เป็นจริงให้ได้แต่ก็จบลงด้วยการที่ทำไม่ได้แม้แต่นิดเดียวค่ะ (ยิ้มแห้ง)


    — มีเมมเบอร์คนไหนที่ชอบในซีรีส์นี้ไหมคะ?

             ฉันชอบรูบี้จัง (คุโรซาวะ รูบี้จาก Aqours) มากๆ เลยค่ะ น่ารักไปหมดเลย! เป็นไทป์ที่ตอนแรกไม่ค่อยกล้าทำอะไรด้วยตัวเองและขี้อายจนชอบไปหลบอยู่หลังคนอื่น แต่สุดท้ายก็พยายามเปลี่ยนตัวเอง ตรงจุดนั้นก็คือ...ชอบค่ะ! ประมาณนี้ (หัวเราะ) นอกจากนั้นยังเป็นคนที่คอยสังเกตคนอื่น เวลาต้องพูดจริงๆ ก็รวบรวมความกล้าแล้วพูดออกมา เสียงก็น่ารัก ปฏิกิริยาตอบโต้ก็น่ารัก ชอบความไร้เดียงสานั้นค่ะ


    ตัดสินใจสมัครในทันที! การคัดเลือกรอบเอกสารที่ลองท้าทายด้วยความคิดว่า “ต้องผ่าน”


    — ใน「LoveLive! Fes」ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนมกราคมปี 2020 ได้มีการประกาศโปรเจ็กต์ใหม่ในครั้งนี้ แล้วอาโอยามะซังทราบข่าวจากที่ไหนเหรอคะ?

             เพราะไม่ได้ดู「LoveLive! Fes」แบบเรียลไทม์เลยมารู้เอาจากลูกพี่ลูกน้องว่า “มีข่าวนี้ด้วยนะ!” ค่ะ เพราะชอบซีรีส์ LoveLive! อยู่แล้วด้วย แล้วก็อยากลองทำอะไรใหม่ๆ เลยตัดสินใจในทันทีเลยค่ะว่าจะสมัคร! แต่กังวลเรื่องที่จะต้องเป็นเซย์ยูค่ะ ฉันไม่ค่อยชอบเสียงตัวเองมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้วแต่เพราะนี่เป็นการออดิชั่นของซีรีส์ LoveLive! ที่ติดตามมาตลอดเลยเลือกที่จะลองดูค่ะ ข้อกำหนดในการสมัครที่รับถึงอายุ 22 ปีก็เป็นอีกเหตุผลหลักค่ะ จากนี้อาจจะมีการออดิชั่นอีกก็ได้แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอีกกี่ปีข้างหน้า ในด้านอายุนี่เลยถือเป็นโอกาสครั้งแรกและครั้งสุดท้ายค่ะ เลยยิ่งเป็นเหตุผลให้คิดว่าไม่สมัครไม่ได้แล้ว คิดอย่างหนักแน่นเลยค่ะว่าต้องผ่านให้ได้


    — รอบเอกสารนี่ส่งไปอย่างไรเหรอคะ?

             เพราะอยากซ้อมร้องเพลงรวมถึงคิดการแนะนำตัวภายใน 30 วินาทีให้ได้มากที่สุดเลยส่งไปก่อนจะปิดรับไม่นานเลยค่ะ เรื่องการร้องเพลงก็ได้ลองดูไลฟ์ย้อนหลังไปเช็คไปว่าเขาร้องกันยังไงจากนั้นก็ลองถ่ายดูหลายๆ แพทเทิร์นแล้วไปปรึกษากับลูกพี่ลูกน้องค่ะ ทางนั้นก็จะให้ความเห็นมาว่า “อันนี้ไหม? ดูอินกว่า” 


    การออดิชั่นรอบที่ 2 จัดขึ้นในสภาพพร้อมเต็มที่ ณ สตูดิโอฉากขาวผ่านการประชุมทางไกล


    — ที่จริงแล้วการออดิชั่นรอบที่ 2 จะจัดขึ้นในสถานที่จริงแต่ต้องเปลี่ยนมาเป็นแบบประชุมทางไกลแทน รู้สึกอย่างไรบ้างคะที่รูปแบบการทดสอบเปลี่ยนไป?

             เพราะคิดมาตลอดว่าต้องออดิชั่นต่อหน้าคน อีกทั้งคนเหล่านั้นยังเป็นกรรมการนับสิบคน การที่ได้แสดงออกไปในบรรยากาศของตัวเองเท่านั้นก็ถือว่าได้เปรียบในด้านจิตใจ แต่กลับกันพอเป็นแบบผ่านทางหน้าจอแล้วดูไม่น่าจะนำเสนอ Appeal Point ออกไปได้ดีเท่าไรเลยวางแผนรับมือในจุดนั้นค่ะ เพราะจะออดิชั่นจากที่บ้านเลยก็ได้ ตอนแรกเลยตั้งใจว่าจะออดิชั่นจากที่บ้านนี่ล่ะค่ะ แต่รู้สึกคาใจเรื่องฉากหลัง วันจริงเลยไปเช่าสตูดิโอแล้ววางโทรศัพท์ไว้ในจุดที่เห็นทั้งตัวและปรับไฟ ให้ออกมาในสภาพที่พร้อมที่สุดค่ะ เพราะอยากแสดงการเต้น Theater Dance (เรียกอีกชื่อว่า Musical Dance เป็นการเต้นที่มีที่มาจาก Musical ของ Broadway) ให้ดูตอนแนะนำตัวเลยคิดว่าถ้าจะให้เห็นตัวเองชัดๆ ก็เป็นสตูดิโอฉากขาวดีกว่า ตอนซ้อมก็เช่าสตูดิโอแล้วซ้อมไปเช็คกับกระจกไปค่ะ ตอนวันจริงตื่นเต้นมากเลยค่ะ แต่พอเริ่มเต้นหรือเริ่มร้องที่เหลือก็มีแต่ความทรงจำว่าสนุกไปกับมันค่ะ


    — ตอนนั้นคิดว่าจะผ่านไหมคะ?

             เพราะไม่รู้เลยว่าผู้สมัครคนอื่นเป็นคนแบบไหน เลยพูดอะไรไม่ได้ค่ะ แต่พอเขียนตรงความสามารถพิเศษไปว่า “เลียนแบบคาแรกเตอร์หนึ่ง” ก็โดนทักเรื่องนี้และมีโอกาสได้แสดงให้ดูทั้งรอบ 2 และต่อมาในรอบ 3 ด้วยค่ะ (หัวเราะ) ดูเหมือนกรรมการจะค่อนข้างสนุกกับการเลียนแบบของฉันกันด้วยค่ะ ก่อนผลจะออกก็เลื่อนหน้าจอดูอีเมลไป “ชึ้บ” นึงอยู่ทุกๆ ชั่วโมงเพื่อเช็คว่ามีอีเมลใหม่เข้าหรือเปล่า กระวนกระวายอยู่ตลอดเลยค่ะว่าไม่เห็นมาเลย...ไม่เห็นมาเลย...


    ไม่นำเสนอตัวเองว่าชอบซีรีส์ LoveLive! เข้าจู่โจมการออดิชั่นรอบที่ 3 ด้วยอิมแพค


    — หลังจากผ่านการออดิชั่นรอบที่ 2 ก็เข้าสู่การออดิชั่นรอบที่ 3 ในครั้งนี้ได้มารวมตัวกันที่สถานที่จริงแล้วทดสอบแบบเป็นกลุ่มสินะคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ?

             สนุกมากเลยค่ะ! มีเกมใบ้คำด้วยท่าทางด้วยเลยตื่นเต้นน้อยลง ตอนทดสอบเดี่ยวเลยสามารถแสดง Performance ได้ดีตามปกติค่ะ กรรมการบอกว่า “เด็กที่เงียบมาตลอด ไม่พูดอะไรเลย แต่พอมาเล่นเกมใบ้คำแล้วจู่ๆ ก็เอาจริงขึ้นมา ตลกมากเลย” ด้วยค่ะ (หัวเราะ) ส่วนตอนแนะนำตัว ทุกคนจะพูดกันหมดเลยว่า “ชอบ『LoveLive!』มากเลยค่ะ” ฉันเลยไม่พูดแบบนั้นเพราะตั้งใจว่าอยากให้มองฉันในจุดที่ต่างจากคนอื่นค่ะ ไม่รู้ว่าเพราะแบบนั้นหรือเปล่า หลังจากได้รับแจ้งว่าผ่านเข้ารอบเลยโดนถามว่า “เคยดู『LoveLive!』ไหม?” ฉันเลยตอบไปอย่างหนักแน่นว่า “เคยสิคะ!!” (หัวเราะ)


    — อาจจะเป็นผู้สมัครไทป์ที่ไม่ค่อยมีก็เป็นได้ค่ะ (หัวเราะ) แล้วตอนนั้นคิดว่าตัวเองจะผ่านรอบที่ 3 ไหมคะ?

             ตอนทดสอบการร้องโดนถามมาว่า “ร้องแบบใส่อารมณ์ดี ส่วนเสียงสูงต่ำเองก็ทำได้ดี เคยซ้อมที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า?” ด้วยค่ะ เรื่องนั้นนี่ดีใจมากเลย อาจเพราะแบบนั้นเลยมีความมั่นใจมากขึ้นก็เป็นได้ค่ะ เพราะคิดว่าถ้าโดนชมก็แสดงว่าเขาไม่ได้มองว่าเราไม่ดีค่ะ (หัวเราะ) 

    ตอนสุดท้ายโดนให้เลียนแบบคาแรกเตอร์นั้นอีกรอบแบบ “ปิดท้ายด้วยอันนี้เลยครับ” ด้วยค่ะ...! เพราะทำไปแบบเต็มที่เลย เลยอาจจะเป็นส่วนสำคัญในการทิ้งอิมแพคไว้ก็เป็นได้ค่ะ (หัวเราะ)


    — ตอนที่ได้รับแจ้งมาว่าจะได้ไปต่อในการออดิชั่นรอบสุดท้ายนี่เป็นอย่างไรบ้างคะ?

             ทำท่า “เยส!” เลยค่ะ แบบ “โอชช่า—!” เลย (หัวเราะ) ครั้งนี้เองก็สไลด์หน้าจอ “ชึ้บๆๆ” ไปเช็คอีเมลไปแบบเป็นเวลาเช่นเคยค่ะ เพราะดีใจมากๆ ก่อนอื่นเลยไปบอกพ่อแม่ว่า “ผ่านมาถึงรอบนี้แล้วนะ” ค่ะ และเพราะมีกำหนดสิ่งที่ต้องทำต่อไปมาพร้อมกับการแจ้งผลเลยเปลี่ยนอารมณ์มาเป็น “เอาล่ะ มาซ้อมอย่างต่อไปดีกว่า” ค่ะ


    ไปถึงที่ออดิชั่นด้วยสภาพเต็มร้อย! การออดิชั่นรอบสุดท้ายที่ตัดสินใจว่าจะไม่คิดว่าตัวเองจะไม่ผ่าน


    — และแล้วก็มาถึงการออดิชั่นวันสุดท้าย วันนั้นเริ่มต้นมาเป็นอย่างไรเหรอคะ?

             ช่วงออดิชั่นก็ตั้งใจเสริมสร้างพลังกาย ตั้งแต่เดือน 7 เลยเริ่มวิ่งกับเทรนกล้ามเนื้อทุกวันค่ะ ตอนนี้ก็วิ่งประมาณ 5 km อยู่ค่ะ ถึงตอนลองฝึกตามอุมิจังจะวิ่ง 10 km ไม่ไหว แต่ตอนนี้น่าจะไหวแล้วค่ะ! นอกจากนี้เวลาว่างก็จะไปว่ายน้ำที่สระสาธารณะ ก่อนหน้านั้นไม่เคยทำมาก่อนเลยค่ะแต่เพราะคิดว่าแคสท์ของ LoveLive! ต้องมีพลังกาย ไม่งั้นก็จะไม่ได้เป็นเลยทำมาเรื่อยๆ ค่ะ ตอนวันออดิชั่นรอบสุดท้ายก็ตื่นตอนตี 5 มาวิ่งกับเทรนกล้ามเนื้อ จากนั้นก็อาบน้ำ ทานข้าวแล้วออกเดินทางค่ะ ขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่สถานที่ออดิชั่น แต่ก่อนถึงที่หมายหนึ่งสถานีก็ลงเดินเพื่ออบอุ่นร่างกายก่อน ไปด้วยสภาพแบบ “ให้เต้นตอนไหนก็พร้อมค่ะ!” เลยค่ะ


    — พอไปถึงสถานที่ออดิชั่นแล้วมีเหตุการณ์อะไรที่น่าจดจำไหมคะ?

             เพราะทั้งรอบ 3 และรอบสุดท้ายเป็นรอบหลังๆ แล้วเลยไม่รู้ว่าตอนนี้มีคนอื่นผ่านเข้ารอบมากี่คนค่ะ ระหว่างแต่งหน้าก็ได้ยินเสียงระหว่างออดิชั่นที่ฮอลดังมาจากจอทีวี ดูแล้วก็คิดว่า “ร้องเพลงเก่งจัง...” และชื่นชมว่าคนที่ผ่านมาถึงรอบสุดท้ายนี่สุดยอดกันจริงๆ ด้วย พร้อมกันนั้นก็ทำให้รู้สึกว่า “จะทำเต็มที่เลย!” ค่ะ


    — ออดิชั่นบนสเตจเป็นยังไงบ้างคะ?

             หน้าตากรรมการน่ากลัวมากเลยค่ะ! ดูซีเรียสกันมากแล้วก็มองฉันสลับๆ กับเอกสารที่เตรียมไว้ ทำเอากลัวเลยค่ะว่า น่ากลัว~ เพราะคิดว่าจะโดนบรรยากาศกดดันเอาไม่ได้เลยแสดง Performance โดยมองไปแถวๆ ที่นั่งชั้น 2 ค่ะ ตัดสินใจว่า “จะไม่มองข้างล่างเด็ดขาด!” อย่างแรกคือทดสอบการร้องค่ะ เป็นครั้งแรกของการออดิชั่นในครั้งนี้เลยค่ะที่สั่น แต่พอเริ่มร้องก็เริ่มหายสั่นและสามารถร้องได้อย่างสนุกสนานค่ะ เพราะเคยอยู่ชมรม Acappella มาก่อนเลยชินกับการร้องเพลงบนเวที ทำให้คิดว่าดีแล้วที่ทำมาค่ะ ตอนแรกก็คิดว่าจะยืนร้องเพลงแบบตรงๆ แต่คิดว่าถ้าในมุมมองคนดูแล้วขยับมือหรือทำท่าทางหน่อยจะดูน่าสนใจมากกว่าเลยร้องไปขยับไปเล็กน้อยค่ะ สุดท้ายคือโต้ตอบการแสดงกับคู่ ก่อนเริ่มเลยลองอ่านบทด้วยกันดูก่อนและบอกกันว่า “ต้องไม่เป็นไร!” ก่อนขึ้นเวทีค่ะ ยืนอยู่บนเวทีใหญ่ๆ กัน 2 คนแล้วอ่านบทโดยไม่ได้ใช้ไมค์ด้วยค่ะ เลยคอยระวังว่าต้องแสดงโดยที่พูดให้เสียงดังฟังชัด


    — ตอนนั้นคิดว่าจะผ่านการออดิชั่นรอบสุดท้ายไหมคะ?

             วินาทีที่เดินเข้าข้างเวทีหลังจากพูดว่า “ขอบคุณค่ะ” ก็นึกจุดที่อยากแก้ไขว่าน่าจะทำแบบนี้มากกว่าแท้ๆ ขึ้นมาได้แบบรวดเดียวเลยค่ะ ทำเอาซึมเลยว่า “ไม่รอดแน่~” เพราะเป็นคนที่จะทบทวนตัวเองในทันที แต่ก็เปลี่ยนอารมณ์ในทันทีเช่นกันค่ะ เพราะช่วงเวลานั้นสั้นมากๆ พอจบแล้วเลยพยายามไม่คิดว่าตัวเองจะไม่ผ่านค่ะ กล้องเองก็ถ่ายอยู่ด้วยเลยอยากให้เห็นฉันตอนที่ออดิชั่นอย่างสนุกสนานมากกว่าค่ะ


    ผลการออดิชั่นที่ทั้งกังวลและตกใจ “ต้องผ่านให้ได้!” หนึ่งก้าวที่ก้าวออกไป 


    — จากนั้นก็ได้รู้ผลสินะคะ

             จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์มาว่า “เพื่อตรวจสอบเป็นครั้งสุดท้าย ถึงการออดิชั่นจะจบไปแล้วแต่อยากพูดคุยเพิ่มเติม” ค่ะ ฉันก็คิดว่า “หมายความว่ายังไงกันนะ?”... ไม่รู้เจตนาว่านั่นแปลว่าดีหรือเปล่า แล้วก็ไม่รู้ว่าเพราะลังเลกับการคัดเลือกรอบสุดท้ายหรือเปล่า ความกังวลกับความลังเลเลยผุดขึ้นมาพร้อมกันแบบชั่วอึดใจเดียวเลยค่ะ ถึงจะรักษาสภาพจิตใจเอาไว้ว่า “ไม่เป็นไร ต้องผ่านแน่นอน” แต่ก็ดาวน์ลงในชั่วพริบตา จากนั้นก็ใจเต้นรัวไม่หยุดเลยค่ะ แต่พอถึงวันรุ่งขึ้นก็ได้ฟังผลทันทีผ่านการประชุมทางไกล ถึงจะโดนบอกมาว่า “ผ่าน” แต่เพราะตอนนั้นกังวลมากๆ เลยพูดออกไปว่า “ผ่าน คือ...?” (หัวเราะ) ดันคิดไปว่า “ผ่านคืออะไรกันนะ?” ล่ะค่ะ อาจจะคิดว่า “คุณได้รับการคัดเลือกในการออดิชั่นรอบสุดท้าย” ก็เท่ากับว่าผ่านน่ะสิ แต่กลับยังสงสัยอยู่ (หัวเราะ) ตั้งแต่ได้ยินว่าได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 5 คน ความดันเลือดก็พุ่งขึ้นจนตะโกนว่า “อุหวา—!” เลยค่ะ ระหว่างประชุมทางไกลยังพูดตอบอย่างใจเย็นว่า “อย่างนั้นเหรอคะ ขอบคุณค่ะ!” ได้อยู่ แต่พอวางสายไปก็ตะโกนลั่นเรียกครอบครัวที่อยู่ที่ห้องนั่งเล่นทันทีเลยค่ะว่า “หวา—! มานี่หน่อย!!” (หัวเราะ)


    — ทางครอบครัวว่าอย่างไรบ้างคะ?

             ฉันไม่ค่อยได้บอกที่บ้านว่าชอบซีรีส์ LoveLive! ค่ะ แต่ตั้งแต่ช่วงออดิชั่นรอบที่ 3 ที่บ้านก็เริ่มรับรู้ว่าฉันตั้งใจจริงๆ เลยบอกมาว่า “อยากลองดู DVD ไลฟ์” ด้วยค่ะ ทำเอาดีใจมากๆ และเพราะคอยเฝ้าดูฉันมาตลอดเลยดีใจกันมากๆ ที่ฉันผ่านค่ะ แต่หลังผ่านคุณแม่ก็บอกในทันทีว่า “ในการทำหน้าที่เป็นแคสท์ของซีรีส์ Love Live! ก็ต้องดูแลเรื่องส่วนตัวของตัวเองให้ดีด้วย” ช่วงนี้ที่เริ่มมีงานเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะคอยคิดถึงความหนักอึ้งของคำพูดนั้นค่ะ พอมีเรื่องให้จดจ่อฉันมักจะโดนสิ่งนั้นกลืนเข้าไป วัฏจักรชีวิตของฉันจะเป็นแบบที่ตื่นแต่เช้ามาซ้อมแล้วไปทำงาน พอกลับถึงบ้านก็จะเข้านอนในทันทีตลอด เลยต้องคอยระวังอยู่เสมอว่าต้องหาวิธีผ่อนคลายตัวเองและดูแลตัวเองอย่างดีแม้ในตอนที่ยุ่งๆ เพราะเป็นพวกที่ชอบไล่ต้อนตัวเองน่ะค่ะ... จะระวังนะคะ (หัวเราะ) 


    — นานทีๆ การพักผ่อนเองก็สำคัญสินะคะ แล้วลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคนพามารู้จักกับซีรีส์ LoveLive! ว่าอย่างไรบ้างคะ?

             เพราะระหว่างออดิชั่นห้ามบอกใครเรื่องนี้เลยไม่ได้ติดต่อกันตั้งแต่ให้ช่วยแนะนำในรอบเอกสารค่ะ หลังประกาศรายละเอียดแคสท์ก็ได้รับเมสเสจสั้นๆ แต่ทรงพลังมาว่า “เก่งมาก” ค่ะ (หัวเราะ) แถมยังซื้อกู๊ดส์ของ『LoveLive! Superstar!!』หลายอย่างเลย Debut Single เอง พอปล่อยรายละเอียดออกมาก็ไปสั่งจองในทันที คอยเป็นกำลังใจให้อย่างใกล้ชิดจนแทบจะเป็นแฟนคลับอันดับ 1 ไปแล้วเลย เป็นคนที่อยากให้ความสำคัญอย่างดีล่ะค่ะ


    — แล้วคนรอบตัวว่ายังไงกันบ้างคะ?

             ฉันได้เปิด Twitter ใหม่ล่ะค่ะ แล้วแจ้งเตือนก็เด้งรัวๆ จนโทรศัพท์ร้อนเลย เลยทำให้ได้รับรู้ถึงความคาดหวังที่มีต่อโปรเจ็กต์『LoveLive! Superstar!!』ว่าสูงแค่ไหนค่ะ ฉันซาบซึ้งใจมากจริงๆ ค่ะที่ทุกคนอุตส่าห์มาบอกคนที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคนยังไงอย่างฉันว่า “ยินดีด้วยนะที่ผ่าน! เป็นกำลังให้อยู่นะ” กันมากมาย ที่จริงก็มีตอนที่ได้รับความคิดเห็นต่างๆ มาเหมือนกันค่ะ แต่ก็รู้สึกดีใจที่มีคนคอยเป็นกำลังใจให้อยู่มากมายขนาดนี้ นอกจากนั้นยังมีเมมเบอร์ที่พึ่งพาได้ เลยคิดว่าต้องพยายามจนกว่าจะลบล้างคำวิจารณ์นั้นได้ค่ะ 


    — สุดท้ายนี้ พอลองนึกย้อนกลับไปในปี 2020 ที่ผ่านอะไรมามากมายแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างคะ?

             ก่อนอื่นฉันอยากขอบคุณลูกพี่ลูกน้องที่เป็นคนทำให้ได้มารู้จักกับซีรีส์ LoveLive! และพามาพบกับการออดิชั่นในครั้งนี้ค่ะ และอยากยอมรับตัวเองที่จากนั้นพอเห็นข้อกำหนดในการสมัครออดิชั่นก็ตัดสินใจว่า “ต้องผ่านให้ได้!” และกล้าที่จะก้าวออกไปค่ะ เพราะมีความรู้สึกที่ว่า “อยากอยู่ในซีรีส์ LoveLive! อยากชนะให้ได้!” เลยพยายามมาได้จนถึงตอนนี้ค่ะ ถึงจะกังวลเรื่องต่างๆ เพราะโคโรน่าไวรัส แต่พอคิดย้อนกลับไปก็เป็นหนึ่งปีที่มีแต่เรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นเลยค่ะ เพราะคิดว่าได้รับโอกาสให้ได้ก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ จากนี้เลยอยากก้าวไปข้างหน้าในฐานะ Liella! พร้อมซัพพอร์ตกันและกันไปกับเมมเบอร์และแฟนๆ ค่ะ!


    นิตยสาร LoveLive!Days Vol.17 วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2021



    【SPOT】TV Anime『LoveLive! Superstar!!』OP「START!! True dreams」






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in