It has everything to do with the rain.pearandfreesia
CHAPTER VIII - ดิว ไปด้วยกันนะ

  • ภพ: ภพจะพยายามนะดิว พยายามเติบโตไปโดยไม่รู้สึกผิดอะไรอีกแต่ถ้ามันคือการลืมดิว ภพก็ไม่อยากทำ เพราะดิวคือความทรงจำดีๆ




    คิดไม่ตกเหมือนกันว่าจะเขียนถึงดีหรือไม่เขียนถึงดี


    ทั้งตัวหนังเอง ทั้งตัวเรา ทั้งตัวพี่ ... ถ้าพี่เผลอหลงมาอ่าน หรือตั้งใจเข้ามาอ่าน หรือผ่านไปอีกสักสิบปียี่สิบปีเกิดบังเอิญได้มาอ่าน จะตั้งคำถามถึงความอาวรณ์ของเราไหมว่าทำไมจึงไม่จบสิ้นไปเสียที


    นั่นคือเหตุผลที่ปลงใจจรดปลายนิ้วละเลงความรู้สึกไม่ได้เมื่อตอนดูหนังเรื่องนี้จบรอบแรก อารมณ์คุกรุ่นที่น่าแปลกว่า หากเป็นปกติมันควรจะอยากระเบิดออกมาข้างนอก แต่ครั้งนี้มันกลับพยายามดันตัวเองลงลึกข้างใน แอบซ่อนเพราะใจหนึ่งยอมรับว่าเรื่องราวทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นกลายเป็นเพียงแค่ อดีต’ ที่ไม่ควรรื้อฟื้น


    จนกระทั่งการดูหนังครั้งที่สองผลักให้มายืนอยู่ปลายหน้าผาแห่งนี้


    ถ้ามันคือการลืมดิว ภพก็ไม่อยากทำ


    กับความรักครั้งร้ายๆที่ผ่านมา เราเลือกที่จะไม่พูดถึงและเก็บมันเอาไว้ในส่วนของความทรงจำรอวันลบทิ้ง แต่กับครั้งนี้ทั้งที่ทำเอาเจ็บมาก ไม่ต่างกับภพตอนเดินหันหลังออกจากตู้โทรศัพท์ ซ้ำยังเป็นภพที่ติดอยู่กับความโกรธและความไม่เข้าใจ กว่าจะมากระจ่างขึ้นก็ตอนดูหนังเรื่องนี้ แต่เพราะรักมันคือรัก เพราะรักมันจริงถึงมันจะไปต่อไม่ได้ เพราะมันเป็นความทรงจำที่ดี เพราะมันคือคุณที่เราไม่ได้อยากลืม


    ทำไมยังจำ ก็เพราะอยากจำ แค่นั้นจริงๆ


    ดิวไปด้วยกันนะ เป็นหนัง(จัดว่า)รัก ส่งท้ายปี 2019 ผลงานการกำกับของผู้กำกับในดวงใจใครหลายคนอย่างพี่มะเดี่ยว ชูเกียรติ พูดแค่นี้ก็คงการันตีได้แล้วว่าเป็นหนังน่าดูอีกหนึ่งเรื่อง เราไม่ตั้งใจจะเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ในตอนแรก (ถูกเพื่อนชวนก็เออออตามไป) ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย แต่กลับร้องไห้เอาหนักหลังหนังเริ่มฉายไปได้สักครึ่งชั่วโมงและร้องออกมาอย่างสุดกลั้นหลังหนังดับเป็นจอดำก่อนขึ้นเอนด์เครดิต หันกลับไปหาเพื่อนแล้วพึมพำเบาๆ พามาดูอะไร ไม่เตือนกันก่อนเลย


    ก็แล้วใครมันจะไปรู้ว่า หนังจะมากระชากเอาพลาสเตอร์ปิดแผลหลุดจนเหวอะหวะ ก่อนจะสาดน้ำเกลือ ทาด้วยเบตาดีนจนแสบ แต่ก็ฆ่าเชื้อแผลกัดหนองได้ค่อนข้างชะงัด


    (เนื้อหาต่อไปนี้อาจมีสปอยล์... บ้างละนะ)


    ขอบคุณนะ แล้วก็ขอโทษด้วยอยากให้พี่ได้รู้ไว้ ...ตอนที่ดิวคุยโทรศัพท์พร้อมน้ำตาอาบสองแก้ม สายตาของแม่ คำพูดของแม่ คือสิ่งที่บีบหัวใจเราจนมันแทบทนไม่ได้ เป็นครั้งแรกที่คิดว่าได้สัมผัสใกล้ที่สุดกับสิ่งที่พี่ได้เจอมาและตัดสินใจทำในสิ่งที่ได้ทำไป หนังวางน้ำหนักได้ตรงราวจับบทไปขึ้นเครื่องชั่ง มองจากนอกจอเราจึงเห็นว่ามันไม่ใช่ความผิดใครเลยจริงๆที่คนมากมายหลายคนต้องเสียใจ แต่ย้อนกลับไปตอนเป็นคนแสดงเสียเอง คนที่ทิ้งหลายอย่างเพราะคำพูดจากคนที่รัก มันยากจะเข้าใจในตอนที่เขาเปลี่ยนคำพูดไป สิ่งที่เราต้องเสียไปมันเอากลับมาไม่ได้ ความโกรธในใจภพมีเหตุผลในตัวของมัน


    ก็ถ้าจะมีหนังสักเรื่องที่เข้ากับชื่อ "It has everything to do with the rain"  ดิว ไปด้วยกันนะ คงเป็นหนึ่งในนั้น หนังเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับฝนมาตั้งแต่ฉากเปิด จนถึงฉากปะทะอารมณ์ การสอนขี่มอเตอร์ไซค์ที่เราไม่ได้คิดอะไรกระทั่งมีคนถามพี่มะเดี่ยวถึงนัยยะที่ซ่อนอยู่ แล้วผู้กำกับก็เพียงตอบว่า คนเรามันทะเลาะกันด้วยเรื่องงี่เง่า เล็กน้อยทั้งนั้นแหละฟังจบก็หลุดหัวเราะพร้อมน้ำตาสายที่นับไม่ถ้วนของคืนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าในหัวกำลังคิดถึงเรื่องราวของไอศครีมผสมเอ็มแอนด์เอ็มส์ในเรื่องที่ตัวเองเป็นคนแสดง


    ถามถึงฉากที่ตราตรึงเราได้มากที่สุด ซึ่งตัวเองก็ยังแปลกใจ แต่มันแทรกซึมเข้ามาในความรู้สึกได้อย่างสมบูรณ์แบบในการดูรอบที่สอง คือฉากที่ดิวทายาให้ภพหลังจากที่ภพกลับมาจากค่ายบำบัด ...ก็ถ้าใครบอกว่าหนังเรื่องนี้ไม่มี sex scene เราอาจเถียงขาดใจ ฉากที่พูดถึงทั้งละเอียด ทั้งอ่อนหวาน ทั้งดำดิ่งลึกที่สุดก็ว่าได้ในส่วนของเนื้อเรื่องจากฝั่งอดีต คำพูดของพวกเขานั่นแหละคือการสัมผัสร่างกายกันอย่างลึกซึ้งที่สุด.

     

     

     

    นอกจากตัวเมืองเชียงใหม่ที่เข้ามามีบทบาททั้งในภาคอดีตและปัจจุบันแล้ว อีกหนึ่งสถานที่สำคัญอย่าง 'ผาแดง' ก็ได้ไปรื้อค้นเอาสถานที่ในใจที่เราไม่คิดว่าจะได้กลับไปอีกมาฉายซ้ำในความทรงจำจนต้องยกมือขึ้นกุมกลางอก ไว้พามาอีกของภพกับรอยยิ้มของดิว เราเองไม่รู้ว่ามันสมจริงขนาดนั้นได้ยังไง อย่างน้อย ณ ที่แห่งหนึ่งบนโลก พวกเขาก็สามารถมีกันและกันเพียงสองคนในความทรงจำได้ เราไม่เคยพิเรนทร์ขนาดไปสลักชื่อลงในสถานที่แห่งนั้นกันหรอก แต่เราเองทิ้งจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่งเอาไว้โดยจงใจ เหมือนที่เราจะยังคงเห็นดิวเดินเล่นอยู่กลางทุ่งหญ้า ณ ผาแดงเสมอ


    พูดถึงเรื่องราวก่อนปีสองพันมาก็เยอะแล้วจะไม่พูดถึงเรื่องในปีปัจจุบันเลยก็คงไม่ได้ การเจอกันของภพและหลิวมันทำเอาเราอิจฉา ก็คงเป็นสายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด เหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องหาว่ามันคืออะไรของความรักที่ดึงดูดสองพลังงานให้กลับมาเจอกัน (เราเองยังแอบหวังลึกๆอยู่ทุกวันว่า เราจะมีวันนั้น) ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ความทรมานและความรู้สึกผิดในอดีตที่ก่อตัวเป็นกำแพงคั่นอยู่เป็นสิ่งที่ยากจะก้าวข้าม บรรทัดฐานของจริยธรรมและธรรมชาติเข้าทดสอบ ‘ความรักอีกครั้ง ครูกับนักเรียน ผู้ใหญ่กับเด็ก หนำซ้ำยังเป็นผู้ใหญ่ที่แบกรับความรับผิดชอบและหนึ่งชีวิตของภรรยาเอาไว้ ไม่ว่าจะมองมุมไหนมาตรฐานสังคมก็มีแต่จะเบือนหน้าหนี

     

    ใครนะช่างกำหนด ว่าใครจะรักกับใครได้ หากไม่ใช่ความรักนั้นที่กำหนดตัวมันเอง


    ข้างล่างนั่น จะเป็นจุดจบหรือเปล่า?’

    ไม่หรอก มันจะมีทางไปต่อเสมอแหละ


    ฟังประโยคนี้สองครั้งก็ยังร้องไห้ทั้งสองครั้ง เพราะอึดอัดและเข้าใจดี กับสภาวะถูกบีบให้จำนนต่อความเป็นไปไม่ได้ไม่ว่าจะพยายามหาทางออกสักเพียงใด หากแต่หัวใจยังเชื่อมั่นว่ามันจะมีทางออกอยู่เสมอ เป็นความเชื่อที่ไม่ว่าจักรวาลจะเล่นกลอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้


    ก็ว่าจะไม่เขียน เพราะใกล้หัวใจเกินไป พี่เคยบอกไว้แบบนั้น


    แต่ถ้ามันคือการต้องลืม เราก็ไม่อยากทำ.

     




    ป.ล. ในรอบ Q&A เราคิดคำถามได้ค่อนข้างเยอะแต่ก็มีคนอื่นชิงถามไปก่อนซะเยอะเช่นกัน สุดท้ายคำถามที่ยังเหลือก็คือ ตอนที่หลิวจำเรื่องราวของดิวได้หมดแล้ว หลิวหายไปหรือเปล่า’ ซึ่งตรงนี้ผู้กำกับก็ให้คำตอบเราว่าเธอไม่ได้หายไป จึงนำมาสู่คำถามที่สองของเราว่า ทำไมหลิวไม่เลือกพี่ท้อปต้องบอกก่อนว่าเราเองได้มีโอกาสดูดีลีทซีนที่เป็นซีนอารมณ์ระหว่างหลิวกับพี่ท้อป และถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มรุ่นพี่จะยังไม่โตมากนักแต่ก็รักเธอจริงๆจากใจไม่ต่างจากภพ เธอมีสิทธิเลือกแล้วตอนนั้น ทำไมเธอเลือกจะกลับไปหาความรักที่รู้อยู่เต็มอกว่าอาจไม่สมหวังเหมือนที่เคยเป็นมา ...ให้สารภาพความจริง จากใจคนถามออกไป ก็เพราะความรู้สึกเราเองก็เลือกเหมือนกับที่หลิวเลือก ถึงได้ไขว่คว้าหาความน่าจะเป็นอย่างอื่นมาเป็นตัวช่วย แต่พอผู้กำกับแค่หัวเราะและบอกเบาๆว่า เอาน่ามันเป็นไปแล้ว เราก็ได้แต่ยิ้มบางๆตอบไป ...ก็ใช่ มันเป็นไปแล้วนี่นา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in