ฟิคและฟิคเท่านั้นwritia
[OS] Photographed - Yao Chi x Li You
  • Title : Photographed

    Pairing : Yao Chi x Li You

    สานมโนเป็นวันช็อตง่อย ๆ อยากกาวด้วยกันเชิญที่ #โครงการส่งลูกเราให้เขาดูแล นะคะ

    ++++++++++

    สัญลักษณ์ที่ปรากฏบนจอมือถือเป็นรูปพระอาทิตย์กับเมฆ ช่างกล้องหนุ่มเอาร่างสูง ๆ ของตนพิงเข้ากับมุมห้อง มือซ้ายแหวกม่านสีเทามองออกไปข้างนอก

    ภาพตรงหน้าเป็นสีเทาหม่นตรงข้ามกับสิ่งที่แอปพยากรณ์อากาศบอกไว้ ทิวทัศน์พร่ามัวไปด้วยสายฝนที่เทลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เหยาฉือจำได้ว่าท้องฟ้าด้านนอกยังปลอดโปร่งอยู่ตอนที่ออกไปเปิดประตูต้อนรับนายแบบคนสุดท้ายของวันเข้ามาในสตูดิโอ ไม่รู้ว่าเมฆฝนตั้งเค้าตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่จากที่ดูท้องฟ้าแล้วฝนที่กระหน่ำอยู่นี่คงไม่หยุดง่าย ๆ

    ทีมงานคนอื่นกลับกันไปหมดแล้ว นายแบบของเขายังนั่งอยู่บนเก้าอี้สีดำที่ใช้ถ่ายแบบ สายตาที่มองออกไปด้านนอกตรงที่เขาแหวกม่านดูเบื่อหน่าย เหยาฉือรอให้สายตาหลี่โหยวเลื่อนมาหยุดที่เขาแล้วจึงส่งยิ้มเป็นมิตรให้ แม้จะรู้ว่าที่ตนจะได้รับจากอีกฝ่ายคงมีแต่คิ้วขมวดมุ่นกับสายตาที่บอกว่า ‘นายมันประหลาด’ เท่านั้น

    “แย่เลยนะครับ พี่มีงานที่ไหนต่อรึเปล่า”

    หลี่โหยวส่ายหน้าตอบ เขาเริ่มทอดสายตาไปเรื่อยเปื่อยรอบ ๆ สตูดิโอพลางยกข้อนิ้วขึ้นแตะเครื่องสำอางบนใบหน้าด้วยความเคยชิน ครู่หนึ่งโดยไม่รู้ตัวสายตาก็วกกลับมาจดจ้องที่ตากล้องตัวสูง เหยาฉือในเสื้อแขนยาวสีเหลืองมัสตาร์ดเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน บนจอคอมมีรูปของเขาที่เพิ่งถ่ายไปปรากฏอยู่

    หลังจากเลื่อนผ่านรูปไปจำนวนหนึ่งนายแบบหนุ่มก็พุ่งพรวดไปเกาะพนักเก้าอี้ของเหยาฉือแน่น

    “ทำไมไม่มีใครบอกฉัน”

    “ครับ?”

    นิ้วสั่นเทาชี้ไปที่เส้นสีขาวเล็ก ๆ บนเสื้อแจ็คเก็ตสีดำในจอ เหยาฉือมองตามก่อนจะหัวเราะออกมา

    “ไม่เป็นไรหรอกพี่ ผมแก้ได้”

    หลี่โหยวสั่นหัวดิก สองขายาวที่ห่อหุ้มด้วยกางเกงยีนส์สีดำเดินกลับไปรื้อกระเป๋าตัวเอง

    “ถ่ายใหม่”

    น้ำเสียงนิ่งเรียบนั้นบ่งบอกว่านี่เป็นประกาศิต เหยาฉือมองคนตัวเล็กที่เพิ่งล้วงลูกกลิ้งทำความสะอาดขนสัตว์เล็ก ๆ ออกมาจากกระเป๋าด้วยสายตาพิศวง หลี่โหยวเริ่มกำจัดขนแมวออกจากเสื้อแจ็คเก็ตเจ้าปัญหาที่แขวนอยู่บนราว ช่างภาพหนุ่มเกาหัวตัวเองแกรก ๆ ก่อนจะลุกไปเตรียมกล้องสำหรับถ่ายใหม่ ยังไงฝนเทขนาดนี้ทั้งเขาและหลี่โหยวก็คงออกไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว จะถ่ายเพิ่มอีกซักหน่อยก็คงไม่เป็นไร

    หลี่โหยวกำลังเพ่งหาขนแมวที่อาจยังหลงเหลืออยู่บนเสื้อแจ็คเก็ตตอนที่ได้ยินเสียงชัตเตอร์ดังมาจากด้านหลัง เขาหันขวับหาต้นเสียง ดวงตาเบิกกว้าง

    “ถ่ายอะไรน่ะ”

    “ลองกล้องไงครับ”

    ว่าแล้วก็ถ่ายเพิ่มอีกแชะ คนโดนแอบถ่ายถลึงตาแล้วหันกลับไปตรวจสอบเสื้อผ้าอีกรอบ เมื่อหันหน้าพ้นสายตาเหยาฉือแล้วเขาก็พ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเขาก็ถูกถ่ายรูปมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ทำไมจะต้องมาหงุดหงิดใส่เด็กคนนี้คนเดียวด้วย

    “กล้องพร้อมครับ”

    เหยาฉือบอกด้วยเสียงสากน้อย ๆ ของเจ้าตัว ตามด้วยเสียงกุกกักขณะยกเก้าอี้หลบออกจากฉาก หลังเหวี่ยงเสื้อขึ้นคลุมตัวและส่องกระจกเช็คหน้าตัวเองเรียบร้อยคนเป็นนายแบบก็เดินไปเข้าฉาก แสงแฟลชที่คุ้นเคยสาดกระทบใบหน้า

    หลี่โหยวทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ช่างภาพรุ่นน้องอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเหยาฉือถ่ายภาพโดยกางสองขายาว ๆ ออกกว้าง

    “เอ๊ะ ไม่เอาหน้าแบบนี้สิครับ”

    คนถูกแซวจ้องเลนส์กล้องด้วยสายตา ‘ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ’ ก่อนจะกลับมาเก๊กหน้าถ่ายรูปต่อ

    “หล่อครับ...ดีครับ”

    คำชมถูกเอ่ยจากปากตากล้องไม่ขาดสาย

    “จะว่าไปแล้วพี่ก็ตัวแค่นี้เอง ทำไมถึงมาเป็นนายแบบเหรอครับ”

    เหยาฉือถามด้วยเสียงซื่อ ๆ และได้คำตอบเป็นการถลึงตากับน้ำเสียงเย็นเยียบจากนายแบบ

    “สูงมากมาเป็นเอง”

    “ขะ...ขอโทษครับ”

    เหยาฉือกลืนน้ำลายดังอึก รู้สึกถึงเหงื่อโง่ที่ผุดขึ้นตามไรผม ทั้งที่สตูดิโอก็เปิดเครื่องปรับอากาศไว้เย็นฉ่ำแล้วแท้ ๆ ก็แค่อยากรู้ว่าเคยถูกคนอื่นล้อเรื่องส่วนสูงมั้ยเท่านั้นเอง พี่หลี่โหยวใจร้าย เหยาฉือใส่อีโมจิร้องไห้โฮให้ความคิดตัวเอง

    "ถ่ายต่อดิ ให้ว่อง"

    "คะ...ครับ"

    หลังจากได้ภาพเป็นที่พึงพอใจแล้วเหยาฉือก็กลับไปนั่งทำรูปอีกครั้ง เสียงฝนด้านนอกยังไม่มีท่าทีว่าจะเบาลง หลี่โหยวลากเก้าอี้ที่เคยใช้ในฉากมานั่งดูรูปโดยเยื้องห่างมาด้านหลังเป็นวา พอไม่ต้องเห็นหน้าอีกฝ่ายจิตใจเขาก็สงบขึ้นมาก ใบหน้าที่มักจะดูเคร่งเครียดมองรูปในจอที่กำลังถูกปรับแก้อย่างเพลิดเพลิน

    “ว่าแต่นายเถอะ ไม่เคยมีใครชวนไปเป็นนายแบบบ้างเหรอ”

    พอพูดจบมือเล็กก็แทบจะยกขึ้นปิดปากตัวเอง ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเป็นฝ่ายชวนคุย แอร์คงจะเย็นเกินไปมั้ง หลี่โหยวกระชับเสื้อแจ็คเก็ตเข้าหาตัวด้วยสายตาหลุกหลิก เตรียมตัวโดนเหยาฉือหันกลับมามองด้วยสีหน้าล้อเลียน

    ทว่าสิ่งที่เหยาฉือทำคือหัวเราะซื่อ ๆ กลับมา

    “ก็มีนะครับ แต่ผมชอบอยู่หลังกล้องมากกว่า ให้ไปยืนทำหน้าขรึม ๆ ผมทำได้ไม่นานหรอกครับ”

    คนถามผงกหัวหงึก ๆ ดูจากที่เจอหน้ากันไม่นานเขาก็โดนหัวเราะใส่ไปหลายรอบ เจ้าเด็กนี่คงเก๊กหน้านิ่งได้ไม่นานจริง ๆ

    “เอ๊ะ นี่พี่กำลังชมผมว่าหล่ออยู่เหรอครับเนี่ย”

    ประโยคถัดมาทำเอาใบหน้าหลี่โหยวร้อนผ่าว พอเหยาฉือหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มกวน ๆ เขาก็ทำหน้าตึงใส่อีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ

    “ฉันกำลังบอกว่านายสูงต่างหาก”

    “หวา...จริงด้วยสินะครับ”

    คนตัวสูงตอบตามด้วยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้วหันกลับไปทำรูปต่อ หลี่โหยวเบะปากอยู่ด้านหลังก่อนจะลุกไปยืนข้างหน้าต่าง เขาแหวกม่านดูสายฝนที่ยังคงโปรยปราย กระจกที่แตะโดนหูเย็นเฉียบ ไม่รู้ว่าเป็นกระจกที่เย็นหรือหูเขาเองที่ร้อนกันแน่

    แสงสีขาวสว่างวาบไปทั่วท้องฟ้าและลอดเข้ามาในห้องผ่านช่องผ้าม่านที่แหวกไว้ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าดังเฮือก

    “ไม่ๆๆๆ”

    เสียงฟ้าร้องดังตามมา เหยาฉือหันตามเสียงก็เห็นนายแบบหนุ่มยืนตัวแข็งทื่ออยู่ริมหน้าต่าง ตาเบิกโพลงจ้องไปด้านนอกอย่างว่างเปล่า ร่างสูงผุดลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง

    “พี่ครับ?”

    หลี่โหยวได้ยินก็กะพริบตา พยายามขยับตัว แต่ขาที่สั่นระริกกลับกบฏต่อเขา แสงฟ้าแลบวาบเข้ามาอีกครั้ง ปากหยักเผยอน้อย ๆ ขณะพึมพำคำเดิมออกมา

    “ไม่ๆๆๆ”

    “พี่หลี่โหยว?”

    ครืน

    จังหวะที่ฟ้าร้องมืออุ่นของตากล้องตัวสูงก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือของหลี่โหยว ตาที่ยังเบิกกว้างหันมามองหน้าเหยาฉืออย่างขอความช่วยเหลือ

    “พา...พาฉันออกไปที...”

    แขนยาวของช่างภาพหนุ่มกระชากม่านปิด จากนั้นจึงโอบไปรอบไหล่ของคนตัวเล็กแล้วออกแรงเบา ๆ ให้นายแบบหนุ่มออกเดินตาม หลี่โหยวถูกนำกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม หูฟังนุ่ม ๆ ถูกครอบลงมาบนหู เพลงสากลแปลกหูที่ดังออกมาช่วยปกป้องเขาจากเสียงภายนอก

    เหยาฉือค้อมตัวลงเพื่อสำรวจสีหน้าเขา ใบหน้าหล่อเหลากระจายยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องสว่างไสวก่อนจะอ้าปากพูดช้า ๆ ให้หลี่โหยวอ่านปากได้ง่าย ๆ

    ‘ไม่เป็นไรนะครับ’

    นายแบบหนุ่มค่อย ๆ คลี่ยิ้มตอบ เหยาฉือหล่อมากจริง ๆ หลี่โหยวจ้องเข้าไปในตาอีกฝ่ายอย่างลืมตัว

    ถ้าคืนนี้ดวงดาวจะหายไปซักครึ่งท้องฟ้าเขาก็ไม่แปลกใจ ในเมื่อดาวฤกษ์ทั้งทางช้างเผือกได้ถูกนำมาบรรจุไว้รวมกันในดวงตาคนตรงหน้าเขานี่แล้ว

    พระเจ้า เสี่ยวมาก ถ้าใครมาล่วงรู้ความคิดเขาเข้ามีหวังได้ล้อไปยันลูกบวช

    --To be continued--

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in