Solo Trip - ABC Trek ไปเนปาลครึ่งเดือนยังไงไม่ถึง 30,000มนุษย์ที่สังเคราะห์แสงได้
Deurali > ABC บันทึกเส้นทางขาขึ้น (3)
  • Day 8        

    Deurali > MBC > ABC

               เส้นทางวันนี้เป็นเส้นที่สวยที่สุด โดยเฉพาะช่วง MBC > ABC สวยจนบางทีไม่ค่อยอยากถ่ายรูป อารมณ์แบบขอดูด้วยตาดีกว่า ถ่ายไปยังไงก็ไม่เท่าของจริง ใครอยากรู้ว่าสวยแค่ไหนต้องมาเอง ^^


             เส้นทางช่วงเช้าเป็นทุ่งหญ้าแห้ง มีลำธารสีฟ้าใสตัดกับหินสีเทาทางด้านขวา และล้อมรอบด้วยภูเขามหึมาแซมด้วยสีขาวของหิมะ ส่วนช่วงบ่ายคือเดินฝ่าหิมะเน้น ๆ ไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความขาว กางสีน้ำเงินของซอบิน และรองเท้าตัวเอง

         
    บันทึกวันนี้จะไม่เล่าอะไรเยอะ เน้นภาพไปรัว ๆ แนะนำให้จินตนาการความสวยแบบคูณ 10 ไปในแต่ละรูป
        
    แทบทุกคนที่มาจะพูดว่า ภูเขาเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกว่ามนุษย์เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ถ้าเทียบกับธรรมชาติ

    เส้นทางช่วง MBC 

    ลำธารสีฟ้าใส ๆ 

    มีบางช่วงต้องเดินบนหินก้อนใหญ่ มีไต่ ๆ ปีน ๆ นิดหน่อย

    เราพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ซอบินเอาชาใส่กระเทียมมาให้โดยที่เราไม่ได้ร้องขอ (ชาดำ + กระเทียมสด) เกลียดกระเทียมแค่ไหนก็ต้องกิน เพราะ ณ จุดนั้นเราต้องเชื่อฟังลูกหาบมาก ๆ ส่วนรสชาตินั้นตราตรึงมาก ขัดกับวิวสวยงามที่เห็นสุด ๆ 

    สิ่งหนึ่งที่เราชอบคือ โปสการ์ดและสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ตรงหน้าต่างของพักเกือบทุกที ให้ฟิลนักเดินทางมาก ๆ  

    พอช่วงบ่าย เราเริ่มใกล้ภูเขาหิมะมากขึ้น 

    เราเริ่มเดินช้าลง และหายใจลำบากขึ้น แวะพักถี่ขึ้น 

    เริ่มเห็นหิมะที่พื้นมากขึ้น และก้อนเมฆลอยอยู่ในระดับที่เราเกือบจับได้

    รองเท้าเราไม่กันหิมะ เดินแล้วจะลื่น ๆ ลำบากซอบินที่ต้องมาคอยเดินจับไม่ให้ลื่นเป็นช่วง ๆ 


    เงยหน้าขึ้นไปแล้วแบบ โห เรามาได้ขนาดนี้เลยเหรอ

                 เส้นทางช่วงบ่ายเราเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว เราเดินช้าลงมาก ๆ เหนื่อยมากกกกก แบบเดินไม่กี่ก้าวก็พัก รู้สึกได้ชัดว่าอากาศบางลง ซอบินคอยเช็คเป็นระยะว่าโอเคไหม ถ้าแย่หรือไม่ไหวให้บอกทันที
     
                  ในใจตอนนั้นคือแบบเริ่มคิดถึงหมูกระทะ 55555 รู้สึกว่ายังไงก็ได้ ให้แบกร่างกับไปกินหมูกระทะที่ไทยให้ได้!

                  แต่พอยิ่งสูงขึ้น เริ่มรู้สึกลุ้นกับตัวเองทุกก้าวว่าจะรอดไหม หมูกระทะที่นึกไว้ลอยออกจากหัวเลย ขอแค่ให้ถึง ABC ให้ได้ แล้วจะไปนอนตายอยู่บนนั้นอะไรก็ค่อยว่ากัน 

    ข้างทางเริ่มเป็นสีขาว ทั้งเมฆทั้งหิมะรวมกัน สีฟ้าของท้องท้องฟ้าเริ่มน้อยลง

    ช่วงนี้ไรอันรับบทเป็นตากล้อง เดินนำหน้าไปนั่งรอถ่ายรูปให้ เพราะเราเดินช้าเกิน 5555 และซอบินประกบหลัง เผื่อนี่ลื่นจะได้จับทัน 

    สักพักทางข้างหน้าก็ขาวแบบนี้ แทบไม่เห็นเงาคนข้างหน้าเลย มีหิมะตกเป็นช่วง ๆ ด้วย

    ทัศนวิสัยสั้นมาก เราจะมองเห็นพื้นแค่ช่วงที่เราเดินในรัศมีไม่กี่เมตรเท่านั้น

    มองไปข้างหน้าก็ขาว หันไปข้างหลังก็ขาว ข้าง ๆ ก็ขาว The Mist มากแม่

                 ซอบินคอยบอกตลอดว่าอีก 15 นาที อีก 5 นาที ถึง แต่เหมือนเวลาของเราไม่เท่ากัน เป็น 5 นาทีที่นานเหมือนครึ่งชั่วโมง 5555 

                 ในไดอารี่ที่เราเขียนตอนอยู่ที่ ABC เราเขียนความรู้สึกตอนที่เห็นป้าย ABC ไกล ๆ ว่า เหมือนตัวเองเป็นโฟรโดเอาแหวนไปทำลาย แล้วแหวนก็หนักขึ้นทุกก้าว กว่าจะไปถึงสภาพสะบักสะบอมไม่ค่อยต่างกัน 

                และแล้วววววววว และแล้วววววววว


    Finally, We achieved! ถึงแล้วววววว!!!!!!


    ตอนที่ถึงที่ป้ายนี่แทบอยากลงไปนั่งกองกับพื้น


    แต่ซอบินเรียกไปถ่ายรูปกับป้ายก่อน ส่วนคนด้านหลังที่เข้าเฟรมเป็นชาวกัวเตมาลา กำลังสะบัดธงชาติที่เตรียมมาเพื่อถ่ายรูป เขามาคนเดียว และบังเอิญมาก เป็นรูมเมทของเราคืนนี้ด้วยยยย

    แต่ถึงป้ายก็ใช่ว่าจะถึงเลย ต้องเดินไปอีกสักพักถึงจะถึงที่พัก อาคารหินยาว ๆ หลังคาสีฟ้าด้านหลังรูปนั่นแหละ คือที่พัก


         
             พอไปถึงที่พัก ซอบินก็ให้เข้าห้องพักเลย และกำชับว่าห้ามหลับเด็ดขาด ถ้าหลับยูจะป่วย แล้วก็เอาชาดำมาให้กินตลอด เราเดินถ่ายรูปเล่นรอบ ๆ นิดหน่อย ในขณะที่ไรอันลงไปกลิ้งกับหิมะและให้เราถ่ายรูปให้ ถ่ายรูปให้ไรอันเสร็จ เราก็นั่งอยู่เฉย ๆ ในห้อง คือไม่ไหวแล้ว หิมะเริ่มตกหนักมาก หนาวมาก เอาเสื้อเอากางเกงมากี่ตัว ใส่หมดทุกตัว 


     

                 ห้องพักคืนนี้มี 3 คน มีเรา ไรอัน และชาวกัวเตมาลาที่เพิ่งลาออกจากงานประจำมา เรานั่งคุยกันพักหนึ่งแล้วแยกย้ายคนละมุม ไรอันนั่งจัดของในกระเป๋า เรานั่งเขียนไดอารี่ ชาวกัวเตมาลานั่งอ่านหนังสือ พวกเราพยายามทำตัวให้ไม่หลับระหว่างรอมื้ออาหารเย็น 


    และเราก็ไม่ลืมถ่ายรูปด้วยกัน

    บรรยากาศห้องงอาหารที่ ABC กับวิวนอกหน้าต่างขาวโพลน

               หิมะตกหนักมากจนไปไหนไม่ได้ นักเดินทางหลายคนเลยเลือกมานั่งเล่นในห้องอาหาร  เพราะเป็นที่เดียวที่ทุกคนจะมารวมตัวกันได้และอุ่นที่สุด

    พิซซ่าชีสกับมะเขือเทศของไรอัน

    สปาเก็ตตี้ชีส มั้งนะ จานนี้เราน่าจะสั่ง จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน 5555

                 หลังกินข้าวเย็นเสร็จ เราก็นั่งคุยกันพักหนึ่ง และแยกย้ายไปนอนเอาแรง เรากับไรอันนัดกันว่า จะตื่นมาดูดาวกันตอนตีสี่ ตอนนั้นฟ้าคงเปิดแล้ว ดาวคงสวยมากเหมือนที่ poon hill

  • Day 9

                 ไรอันปลุกเรามาตอนตี 4 ตามนัด เราออกมาดูดาวด้วยกันหน้าห้องนอน ท้องฟ้าโปร่งตามคาด และดาวก็สวยมากจริง ๆ ด้วย เราเห็นที่พักอีกฝั่งชัดขึ้น เห็นเงาหิมาลัยสีเทา ๆ เป็น background พอมองสูงขึ้นไปอีกหน่อยก็เห็นดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า สวยยิ่งกว่าภาพแต่งใน Photoshop หลายเท่า ไม่รู้จะบรรยายยังไงเหมือนกัน เป็นอีกหนึ่งซีนที่ประทับใจมาก รู้สึกหายเหนื่อยเลยยยยย

                เราดูดาวกันสักพักและกลับไปนอนต่อ ซอบินมาเรียกเราตอนพระอาทิตย์ใกล้ขึ้น เพื่อจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิว ซึ่งเดินไปอีกนิดเดียว


        เรามาถึงมันตอนพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นพอดี

    แสงเริ่มมา


    ใกล้แล้ว

    อีกมุมหนึ่ง

    หันหลังกลับไปก็จะเห็นที่พักเราเล็กลงนิดหนึ่ง แอบตกใจเบา ๆ ที่เห็นภูเขาใหญ่มากล้อมรอบเราทุกด้าน เพราะเมื่อวานไม่เห็นอะไรเลย

    รางวัลของเหล่าเทรคเกอร์


    ขอชักภาพหน่อย

    ซอบินรับบทช่างภาพจนนางแบบเหนื่อย

    We made it!

    ทำไมเหมือนเราหนาวมากอยู่คนเดียว 555

    ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เดินกลับที่พัก ไปเตรียมตัวเก็บของ กินข้าว และเดินทางกลับ

    (มีต่อ)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in