Solo Trip - ABC Trek ไปเนปาลครึ่งเดือนยังไงไม่ถึง 30,000มนุษย์ที่สังเคราะห์แสงได้
ABC > Pokhara บันทึกเส้นทางขาลง
  •      Day 9

    ABC > Chhomrong

                  ตามที่ซอบินเคยบอกไว้ว่า วันที่เหนื่อยที่สุดคือวันแรกกับวันขาลงวันแรก ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อ ก็ขาลงเขา จะไปเหนื่อยอะไรเยอะแยะ ต้องง่ายกว่าขึ้นสิ สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าจริง เหนื่อยแบบสุดติ่งกระดิ่งแมว เหนื่อยแบบไม่ไหวแล้ว เหนื่อยแบบอยากร้องขอชีวิต ยกให้วันนี้เป็นวันที่โหดที่สุดเลย

                  เหตุผลก็คือ เราต้องเดินจาก ABC ให้ถึง Chhomrong (ที่ที่เปลี่ยนกระเป๋า) ภายใน 1 วัน ซึ่งตอนขาขึ้นเราใช้เวลาเดินเส้นทางนี้ 2 วัน หมายความว่า เรารวบเส้นทางจาก 2 วันเป็น 1 วันนั่น! บวกกับตอนขากลับเจอฝนหนักมาก แถมถึงค่ำอีก เราเลยต้องเดินฝ่าฝนกันเป็นชั่วโมงท่ามกลางความมืด

                  แต่ข้อดีของขากลับ คือ เราได้เห็นเส้นทางช่วง MBC > ABC ชัดเจน ไม่มีหมอกมีเมฆมาบังแล้ว และถ่ายรูปได้ง่าย เพราะไม่ย้อนแสงเหมือนตอนขามา

    ก่อนกลับเราหันไป Say Goodbye ABC ครั้งสุดท้าย หวังว่าเราจะได้เจอกันอีก

    รอบนี้เห็นวิวข้างทางชัดแจ๋ว ท้องฟ้าโปร่ง ไร้เมฆ แต่แสบตาสุด 

    รูปสด ไม่ใช้แอพ ไม่ใช้แสตนอิน แถมถ่ายรูปมาแบบเล็งมั่ว ๆ ด้วย เพราะมองไม่เห็นหน้าจอเลย

    ทัศนวิสัยด้านหน้า

    ขากลับช่วง MBC สวยเหมือนเดิม

    น้ำสีสวยเหมือนเดิม

    วิวข้างทาง

    ช่วงทางแคบ

    หันไปบ๊ายบาย MBC ดีใจที่ได้เจอกันนะ ^^

    พอพ้นจาก MBC ทางก็จะประมาณนี้

                 อย่างที่บอก วันนี้เราต้องทำเวลามาก เลยไม่ค่อยได้หยุดถ่ายรูป เราไปถึงที่ Chhomrong ตอนค่ำ และใช้เวลาเดินอีกนานมากกว่าจะถึงที่พัก คือที่พักอยู่บนยอดภูเขาน่ะ ตอนนั้นแอบคิดในใจ จำเป็นไหมที่ต้องพักสูงขนาดนี้ ทำไมไม่ถึงสักที ทั้งตากฝนหนัก ทั้งมืด ทั้งเหนื่อย ทั้งไอมากขึ้น เราเริ่มเดินช้าลง ช้ากว่าตอนขึ้น ABC อีก เราบอกไรอันว่าไปก่อนเลยไม่ต้องรอก็ได้ แต่ไรอันบอกว่าไม่เป็นไร เราไม่จำเป็นต้องรีบ ค่อย ๆ ไปพร้อมกันก็ได้ ต้องขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ใจเย็นรอเรา

                 พอถึงที่พัก เราก็ไปเอากระเป๋าและซื้อน้ำอุ่นอาบเลย (ราคาน้ำอุ่นประมาณ 100-150 NPR) ไม่อาบไม่ได้แล้ววันนี้ เปียกซกมาก กว่าจะอาบเสร็จก็นานหน่อย เพราะมันปรับอุณหภูมิไม่ค่อยได้ ต้องคอยปิดเปิดใหม่แล้วรออุณหภูมิที่เราโอเคเรื่อย ๆ 

                 คืนนั้นสั่งข้าวเปล่ามากินกับปลากระป๋อง ไม่อร่อยมาก ๆ 55555 ไม่คิดว่าปลากระป๋องเย็น ๆ จะรสชาติแย่ขนาดนี้ คราวหลังจะไม่ทำแบบนี้อีก จะไม่แบกของกินไปแล้วววว

                 ก่อนนอนเราก็ไอหนักมาก น่าจะเป็นเพราะเจออากาศเปลี่ยนทั้งวัน ไอจนไรอันไลน์มาถามว่าโอเคไหม ยูไอหนักเกิ๊น เราก็ว่าโอเคแหละ แล้วก็หลับไป Zzzz

  • Day 10

    Chhomrong > New Bridge

    ตื่นมาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมต้องพักสูงขนาดนี้ เพราะวิวสวยไง (แต่ไม่ได้ถ่ายมา) ถอนคำพูดที่บ่นในใจเมื่อคืนแทบไม่ทัน 5555

    แพนเค้กแอปเปิ้ล มีเนื้อแอปเปิ้ลอุ่น ๆ ซ่อนอยู่ในแพนเค้กตั้งหลายชิ้น

    วิวตรงที่พัก ถ่ายได้แค่นี้ 555

    โต๊ะด้านหน้าที่พัก จำได้ว่าซอบินทำรองเท้าแตะเราตกเขาตรงนี้ แล้วต้องลงไปเก็บมาพักหนึ่ง

    เริ่มออกเดินทาง ทางออกจากหมู่บ้านจะประมาณนี้

    แล้วภาพก็เฟตหายไป ไม่เหลือรูปเส้นทางวันนี้เลย นอกจากรูปโต๊ะกินข้าวร้านอาหารร้านหนึ่ง

    จำได้ว่าช่วงบ่ายวันนี้เข้าไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ที่เป็นทางไปบ่อน้ำพุร้อน หมู่บ้านนี้สีสันเยอะ น่ารักดี เราวางกระเป๋าไว้ในหมู่บ้านนั้น แล้วเดินไปที่น้ำพุร้อนกัน ประมาณ 20 นาทีได้


    ตัวบ่อน้ำพุร้อนเล็กกว่าที่คิด จุได้ไม่น่าถึง 10 คน นี่เป็นลำธารข้างบ่อน้ำพุ

    เราว่าวิวแถวนี้สวยดี เลยเดินถ่ายรูปเล่นแทน ไม่ลงบ่อน้ำพุละ

    เสร็จจากน้ำพุร้อน เราก็มากินมื้อกลางวัน มื้อนี้เรากินมันต้มอย่างเดียว เห็นแบบนี้อิ่มมากนะ อร่อยด้วย แต่เราปอกเปลือกช้าไปหน่อย ซอบินคงกลัวทำเวลาไม่ทัน เลยมาช่วยปอก


    มันฝรั่งต้ม 

                  เส้นทางช่วงบ่ายเป็นทางขึ้นภูเขาแบบไม่มีวันจบ มีทั้งช่วงที่เป็นทางลูกรังโล่ง ๆ และช่วงที่มีต้นไม้ที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์ เริ่มเห็นเฟิร์นอยู่ข้างทางมากขึ้น พอมองหันกลับไปก็ยังเห็นหิมาลัยอยู่ไกล ๆ 


    ตรงนี้น่าจะเป็น New Bridge

                พอข้ามสะพานตรงนี้ไปไม่นานก็ถึงที่พักเล็ก ๆ เราซักเสื้อ 1 ตัว และรอเวลากินข้าว เราสั่งข้าวผัดอะไรสักอย่าง คือให้มาเยอะมาก ยังพูดกับไรอันอยู่เลยว่าจะหมดไหม เพราะปกติกินนิดเดียว แต่สรุป หมดจ่ะ อร่อยมาก 55555

                 พอหลังกินข้าวเสร็จ ลูกหาบชวนกินเหล้าขาวของเนปาล เราก็กินไปนิดหน่อย เพราะไม่ใช่สายนี้ แล้วก็ไปนอน 




  • Day 11

    New Bridge > Deurali

                 เส้นทางวันนี้เป็นอีกเส้นที่เราชอบ เพราะว่าเราผ่านหมู่บ้าน Landruk หมู่บ้านที่มีบ้านอิฐผสมไม้เกือบทั้งหมู่บ้าน 


    วิวในหมู่บ้านประมาณนี้  เราเดินดูวิวบ้านข้างทางเพลินจนลืมเหนื่อย

    บ้านอิฐสีขาวก็มี

    บ้านไม้ผสมอิฐแบบเนปาล

    เราจะเห็นการเลี้ยงสัตว์ แปลงผัก และแปลงดอกไม้เล็ก ๆ ในหมู่บ้านนี้ด้วย
    น้อนมองค้อนทำไมมมม 

    ดอกไม้ข้างทาง น่ารักมาก เข้ากับบรรยากาศของหมู่บ้านนี้สุด ๆ 

    แปลงดอกไม้ข้างบ้าน

    เราแวะเบรคกันที่นี่

    ที่นี่มีกระถางต้นไม้สีสันสดใสวางไว้ด้านหน้าห้องพักเกือบทุกห้อง

    มีแผนที่น่ารัก ๆ ให้เราดูด้วย

            ช่วงบ่ายเราเร่งเดินให้เร็วขึ้น และเจอฝนตกหนักบางช่วงจนต้องหยุดพัก เราแยกกับไรอันวันนี้ เพราะไรอันวางแผนการเดินทางไว้ 9 วัน ซึ่งจะต้องลงไปถึงข้างล่างให้ทันวันนี้ แต่เราแพลนไว้ 10 วัน เลยเหลือเวลาชิล ๆ อีกหนึ่งวัน 

            อีกอย่างเราอยากใช้เวลาคืนสุดท้ายกับวันสุดท้ายที่นี่ให้นานขึ้น อยากมีเวลาซึมซับบรรยากาศ และความรู้สึกเกี่ยวกับการเดินทางให้เต็มที่ด้วย 


    ห้องครัวร้านอาหารร้านสุดท้ายที่ได้กินพร้อมไรอัน

    โต๊ะันั่งที่ร้านอาหารมื้อกลางวันของการเทรควันสุดท้าย เราสั่งไข่ต้ม กับน้ำร้อนมากินกับโจ๊ก

    ช่วงประมาณบ่าย 3-4 โมง เราก็แยกกับไรอันที่ Deurali เราลาไรอันและลูกหาบของไรอันด้วยการบอกขอบคุณที่ดูแลกันและยินดีที่ได้เดินทางร่วมกันตลอด 8 วัน 


    จุดที่เราแยกกับไรอัน

                หลังจากแยกกับไรอัน เราก็เข้าพักที่เกสต์เฮาส์ตรงจุดที่แยกกันทันที ถือว่าเป็นวันที่ได้พักเร็วที่สุด เรารีบเก็บของแล้วออกมานั่งเล่นด้านหน้า

                 บรรยากาศที่หมู่บ้านนี้สดชื่นและชุ่มฉ่ำ เพราะฝนเพิ่งหยุดตก เราเริ่มเห็นบ้านอิฐน้อยลง แถวนี้เป็นบ้านปูนผสมไม้ซะส่วนใหญ่ และเห็นหิมาลัยเป็นฉากหลังอยู่ไกล ๆ เท่านั้น ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่าเรากำลังใกล้ถึงจุดสิ้นสุดการเดินทาง


    เห็นเงาหิมาลัยไกล ๆ ก็รู้สึกเหมือนฝันไป ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าเราพาตัวเองมาถึงที่นี่ได้


    ภาพที่พักถ่ายจากระเบียงห้อง

    ซอบินก็ออกมาสูดอากาศเล่นเหมือนกัน

                    เราออกมานั่งเขียนไดอารี่ย้อนหลังเงียบ ๆ คนเดียวด้านล่าง เพราะไม่ได้เขียนมาตั้งแต่ตอนลงจาก abc ซอบินคงกลัวเราเหงา เลยมานั่งคุยเป็นเพื่อนตลอด
                    บอกตรง ๆ เลยว่าใจหายเหมือนกันที่คืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของการเทรคกิ้ง เราติดใจอากาศบริสุทธิ์และความขลังของหิมาลัยเอาซะแล้ว คิดว่าวันหนึ่งเราคงได้เจอกันอีกแน่  
                   

     เรากับซอบินพลัดกันสอนภาษาไทยและเนปาลให้กัน 

    มื้อเย็นมื้อสุดท้ายของการเทรคกิ้ง มาม่าผัดผักแบบเนปาล

                 เรานั่งคุยกับซอบินจนฟ้าเริ่มมืด ซอบินเลยให้เรากินมื้อเย็นเลย จะได้รีบพักผ่อน พอเรากินมื้อเย็นเสร็จ ก็ขึ้นห้องไปจัดของสักพัก แล้วหลับไปท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของหิมาลัย คืนสุดท้ายแล้ว ฝันดีนะ ^^


  • Day 12

    Deurali > Phedi >Pokhara

                  อาหารมื้อสุดท้ายของการเทรคกิ้งยังคงเป็นแพนเค้กกับน้ำผึ้งหอมละมุนแบบเนปาล คิดว่าจบทริปนี้ไปคงต้องบ่นคิดถึงเมนูนี้บ่อยแน่ ๆ 

    แพนเค้กที่รัก

                  ร่ำลารสชาติแพนเค้กเสร็จก็เริ่มออกเดินทางทันที เส้นทางวันนี้เดินง่ายมาก ๆ ส่วนใหญ่เป็นทางลงเขาและพื้นราบ แต่ที่ยากคืออาการเจ็บเข่าเวลาลงบันได ทำให้เดินได้ช้ากว่าที่ควร


    ทางลงบันไดลงเขาง่าย ๆ ที่ใฝ่ฝัน

    ออกสู่พื้นที่โล่งบางช่วง และซอบินยังคงรับบทช่างภาพดีเด่น ถ่ายแม้กระทั่งตอนยืนแซะดินเล่น

    ทางราบแบบนี้รักมาก อยากให้เป็นทางแบบนี้ตลอดทริป 555

    แถมแห้งด้วย ไม่เฉอะแฉะ ออกแนวร้อนไปนิด

    และยังมีหมู่บ้านอิฐให้เห็น หมู่บ้านนี้เป็นอิฐสีเข้มเกือบทั้งหมู่บ้าน มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

    บางช่วงก็เป็นทุ่งกว้าง
    ชอบที่สุดคือซีนนี้ ทุ่งนาสีเขียวกับบ้านอิฐและฟางข้าวสูง ๆ เหมือนฉากในหนังสือที่เคยอ่านสักเล่ม 


    วันนี้ซอบินเดินทิ้งห่างไกลมาก และเร็วมาก เหมือนอยากถึงจุดหมายเต็มที่แล้ว 555

    เจองานแต่งระหว่างทางด้วย และมีเทรคเกอร์ที่เดินผ่านไปมาเข้าไปเต้นแสดงความยินดีกับบ่าวสาวด้วย

                 เราเดินกันแค่ครึ่งวันก็ถึง Phedi ซึ่งเป็นจุดขึ้นรถกลับ เราเช่ารถกลับเหมือนเดิม ราคาแรงเหมือนเดิม ความจริงเหมือนมีรถประจำทางที่ราคาถูกกว่า แต่ก็กินเวลาเยอะมาก ตอนนั้นเราก็อยากถึงที่พักเร็ว ๆ เลยยอมเสียค่ารถไปเลยจบ ๆ 

                เรานั่งรถกลับมาที่ Phokhara และเอาถุงนอนไปคืนที่ร้านเช่า จากนั้นไปโฮสเทลที่จองไว้ เราลาซอบินกันที่นี่โฮสเทลนี้ ซอบินบอกว่าถ้ามีอะไรทักมาได้ตลอด เราให้ทิปซอบินไปนิดหน่อย ซึ่งความจริงคือตั้งใจจะให้มากกว่านี้ แต่ลืมให้! เพราะเงินที่แบ่งไว้ให้อยู่อีกกระเป๋า >< เลยคิดว่าเดี๋ยวส่งไปให้ทีหลัง 

                โฮสเทลที่เราจองไว้ ชื่อ Hotel Forest Lake Backpackers' Hostel จดชื่อไว้เลยค่ะ แนะนำมากโฮสเทลนี้ เป็นโฮสเทลที่ใหม่มาก สะอาดมาก และดูดีมาก คิดเป็นเงินไทยประมาณคืนละ 150 บาท 

                ห้องนอนและเตียงเป็นไม้สีอ่อน น่านอนมาก แถมวิวทะเลสาบสวยด้วย ห้องน้ำก็สะอาดมาก ๆ นี่ได้แต่เสียดายว่าทำไมไม่จองที่นี่ทั้ง 2 คืน และทำไมไม่ถ่ายรูปมามากกว่านี้ ถ่ายมาแต่ห้องส่วนกลางเนี่ย



    นี่เป็นที่นั่งหน้าห้องพัก มองออกไปเห็นวิวทะเลสาบ (ขออภัยในความมืด)

                  ตอนเช็คอินเข้าที่พัก พนักงานบอกว่าเกิดวันเดียวกันเลย เราก็เออะ ทริปนี้เจอคนเกิดวันเดียวกัน 2 คนแล้ว เรื่องบังเอิญเยอะจังแหะ

                 พอเก็บของเสร็จ เราก็อาบน้ำเลย อาบให้สมกับที่ไม่ได้อาบมาหลายวัน 555 แล้วก็กินขนมกับข้าวที่เหลืออยู่ในกระเป๋าเป็นมื้อกลางวัน จากนั้นก็นอนพัก ชาร์จแบต ฟังเพลง เขียนไดอารี่สักพัก และนอนรอเวลาจนถึงเย็นค่อยออกไปเดินเล่น

                พอตอนเย็นเราก็ออกไปเดินเล่นริมทะเลสาบ โชคดีที่จำทางตอนซอบินพาไปเมื่อตอนมาถึงได้ ส่วนวิวก็ไม่ต่างจากวันที่มาวันแรกเลย ฝนครึ้มมาเหมือนเดิม แต่เราชอบวิวริวทะเลสาบนี้นะ ดูเป็นที่ที่เหมาะกับการเตรียมตัวเริ่มต้นเทรคกิ้งและพักผ่อนหลังเทรคเสร็จจริง ๆ

    มีข้าวโพดและขนมมากมายขายอยู่ข้างทาง เราว่ากลิ่นข้าวโพดปิ้งกับอากาศชิ้น ๆ เย็น ๆ เป็นอะไรที่เข้ากันมาก 

               ตอนเดินไปเกือบสุดทาง ฝนก็ตกหนักมาก เราเลยต้องหยุดรอฝนที่หน้าห้องน้ำสาธารณะ กลิ่นห้องน้ำกับอากาศชื้นนี่ไม่รื่นรมย์เท่ากลิ่นข้าวโพดปิ้งแน่นอน

              พอฝนหยุด เราก็เดินไปเรื่อย ๆ จนถึงโซนขายของที่ระลึก เราใช้เวลาซื้อของอยู่ที่นี่นานมากกกก ซื้อทั้งชา น้ำผึ้ง ภาพวาด โปสการ์ด พวงกุญแจ กำไล หรือแม้กระทั่งไพ่รูปหิมาลัย 5555 ไปรอบหน้านี่กะว่าจะไปหอบชากับน้ำผึ้ง และกำไลมาอีกเยอะ  ๆ ดีมากและถูกมาก

             ท้องฟ้าเริ่มมืด งบในกระเป๋าเริ่มหมด เราเลยตัดสินใจเดินกลับโฮสเทลดีกว่า ระหว่างทางก็แวะกินปอเปี๊ยะทอดเป็นมื้อเย็นที่ร้านอาหารร้านหนึ่ง 

    วิวทะเลสาบจากระเบียงโฮสเทล

               เรากลับมานั่งเล่นตรงโซนส่วนกลางด้านนอกห้องพัก เห็นแบ็คแพ็คเกอร์หลายคนมานั่งคุยกัน บางคนก็นั่งเล่นดนตรีร้องเพลง บรรยากาศตอนนั้นชิวมาก เรานั่งซึมซับบรรยากาศจนพอใจ สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด ก่อนกลับเข้าไปคลุกฝุ่นที่เมืองหลวงต่อพรุ่งนี้


    (มีต่อ)


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in