Solo Trip - ABC Trek ไปเนปาลครึ่งเดือนยังไงไม่ถึง 30,000มนุษย์ที่สังเคราะห์แสงได้
เตรียมพร็อพดี มีแต่รอด: อาหาร เอกสาร อื่น ๆ
  • 4. หมวดอาหาร

                เรื่องอาหารนี่บอกยากนะ ต้องแล้วแต่คนเลยว่าจะถูกใจอาหารเนปาลไหม ถ้าใครชอบรสจัดอาจไม่ถูกปาก เพราะอาหารเนปาลจืดมาก ยิ่งขึ้นไปสูงราคาก็ยิ่งแพง และจะเน้นผักกับแป้งเป็นหลัก ถ้าใครคิดว่าปรับตัวเรื่องอาหารได้แน่นอนก็ไม่ต้องเตรียมอะไรไปมาก นอกจากพวก cereal bar แต่สำหรับเราที่ไปทริปแบบสายยาจก เตรียมอาหารไปเองจะช่วยประหยัดได้เยอะเลย

               แต่...พอไปถึงจริงแล้วเรารู้สึกว่าเราอาหารเนปาลอร่อยกว่าอาหารแห้งที่เราเตรียมไป คือเราชอบอาหารจืด ๆ แบบเนปาล เรารู้สึกว่าอร่อยมาก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะเราเดินมาเหนื่อย ๆ ทั้งวัน เราคงอยากกินอาหารปรุงสดร้อน ๆ มากกว่าอาหารกระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูปอ่ะ ถ้าใครจะไปสายยาจกแบบเราก็เตรียมไปประมาณนี้

              Cereal bar / Chocolate bar 

               อันนี้ควรพกไปทุกคนนะ ให้ตุนพวกช็อกโกแลตเล็ก ๆ  หรือซีเรียลบาร์ไปเยอะ ๆ ยี่ห้ออะไรก็ได้ ให้เลือกดูที่ให้พลังงานเยอะ ๆ ใครนึกไม่ออกก็เอาโกโกครั้นช์แท่งกับเซี่ยงไฮ้แพ็คไปก็ได้ ขนมพวกนี้จะมีประโยชน์มากระหว่างเดิน ทำให้เรามีพลังเดินต่อและไม่หิวระหว่างทาง ให้พกติดไว้ใน daypack เลย

               โจ๊กถุง 

                เอาถุงใหญ่ ๆ ไปหน่อยก็ดี เราเอาถุงเล็กไปแล้วไม่พอ คือให้ฟิลเหมือนกินน้ำมาก เอาไปประมาณ 3-5 ถุง ถ้าจะกินโจ๊กอย่างเดียวต่อมื้อ ไม่อิ่มแน่นอน ต้องกินคู่กับอย่างอื่น เช่น ไข่ต้ม ไม่แนะนำให้เอามาม่าไปนะ เพราะเปลืองพื้นที่กระเป๋า  

              ปลากระป๋อง/ผักกระป๋อง

                เอาไป 3-4 กระป๋อง เอาไปกินกับข้าว หรือไข่เจียว อันนี้อิ่ม คุ้ม กินได้มื้อหนึ่งเลย

              อาหารถุงสำเร็จรูป

                หมายถึง พวกพะแนงถุง ผัดกะเพราถุงที่ฉีกแล้วกินได้เลยแบบไม่ต้องอุ่นอ่า อันนี้แนะนำให้ลองซื้อมาชิมก่อน ถ้าเราไหวก็เอาไปด้วย แต่เราพลาด ไม่ได้ชิมก่อน และรู้สึกว่าไม่ไหวกับรสชาติ อาจเป็นเพราะว่ากินแบบเย็น ๆ ด้วยมั้ง เลยไม่อร่อย ถ้าเอาไปก็ช่วยได้หลายมื้ออยู่

              หมูหยอง/หมูฝอย

               อันนี้เวิร์ค!!!! เอาไปเยอะ ๆ เลย เราว่าดีกว่าอาหารถุงสำเร็จรูปเยอะ เลือกที่แพ็คบาง ๆ แล้วยัดลงกระเป๋าไปเลยจ้า ไปถึงนู่นสั่งแค่ข้าวเปล่าอย่างเดียวพอ 

              ซุปผง

               ความจริงอันนี้ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่ แต่ถ้าใครชอบซุป แล้วมียี่ห้อประจำก็พกไปได้ เราแค่ไปซื้อน้ำร้อนอย่างเดียว แล้วก็ได้ซุปซดร้อน ๆ เข้ากับบรรยากาศหิมาลัยแล้ว

              เครื่องปรุงรส

               สำหรับใครที่ไม่ปลื้มอาหารรสจืด ก็ควรเอาพวกน้ำปลา หรือแม็กกี้ขวดเล็ก ๆ ไปด้วย จะได้ช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหารอร่อยขึ้น หรือใครจะพกพริกผง น้ำพริกเผา หรือน้ำพริกแพ็คเล็ก ๆ ที่ขายในเซเว่นไปด้วยก็ได้สะดวกดี



             ถ้าใครจ้างไกด์หรือลูกหาบแบบรวมค่าอาหารไปด้วย เขาจะจำกัดเมนูอาหารให้เราเลือก ถ้าเราเลือกเกินที่กำหนดไว้ เราต้องจ่ายเอง ซึ่งอาหารเนปาลน่ากินเยอะมาก ถ้าเป็นอาหารจานหลักจริง ๆ นี่คือจานใหญ่มาก เมนูมีตั้งแต่ขนมปัง แพนเค้ก แซนด์วิช ผัดผัก มาม่าต้มผัก พิซซ่า ซุปต่าง ๆ มีทั้งแบบปกติและแบบมังสวิรัติ และมีพวกชีสด้วย แต่ก็นะ เราไปแบบประหยัด ก็ได้กินแค่แบบพออยู่รอด อะไรที่น่ากิน ๆ นี่แทบไม่ได้กินเลย 55555 เพราะของในกระเป๋าที่ตุนไว้ก็ยังอยู่เยอะ นี่คิดว่าคราวหลังต้องไปแบบเพิ่มงบค่ากินหน่อยแล้ว ส่วนใครจะไปเป็นสายยาจกแบบเรา อาหารแต่ละมื้อก็จะประมาณนี้นะ

           
               สูตรอาหารสายยาจก

              เช้า - ส่วนใหญ่กินแพนเค้ก แพนเค้กที่นี่อร่อยมาก น้ำผึ้งก็อร่อยมาก เลมอนแพนเค้กอร่อยสุด แพนเค้กแอปเปิ้ลก็อร่อย หรือไม่ก็ขนมปังเปล่า ๆ ของเนปาลเขาอ่ะ มีหลายแบบนะ ลองเลือกดู ถ้าเราสั่งขนมปังเปล่า ๆ เขาจะมีน้ำผึ้งกับแยมให้ฟรีอยู่แล้ว

              กลางวัน - ไข่เจียว/ไข่ต้ม/ข้าวเปล่า + อาหารถุงที่เอาไป หรือไม่ก็ผัดผัก 
    มันฝรั่งต้ม แซนด์วิช แซนด์วิชที่นู่นใหญ่อยู่ กินอันเดียวก็อิ่ม 

              ตอนเย็น - มาม่า ผัดผัก ข้าวผัด ซุปไข่

            
      น้ำ - เหมือนที่รีวิวอื่น ๆ บอกไว้ เราต้องเอาขวดไปเติม เติมทีน่าจะประมาณ 100-150 รูปี 

        
          ชา - อันนี้ต้องกินบ่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายอุ่น ชาดำที่นี่แก้วละ 50 รูปี คิดเป็น 10 กว่าบาทไทย เรากินชาดำกับอาหารทุกมื้อ กินแทนน้ำเลย รสชติชาดำดีเลยนะ ยกเว้นชากระเทียม เพราะเขาเอากระเทียมสดใส่ชาดำ รสชาติไม่น่ารื่นรมย์เท่าไหร่
  • 5. หมวดเอกสาร

              อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือเรื่องเอกสารสำคัญต่าง ๆ เราควรมีเอกสารสำคัญติดตัวตลอดการเดินทางเผื่อเกิดอะไรฉุกเฉินขึ้นมา
         

             เอกสารสำคัญส่วนตัว

               พาสปอร์ต ข้อมูลประกันการเดินทาง ข้อมูลบุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน และเอกสารที่เป็นข้อมูลส่วนตัวเราให้เก็บไว้ด้วยกัน (พวกเอกสารขอวีซ่ากับเอกสารยืนยันตัวตน) และถ่ายสำเนาอีกชุดเก็บแยกไว้อีกที่ โดยให้ใส่ไว้ใน daypack ติดตัวเราตลอด และที่สำคัญควรอัพโหลดไว้ในอีเมล์หรือระบบ cloud เพื่อสำรองข้อมูลอีกทีด้วย

             TIMS card / ACAP

               เอกสารนี้เป็นเอกสารขออนุญาติสำหรับการท่องเที่ยวแบบ trekking ผ่านพื้นที่ต่าง ๆ เทรคเกอร์ทุกคนต้องขอเอกสารนี้ เราจะจัดการเอง หรือให้ลูกหาบจัดการก็ได้ ถ้าจะจัดการเอง สามารถไปขอได้ที่กาฏมัณฑุที่ Nepal Tourism Board office ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ ย่านทาเมล เวลาทำการ 10.00 - 17.00 น.                    ส่วนเราให้ลูกหาบจัดการให้หมด ลูกหาบจะบอกเราเองว่าต้องการเอกสารอะไรบ้าง และค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ เขาจะทำให้เราล่วงหน้า พอได้มาแล้ว เราจะเก็บไว้เองก็ได้ หรือให้ลูกหาบเก็บก็ดี เราขี้เกียจถือเลยให้ลูกหาบเก็บ เพราะพอถึงด่านต่าง ๆ เขาต้องเป็นคนติดต่อให้เราอยู่ดี เราค่อยเอาคืนตอนเทรคเสร็จอย่างเดียว 

             เอกสารที่เกี่ยวกับการเดินทาง

              เอกสารหมวดนี้จะเป็นเอกสารที่ไม่มีก็ได้ แต่มีเผื่อไว้จะดีกว่า เพราะเราคาดเดาไม่ได้ว่าจะมีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรเกิดขึ้นบ้าง พวกเอกสารเหล่านี้จะช่วยได้ในยามจำเป็นค่ะ

              แผนการเดินทางคร่าว ๆ (Itinerary)          
              เราควรร่างแผนการเดินทางคร่าว ๆ ของเราตลอดทริปติดตัวไว้ ว่าเราจะไปที่ไหนวันไหน พักที่ไหน กับใคร ยังไง กี่วัน ๆ เผื่อไว้ในกรณีที่มีปัญหาสุดวิสัยใด ๆ เพราะการที่เรามีแผนการเดินทางมายืนยันจะช่วยทำให้ทริปเราดูน่าเชื่อถือมากขึ้น

              แผนที่ที่พัก / Booking ที่พัก          
              ถึงแม้ปัจจุบันทุกอย่างจะอยู่ในโลกออนไลน์ และดูข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟนได้ เราก็ยังแนะนำให้มีแผนที่ที่พักและ booking ที่พักแบบเป็นกระดาษติดตัว ในกรณีที่แบตโทรศัพท์หมด หรือไม่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนได้

              แผนที่เมือง / ย่านที่เดินทาง          
              เราเป็นนักเดินทางก็ควรมีแผนที่ติดตัวไว้สักอัน อันนี้ไม่ต้องเตรียมไปเองหรอก ไปหยิบเอาที่โรงแรมหรือโต๊ะบริษัททัวร์ได้เลย เราจะได้เห็นข้อมูลการท่องเที่ยวในมุมต่าง ๆ มากขึ้น ซึ่งแผนที่แบบนี้ได้ออกแบบมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้งานโดยเฉพาะอยู่แล้ว ยังไงก็น่าใช้และดูง่ายกว่าแผนที่ทั่วไปในสมาร์ทโฟนแน่นอน

              ข้อมูลสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงกาฏมัณฑุ          
              หน่วยงานที่จะช่วยคนไทยเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในต่างประเทศ คือ สถานทูตไทยประจำประเทศนั้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ที่เมืองหลวงและเมืองใหญ่ ๆ ของประเทศ สำหรับเนปาล สถานทูตไทยอยู่ที่กาฏมัณฑุเลย เราควรมีเบอร์ฉุกเฉินของสถานทูตติดไว้กับตัวเช่นเดียวกับข้อมูลของบุคคลที่ติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินค่ะ

                    ข้อมูลการติดต่อสถานทูตฯ  (Royal Thai Embassy, Kathmandu)
                    167/4 Ward No. 3, Maharajgunj, Bansbari Road
                    P.O. Box 3333
                    Tel: (977 1) 4371410, 4371411
                    Fax: (977 1) 4371408, 4371409
                    Website: www.thaiembnepal.org.np


  • 6. หมวดอื่น ๆ 

           Skincare

            สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ครีมกันแดด  ครีมบำรุงผิวสูตรชุ่มชื้น และลิปมัน เพราะกลางวันอากาศร้อนจัด แดดแรงมาก กลางคืนอากาศก็แห้งเย็นสุด ๆ อาจทำให้ผิวและปากเราแห้งจนแตกได้ พกตัวที่เหนอะหนะสุดไปเลยก็ได้ ส่วนอย่างอื่นแล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลเลย เราพกไปแค่ biore สีฟ้า สำหรับกันแดด และเจลว่านหางจระเข้ซื้อจากเซเว่น 2 ซอง แค่นั้นจริง ๆ    

            อุปกรณ์อาบน้ำ

             ถ้าไม่รวมวันไปและวันกลับ ก็อาบแค่สองครั้ง คือ วันที่เปียกฝนหนัก ๆ เราก็ต้องพกสบู่ ยาสระผมไซส์มินิไปด้วย และอย่าลืมแปรงสีฟันกับยาสีฟันด้วย ปกติลูกหาบจะไม่แนะนำให้อาบน้ำบ่อย เพราะอากาศเย็นมาก เสี่ยงไม่สบาย ถ้าอาบต้องอาบน้ำอุ่นเท่านั้น ค่าน้ำอุ่นอยู่ที่ 100-150 ซึ่งเป็นนำอุ่นที่ทรมานมาก คือปกติเราเป็นคนอาบน้ำร้อนอยู่แล้วนะ นี่ร้อน 50-60 องศา ไม่ไหวจ้า ต้องคอยปิดเปิดตลอด คือพอเปิดแล้วต้องรีบใช้ก่อนที่องศามันจะขึ้นถึง 50 แล้วปิด พอปิดน้ำปุ๊บลมเย็นก็จะพัดเข้ามา ก็จะหนาว ๆ ร้อน ๆ อยู่ในห้องน้ำพักใหญ่

            กล้องถ่ายรูป / อุปกรณ์ไอที

              ใครใคร่พกกล้อง พกไปเลย แล้วอย่าลืมอุปกรณ์ซัพพอร์ตให้พร้อมนะ แต่ก็ระวังเรื่องอากาศหนาวจัด และอุปกรณ์กันน้ำด้วย ที่สำคัญเตรียมแบตสำรองไปเยอะ ๆ ที่นู่นเขามีบริการชาร์จโทรศัพท์และทุกอย่าง ช่วงวันแรก ๆ จะฟรีอยู่ แต่พอขึ้นไปที่สูงเริ่มเสียค่าบริการ และจะมากขึ้นตามความสูง ส่วนเราตอนนั้นเอาไปแค่ iphone 5 และ power bank ภาพทุกอย่างถ่ายจากกล้องโทรศัพท์หมดเลย ถ้าไม่สวยก็ขอโทษด้วยน้า >< ได้แค่นี้จริง ๆ

            Support เข่า

             อันนี้ใครลงทุนซื้อของแพงได้ ซื้อไปเลย สำคัญมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้เข่าอย่างหนักหน่วงมาก่อน เราเตรียมไป แต่เป็นอันละไม่ถึงร้อย เพราะคิดว่าคงไม่อะไรมากมาย ปรากฏว่าขาขึ้นไม่เป็นไรจริงเพราะเตรียมร่างกายมาดี แต่ตอนลงเท่านั้นแหละ เข่าเราจะกระแทกกันเยอะมาก กระแทกจนปวด เดินแทบไม่ไหว กลับไทยมาแล้วก็ยังปวดไปอีกหลายเดือน แนะนำให้เตรียมไปให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

             เงิน

             แลกเงิน USD จากไทยไปนะ แล้วไปแลก NPR ที่สนามบิน หรือตามย่านเมืองท่องเที่ยวก็ได้ มีให้แลกเยอะไม่ต้องกลัว เวลาแลกก็แลกแค่ส่วนที่จำเป็นต้องใช้เป็นหลัก และเหลือเงิน USD บางส่วนไว้ ถ้าไม่พอค่อยแลกใหม่ 1 NRP = 0.3 THB / 1 USD = 117 NPR (โดยประมาณ) เวลาจะคำนวณเงินสกุลเนปาลเป็นไทยคร่าว ๆ เราก็จะเอาเงินรูปีเนปาลมาหาร 3 แล้วก็อย่าลืมสำรองเงินไว้ในบัตรเครดิต / เดบิตไว้ด้วย เผื่อเงินไม่พอจะได้กดใหม่ได้

           ฝุ่น

            ฝุ่นที่นู่นเยอะมาก มากแบบมาก ๆ มากกกกกกกกกก โดยเฉพาะในตัวเมืองหลวงและเมืองใหญ่ แต่ช่วงที่เทรคไม่ค่อยมีหรอก ยังไงก็เอาหน้ากากไปเยอะ ๆ เลย ใครเป็นภูมิแพ้ก็เอายาแก้แพ้ไปด้วยเยอะ ๆ  เรา underestimated ฝุ่นเนปาลไว้ต่ำมาก เลยเอาไปแค่ 3-4 อัน เกือบไม่พอ

            ถุงพลาสติก

             พกถุงพลาสติกใหญ่ ๆ ไปสัก 2 ใบ เล็ก 2 ใบ เผื่อใส่ผ้าเปียกกับใส่เสื้อผ้าตอนอาบน้ำ เพราะห้องน้ำส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีที่แขวนผ้าเยอะ เราต้องเอาเสื้อผ้าใส่ถุงพลาสติกหรือกระเป๋ากันน้ำเข้าไป ส่วนถุงเล็กเอาไว้เผื่อใส่ขยะระหว่างเดิน แล้วยังไม่เจอจุดทิ้งขยะให้ 

            ไม้แขวนเสื้อ + ตัวหนีบผ้า

             พกไปสัก 2- 3 อัน เพราะบางทีเราต้องตากเสื้อผ้าที่โดนฝน ไม่งั้นเหม็นอับแย่ หรือบางทีอาจต้องมีซักเสื้อระหว่างทางสักตัวสองตัว ถ้าเรามีไม้แขวนเสื้อไปจะสะดวกกว่า ผ้าก็แห้งเร็วกว่า พกผงซักฟอกใส่ถุงเล็ก ๆ ไปด้วยก็ดี แต่ถ้าใครไม่อยากพกเยอะ ก็จะใช้สบู่หรือยาสระผมซักแทนก็ได้ แต่ถามว่าผ้าแห้งไหม ขอตอบเลยว่า ไม่!!! มันจะชื้น ๆ อยู่หน่อย ๆ แต่พอเอามาใส่เดินตอนเช้าก็จะแห้งเอง
     

            เพลง

            อุปกรณ์ฟังเพลงต่าง ๆ เอาไปให้พร้อม ไปเดินท่องโลกในที่ที่บรรยากาศดี ๆ ธรรมชาติสวย ๆ พร้อมเพลย์ลิสต์เพลงโปรดยังไงก็ฟิน หรือถ้าใครอยากจะเดินเงียบ ๆ ขี้เกียจเอาไป ก็ไม่เป็นไร แบบเรานี่ไม่ได้เอาเพลงไปเลย แต่ลูกหาบเป็นคนติดฟังเพลง เลยเปิดเพลงเนปาลให้ฟังตลอด 10 วันที่ ก็เลยได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกแบบ


    (มีต่อ)



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in