Novelber 2017fdfeefa
Day 29 รักไปจนวันตาย
  • Day 29 รักไปจนวันตาย

    “ทำไมคุณไม่เคยมาหาผมเลยละเดฟ?”

    จอห์นไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณทอมกลับไปเขาสมควรรู้สึกอย่างไรดีระหว่างดีใจที่ในวันนี้เขาก็ได้รู้ว่าเดฟยังอยู่ใกล้ๆ รอบตัวเขาหรือว่าเสียใจที่แม้ว่าเดฟจะอยู่ใกล้กันแต่ว่าเดฟกลับไม่เคยมาให้เขาได้เห็นให้เขาได้หายคิดถึงเลยสักครั้ง

    “คุณโกรธผมเหรอเดฟที่ผมไม่ยอมฟังคุณพูด? ทำไมคุณไม่มาบอกกับผมละมาบอกกับผมสิเดฟแล้วผมจะยอมฟังคุณทุกอย่าง ตอนนี้ผมจะนั่งฟังคุณ”

    จะว่าไปนั้นสิมันตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่เขาเลิกฟังความคิดเห็นของเดฟ มันนานแค่ไหนแล้วที่เขาเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ยิ่งเดฟไม่เคยตำหนิและเอาแต่ยอมให้เขาก็ยิ่งได้ใจ เพราะเดฟไม่เคยต่อว่าที่ผ่านมาเขาจึงไม่เคยใส่ใจที่จะมองกลับไปเลยความไม่ฟังของเขานั้นมันทำให้เดฟเสียใจมากขนาดไหน

    “มาหาผมสักครั้ง...ได้ไหม?”

    เขารู้ว่าตอนนี้เขากำลังทำตัวเป็นเด็กเล็กที่ทำอะไรโดยที่ไม่ได้ผ่านการไตร่ตรอง เช่นในตอนนี้นี้ที่เขาเอาแต่พูดขอร้องให้เดฟมาเจอเขาทั้งๆ ที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เดฟมีจริงตามคำบอกเล่าของคุณทอมไหมหรือว่าเดฟจะอยู่ที่ไหนจะยังอยู่ในนี้จะสามารถได้ยินในสิ่งที่เขากำลังพูดขอร้องนี่หรือไม่

    เขาเอาแต่ร้องหาอย่างเอาแต่ใจเพราะเดฟมักจะตามใจเสมอ แต่แล้วความเอาแต่ใจของเขาในวันนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้เขาสมหวังเมื่อไม่ว่าเขาจะเรียกร้องผ่านไปแล้วครึ่งคืนเดฟก็ไม่อ่อนข้อและยอมมาหาเขา


    “จอห์นคุณขึ้นไปนอนดีๆ สิครับ”

    “…”

    “จอห์นผมไม่สามารถอุ้มคุณได้นะ เพราะงั้นคุณช่วยตื่นมาขยับตัวสักนิดได้ไหม?”

    “…”

    “จอห์นผมรู้นะว่าคุณตื่นแล้ว”

    “…”

    “ถ้าคุณไม่ยอมลืมตาผมจะไม่พูดด้วยแล้วนะ”

    “เดฟ!!”

    ตอนแรกที่ได้ยินเสียงเขานึกว่าเขาฝันไปเขาจึงไม่ยอมลืมตาตื่นเพราะเขากลัวเหลือเกินว่าเสียงนั้นของเดฟจะหายไปถ้าเขาเพียงลืมตาขึ้นมา แต่แล้วคำขู่นั้นของเดฟมันช่างเหมือนจริงมากกว่าจะเป็นเพียงแค่ความฝันมันเลยทำให้เขายอมเสี่ยงยอมลืมตาตื่นขึ้นมาและเขาก็พบว่าเดฟกำลังนั่งยองอยู่ตรงหน้าของเขาจริงๆ แล้วแม้ว่าเขาจะลืมตาเดฟก็ยังคงไม่ได้หายไป

    วืด วืด ความดีใจที่เห็นว่าเดฟอยู่ตรงนี้ทำให้เขาเอื้อมมือทั้งสองข้างไปข้างหน้าด้วยความตั้งใจที่จะคว้าเดฟเข้ามากอดเอาไว้แนบอกแต่ไม่ว่าเขาจะเอื้อมมือออกไปกี่ครั้งเขาก็สัมผัสได้เพียงลมหนาวเย็นกับความว่างเปล่าที่หลงเหลืออยู่ในอ้อมกอดของเขา

    “ทำไมละทำไม”

    “คุณก็รู้จอห์นว่าคุณไม่สามารถกอดผมได้”

    “ทำไมต้องเป็นแบบนี้!!”

    แม้จะรู้ว่าการไขว่คว้าไปข้างหน้าจะมีแต่ความว่างเปล่าแต่เขาก็ไม่สามารถที่จะยอมรับมันได้โดยง่ายเขายังเอาแต่คว้าไปทางด้านหน้าแม้ต้องทนเห็นมือของตัวเองผ่านร่างของเดฟอยู่ซ้ำๆ แล้วยิ่งทำเท่าไหร่มันก็ยิ่งตอกย้ำว่าเดฟไม่ใช่คนที่เขาสามารถแตะต้องได้ในตอนนี้แต่ทำไมละทำไมเขาจะไม่สามารถกอดคนที่เขารักได้ละ

    “พอแล้วจอห์น พอแล้ว”

    “ผม ผม”

    “จอห์นอย่าเป็นแบบนี้เลย”

    เดฟเอื้อมปลายนิ้วของตัวเองมาเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลลงอาบข้างแก้มให้กับเขา แม้มือของเดฟจะไม่สามารถสัมผัสกับผิวแก้มของเขาได้โดยตรงแต่ความเย็นที่ไหลผ่านข้างแก้มนั้นมันก็เย็นมากพอที่จะสามารถทำให้น้ำตาที่อยู่ที่แก้มมันแห้งไปบ้างได้

    “คุณหนาวหรือเดฟทำไมมือของคุณถึงเย็นแบบนั้น? คุณกำลังหนาวเหมือนผมเลยใช่ไหม?”

    “ใช่ผมหนาวและที่คุณหนาวก็เพราะว่าผมอยู่ใกล้คุณ”

    “หมายความว่า?”

    “ครับ”

    “ฮ่าๆๆๆ ผมนี่มันโง่จริง”

    แม้ว่าเขาจะไม่ต้องถามให้จบประโยคเดฟก็สามารถเข้าใจคำถามของเขาและตอบคำถามของเขาด้วยการพยักหน้า และที่เขาหัวเราะออกมาก็เพื่อหัวเราะเยาะตัวเองที่ชั่งโง่ที่สุดที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเอาแต่พยายามทำตัวเองให้อุ่นโดยที่ไม่เคยรู้หรือเอะใจสักนิดเลยงว่าทำไมเขาถึงเป็นคนเดียวที่หนาวแบบไม่มีสาเหตุและไม่มียารักษาอาการของเขาได้งั้นที่แล้วมามันไม่เท่ากับว่าเขาได้ไล่เดฟไปให้ไกลตัวหรือยังไง เขาลืมไปได้ยังไงเดฟคือคนที่รักหน้าหนาวเป็นชีวิตจิตใจขนาดวันที่เดฟจากไปยังเป็นวันที่อากศติดลบมากกว่าลบสิบด้วยซ้ำ

    “ไม่จอห์นคุณไม่ได้โง่เลยคุณไม่ได้โง่เลย”

    เมื่อรู้ว่าต้นเหตุของความหนาวของเขาคืออะไรเขาก็ลุกขึ้นไปปิดเครื่องทำความอุ่นนั้นลง

    “ปิดทำไม? เดี๋ยวคุณจะหนาวเอานะจอห์น”

    “ไม่เป็นไรผมโอเค”

    แม้ว่าตัวของทั้งสองคนจะไม่สามารถสัมผัสกันกอดกันได้แถมการอยู่ใกล้กับเดฟมันจะทำให้เขาอยู่ท่ามกลางน้ำแข็งแต่เขาก็ยังเลือกเดินมานั่งใกล้กับตัวของเดฟให้มากที่สุดปล่อยให้ความหนาวเข้ามาคลอบคลุมเขาให้ได้มากที่สุด

    “วันนั้นที่คุณวิ่งตามผมมาที่บรรไดคุณต้องการพูดอะไรกับผมเหรอ?”

    “ผมแค่อยากวิ่งมาขอโทษคุณ อยากให้คุณยกโทษที่ผมพูดไม่ดีแบบนั้น ใส่คุณ”

    “ขอโทษผม? ผมสิต้องเป็นฝ่ายขอโทษคุณที่ผมทิ้งให้คุณอยู่ที่บ้านหลังนั้นเพียงคนเดียวตั้งนานผมไม่ได้ไปหาคุณเลย”

    “ผมเข้าใจ”

    รอยยิ้มของเดฟที่ส่งมาให้มันบ่งบอกว่าเดฟได้เข้าใจเขาจริงๆ ตามที่พูดคำว่าเข้าใจของเดฟไม่ได้ถูกใช้เพียงแค่ปลอบใจเขาเพียงเท่านั้น

    “ผมเข้าใจว่าคุณต้องเจออะไรบ้างจอห์น ผมรู้ว่าคุณกดดันมากแค่ไหนเพียงแต่วันนั้นผมแค่รู้สึกอิจฉาคู่รักคู่อื่นที่เขาสามารถคบกันได้อย่างเปิดเผย ผมเลยพูดไม่ได้ใส่คุณเรื่องแม่ ผมขอโทษ”

    “ผมก็ต้องขอโทษที่ไม่เคยหยุดรอฟังคุณเลย และการไม่ฟังของผมเนี่ยละที่ทำให้ผมต้องเสียคุณไปผมนี่มัน…”

    “คุณจำคำพูดของผมวันที่เราครบรอบหนึ่งปีที่คบกันได้ไหม? ที่ผมบอกว่าผมจะรักคุณไปจนวันตาย”

    “จำได้สิ วันนั้นผมยังหัวเราะไม่เชื่อคุณอยู่เลยว่าแต่มันเกี่ยวอะไรกัน”

    “งั้นก็เลิกโทษตัวเองได้แล้วจอห์น เรื่องวันนั้นมันคืออุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกจริงไหม? อีกอย่างผมได้ทำตามที่พูดเอาไว้ มันอาจจะเป็นชะตาของผมก็ได้”

    “ชะตา?”

    “ที่ต้องรักคุณจนวันตายไงทางเบื้องบนเขาอาจจะกำหนดมาแล้วว่าให้เป็นแบบนี้”

    “อย่างนั้นเหรอ คุณว่าแบบนั้นเหรอ?”

    เขาทั้งสองคนปล่อยให้ความเงียบที่ไม่มีความอึดอัดเข้ามาปกคลุมแทนเสียงพูดคุย ไม่น่าเชื่อว่าความหนาวที่เขาไม่เคยทนได้ในตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามันคือความเย็นสบายที่เขาไม่อยากที่จะเสียมันไปและเขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันไม่ใช่ความสบายของอากาศแต่มันคือความสบายใจแบบเดียวกับตอนที่เขายังมีเดฟอยู่ข้างๆ

    “คุณต้องปล่อยวางเรื่องของผมนะจอห์น” เขานั่งเงียบข้างๆ กันไปจนถึงเกือบรุ่งสางแสงสีส้มเริ่มมีประกายส่งมาจากท้องฟ้าให้เห็นก่นอที่เดฟจะเป็นคนทำลายความเย็นสบายนี้ลง

    “ไม่ ผมไม่มีวันลืม ผมจะไม่ลืมเรื่องของคุณ”

    “ผมบอกให้ปล่อยวางแต่ผมไม่ได้บอกให้ลืม”

    “ผมกลัว ผมกลัวว่าผมจะลืมว่าเราเคยรักกันยังไง”

    “ผมอยากให้คุณจำเรื่องดีๆ ของเราเอาไว้เท่านั้น ทำให้ผมได้ไหม?”

    “ผมจะพยายาม”

    เดฟยิ้มให้กับเขาก่อนที่บางส่วนของร่างกายของเดฟจะเริ่มเลือนและจางลงและเหมือนว่าเดฟจะพร้อมกลืนไปกับอากาศในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้า

    “เดฟ เดฟ ทำไมคุณ?”

    “ผมต้องไปแล้วจอห์น”

    “ไม่ผมไม่ให้คุณหายไป ผมไม่ให้คุณไป”

    “จอห์นผมไม่ได้ไปไหนเลย ผมยังอยู่ในนี้เสมอ” ไอของความเย็นเข้ามาเกาะอยู่แถวตำแหน่งของหัวใจของเขาพร้อมกับสายตาของเดฟที่จ้องมองอยู่ตรงนั้นก่อนที่ร่างทั้งร่างของเดฟจะค่อยๆ เลือนหายและกลืนทั้งหมดไปกับอากาศ

    “เดฟคุณจะอยู่ในนี้เสมอและผมก็จะรักคุณไปจนวันตายเช่นกัน”

    เสียงกระซิบที่แผ่วเบาของเขาที่ต้องการบอกกับเดฟมันช่างขัดกันเสียงตะโกนร้องที่แสดงออกถึงความเจ็บปวดที่ก้องดังไปทั้งห้องนอนอยู่หลายชั่วโมงของเขาเหลือเกิน


    10 ปีต่อมา

    “สวัสดีครับท่านผู้ชมวันนี้เป็นวันแรกที่เข้าสู่หน้าหนาว อากาศในช่วงเช้า…”

    “หนาวสักทีสินะ”

    เสียงของผู้ประกาศข่าวยามเช้าที่ดังออกมาจากทีวีในห้องของเขาทำให้เขาต้องเดินไปเปิดหน้าต่างกับประตูระเบียงเพื่อรับลมหนาวแรกของปี เพราะมลภาวะในชั้นอากาศปีนี้หนาวช้ากว่าทุกปีจนเขายังแอบหวั่นใจว่าปีนี้อาจจะไม่มีลมหนาวมาเยือน

    “ นั้น”

    เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่จู่ๆ ก็มีเม็ดหิมะเริ่มลอยลงมาสู่พื้นดิน เขารู้ว่าถ้าไม่อยากจะไม่สบายเขาควรเดินเข้าไปในห้องแล้วหยิบเอาเสื้อกันหนาวสักตัวมาสวมทับชุดนอนชุดนี้ก่อนที่จะก้าวออกไปชมความงามของหิมะแรกของปีที่นอกระเบียงแต่เป็นเพราะความดีใจของเขานั้นมันมีมากเหลือเกินเขาจึงรีบก้าวออกไปเพื่อยิ้มรับและสัมผัสกับหิมะแรกของปี

    “เดฟ ผมคิดถึงคุณจัง”










Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in