life pretty sucks but not that sucksaoiluvtae
Life sucks, 2021 ver. and Hello 2022
  • 2021 ผ่านไปแล้ว สวัสดี 2022
    และสวัสดีคนแปลกหน้าที่แวะหลงเข้ามาด้วยนะคะ :)

    ไม่รู้อะไรดลใจให้มานั่งพิมพ์นั่งเขียนอะไรแบบนี้ ทั้งที่ปกติก็ไม่ใช่คนมักเขียนเล่าเรื่องอะไรของตัวเองยาว ๆ เลย อาจเพราะหดหู่กับชีวิตจนต้องหาที่ลง อย่างน้อยได้เขียนระบายออกมาก็ดี5555555  

    ปีที่ผ่านมา จะว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะ ได้ทำอะไรใหม่ ๆ ก็แยะก็พูดได้ไม่เต็มปาก เพราะหลังจากจบมาก็เจอโควิด กว่าจะหางานได้ก็ปลายปี 2020 เลย พอมาปีนี้ก็ได้เริ่มทำงานตำแหน่งใหม่
    กับบริษัทเดิม จากงานเอกสาร ก็โยกย้ายมาได้มาทำงานฝ่ายขาย ตอนแรกก็ไม่ได้มั่นใจอะไรเลยว่าจะทำได้มั้ย แต่เพราะความเคว้งและไม่อยากตกงานยาว บวกกับ
    ยังไม่มีทุนหรือเงินเก็บเพียงพอที่จะเอาไปทำสิ่งที่ชอบ เลยต้องตัดสินใจมาทำงานนี้ดู และพอทำเข้าจริงๆ ก็เป็นอย่างที่คิดอะ มันไม่ง่ายเลย ไม่ใช่งานถนัด ไม่ใช่สิ่งที่ชอบอะ
    และคิดกับตัวเองมาตลอดเลยนะว่าจะไม่เอางานขายงานเซล ไม่ใช่แนวเลย แรกๆ ก็ค่อนข้าง suffered มากกกก กว่าจะปรับตัวได้ จนถึงตอนนี้ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก ยังมีพูดตะกุกตะกัก
    ขายไม่คล่อง ด้วยนิสัยเป็นคนขี้เกรงใจ คิดนั่นนี่ว่าลูกค้าจะรำคาญ จะไม่ชอบ ซึ่งใช่ มันก็มีทั้งลูกค้าประเภทที่รำคาญและไม่ชอบ สุดท้ายก็โดนตัดสายหรือโดนพูดไม่ดี พยายามตัดบทใส่
    เอาจริงก็ชวนเฟลและเสียความรู้สึกนิดหน่อย ไหนจะไม่ได้ชอบงานนี้เป็นทุนเดิมอีก และพอทำมาเรื่อยๆ เจอมาบ่อยๆ มันก็สะสมกับตัวเอง จนถึงขั้นกดดันและเก็บกดกับสิ่งที่เจอ หรือพูดง่ายๆ ก็คือ
    มันชวนประสาทแดกมาก แต่ทำไรไม่ได้ นอกจากต้องทำใจและปล่อยวางไป ไม่เก็บมาให้อารมณ์เสียอะ แต่เอาจริงก็ต้องพยายามมากเหมือนกันในการดึงสติตัวเองกลับคืนมา พยายามบิ๊วตัวเอง
    ให้เดินหน้าต่อ โทรไปสายต่อไปให้ไหว นอกจากลูกค้าประเภทที่พูดถึงไปแล้ว ก็มีอีกประเภทที่คอยรับฟัง ไม่ได้ตัดบทหรืออะไร หรือบางคนก็มีท่าทีที่คุยด้วยดี ซึ่งรู้สึกขอบคุณทุกครั้งกับลูกค้าประเภทนี้
    ขอบคุณที่สละเวลารับฟัง และให้เราได้พูดทำงานในเวลาสั้นๆ ไม่เกินหนึ่งนาที บางคนแค่พูดดีด้วยนิดหน่อย เราก็ใจฟูแล้ว มันเหมือนเป็นพลังเสริมแรงให้ทำงานต่อไปได้

    นอกจากนี้ ทั้งปีก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย วัน ๆ นั่งโทรศัพท์หาลูกค้าอยู่แต่บ้าน หดหู่เหมือนกัน เพราะหลายครั้งมันก็มีโมเมนต์อยากออกไปทำงานนอกบ้าน ไปนั่งทำงานร้านกาแฟ หรือออกไป workcation
    ที่อื่นบ้างนอกเหนือจากในห้องนอนเงียบ ๆ แต่ทำไงได้ ตัวงานมันไม่เหมาะจะทำข้างนอกเลย ทำให้ตอนต่อสัญญาเลยชั่งใจเป็นพิเศษว่าต่อดีมั้ย หรือทนทำต่อไป เพราะสัญญาใหม่ก็ 6 เดือนเลย
    ถ้ามองแบบตัวเลขก็ดูนานนะ 6 เดือน แต่พอเปลี่ยนมุมมองใหม่เป็นบอกว่าตั้งแต่มกราจนถึงมิถุนา มันกลับให้ความรู้สึกอีกแบบที่ก็ไม่ได้นานขนาดนั้น งง ๆ

    แต่ก็แหละ พอมานั่งคิดกับตัวเองดูแล้ว ก็อยากได้งานใหม่มากๆ งานที่อย่างน้อยก็ถูกจริตกับตัวเองมากกว่านี้ งานที่สามารถออกไปข้างนอกได้ ไม่ต้องติดต่อลูกค้าตลอดเวลาทำงานแบบนี้ ซึ่งน่าเบื่อ
    และเรามองว่า ไม่ได้ช่วยเสริมทักษะอะไรมากเลย แน่แหละ ในแง่หนึ่งมันก็ช่วยเสริมเกี่ยวกับการพูด ทำให้กล้าแสดงออก เข้าหาคนได้มากขึ้น แต่อีกแง่ มันก็เป็นงานขายที่ไม่มีทางโตไปมากกว่านี้แล้ว
    เว้นเสียแต่จะลาออก และนำประสบการณ์ที่ได้มาต่อยอดสักทางแหละ ประสบการณ์ทำให้เราโตขึ้น แต่การทำอะไรซ้ำๆ จำเจแบบนี้ไปนานๆ อีกทั้งไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตที่อยากเป็นขนาดนั้น
    สักวันนึงก็คงต้องลาออกอยู่ดี คิดกับตัวเองทุกวันแหละ มันไม่ใช่งานที่เราจะอยู่กับมันไปนานๆ อยู่แล้ว ตอนนี้ก็ทำไปเพื่อเก็บเงิน เพื่อนำไปต่อยอดทำในสิ่งที่ชอบต่อ และระหว่างนั้นก็หางานใหม่วนไป

    สำหรับในปีนี้ 2022 ตั้งปณิธาน ความหวังกับตัวเองไว้ไม่กี่อย่าง นั่นก็คือ เก็บเงินให้ได้มากขึ้น ใช้เงินให้เป็น, เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ อย่าได้หยุดพัฒนาตัวเอง แต่ถ้าเหนื่อยก็เพียงแค่หยุดพัก ออกไปสูดอากาศหายใจ ออกไปเที่ยวให้ได้อย่างน้อย 2 ทริป ปีนี้ก็หวังว่าจะได้ไปเวียดนามกับเกาหลี ได้ไปสองที่นี้ก็ดีใจละ นอกจากสองเรื่องนี้ก็คือหางานใหม่ หรือไม่ก็ลงมือขายของในไอจี ขายภาพโปสเตอร์ เอาสิ่งที่ชอบมา
    แปลงเป็นเงิน อย่างน้อยก็รู้สึกดีกับชีวิตมากที่มีเพื่อนที่คอยเชียร์อัพ ให้กำลังใจ อีกทั้งนำทางเราให้ได้เสมอ รู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ โดยเฉพาะน้ำ ยูนิต ดา ฝน และชมพู่ ขอบคุณมากนะพวกมึง

    นอกจากเพื่อนแล้ว ก็ยังมีคนรู้จัก รวมถึงศิลปินช่างภาพอีกหลายคนเลย ที่ inspired เรา เป็นพลังบวก เป็นตัวอย่างที่ทำให้เรารู้สึกมีไฟ อยากพัฒนาตัวเอง ทำให้เรามีความรู้สึกอยากริเริ่ม
    ทำอะไรสักอย่าง โดยไม่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไร้เป้าหมาย

    ตลอดสองปีที่ผ่านมาหลังเรียนจบ รู้สึกได้เลยว่า ตัวเองไม่มีเป้าหมายหรือมีแผนในการใช้ชีวิตเลย ซึ่งมันทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันค่อนข้างไม่ตรงกับปรัชญาชีวิตที่คาดหวังไว้อะ อย่างน้อย การมีเป้าหมาย มีแผนในชีวิต รู้ว่าอยากทำอะไร มันก็ยังดีกว่าการใช้ชีวิตไปวัน ๆ โดยไม่มีอะไรคืบหน้าหรือพัฒนาตัวเองขึ้นเลยสักอย่าง เราอยากเป็นคนเก่ง แต่ก็ขาดความสม่ำเสมอ ซึ่งเรารู้ตัวว่ามันเป็นข้อเสียของเรามาตลอด 

    และปีนี้ ในวัย 25 ก็หวังว่าจะได้ใช้ชีวิตตามแบบที่หวัง ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ เพราะมีงาน มีเงินให้เก็บ ให้ใช้แล้ว มีทุนให้ตัวเองได้ลงมือทำสิ่งที่ชอบ ที่ผ่านมา แกเก่งมากแล้วแหละ ชีวิตไม่เคยง่าย
    แต่แกก็ผ่านมาได้ตลอด ปีนี้ก็เหมือนกัน มันอาจจะยากหรือมีอุปสรรค แต่แกก็จะผ่านมันไปได้อย่างเคย เหนื่อยก็แค่หยุดพัก และเริ่มต้นใหม่ คนเราเริ่มต้นใหม่ เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลาอยู่แล้วเว่ย
    ไม่ว่าจะช่วงอายุไหนๆ ก็ยังเรียนรู้และเริ่มต้นใหม่ได้ ตราบใดที่ยังมีชีวิต มีลมหายใจ อยากลองทำอะไรก็ทำเลย อย่ากลัวความผิดหวัง อย่ากลัวความล้มเหลว อย่าไปกลัวอะไรที่มันอยู่นอกเหนือการควบคุมของตัวเอง เพราะเราทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ที่ทำได้ก็คือ โฟกัสกับสิ่งที่ตัวเองทำได้ อย่างเช่นระหว่างการทดลองลงมือทำอะไรต่างๆ เนอะ สู้เค้าาาา! 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in