a mixtape for a friendyour basic trash
แปลเพลง TROYE SIVAN - Take Yourself Home


  • Title: Take Yourself Home
    Artist: Troye Sivan

    สิ้นสุดการรอคอยที่ยาวนานตลอด 20 เดือนกับ ทรอย ซีวาน คราวนี้กลับมาพร้อมผลงานเพลงใหม่เปิดตัวอัลบั้มที่ 3 ภายใต้ชื่อ Take Yourself Home เพลงนี้พูดถึงความรู้สึกของตัวทรอยต่อตัวเองในสถานการณ์ที่ทั้งยากลำบากและน่ากลัวสำหรับตัวทรอยเอง โดยทรอยได้ทิ้งข้อความต่อจากลิงค์เพลงที่เขาทวีตเอาไว้ว่า

    "(Take Yourself Home) นี่เป็นช่วงเวลาที่น่ากลัวมากสำหรับฉัน เพราะเป็นช่วงที่ได้ใช้เวลาซื่อสัตย์กับตัวเองในเรื่องความรู้สึก ชีวิต แล้วก็ส่วนอื่น ๆ ที่ว่ามันยังประกอบกันดีอยู่ไหม หรือพังไปแล้ว เป็นช่วงที่ฉันรู้สึกกับตัวเองว่า เห้ย นี่ฉันทำอะไรอยู่นะ นี่มันไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว กลับบ้านเถอะ กลับไปอยู่กับครอบครัว กลับไปเต้นรำ ไปอยู่กับเพื่อนที่รู้จักเราตั้งแต่ 2 ขวบ แล้วประเมินตัวเองใหม่อีกทีนึง"

    ใน Newsletter ของทรอยก็ได้พูดถึงเพลงนี้เช่นกัน โดยมีเนื้อความว่า 

    "เพลงนี้เป็นหนึ่งในเพลงโปรดจากที่ฉันได้เขียนมาเลย เพลงนี้เป็นเหมือนตัวกระตุ้นตัวเราเองและพูดถึงที่ที่ตัวเองจากมา การต่อสู้ในที่ของตัวเองในโลกนี้ ฉันเขียนเพลงเหล่านี้เสมือนเป็นการบันทึกบนไดอารี่ และด้วยชีวิต สถานที่ และความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ความหมายในเพลงใหม่ ๆ อาจจะเปลี่ยนไปด้วยทั้งหมด เห็นได้ชัดเลยว่าในเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่พูดถึงสถานการณ์โลกในตอนนี้ได้ด้วยนะ"


    โดยในผลงานเพลงนี้จะเห็นได้ว่าทรอยได้เครดิตให้กับศิลปินหลาย ๆ ท่านทั้ง Animation ที่ทรอยลงคลิปไว้ในทวิตเตอร์ที่เป็นอันเดียวกันกับ video loop ของเพลงบน Spotify ที่ได้ Daniel Swan มาร่วมงานและ Lyrics Video ที่ได้ Lanning Sally  ศิลปินอีกท่านจาก Instagram โดยในอัลบั้มนี้น่าจะได้เห็นผลงานจากศิลปินหลาย ๆ ท่านด้วยกันเพราะหนุ่มทรอยเองที่ประกาศตามหาผ่านหน้าทวิตเตอร์ของตัวเองตามหาศิลปินจากในโซเชียลมาร่วมงานในอัลบั้มนี้ด้วย ไว้รอติดตามและสนับสนุนทั้งทรอยและศิลปินทุกท่านด้วยนะคะ 


    หากมีข้อผิดพลาดประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย หากขาดตกบกพร่องหรือไม่สมบูรณ์
    สามารถแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมหรือจะติชมได้เสมอนะคะ
    และขอความร่วมมือไม่นำเนื้อหาไปดัดแปลงหรือคัดลอกไปผลิตในรูปแบบอื่นนะคะ ขอขอบคุณค่ะ


    LYRICS & TRANSLATION

    I'm tired of the city, scream if you're with me

    If I'm gonna die, let's die somewhere pretty, oh, oh-oh

    Sad in the summer, city needs a mother

    If I'm gonna waste my time, then it's time to go

    Take yourself home


    ฉันเบื่อหน่ายเมืองนี้ กรีดร้องออกมาหากคุณยังอยู่กับฉัน
    ถ้าหากฉันจะตาย ก็ขอให้ได้ตายในสักที่ที่สวยงาม 
    โศกเศร้าในยามฤดูร้อน เมืองนี้ต้องการแม่
    ถ้าหากฉันจะเสียเวลา งั้นคงถึงเวลาที่ต้องกลับไป
    พาตัวเองกลับบ้านกันเถอะ

    • "I'm tired of the city, scream if you're with me" เปิดมาก็เศร้าเลยกับประโยคนี้ พูดได้ว่าท่อนนี้เป็นธีมของเพลงเลยก็ว่าได้ แสดงให้เห็นถึงความเหน็ดเหนื่อยและเบื่อหน่ายกับที่ที่เขาอยู่และสิ่งที่กำลังทำอยู่ หากมีคนส่งเสียงออกมาบ้างเขาอาจจะรู้สึกดีขึ้นว่ายังมีเพื่อน (หรือท่อนนี้อาจจะกำลังร้องหาตัวเองก็ได้นะ)

    • "Sad in the summer, city needs a mother" ท่อนนี้แสดงให้เห็นถึงความโศกเศร้า รู้สึกว่างเปล่า และหลงทาง แม้ในฤดูร้อนที่ควรจะเฉลิมฉลองและมีความสุขก็ไม่ได้สดใสอย่างเคย "City needs a mother" ก็พูดถึงตัวทรอยเองที่ต้องออกมาอยู่ไกลบ้าน  จากเมืองเล็กสู่เมืองใหญ่ที่ทำให้เขาตัวเล็กลง ได้มาตามความฝันด้วยตัวเองไร้ครอบครัวไร้แม่อยู่ข้าง ๆ  เขาเพียงต้องการการเชื่อมต่อจากใครสักคนก็เท่านั้น 





    Talk to me

    There's nothing that can't be fixed with some honesty

    And how it got this dark is just beyond to me

    If anyone can hear me, switch the lights, oh (Lights, lights, lights, lights, lights)

    And happiness is right there where you lost it

    When you took the bet

    Counting all the losses that you can't collect

    Got everything and nothing in my life (Life, life, life, life, life)


    พูดกับฉันสิ
    ไม่มีสิ่งใดที่แก้ไขไม่ได้ด้วยความซื่อสัตย์
    แล้วเมื่อมันมืดหม่น ฉันก็ทนไม่ไหว
    ถ้าหากใครได้ยินฉัน ช่วยเปิดไฟให้ที
    แล้วความสุขตรงนั้นที่คุณทำหล่นหาย
    เมื่อคุณคิดจะเดิมพัน
    นับเอาสิ่งที่สูญเสียที่คุณเก็บเอามาไม่ได้
    ทั้งมีทุกอย่างและไม่มีอะไรเลยในชีวิตฉัน

    • "Talk to me There's nothing that can't be fixed with some honesty" เป็นท่อนที่แสดงให้เห็นถึงการเผชิญหน้าและพูดคุยกับตัวเอง อย่างที่ทรอยได้บอกว่าได้ใช้เวลาซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ท่อนนี้ก็แสดงให้เห็นว่าเขาได้ทำมันจริง ๆ ได้เผชิญหน้ากับความรู้สึก ได้พยายามที่จะแก้ไขโดยใช้ความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เปิดใจกับตัวเอง
    • "And how it got this dark is just beyond to me" แต่มันก็ไม่ได้ง่ายที่จะผ่านความรู้สึกพวกนี้ไป เหมือนยิ่งผ่านไปยิ่งมืดลงจนมันเกินจะต้านไหว เป็นความรู้สึกเหมือนตอนกำลังจะไร้ทางออก
    • "Got everything and nothing in my life" ความฝัน ความรัก ชีวิตที่ดี เขามีทุกอย่างแล้วในตอนนี้ แต่ในเวลาเดียวกันก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไร น่าจะพูดถึงความรู้สึกช่วงนั้นต่อสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต ซึ่งศิลปินหลายท่านก็เคยพูดถึงเรื่องนี้ โดยเป็นอีกด้านหนึ่งที่ศิลปินที่มีชื่อเสียงได้เผชิญ เรียกได้ว่าได้อย่างก็เสียอย่าง อาจจะเป็นเวลา ความสุข หรือความสนุกที่ลดลงเพราะโฟกัสผิดที่ 





    I'm tired of the city, scream if you're with me

    If I'm gonna die, let's die somewhere pretty, oh, oh-oh

    Sad in the summer, city needs a mother

    If I'm gonna waste my time, then it's time to go

    Take yourself home

    Take yourself home


    ฉันเบื่อหน่ายเมืองแห่งนี้ กรีดร้องออกมาหากคุณยังอยู่กับฉัน
    ถ้าหากฉันจะตาย ก็ขอตายในสักแห่งที่สวยงาม
    โศกเศร้าในหน้าร้อน เมืองนี้ต้องการแม่
    ถ้าหากฉันต้องเสียเวลา งั้นก็คงถึงเวลาที่ต้องกลับไป
    กลับบ้านกัน
    พาตัวเรากลับบ้านกัน





    Who you really tryna be when you see your face?

    Is it worth it trying to win in a losing game?

    Well, it's all waiting for you

    And, boy, I know you're eager

    But it just might destroy you

    Destroy you, yeah


    คุณพยายามเป็นใครกันแน่เมื่อยามที่มองหน้าตัวเอง
    มันคุ้มค่ารึเปล่าที่พยายามเอาชนะในเกมที่แพ้ไปแล้ว
    เอาน่ะ ทุกอย่างรอคอยคุณอยู่
    และเด็กน้อย ฉันรู้ว่าเธอกระตือรือร้นนัก
    แต่มันอาจจะทำร้ายเธอ
    ทำลายเธอสิ้น

    • "Who you really tryna be when you see your face?" ตั้งคำถามกับตัวเองขณะที่มองเงาสะท้อน ถามถึงความพึงพอใจต่อตนเอง เป็นตัวเองอยู่จริงใช่ไหม ช่วงเวลาที่สับสนและไม่ไว้ใจแม้กระทั่งตัวเองก็คงมีบ้างที่หลายคนเคยถามกับตัวเองแบบนี้เช่นเดียวกับทรอย
    • "Well, it's all waiting for you"  สิ่งที่ทรอยรอคอยมาตลอดคือการได้เป็นศิลปิน กลับกันในวันนี้ที่เขาได้ทำมันอยู่แล้ว สิ่งเรานั้นก็ยังคงรอคอยให้เขาทำมันเช่นกัน
    • "And, boy, I know you're eager but it just might destroy you" เขากระตือรือร้นกับมันมาเสมอและยังเป็นอยู่ ยังทำงานหนักและสนใจทุ่มเทไปกับสิ่งที่เขารักและหวังมาตลอด ทว่ามันกลับทำร้ายเขาเช่นกัน อาจจะสักทางใดทางหนึ่ง 



    I'm tired of the city, scream if you're with me

    If I'm gonna die, let's die somewhere pretty, oh, oh-oh

    Sad in the summer, city needs a mother

    If I'm gonna waste my time, then it's time to go

    Take yourself home

    Take yourself home

    (Yeah, yeah, yeah)

    Take yourself home


    ฉันเบื่อหน่ายเมืองแห่งนี้ กรีดร้องออกมาหากคุณยังอยู่กับฉัน
    ถ้าหากฉันจะตาย ก็ขอตายในสักแห่งที่สวยงาม
    โศกเศร้าในหน้าร้อน เมืองนี้ต้องการแม่
    ถ้าหากฉันต้องเสียเวลา งั้นก็คงถึงเวลาที่ต้องกลับไป
    กลับบ้านกัน
    พาตัวเรากลับบ้านกัน
    พาตัวเรากลับบ้าน





    Oh oh oh oh oh

    Oh oh oh oh oh

    Oh oh oh oh oh

    Oh oh oh oh oh

    Oh oh oh oh oh

    Tired of the city

    Scream if you're with


    ฉันเบื่อหน่ายเมืองแห่งนี้ 
    กรีดร้องออกมาหากคุณยังอยู่กับฉัน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in