translate กากๆksnmyboi
[แปล] Weverse Magazine "ENHYPEN Debut Interview : SUNOO"
  • บทความต้นฉบับ : https://magazine.weverse.io/article/view?num=75&lang=en

    แปลโดย ซอนูมายบอย ENG-THAI Translator (มือสมัครเล่น) 


    ซอนอู " เวทีเป็นสถานที่ที่ทำให้ผมมีความสุข"

    ENHYPEN Debut Interview
    2020.12.23

    ซอนอูกำลังเต้นพร้อมเสียงเพลงที่สตูดิโอเปิดอย่างเพลิดเพลิน แต่เมื่อการถ่ายทำโฟโต้ชู้ตเริ่มขึ้น เขาก็จะเอาใจใส่และเริ่มที่จะโฟกัสอยู่กับการถ่ายทำทันที เมื่อฉันถามเขาเกี่ยวกับว่าทำอย่างไรถึงปรับโฟกัสได้รวดเร็วเช่นนี้ เขาตอบว่า: "ผมก็แค่ทำไปตามน้ำครับ" และนี่คือเด็กชายวัย 17 ปีที่มาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแต่จิตใจของเขานั้นอ่อนไหวและลึกซึ้งราวกับสายน้ำในมหาสมุทรที่พัดขึ้นและลง


    เมื่อวานนี้ (วันที่ 4 ธันวาคม) คุณได้ถ่ายทำรายการ KBS Music Bank ไปใช่ไหมคะ เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ออกรายการเพลง รู้สึกอย่างไรบ้างคะ?

    ซอนอู : ผมมีพี่สาวที่มีอายุมากกว่าผม 3 ปีครับ และเมื่อตอนเรายังเด็ก เราจะเปิดทีวี ดูรายการเพลง แล้วก็ร้องเพลง เต้นไปด้วยกันครับ นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมมีความฝันว่าอยากเป็นนักร้องครับ ดังนั้นผมก็เลยรู้สึกว่าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมกำลังอยู่ในรายการเพลงจริงๆ ผมกังวลมากครับ แต่ก็ตื่นเต้นด้วยครับ


    เมื่อตอนคุณยังเด็ก อะไรที่เกี่ยวกับการได้ออกทีวีทำให้คุณรู้สึกทึ่งบ้างคะ?

    ซอนอู : ศิลปินทุกท่านที่ได้ร้องเพลงและก็เต้นบนเวทีสีสันสดใสครับ พวกเขาดูมีความสุขกันมากๆ ผมก็เลยคิดว่า "ว้าว ผมอยากเป็นเหมือนพวกเขาจัง" "ผมอยากอยู่บนเวทีแบบนั้นจัง" ผมคิดว่าผมเกิดมาพร้อมกับความฝันนั้นจริงๆครับ (หัวเราะ) พี่สาวของผมเธอก็จะดูรายการเพลงกับผมเสมอ แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่จะเป็นเซเลบริตี้เลยครับ


    ดังนั้นคุณก็ฝันว่าอยากเป็นนักร้องมาตั้งแต่ยังเด็กเลยใช่ไหมคะ?

    ซอนอู : ใช่ครับ เมื่อตอนผมเรียนระดับประถม ผมก็ร้องเพลงได้ดีเลยนะครับ (หัวเราะ) แล้วผมก็จำเนื้อเพลงต่างๆได้รวดเร็วด้วยครับ และผมเองก็ได้ยินที่คุณครูคุยกับคุณแม่ของผมที่จะให้ผมไปออกรายการเพลงอยู่ครับ  และก็หลังจากนั้น ตอนผมเรียนอยู่เกรด7 (ประมาณม.1) ผมก็ล้มเลิกความฝันนี้ไป เพราะผมกำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นน่ะครับ เสียงของผมก็เลยแตก แต่พวกเขาก็แนะนำให้ผมลองไปออดิชั่นอีกครั้งในปีถัดไป พวกเขารู้ใจผมว่าผมต้องการอะไรครับ หนึ่งปีผ่านไป และพวกเขาก็เรียกตัวผมจริงๆครับ และผมก็เริ่มออดิชั่นตั้งแต่ตอนนั้น พยายามที่จะออดิชั่นหลายๆค่ายด้วยครับ และผมก็มาอยู่ที่ค่ายนี้ครับ


    คุณต้องมีความรู้สึกพิเศษๆตอนที่ได้เห็นตัวเองบนทีวีแน่เลยใช่ไหมคะ

    ซอนอู : ผมคิดว่าผมมี"หน้าตาที่น่ารัก"ครับ แต่เมื่อผมเห็นรูปตัวเอง ผมแปลกใจครับ ที่เห็นว่าตาของผมมันดูยาวกว่าที่ผมคิดไว้ แล้วมันก็ดูคูลๆด้วยครับ ตอนผมเห็นตัวเองบนทีวี ผมก็ได้สังเกตหลายอย่างที่ผมไม่ได้สังเกตมาก่อนด้วยครับ


    คุณเป็นที่ยอมรับในเรื่อง"การแสดงออกทางสีหน้า"ได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อคุณยังเด็ก คุณเคยฝึกการแสดงออกเหล่านี้ไหมคะ?

    ซอนอู : ผมคิดว่าผมเติบโตมาพร้อมกับการดูรายการเพลงทุกรูปแบบน่ะครับ ทำให้ผมได้ซึมซับมา แล้วส่วนตัวผมเองก็เป็นคนที่อ่อนไหวง่ายด้วยครับ เมื่อผมเห็นตัวละครในหนังหรือละครร้องไห้ ผมก็จะร้องไห้ตามครับ และก็จะร้องไห้อีกเมื่อฟังเพลงเศร้าครับ ตอนเพื่อนร้องไห้ ผมก็ร้องไห้ด้วยครับ เหมือนใจของเรามันเชื่อมต่อกัน (หัวเราะ) ผมคิดว่าการแสดงออกทางสีหน้านั้นบอกถึงลักษณะนิสัยของเราด้วยครับ ดังนั้นผมก็เลยทำตามธรรมชาติของผมเลยครับ


    ในรายการI-LAND คุณพูดว่า "ปีที่แล้วผมยังเป็นแค่เด็กนักเรียนธรรมดา" แล้วคุณเป็นเด็กนักเรียนประเภทไหนคะ?

    ซอนอู : คนอื่นมองผมเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์และ"มีความกล้าหาญ"ครับ ที่โรงเรียนมัธยมต้นของผมจะจัดการแข่งขันการร้องประสานเสียงทุกปีครับ และผมก็จะเป็นคนแรกที่ลงสมัครเพราะว่าผมรักการเต้นและการร้อง บางครั้งผมก็เต้นอยู่ตรงทางเดิน เพราะผมชอบเป็นจุดสนใจครับ และเพื่อนของผมก็จะพูด "นายเป็นอะไรไปเนี่ย?" (หัวเราะ) คุณพ่อคุณแม่ของผมท่านก็ไม่อยากให้ผมเป็นไอดอลพร้อมกับการที่ผมเป็นนักเรียนอยู่น่ะครับ  ดังนั้น ผมก็เลยมุ่งมุ่นที่จะเรียนก่อน และผมก็ได้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ดีมากๆครับ เป็นครั้งแรกเลย ตอนผมอยู่เกรด8 คำถามมันก็ค่อนข้างง่ายนะครับ แต่มีนักเรียนแค่ไม่กี่คนที่ตอบได้ถูก! (หัวเราะ) แต่หลังจากนั้น ผมก็หมดความสนใจเรื่องการเรียนครับ เพราะผมไม่สามารถทำตามความฝันของผมได้ ดังนั้น ตอนเกรด9 ผมก็ออกจากโรงเรียนครับและก็ทำสิ่งที่ผมอยากทำแทน ช่วงมัธยมปลาย ผมก็เป็นเพียงแค่นักเรียนธรรมดาที่ชอบดูเอ็มวีของเพลงเคป็อปครับ และผมเองก็เป็นสมาชิกของชมรมเต้นด้วย แล้วเพื่อนกับผมก็จะทำผมให้กันและกันเพื่อความสนุกครับ



  • ฉันเห็นคุณชอบทำผมให้กับเมมเบอร์คนอื่นๆบ่อยเหมือนกันนะคะ

    ซอนอู : ตั้งแต่ผมยังเด็กเลยครับ ผมชอบถักผมให้พี่สาว แล้วก็ซื้อที่หนีบผมมาทำผมให้เธอครับ มันก็มีบางช่วงที่ผมฝันอยากเป็นช่างทำผมครับ เพราะน่าจะมาจากคุณแม่และพี่สาวของผมที่พวกเธอชอบถักไหมพรมและก็ชอบทำงานเย็บปักถักร้อยอื่นๆอยู่บ่อยครั้งน่ะครับ และผมเองก็ชอบแปะสติกเกอร์ ชอบระบายสี ชอบพับกระดาษด้วยครับ ชอบมาตั้งแต่เด็กเลยครับ และอีกอย่างที่ชอบก็คือ ผมชอบกลิ่นน้ำหอมต่างๆครับ ก็มาจากพี่สาวนั่นแหละครับ ผมเห็นเธอซื้อแล้วก็ฉีดน้ำหอม ทำให้ผมชอบอะครับ ผมชอบกลิ่นที่อ่อนโยนแล้วก็สดชื่นครับ อย่างเช่น กลิ่นเลมอน แค่ผมคิดถึงกลิ่นต่างๆตอนนี้ ผมก็รู้สึกว่าตัวเองสนใจเรื่องความสวยความงามมาตั้งนานแล้วล่ะครับ (หัวเราะ)



    คุณซองฮุนดูน่าจะไม่ค่อยปลื้มใจกับทรงผมที่คุณทำให้ในเดบิวต์โชว์เลยนะคะ (หัวเราะ)

    ซอนอู : (หัวเราะ) ก็อาจจะเป็นเพราะผมเองที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับการจัดแต่งทรงผมสั้นน่ะครับ ผมเคยชินกับการจัดแต่งทรงผมยาวหรือผมบ็อบมากกว่าครับ ผมเองก็ทำผมให้พี่สาวบ่อยอยู่ครับ แต่ผมไม่ได้ทำผมให้ตัวเองบ่อยขนาดนั้น เริ่มทำให้ตัวเองตอนมัธยมต้นครับ แล้วผมก็มีเพื่อนผู้หญิงที่ไว้ผมสั้น ผมก็เลยทำผมให้เธอ รวมทั้งทำผมให้เพื่อนผู้ชายด้วยครับ ดังนั้น ผมเคยทำผมมาทุกรูปแบบแล้วครับ อย่างผมสั้นหรือผมยาว และผมก็คิดว่าผมเรียนรู้ทักษะมากมายเหล่านี้มาตอนมัธยมต้นครับ



    ในรายการI-LAND คุณพูดกับคุณซองฮุนว่า "ผมอยากเป็นสนิทกับพี่เหมือนกันนะครับ" แล้วตอนนี้คุณสองคนสนิทกันหรือยังคะ?

    ซอนอู : ผมพูดได้อย่างมั่นใจเลยครับ (หัวเราะ) พวกเราสนิทกันมากแล้วครับ ตอนแรกพวกเราก็มีอึดอัดกันบ้างครับ แต่พอผมได้รู้จักพี่เขามากขึ้นเท่าไหร่  ก็ยิ่งได้รู้ว่าเราสองคนเหมือนกันมากกว่าที่คิดครับ แล้วผมก็เล่นมุกตลกกับเขาบ่อยๆ ผมค่อนข้างมั่นใจว่าพี่เขาคิดว่าผมน่ารักครับ ดังนั้นทำให้ผมคิดกับตัวเองอยู่ว่า"นี่ผมน่ารักมากขนาดเลยหรอครับ?" (หัวเราะ)



    แล้วตอนนี้คุณนิกิยังนอนอยู่ที่เตียงของคุณอยู่มั้ยคะ? (หัวเราะ)

    ซอนอู : ครับ ช่วงแรกมันก็อึดอัดบ้างครับที่มีใครสักคนมานอนข้างผม เพราะปกติผมจะนอนคนเดียวครับ แต่นิกิก็ถามผมอย่างสม่ำเสมอด้วยความมั่นใจของเขาว่า"พี่นอนข้างผม,ใช่ไหมครับ?" (หัวเราะ) ดังนั้น เราก็เลยนอนด้วยกันตลอดครับ แต่ตอนนี้ ผมกลับรู้สึกเหงาเมื่อผมต้องนอนคนเดียวอะครับ ผมคิดว่าผมคงชินกับมันแล้ว (หัวเราะ)


    ในรายการI-LAND ฉันเห็นคุณดูแลเอาใจใส่เด็กฝึกหัดคนอื่นด้วยนะคะ

    ซอนอู : ผมคิดว่าผมแค่ชอบคนอื่นๆครับ ผมชอบอยู่กับคนอื่นมากกว่าอยู่คนเดียวครับ และผมก็สนใจคนอื่นด้วยครับ เมื่อผมเห็นใครสักคนดูเครียดๆ ผมก็จะกังวลแล้วก็คิด"มันมีอะไรผิดแปลกไปไหมนะ?" คุณรู้ไหมครับบางทีเพื่อนที่ไม่ค่อยให้คำแนะนำเรื่องการฝึกปฏิบัติอะไรต่างๆ แต่เขาก็ยังอยู่เคียงข้างกับคุณ และร้องไห้ตอนที่คุณกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้ร้อง "โอ้,ไม่นะ"? (หัวเราะ) นั่นแหละครับ ผมเอง


    คุณเจย์ได้ให้คำนิยามตัวคุณไว้ว่า"เป็นเพื่อนที่ทำเพื่อเขาโดยที่ไม่เรียกร้องอะไรเลย"
      
    ซอนอู : อาจเป็นเพราะความคิดของผมเปลี่ยนไปจากตอนที่ผมยังเป็นเด็กฝึกหัดครับ พี่สาวก็ได้บอกผมไว้ว่า"นายน่ะยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ แต่ตอนนี้นายดูโตขึ้นมากเลยล่ะ" (หัวเราะ) ตอนผมเริ่มฝึกซ้อมครั้งแรก ผมก็มักจะได้ยินคนอื่นพูดว่าผมทำได้ไม่ค่อยดีเพราะผมก็ไม่ได้เป็นเด็กฝึกหัดมานานขนาดนั้น ตอนนั้นผมก็รู้สึกไม่ดีอะครับ แต่ผมก็ไม่อยากยอมแพ้ ผมเองก็เศร้าบ้างนิดหน่อย แต่ผมก็พยายามต่อไปครับ เมื่อผมเจอกับอุปสรรค ผมก็จะนึกถึงคำสอนของคุณแม่ที่บอกผมไว้ว่า"นี่เป็นสิ่งที่ลูกรักที่จะทำนะ และแม่รู้ว่าลูกต้องการทำมันจริงๆ อย่ายอมแพ้นะ และแม่หวังว่าลูกจะไม่เสียใจ" ผมคิดว่าผมเองก็ดูโตขึ้นมากเหมือนกันครับ ในอดีตที่ผ่านมา ผมไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นานนักครับ ผมก็จะเหนื่อยที่จะทำและก็เลิกทำไปในที่สุดครับ แต่ตอนนี้ผมบอกกับตัวเองว่า"มาทำให้มันจบกันเถอะ" ผมคิดว่าผมกลายเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีแล้วก็มีความอดทนมากขึ้นครับ

  • ตอนที่คุณได้ผ่านเข้ารอบครั้งแรกในรายการI-LAND ฉันจำได้ที่คุณดีใจมากๆที่ได้ผ่านเข้ารอบและประกอบกับที่คุณได้ถ่ายทำวิดีโอวล็อก"-NOTE (ไฮเพนโน้ต)" ตอนที่ครูฝึกให้ฟีดแบ็กกับคุณไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก คุณคิดอย่างไรบ้างคะ?

    ซอนอู : คุณเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ได้หรอกครับ ดังนั้น ผมก็เลยยอมรับฟีดแบ็กนั้นเพื่อนำไปปรับปรุงในอนาคตครับ และก็คิดว่า "ครั้งหน้ามาทำให้ดีขึ้นกันเถอะ" ผมเองก็เคยเสียใจเรื่องนี้อยู่หลายครั้งครับ ถ้าสมมติ..ผมขอเปรียบเปรยนะครับ เวลาไปทานอาหาร ผมเคยอดอาหารเพื่อไปทานบุฟเฟต์ครับ แต่เมื่อผมไปทานบุฟเฟต์จริงๆ ผมก็จะอิ่มเร็วมากและนึกเสียใจคร่ำครวญถึงมันครับ (หัวเราะ) ทุกครั้งที่ผมทำแบบนั้น คุณแม่ก็จะบอกผม "ทำไมลูกถึงต้องคร่ำครวญเสียใจไปกับทุกเรื่องเลยล่ะ? ตอนไหนก็ตามที่ลูกพูดแบบนั้น มันก็จะส่งผลไปถึงคนที่ฟังลูก แล้วนั่นก็ไม่ใช่เรื่องดีกับลูกด้วยเหมือนกันนะ" ดังนั้น ผมก็เลยเลิกพูดสิ่งเหล่านั้นไปและก็หันมายอมรับความจริงครับ



    ในที่สุดคุณก็ได้เรียนรู้ท่าเต้นเวฟตัวหนอนที่คุณเคยมีปัญหากับมันในช่วงต้นของรายการI-LAND และก็ในวีไลฟ์ที่คุณพูดว่าคุณไม่สบายในระหว่างการแสดงเพลง"SAVE ME"ในฐานะตัวแทนยูนิตโวคอล คุณผ่านสถานการณ์เหล่านั้นมาได้อย่างไรคะ?

    ซอนอู : ผมว่าผมสามารถทำมันได้ครับ เพราะผมคิดมาตลอดว่าทำไมผมตัดสินใจที่จะทำมันตั้งแต่แรก ผมคิดว่า "ผมมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมจะยอมแพ้ได้อย่างไร?" ถ้าผมอ่อนแอ สิ่งที่ผมทำมาตลอด มันก็จะดูเป็นการเสียเวลา แล้วผมก็ไม่รู้ว่าผมจะทำอย่างไรต่อไปถ้าผมไม่ทำมัน ผมไม่สบายจริงครับ แต่ผมก็คิดอย่างอื่นไม่ออก นอกจากทำตามสิ่งที่ผมได้รับมอบหมายให้ได้ครับ ดังนั้น ผมก็ทำมันครับ นายออกไปไม่ได้หรอกนะ หรือนายจะออก? ผมคิดอย่างนี้ ถ้าผมต้องทำมันจริงๆ ผมก็จะพยายามทำมันอย่างเต็มที่ครับ



    หลังจากวันที่คุณได้ประกาศเดบิวต์อย่างเป็นทางการ คุณพูดว่า "ผมจะทบทวนตัวเองอยู่เสมอว่าทำไมตัวเองถึงเลือกทำงานด้านนี้และเป็นศิลปินที่ดี" ใน -note คุณมีความคิดเห็นอย่างไรคะ?

    ซอนอู : ผมคิดว่าความคิดแบบนี้ก็จะทำให้ผมใช้ชีวิตอย่างมีความสุขครับ ตอนผมยังเด็ก ผมชอบเต้นและร้องเพลงพร้อมกับเพลงในทีวี นั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเลือกทำงานด้านนี้ครับ ผมชอบที่จะแข่งขันกับตัวเองอยู่เสมอ เพราะผมคิดว่าผมคงมีความสุขและไม่เสียใจที่ผมได้เลือกเส้นทางเส้นนี้ครับ มันอาจมีช่วงเวลาที่ยากลำบากบ้าง แต่ผมก็จะพยายามต่อไป คิดถึงความสุขที่ได้รับจากมัน ผมคิดว่าผมก็สามารถทำงานที่ผมรักได้อย่างมีความสุขมากขึ้นและทำได้อีกเป็นเวลานานครับ



    ฉันชื่นชมที่คุณดูไม่กลัวตอนที่คุณต้องโหนสลิงเพื่อถ่ายทำเทรเลอร์สำหรับเพลงเดบิวต์นะคะ

    ซอนอู : โอ้ จริงๆแล้วมันน่ากลัวนะครับ (หัวเราะ) ความสูงมันน่ากลัวมากกว่าที่ผมคิดอีกนะครับ แล้วก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมต้องโหนสลิง ผมต้องปล่อยมือแล้วก็พลิกตัวกลางอากาศครับ เอาจริงนะครับ ตอนแรกผมปล่อยมือไม่ได้เลย แต่ผมพอผมเห็นผู้กำกับ แล้วเหลือแค่ผมในฉากนั้น ถ้าผมไม่ยอมปล่อยมือ ผมก็จะทำให้ตารางเวลาถ่ายทำของเราช้าลงไปอีก ดังนั้นผมก็เลยรวบรวมสติตัวเองเพื่อถ่ายทำให้เสร็จ โชคดีครับ ที่มันออกมาดีมากๆ และถ้าคุณคิดถึงมันดีๆนะครับ ไม่มีใครได้โหนสลิงถ่ายทำนะครับ ดังนั้น ผมก็เลยคิดว่าผมควรจะตั้งใจถ่ายทำฉากนั้นให้ดีกว่านี้ครับ



    ช่วยเล่าถึงความทรงจำที่คุณไม่มีวันลืมตอนคุณกำลังเตรียมตัวเพื่อเดบิวต์หน่อยได้ไหมคะ?

    ซอนอู : ในเพลง Given-Taken มันจะมีท่าหนึ่งครับที่ผมต้องเต้นกับพี่ซองฮุนและจองวอนพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย "แสงนั่นกำลังแผดเผาตัวผม" ในตอนแรก ผมก็ไม่ได้ถูกวางตัวให้อยู่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ครับ พาร์ทนี้เป็นพาร์ทสุดท้ายที่เราทำครับ หลังจากเมมเบอร์มาลองทำพาร์ทนี้ในตำแหน่งที่ต่างกันไป เราสามคนก็ฝึกเต้นหลังจากที่พาร์ทของเราได้รับการยืนยันแล้วครับ แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะว่าเป็นเรื่องการสไตล์การเต้น รูปแบบการเต้นของพวกเรา และก็พี่ซองฮุนและจองวอนเป็นเด็กฝึกหัดมานานกว่าผมครับ ผมก็ต้องปรับปรุงแก้ไขจุดที่ผมผิดพลาดด้วยครับ ตอนแรกมันยากมากครับ แต่พอเราฝึกซ้อมกันไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท้ายที่สุด เราก็ทำมันได้อย่างถูกต้องครับ



    ในพาร์ทนั้น เสียงของคุณดูมีเสน่ห์มากเลยนะคะ

    ซอนอู : พาร์ทของพี่ฮีซึงก็เป็นพาร์ทค่อยๆเริ่มต้นเพลงใช่ไหมครับ ส่วนพาร์ทของผมที่ตามมา คีย์ก็จะเปลี่ยนอารมณ์เพลงไปครับ คุณโปรดิวเซอร์ก็ได้เน้นย้ำไว้ว่ามันต้องมีความหนักแน่น  ดังนั้น ผมก็เลยพยายามที่จะสลัดโทนเสียงปกติของผมไปครับ และก็ร้องพาร์ทนี้ด้วยพลังของผมที่มีตอนที่เราทำการอัดเสียงกันครับ และเสียงที่เราได้มาตอนจบ (หัวเราะ) มันก็ค่อนข้างง่ายที่จะอัดเสียงเพลงอย่าง "Flicker" ไม่ก็ "10 Months"ครับ แต่มันก็มีรายละเอียดเฉพาะในเพลงอื่นๆ ดังนั้น ผมก็ต้องฝึกซ้อมร้องเพลงให้ควบคุมเสียงให้เข้าถึงอารมณ์เพลงมากที่สุดครับ




  • หลังจากเตรียมตัวเดบิวต์มาอย่างยาวนาน คุณก็ได้เจอ เอนจีน ออนไลน์ในเดบิวต์โชว์แล้วนะคะ

    ซอนอู : มันเหมือนกับผมได้เจอเอนจีนแบบตัวจริงเลยครับ ทำให้ผมตื่นเต้นมาก ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมพยายามทำอย่างหนักมาโดยตลอด ในที่สุดก็ได้คืนความสุขให้สมกับความรักที่แฟนๆมีให้พวกเราครับ และผมก็ร้องไห้ตอนผมคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเคยเผชิญมาก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกขอบคุณ และผมปรารถนาว่าจะได้เจอเอนจีนแบบตัวจริงมากๆเลยครับ ผมเคยแข่งร้องประสานเสียงและเต้นร่วมกับชมรมเต้นเมื่อผมยังเด็ก ดังนั้น ผมรู้ถึงความรู้สึกเวลาที่คุณกำลังทำการแสดงต่อหน้าผู้ชม ผมมีความสุขครับ แต่ก็รู้สึกเปล่าเปลี่ยวเพราะไม่มีแฟนๆ




    สิ่งแรกที่คุณจะทำตอนที่เจอแฟนๆแบบตัวจริงคืออะไรคะ?

    ซอนอู : ผมคิดว่าผมคงจะถามพวกเขาว่าเริ่มสนใจในตัวผมได้อย่างไรครับแล้วก็เริ่มชอบผมได้อย่างไรครับ (หัวเราะ)



    ฉันสังเกตที่คุณมักจะคอยดูรีแอคชั่นของแฟนๆและตอบคำถามพวกเขาอยู่เสมอในวีไลฟ์ 
    คุณช่วยเล่าถึงคอมเมนท์หรือความคิดเห็นตอบกลับของแฟนๆที่คุณไม่มีวันลืมหน่อยได้ไหมคะ?

    ซอนอู : ผมจำจดหมายเขียนมือที่ผมได้รับจากแฟนๆตอนถ่ายทำรายการ I-LAND ได้อย่างดีเลยครับ มันเขียนไว้ว่า "คุณต้องมีเวลาช่วงเวลาที่ยากลำบากแน่เลยสินะ ถึงแม้มันจะไม่ได้ออกอากาศ แต่ฉันหวังว่าคุณจะไม่ฝืนตัวเอง ฉันแค่อยากให้คุณมีความสุขที่ได้ทำในสิ่งที่คุณรัก" ตอนผมอ่านจดหมายนี้ ผมรู้สึกได้ถึงผู้คนที่ชื่นชอบในตัวผมจริงๆ คิดและรู้ความรู้สึกทุกอย่างของผม ผมรู้สึกดีใจมากจริงๆครับ



    เวที มีความหมายอะไรกับคุณไหมคะ?

    ซอนอู : มันเป็นสถานที่ที่ผมอยากขึ้นไปยืนอยู่บนนั้นและฝันถึงมันมาโดยตลอดครับ เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมได้อยู่บนเวที ผมจะรู้สึกมีความสุขมากๆครับ โอ้ ผมอธิบายไม่ถูกเลยล่ะครับ ตอนเดบิวต์โชว์ ผมรู้สึกได้ถึงเอ็นโดรฟินที่หลั่งไหลในตัวผมได้เลยครับ ตอนที่เราแสดงเพลง "Let Me In (20 CUBE)" แน่นอนครับ มันคงจะดีมากถ้าเราได้แสดงและได้ยินเสียงเชียร์จากแฟนๆ แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่เอื้ออำนวยครับ



    ดังนั้นเวทีก็เป็นหนึ่งในพื้นที่พิเศษในใจคุณใช่ไหมคะ?

    ซอนอู : ใช่ครับ



    let's talk talk

    ขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักที่อ่านจนจบด้วยนะคะ ครั้งหน้าจะแปลอะไรอีก สามารถรีเควสได้เยยคับ 
    อย่าลืมติดตามด้วยนะ รักผู้อ่านทุกท่านค่ะ♥
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in