Cinema SleeperSuburban Ghost
คางุยะผู้แพ้พ่าย
  • The Tale of The Princess Kaguya (2013, Isao Takahata, Japan)

    เจ้าหญิงคางุยะถูกแนะนำให้คนดูรู้จักครั้งแรกในฐานะของเด็กน้อยคนหนึ่ง เป็นแค่ยัยเด็กไม้ไผ่ที่อยู่ๆ ก็ผุดขึ้นมา เราไม่รู้ว่าเธอมาจากไหน เธอมาได้ยังไง ตาแก่ยายแก่ที่เลี้ยงดูเธอประหนึ่งพ่อแม่เองก็เช่นกัน จนกระทั่งยัยเด็กไม้ไผ่จะเป็นยัยเด็กไม้ไผ่ต่อไปไม่ได้ ด้วยความรักของตาแก่ จึงเชื่อไปว่ายัยเด็กพิเศษคนนี้ต้องมีความสุขกว่าเดิมหากได้ไต่ชนชั้นขึ้นไปเป็นเจ้าคนนายคน ตาแก่ถูกระบบสังคมมาตีกรอบครอบงำมโนทัศน์ของคำว่า 'ความสุข' จนดิ้นรนเพื่อที่จะให้ได้มาเพื่อความสุขแบบนั้น กลับแทบไม่เห็นเลยว่ากรอบที่สังคมวางมา -ที่เขาโอบรับมาอย่างเต็มใจ- นั้นมันมากดทับให้ตัวเด็กหญิงไม้ไผ่ -ที่ตอนนี้กลายมาเป็นเจ้าหญิงคางุยะ- ไม่สามารถมีความสุขได้ตามที่ใจปรารถนา... แต่ทำไมคางุยะจึงไม่มีความสุขเล่าในเมื่อเธอได้ทุกอย่างที่อำนวยความสะดวกสบาย? เธอเป็นที่หมายปองของชายทั่วแผ่นดิน กินดีอยู่ดี มีผ้าสวยๆ ไว้สวมใส่มากมาย ก็เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ เพราะความสุขของเธอไม่ใช่ความสุขในแบบที่ถูกใครๆ ชี้นิ้วบอกว่าอย่างนี้คือสุข... ระบบสังคม จารีตประเพณีอันดีงาม สิ่งเหล่านี้แหละที่กักขังคนให้ไม่มีความสุขเกินกรอบ จนเหมือนกับจะบอกเราว่า “หากคุณมีความสุขในกรอบที่มีให้ไม่ได้ก็จงอึดอัดตายในกรอบนั้นไปซะ คุณหนีไปไหนไม่พ้น คุณไม่มีวันมีอิสระได้หรอก”

    ที่น่าเศร้าอีกอย่างคือการที่เราไม่สามารถเป็นอิสระได้นี่แหละ ชั่วขณะแห่งความเป็นอิสระในหนังมีเพียงช่วงที่คางุยะยังเด็ก ที่เธอเที่ยวเตร่ ผสานตัวกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ อิสรภาพของคางุยะคือการเป็นหนึ่งเดียวกับโลก การเป็นหนึ่งเดียวกับเพื่อนมนุษย์รอบกาย มีเท่านั้นมนุษย์เราก็มีความสุขและรู้สึกถึงอิสระได้แล้วไม่ใช่หรือ? กลับกลายเป็นระบบระเบียบประเพณีต่างๆ นานาที่มนุษย์ประดิษฐ์สร้างขึ้นมาจัดการการอยู่ร่วมกันที่ผลักมนุษย์ออกจากธรรมชาติ ออกจากการเป็นส่วนหนึ่งเดียวกันกับโลก ออกจากการเป็นมนุษย์เสียเอง

    แต่จะบอกว่าระบบที่มนุษย์สร้างขึ้นมานั้นโหดร้ายที่สุดก็อาจไม่ถูก เพราะสุดท้าย เป็นสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์ขึ้นไปอีกต่างหากที่โหดร้ายยิ่งกว่ามนุษย์ นั่นคือสวรรค์และศาสนาซึ่งมีกฏเกณฑ์ทางจริยธรรมอันเด็ดขาด สวรรค์เพิกเฉยความปรารถนาและการสวดไหว้ของมนุษย์อย่างเย็นชา ต่อให้คางุยะรู้ว่าโลกและมนุษย์นั้นยังมีความเลวร้ายอยู่มาก แต่เธอก็ยังประสงค์จะเป็นมนุษย์อยู่ต่อไป ต่อให้กิเลสพามนุษย์ไปสู่จุดตกต่ำ แต่คางุยะก็เลือกที่จะมีกิเลส... เพราะมิใช่กิเลสเหรอที่พาหัวใจมนุษย์ไปสัมผัสหัวใจมนุษย์ด้วยกันเอง กิเลสไม่ใช่เหรอที่เปิดให้เราได้สำรวจทุกช่องทางทางอารมณ์เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงมี กิเลสไม่ใช่เหรอที่พาเราไปสัมผัสกับสิ่งงดงามและทำให้เรายังรู้ได้ว่ามันคือสิ่งงดงาม... แต่เราเป็นใครกันที่จะไปฝ่าฝืนสวรรค์และศาสนาอันมุ่งพาเราออกจากกิเลสและละทิ้งความเป็นมนุษย์ สุดท้ายคางุยะก็ต้องพ่ายต่อสวรรค์ที่จะพาเธอไปสู่สิ่งที่ดีงามกว่า แม้ความดีงามที่ว่าจะไร้ซึ่งหัวจิตหัวใจและเย็นชาเป็นบ้าเลยก็ตาม
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in