Europe Chapter 2KanSiri
บทที่ 5 วัคซีนและทริปแรกบนเกาะอังกฤษ
  •            อย่างที่รู้ๆกันว่าผมฝ่าดงอันตรายท่ามกลางความโกลาหลในประเทศไทย กับการจัดการโควิดของรัฐบาลที่ยอดแย่ ดั้นด้นมาหาความหวังใหม่ถึงที่เกาะอังกฤษแล้วในที่สุดหลังจากอยู่ที่สก๊อตแลนด์มาได้หนึ่งเดือนผมก็ได้มีโอกาสมาฉีดวัคซีนจนได้ ณ ขณะนั้นประเทศไทยยังคงมีวัคซีนเกรดต่ำมาฉีดให้กับประชาชน ในขณะที่ความต้องการวัคซีนที่มีคุณภาพนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็หมดสิ้นความหวังกับรัฐบาลในประเทศไทย ขณะที่สหราชอาณาจักรประชากรเกินครึ่งได้รับวัคซีน (ที่ดีอะนะ) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                ผมเดินไปที่มหาวิทยาลัยตามประกาศว่าจะมีการฉีดวัคซีนให้แก่ผู้ที่ไม่เคยได้รับมาก่อน และแน่นอนคนที่นี่ไม่ต้องแย่งวัคซีนกัน ไม่ต้องรอคอยแบบลมๆแล้งๆ ไม่ต้องไปต่อแถวยาวจากกรุงเทพไปถึงเชียงใหม่ (อันนี้ก็พูดเกินไป ฮ่าๆ) การได้รับบริการฉีดวัคซีนทุกอย่างผ่านไปด้วยดี วัคซีนที่นี่มีหลักๆ อยู่ 3 ชนิดด้วยกัน ได้แก่ Pfizer,Moderna และ Astra Zeneca ซึ่งแน่นอนว่าถ้าไม่ใช่ผู้สูงอายุ ทุกคนจะมีโอกาสได้ฉีด mRNA ไม่ยี่ห้อใดก็ยี่ห้อนึงซึ่งถ้ามีให้เลือก ก็สามารถเลือกได้ด้วยว่าอยากฉีดอะไร “โอ้โห” ประเทศกูนี่ ขนาดเสียตังยังเลือกอะไรไม่ค่อยจะได้เลยและในที่สุด ผมก็ได้รับวัคซีนของ Moderna เข็มแรกเป็นที่เรียบร้อย

                                                               (นั่งรอดูอาการหลังฉีดวัคซีน)

                หลังจากฉีดไปได้ 3-4 ชั่วโมง เรารู้สึกได้ทันทีเลยว่า ปวดแขนแต่ก็ไม่มากเท่าไหร่ แต่หลังจากหลับไป 1 คืนเท่านั้นแหละ เช้าอีกวันคือ ปวดแขนข้างที่โดนฉีดมากๆ มีไข้เบาๆ แต่ก็พอรับได้ แต่แขนนี่ซิ ขยับทีปวดที อะไรมันจะขนาดนั้น อาการผลข้างเคียงอยู่กับผมไป 1 วันเต็มๆ และอีกวันถึงไป อาการปวดแขนก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนหายไป "อื้ม" ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร...

                หลังจากฉีดวัคซีนได้ 1 อาทิตย์ ในที่สุดผมก็มีโอกาสได้ออกไปเที่ยวซักทีจังหวะที่ “พี่เปรียว” เพื่อนพี่มุก ผู้ซึ่งทำงานเป็นแอร์สายการบินหนึ่งซึ่งผมจำไม่ได้ แถบๆอาหรับเนี่ยแหละ มาเยี่ยมพี่มุก ผม พี่มุก พี่เปรียว และตั๋งก็เลยตัดสินใจไปเที่ยว Stonehaven (สโตนเฮเว่น) หมู่บ้านเล็กๆที่ไม่ไกลจากอะเบอร์ดีน ใช้เวลาเดินทาง 20 นาทีสำหรับรถไฟและ 40 นาทีสำหรับรถบัส พวกเราเลือกที่จะนั่งรถบัสเนื่องจากรถบัสสามารถพาเราไปส่งถึงสถานที่เที่ยวได้เลยหรือที่ถูกเรียกว่าปราสาท Dunnottar เป็นซากปราสาทที่อยู่บนหน้าผาสูงซึ่งก็ดูสวยงานไปอีกแบบ (ราคารถบัสนี่ถ้าผมจำไม่ผิดจากเมืองที่ผมอยู่นั่งไปเสียประมาณ7-8 ปอนด์ต่อรอบ)


                                                                    (ปราสาท Dunnottar)

                ขึ้นชื่อว่า เกาะอังกฤษแล้วนั้นผมบอกได้เลยว่า อากาศนี่เป็นแบบเสี่ยงทายจริงๆ ต่อให้จะมีพยากรณ์แต่บอกเลยว่ามันจะถูกเปลี่ยนทุกๆ 30 นาที ซึ่งแน่นอนฝนดันตกลงมาตอนเที่ยวซะงั้น แต่ก็ตกได้ไม่นานอากาศก็กลับมาเป็นปกติ อย่างว่าอากาศมันแปรปรวนจนพนักงานที่หอผมบอกว่า “The weather here is not predictable” หรืออากาศที่นี่แม้งคาดเดาอะไรไม่ได้เลย แต่ก็โชคดีที่ฝนมันไม่ได้ตกเยอะและนานขนาดนั้น แต่ก็นะ เกาะอังกฤษบางคนก็บอกเลยว่าวันนึงเนี่ย มันมี 4 ฤดูจริงๆ ฝนตก แดดออก ลมแรง เมฆเยอะ OMG กรุณาเตรียมร่มและเสื้อคลุมกันฝนให้พร้อมก่อนออกจากบ้านด้วยความปรารถนาดี

                การไปเที่ยวครั้งนี้นอกจากสภาพอากาศที่ดูไม่แน่นอนเล็กน้อยแต่โดยรวมทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี มีไอศกรีมที่ขึ้นชื่อขายอยู่ก่อนเข้าเขตปราสาทสภาพรอบๆก็จะเป็นทุ่งนา ป่าสน ต่างๆนาๆ แบบธรรมชาติสุดๆ



                สโตนเฮเว่นนั้นเป็นหมู่บ้านเล็กๆริมทะเล นอกจากปราสาทนั้นแล้ว ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษส่วนอาหารที่ขึ้นชื่อเลยคือฟิชแอนด์ชิพส์ เห็นเค้าว่าอร่อยมากๆ ซึ่งผมยังไม่ได้ลองนะ แต่ก็คิดว่าถ้าไปอีกก็คงได้ลองแน่ๆ สำหรับคราวนี้ การเดินเล่น ชมวิวการเที่ยวในฤดูร้อนกับวันเดย์ทริปครั้งนี้ หลังจากไม่ได้เที่ยวมานาน ก็รู้สึกว่า “นี่แหละชีวิตที่รอคอย” หวังว่าจะได้มีโอกาสเที่ยวบ่อยๆนะ สำหรับคราวนี้ก็เอาไว้แค่นี้แหละ ความสุขนี่มันผ่านไปเร็วซะจริง...ว่าไหม?
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in