Europe Chapter 2KanSiri
บทที่ 1 ว่าด้วยเรื่องโควิด และ การเดินทาง
  • ช่วงต้นปี 2021 ที่ผ่านมาหลังจากโรคระบาดได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตช่วงปี 2020 อย่างหนักหน่วงก็อาจจะพูดได้ซักทีว่า ก่องสงกรานต์เมษายนปีนี้ สถานการณ์ดีขึ้นเยอะถึงแม้ว่าจะมีปัจจัยทางการเมืองที่ทำให้รู้สึกว่า มันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น แต่ความหวังเรื่องวัคซีนก็ทำให้พวกเรากล้าเสี่ยงกับการใช้ชีวิตแบบเดิมก่อนโรคระบาดจะเกิด สำหรับคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศอย่างผม ก็รู้สึกจริงๆว่า อื้มเดินทางครั้งนี้คงปลอดภัยกว่าปีก่อนเป็นแน่

                อย่างว่าแหละ ถ้าการเมืองดีอะไรๆก็คงดี ก่อนเดินทางไม่ถึง 2 เดือน หลังจากสงกรานต์ สถานการณ์กลับพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ตัวผมเองที่จะต้องเดินทางช่วงกรกฎาคม ความหวังที่จะเดินทางอย่างปลอดภัยนั้นก็ดับสูญไปซะอย่างนั้น

                “โอ้ยนี่มันอะไรกันเนี่ย!?

                แม้ว่ากระบวนการขอวีซ่าหรืออะไรต่างๆที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วมันจะเป็นไปได้ “สวย” แต่เหมือนประเทศไทยก็ยังไม่หลุดพ้นจากชะตามรณะอยู่ดี กลายเป็นว่าการเตรียมตัวตรวจร่างกาย อาการไม่สบายช่วงนี้ ผมต้องเสี่ยงกับ “โควิด” ทุกวันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไปโรงพยาบาลมันทุกวัน ผู้ป่วยโควิดก็สูงขึ้นทุกวัน ผมนี่ไม่ได้จะตายเพราะโรคประจำตัวนะ จะตายเพราะโควิดนี่แหละ ไหนจะวัคซีนที่ต้องเสี่ยงทายกันอีก “โถ่เอ้ย อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น” แต่กระแสย้ายประเทศช่วงนั้นก็ดังมาแรงจนเรารู้สึกว่า “ต้องออกจากประเทศนี้ให้ได้แหละ” คือมันไม่ไหวแล้วจริงๆ โชคยังดีที่แต้มบุญยังเหลือ ในที่สุด แผนการเดินทางก็เกิดถึงแม้จะเสียดายตรงที่ผมไม่มีโอกาส แวะพักเครื่องที่ประเทศตุรกีระหว่างทาง (ที่ตั้งใจไว้ว่าจะต้องไปเจอเอเรนให้ได้ ก่อนถึงสก๊อตแลนด์) แต่เป้าหมายหลักของผมก็คือ “ออกไปจากประเทศนี้ อย่างน้อยๆก็ช่วงนี้” ให้ได้เป็นพอ

                สนามบินที่แทบจะร้างผู้คน เพื่อนๆผมไม่สามารถมาส่งผมได้เลย ผมใช้เวลากับครอบครัวก่อนบิน และไม่คิดว่าการจากบ้านที่ไกลที่สุด และนานที่สุดอีกครั้ง ก็มาถึงจนได้ ไม่มีครั้งไหนที่ผมไม่ “กลัว” เลย ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ต่อให้ผมจะเคยหนีออกจาก Comfort Zone มาแล้ว แต่การเดินทางไกล “คนเดียว” ไม่เคยทำให้ผมชินได้เลย และครั้งนี้ กับโรคระบาด ผมเลือกที่จะไม่ฉีดวัคซีนและคิดว่า ยังไงเราต้องรอดไปฉีดที่สก๊อตแลนด์ให้ได้ ระหว่างเที่ยวบินแน่นอนว่าไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการติดเชื้ออยู่แล้วเพราะเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับคนอื่นนานๆ โดยที่หนีไปไหนไม่ได้เลย....

                                                       (ห้องที่ใช้กักตัวและอยู่ไปอีก 1 ปีเต็ม)

             ผู้โดยสารบนเครื่องบินไม่เยอะเนื่องจากอยู่ในช่วงโรคระบาดการซื้อที่นั่งราคาประหยัดก็น่าจะไม่ได้แย่ซักเท่าไหร่เนื่องจากคลาสอื่นๆราคามันแพงเกินกว่าจะรับไหวสำหรับประชาชนคนธรรมดาจริงๆ “เอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า” และแล้ว 13-14 ชั่วโมง กับการเดินทาง เราก็ได้มาถึง สก๊อตแลนด์ อะเบอร์ดีน ซักทีทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ผมเรียกแท็กซี่ และแล้ว มหกรรมการกักตัว 10 วันกับการแยงจมูกส่งผลโควิดก็เริ่มขึ้น ณ บัดนี้
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in