รีวิวเว้ย (2164) บาร์ตส์มองว่าแม่คือ "ศูนย์กลางของโลก" และเป็นบุคคลเพียงคนเดียวที่มอบความรักโดยปราศจากเงื่อนไขจนกลายเป็นรากฐานทางตัวตนของเขา การเสียชีวิตของแม่ในปี 1977 จึงเปรียบเสมือนการสูญเสียจุดยึดเหนี่ยวในชีวิตไปอย่างสิ้นเชิง Journal de deuil (อนุทินาลัย) ทำหน้าที่เป็นบันทึกความรู้สึกดิบ ๆ ในช่วงเวลาแห่งความแตกสลายเพื่อระบายความโศกเศร้าที่ไม่อาจหาถ้อยคำทฤษฎีใดมาอธิบายได้

หนังสือ : Journal de deuil อนุทินาลัย
โดย : โรล็องด์ บาร์ตส์
จำนวน : 270 หน้า
.
หาก "ลา ชองบร์ แคลร์" คือบทวิเคราะห์ผลึกความคิดที่กลั่นกรองออกมาจากความเศร้า "Journal de deuil" หรือ "อนุทินาลัย" คือต้นธารของความโศกเศร้าที่ยังไม่ได้ถูกขัดเกลาครับ หนังสือเล่มนี้รวบรวมบันทึกประจำวันของ โรล็องด์ บาร์ตส์ ที่เขียนลงบนเศษกระดาษแผ่นเล็ก ๆ เริ่มต้นเพียงหนึ่งวันหลังจากมารดาของเขาเสียชีวิตในปี 1977 และดำเนินต่อไปเป็นเวลาเกือบสองปี บันทึกสั้น ๆ เหล่านี้ไม่ใช่การเขียนเพื่อตีพิมพ์ แต่เป็นเสมือน "เสียงคร่ำครวญ" ที่เผยให้เห็นภาวะแตกสลายของนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อทฤษฎีทางภาษาและสัญวิทยาที่เขาเคยเชี่ยวชาญกลับไร้กำลังโดยสิ้นเชิงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าของการสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักที่สุดในชีวิต
.
เนื้อหาในเล่มมีความดิบและสม่ำเสมอในความเจ็บปวด บาร์ตส์ปฏิเสธการ "เยียวยา" ตามขนบจิตวิทยาที่บอกว่าเวลาจะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น แต่เขาเลือกที่จะจดบันทึกเพื่อรักษาร่องรอยของความเศร้าเอาไว้ไม่ให้เลือนหาย เขาตั้งคำถามกับภาษาว่าคำว่า "ความโศกเศร้า" นั้นช่างคับแคบและตื้นเขินเกินกว่าจะบรรจุห้วงอารมณ์ที่เขากำลังเผชิญได้ เราจะได้เห็นกระบวนการที่ความเศร้าค่อย ๆ เปลี่ยนรูป จากความทรมานที่แหลมคมไปสู่ความเหงาที่เรื้อรัง และการพยายามกลับไปใช้ชีวิตในโลกที่ไม่มีแม่เคียงข้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความรักและความเศร้าคือเหรียญเดียวกันที่ไม่อาจแยกจากกันได้
.
เสน่ห์ที่น่าสะพรึงกลัวของ "อนุทินาลัย" คือความจริงใจที่ปราศจากจริตทางวรรณกรรม มันเป็นหนังสือที่อ่านแล้ว "เจ็บปวด" แต่ในขณะเดียวกันก็ปลอบประโลมผู้ที่กำลังสูญเสียว่า ความอ่อนแอและการจมดิ่งไม่ใช่เรื่องผิดบาป บาร์ตส์ทำให้เราเห็นว่าการสูญเสียไม่ใช่ "เหตุการณ์" ที่เกิดขึ้นแล้วจบไป แต่เป็น "สภาวะ" ใหม่ที่เราต้องหัดใช้ชีวิตอยู่กับมัน หนังสือเล่มนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงชีวประวัติช่วงท้ายของนักคิด แต่เป็นหมุดหมายสำคัญที่บอกเราว่า แม้แต่นักภาษาศาสตร์ที่เก่งที่สุดในโลก ก็ยังมีช่วงเวลาที่ "ไร้ถ้อยคำ" และปล่อยให้ความเงียบและความเศร้าทำหน้าที่สื่อสารตัวตนของมันเองออกมาอย่างซื่อตรงที่สุด
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in