เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
รีวิวเว้ย (3)Chaitawat Marc Seephongsai
กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ By ฮันนาห์ อาเรนดท์ แปล สายพิณ ศุพุทธมงคล
  • รีวิวเว้ย (2165) "เผด็จการเบ็ดเสร็จ" คือ ระบอบการเมืองที่รัฐไม่ได้หยุดอยู่เพียงการกุมอำนาจปกครอง แต่ยังพยายามรุกคืบเข้าไปครอบงำทุกมิติของชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่พฤติกรรมในพื้นที่สาธารณะไปจนถึงความเชื่อส่วนบุคคลในพื้นที่ลับ โดยใช้อุดมการณ์ชุดเดียวเป็นเครื่องมือชี้นำและใช้ความหวาดกลัวเป็นกลไกสยบยอม หัวใจสำคัญของระบอบนี้คือการทำลายความเป็นปัจเจกบุคคลเพื่อเปลี่ยนผู้คนให้กลายเป็นมวลชนที่ไร้ตัวตน ซึ่งพร้อมจะปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐอย่างปราศจากข้อสงสัย จนพื้นที่อิสระทางความคิดถูกลบเลือนไปอย่างสิ้นเชิงเพื่อให้รัฐกลายเป็นศูนย์กลางเพียงหนึ่งเดียวที่กำหนดความจริงและความถูกต้องทุกประการในสังคม
    หนังสือ : กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ
    โดย : ฮันนาห์ อาเรนดท์ แปล สายพิณ ศุพุทธมงคล
    จำนวน : 816 หน้า
    .
    "กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ" (The Origins of Totalitarianism) หนึ่งในงานเขียนทางปรัชญาการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดในศตวรรษที่ 20 ที่ไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกประวัติศาสตร์ แต่เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อทำความเข้าใจรากเหง้าของปรากฏการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นั่นคือ "ระบอบนาซี" และ "สตาลิน" หนังสือนำเสนอว่าเผด็จการเบ็ดเสร็จไม่ใช่แค่การเผด็จการรูปแบบเดิมที่อัปเกรดขึ้น แต่เป็น "ระบอบใหม่" ที่มุ่งหมายจะทำลายล้างความเป็นมนุษย์และจัดระเบียบโลกใหม่ผ่านอุดมการณ์ที่ครอบงำทุกมิติของชีวิตอย่างเบ็ดเสร็จ
    .
    ในส่วนแรกของหนังสือวิเคราะห์ถึง "การต่อต้านยิว" โดยชี้ให้เห็นว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องความเกลียดชังทางศาสนาหรือเชื้อชาติแบบทั่วไป แต่ถูกยกระดับให้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อสร้าง "ศัตรูร่วม" ของชาติ การทำให้ชาวเยิวกลายเป็นกลุ่มคนที่ไร้รัฐ และอยู่นอกขอบเขตของกฎหมาย กลายเป็นพิมพ์เขียวสำคัญที่ระบอบเผด็จการใช้ในการลิดรอนสิทธิพื้นฐานของมนุษย์ และเป็นก้าวแรกของการสร้างสภาวะที่มนุษย์บางกลุ่มถูกมองว่า "ไม่มีค่าพอที่จะมีชีวิตอยู่" ส่วนนี้ประกอบด้วย 4 บท ได้แก่ บทที่ 1 ลัทธิรังเกียจเชื้อชาติยิวในฐานะสิ่งที่ขัดกับสามัญสำนึก, บทที่ 2 ชาวยิว รัฐชาติ และกำเนิดลัทธิรังเกียจเชื้อชาติผิว, บทที่ 3 ขาวยิวกับสังคม และ บทที่ 4 เหตุการณ์เดรย์ฟุส
    .
    ส่วนที่สองเน้นไปที่ "ลัทธิจักรวรรดินิยม" ที่มองว่าเป็นปัจจัยบ่มเพาะระบอบเผด็จการผ่านการขยายอำนาจอย่างไร้ขอบเขตและการใช้ระบบราชการปกครองดินแดนอาณานิคม การที่อำนาจอยู่เหนือตัวบทกฎหมายในดินแดนห่างไกลได้ส่งผลย้อนกลับมาทำลายโครงสร้างรัฐชาติในยุโรปเอง การเหยียดเชื้อชาติถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลรองรับความรุนแรงและการขยายตัวทางการเมือง ซึ่งทำลายความเข้มแข็งของสถาบันประชาธิปไตยและเปิดทางให้มวลชนที่แปลกแยกหันไปหาผู้นำที่สัญญาว่าจะสร้างระเบียบใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ประกอบไปด้วย 5 บท ได้แก่ บทที่ 5 สิทธิทางการเมืองของชนชั้นกระฎุมพี, บทที่ 6 ความคิดเรื่องเชื้อชาติก่อนลัทธิเชื้อชาตินิยม, บทที่ 7 เชื้อชาติ กับระบบราชการ, บทที่ 8 จักรวรรดินิยมภาคพื้นทวีป: ขบวนการรวมชาติ และ บทที่ 9 ความล่มสลายของรัฐชาติ เละอวสานของสิทธิมนุษย์ขั้นพื้นฐาน
    .
    เมื่อเข้าสู่ส่วนสุดท้าย "กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ" ได้ตีแผ่กลไกของ ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ โดยชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญคือการใช้ "โฆษณาชวนเชื่อ" และ "ความหวาดกลัว" เพื่อเปลี่ยนปัจเจกบุคคลให้กลายเป็น "มวลชน" ที่ไร้ตัวตน ระบอบนี้พยายามลบล้างเส้นแบ่งระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่สาธารณะ จนผู้คนสูญเสียความสามารถในการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นอิสระ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือการที่ระบอบนี้พยายามเปลี่ยน "ความจริง" ให้กลายเป็นเรื่องโกหกที่สอดรับกับอุดมการณ์ จนกระทั่งผู้คนในสังคมไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือความลวง โดยประกอบไปด้วย 4 บท ได้แก่ บทที่ 10 สังคมไร้ชนชั้น, บทที่ 11 ขบวนการเผด็จการเบ็ดเสร็จ, บทที่ 12 ระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จครองอำนาจ และ บทที่ 13 อุดมการณ์และความน่าสะพรึง: รูปแบบใหม่ของการปกครอง
    .
    "กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ" คือ คำเตือนที่ยังคงร่วมสมัย ถึงความเปราะบางของมนุษยชาติ ที่ผู้เขียนเน้นย้ำว่าเผด็จการเบ็ดเสร็จเติบโตได้ดีที่สุดในสังคมที่ผู้คนรู้สึกโดดเดี่ยวและแปลกแยกจากกันและกัน การอ่าน "กำเนิดระบอบเผด็จการเบ็ดเสร็จ" ในปัจจุบันจึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้อดีต แต่เป็นการเตือนใจให้เราเห็นความสำคัญของการรักษาพื้นที่ทางการเมือง การมีส่วนร่วมในฐานะพลเมือง และการยืนหยัดในความจริง เพื่อป้องกันไม่ให้รากเหง้าของความรุนแรงเหล่านี้กลับมาหยั่งรากลึกในสังคมของเราอีกครั้ง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in