สืบเนื่องมาจากมีคนกล่าวว่าพระพุทธเจ้าคือนบี
ข้าพเจ้าจึงมีความเห็นว่า
1. จนกระทั่งวินาทีนี้ยังไม่มีหลักฐานใดมาสนับสนุนว่าพระเจ้ามีจริง ตรงกันข้ามมีหลักฐานมากมายไม่ว่าจะเป็น archeology anthropology psychology theology etc. ที่อธิบายว่าพระเจ้าเกิดจากการสร้างของมนุษย์เพื่ออธิบายความเป็นไปของโลกกายภาพหรือ physical world
2. มวลมหาเทพในชมพูทวีปแตกต่างจากมวลมหาเทพแถบ Fertile Crescent อย่างชัดเจนจนนักอนุกรมวิธานยังต้องจำแนกให้อยู่คนละไฟลัม สังเกตดูให้ดีเทพทั้งหลายในพหุเทวนิยมมักจะมีทั้งดีและร้ายและเกี่ยวเนื่องคือ 'มั่ว' กับชีวิตประจำวันของมนุษย์แบบถึงเนื้อถึงตัวเช่นได้เสียกับมนุษย์แล้วมีลูกเป็นครึ่ง mortal ครึ่ง god เพื่ออธิบายปรากฏการณ์บางอย่างในธรรมชาติ ผิดกับเอกเทวนิยมที่พระเจ้าอยู่ 'เหนือ' ธรรมชาติและถึงแม้จะผีเข้าผีออกเดี๋ยวบันดาลให้น้ำท่วมเดี๋ยวให้อับราฮัมฆ่าลูกตัวเองแต่ก็ทำเพื่อความหวังดี (ในส่วนลึกๆ); นักวิชาการศาสนาในยุคแรกๆ (แน่นอนคือพวกฝรั่งดั้งขอ) ให้คำจำกัดความว่าเอกเทวนิยมคือการวิวัฒนาการ (evolution) จากพหุเทวนิยมโดยมีนัยของการดูถูกว่าข้าเหนือกว่า จนกระทั่งพวกนางได้มาพบพระพุทธศาสนาที่ไม่สนเรื่องพระเจ้า ครั้นจะเรียกว่าวิวัฒนาการจากเอกเทวนิยมอีกต่อหนึ่งก็ดูจะให้เกียรติคนตะวันออกเกินไป วิวัฒนาการจึงกลายมาเป็นปฏิวัติ (revolution) ไปซะฉิบ; ฉะนั้นแล้วต้นกำเนิดและปรัชญาของพุทธและอิสลามแตกต่างกันมากจึงไม่มีทางเป็นไปได้ว่าอัลเลาะห์จะให้พระพุทธเจ้าเป็นนบี (อ่านต่อข้อสาม)
3. พุทธตายจากชมพูทวีปแล้วอิสลามถึงเข้ามา ฉะนั้นแล้วอัลเลาะห์ยังไม่เกิดเมื่อตอนที่สิทธัตถะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เออถ้าบอกว่ามูฮัมหมัดเป็นพระโพธิสัตว์เมตตรัยยะยังฟังดูน่าเชื่อถือกว่า
4. ถามว่าผิดไหมที่บอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นนบีก็ต้องบอกว่าไม่ เพราะทุกคนมีสิทธ์ที่จะคิดจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากที่จะคิดและเชื่อ ก็เหมือนกับฮินดูไวษณพนิกายบอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นอวตารของพระนารายณ์เพื่อหลอกล่อคนเลวออกไปจากฮินดู
5. ก่อนที่ข้าพเจ้าจะสนใจศึกษาศาสนาอิสลามข้าพเจ้าตั้งสมมติฐานว่า "ศาสนาอิสลามคือศาสนาแห่งสันติ" แต่พอได้อ่าน Koran และหนังสือจากนักวิชาการศาสนาอิสลามที่เป็นคนอิสลามมานับ 10 เล่ม สมมติฐานของข้าพเจ้าเป็นอันต้องมลายไป อนึ่งบางคนอาจมองเห็นว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนแต่ข้าพเจ้าคิดว่าเราควรจะต้องถกเถียงอย่างมีเหตุผลเพื่อความพัฒนาและสร้างสังคมโลกที่สงบสุขอย่างยั่งยืน จุดเด่นของศาสนาอิสลามคือตัวศาสนาและผู้นำไม่สามารถแยกจากการปกครองและการใช้ชีวิตของผู้นับถือได้เลย ประมาณว่าคำสอนก็คือกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่ฝังลึกอยู่ใน DNA ของชาวมุสลิม ถามว่าผิดไหม ไม่เลยถ้าหากเวลานี้คือคริสต์ศตวรรษที่ 7 แต่เวลาผ่านไปทุกวันจนพันกว่าปี ของที่คิดว่าดีในตอนนั้น เช่น ไม่ใช้ deodorant, ห้ามคุมกำเนิด, ใช้ไม้สีฟันแทนแปรงสีฝัน, ทำลายรูปปั้นรูปเคารพของศาสนาอื่น, ฆ่าคนที่ไม่ยอมเข้ารีต, ฮิญาด, หรือแม้กระทั่งให้อำนาจเฆี่ยนตีบีฑาผู้หญิงที่อยู่ในอาณัติ มันไม่ตอบโจทย์ของยุคสมัยใหม่อีกแล้ว มันต้องเปลี่ยนมันต้องแยกเอาหลักการณ์ทางศาสนาเพื่อเสริมสร้างจิตวิญญาณออกจากการปกครองมนุษย์ ต้อง tolerate ความเห็นต่าง หรือไม่ก็อพยพไปอยู่โลกอื่น ข้าพเจ้าไม่เกลียดศาสนาอิสลาม ไม่ได้เป็น islamophobia แต่นี่คือการมองโลกแห่งความเป็นจริง พวกคุณต้องยอมรับและเปลี่ยนแปลงสักที ดูอย่างศาสนาคริสต์ในยุคกลางที่ pope เป็นทั้งผู้นำทางศาสนาและขี่ม้าออกศึก คนที่มีความเห็นต่างโดนฆ่าตายไปเท่าไร หรือไกลกว่านั้นอย่างตอนที่ Constantine สมาทานศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจำชาติมีพวก pagan โดนกุดหัวไปกี่ร้อนกี่พันคน หรือในยุคปัจจุบันในไอร์แลนด์เหนือที่ Catholic กับ Protestant ต้องฆ่ากันตายเพราะเดินทับที่กัน ถ้าเราเอาศาสนามาเกี่ยวข้องกับการเมืองผลมันก็จะเป็นแบบนี้ (สังเกตดูศาสนาอื่นเกิดขึ้นแยกต่างหากจาก secular state แต่ถูก adopt เอามาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่อิสลามเกิดมาพร้อมกันตั้งแต่ต้น)
6. ข้าพเจ้าไม่คิดที่จะหลบหลู่ศาสนาเพียงแต่แสดงความเห็น ถ้าใครไม่ชอบใจก็เขียนทักท้วงได้แบบมีเหตุผลหรือถ้าเกลียดนักก็รอให้ข้าพเจ้าตกนรกในวันอวสานโลกก็แล้วกัน
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in