ReviewPeanut Butter Jelly
Kimetsu no yaiba (Review)
  • Kimetsu no yaiba 


    ถ้าพูดถึงมังงะและอนิเมชั่นที่กำลังมาแรงที่สุดในชั่วโมงนี้คงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่พูดถึง Kimetsu no Yaiba หรือในช่ือภาษาไทยว่า “ดาบพิฆาตอสูร” 

    .

    เรื่องราวของดาบพิฆาตอสูรนั้นตรงไปตรงมา ไม่ซับซ้อนแต่ไม่น่าเบื่อ เป็นเรื่องราวว่าด้วยชีวิตพลิกผันของ “คามาโดะ ทันจิโร่” ที่วันหนึ่งพบว่าครอบครัวตัวเองถูกอสูรฆ่าตาย ส่วนน้องสาวที่รอดชีวิตกลับกลายเป็นอสูร โชคดีที่ทันจิโร่ได้พบกับหนึ่งในเสาหลักของกลุ่มพิฆาตอสูร ทันจิโร่จึงได้มีโอกาสฝึกฝนและตั้งใจจะเป็นนักล่าอสูรเพื่อหาวิธีช่วยให้น้องสาวกลับมาเป็นมนุษย์และฆ่าอสูรที่ทำร้ายครอบครัวของเขาให้จงได้ 

    .

    ความน่าสนใจของดาบพิฆาตอสูรคือเป็นอนิเมะที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทั้งจากเด็กและผู้ใหญ่ เป็นเรื่องราวที่เด็กดูก็ชอบ ผู้ใหญ่ดูก็ว้าว ในรูปแบบของอนิเมะเองก็มีการดำเนินเรื่องราวที่ตรงไปตรงมา ไม่มีสับขาหลอกให้คนดูนั่งงง เป็นการเดินเรื่องที่มุ่งสู่เป้าหมายแบบแทบไม่ออกนอกเส้นเรื่องเลยสักนิด ขับเคลื่อนตัวละครด้วยสถานการณ์บังคับรอบข้างที่ทำให้ดูสมจริงจนอดลุ้นตามไปด้วยไม่ได้ ในด้านมังงะก็ไม่ต่างกัน ด้วยความที่เป็นการ์ตูนต่อสู้ภาพที่วาดและเนื้อเรื่องที่ดำเนินจะต้องทำให้คนอ่านรู้สึกถึงอารมณ์และแรงขับเคลื่อนในแต่ละหน้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งในรูปแบบมังงะนั้นก็เรียกว่าทำได้ดีไม่แพ้อนิเมะเลย การสะบัดลวดลายการต่อสู้การเคลื่อนไหวในหน้ากระดาษให้ความรู้สึกเหมือนเห็นภาพนิ่งกลายเป็นภาพเคลื่อนไหวขึ้นมาได้ และทิ้งความเข้มข้นของเรื่องราวไว้มากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเข้าใกล้บทสรุปเรื่องราวก็ยิ่งเข้มข้นจนหยุดพลิกหน้ากระดาษไม่ได้ โดยส่วนตัวแล้วถือว่าเป็นมังงะที่ทำให้จิตใจหลุดตามเข้าไปในโลกที่ผู้แต่งสร้างขึ้นได้ชั่วขณะเลยทีเดียว

    .

    นอกเหนือไปจากเรื่องราวที่น่าสนใจ ตรงไปตรงมาและดูฉูดฉาดแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้พุดดิ้งอ่านรู้สึกว่าดาบพิฆาตอสูรมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่ามังงะทั่วไปคือการดีไซน์คาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละตัวให้มีเอกลักษณ์โดดเด่น จดจำได้ง่าย และมีเสน่ห์ ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องต่างมีลักษณะนิสัยที่ต่างกัน มีข้อดี ข้อด้อยที่ต่างกันทำให้เรื่องราวดูมีมิติ มีสีสันเหมือนโลดแล่นออกมาอยู่ในโลกจริงๆ ได้ มีเสน่ห์ที่ทำให้คนอ่านชื่นชอบได้โดยไม่ยาก อีกทั้งเมื่อดูและอ่านไปเรื่อยๆ ยังได้เห็นแง่มุมและแนวคิดสำคัญบางอย่าง ทำให้รู้สึกเหมือนได้เรียนรู้และเข้าใจตัวเองไปพร้อมๆ กับตัวละครในเรื่อง พุดดิ้งอ่านจึงตัดสินใจลองวิเคราะห์ประเด็นที่ซ่อนอยู่ในตัวละครไว้ในรูปตามเธรดด้านล่างค่ะ มีความคิดเห็นเหมือนต่างอย่างไรก็ลองแชร์กันมาได้นะคะ 🗡🔥🌊


    🚨WARNING !!! 


    **บทวิเคราะห์ตัวละครด้านล่างอาจมีการสปอยล์เนื้อหาหลังจากเนื้อเรื่องในอนิเมะอยู่ในย่อหน้าที่สองของแต่ละตัวละคร**



    คามาโดะ ทันจิโร่ 


    ตัวละครหลักของเรื่องผู้ขับเคลื่อนเรื่องราวทั้งหมด ทันจิโร่เป็นลูกชายคนโตของครอบครัวที่ทำอาชีพขายถ่านและเนื่องจากสูญเสียพ่อ ทันจิโร่จึงกลายเป็นเหมือนเสาหลักของบ้าน ทำให้มีนิสัยอ่อนโยนและชอบดูแลผู้คนจนตกมาถึงตัวละครอื่นๆ ในเรื่องด้วย ความน่าสนใจของทันจิโร่คือเขาเป็นตัวละครที่เด็กๆ ญี่ปุ่นให้ความนิยมถึงขนาดได้ผลโหวตอันดับ1 บุคคลในดวงใจ เพราะอะไรทันจิโร่ถึงได้รับความนิยมถึงขนาดนี้นะ?

    .

    เหตุผลหลักๆ นั้นอาจเป็นเพราะคาแรคเตอร์ที่ตรงไปตรงมาไม่ซับซ้อน ดูเป็นที่พึ่งพาและดูเป็นฮีโร่แบบไม่ยัดเยียดอีกทั้งยังจิตใจดี จะเห็นได้ว่าหลายต่อหลายครั้งที่ปะทะกับอสูร ทันจิโร่ไม่เคยยิ้มเยาะสะใจในการการตายของอสูรเลยสักครั้งเพราะสัมผัสได้ถึงกลิ่นความเศร้า สัมผัสได้ถึงอดีต ปมในใจของอสูรเมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเจอกับคนประเภทไหน สิ่งที่ทันจิโร่ทำคือการใช้ความจริงใจและเป็นมิตรเข้าสู้ ไม่ว่าจะเป็นกับอิโนะสุเกะเมื่อตอนเจอกันแรกๆ ไม่ว่าอิโนะสุเกะจะยั่วโมโห เอาชนะยังไง ทันจิโร่ก็ไม่ตอบโต้แม้แต่น้อย แต่กลับมองทุกอย่างในแง่ดีไปหมด แต่ก็ไม่ใช่คนโลกสวยที่ไม่มองแง่ลบเลย ทันจิโร่จึงมีความเป็นมนุษย์ในแบบที่ถ้าพูดทางศาสนาก็เรียกว่าเข้าใกล้พระอรหันต์เข้าไปทุกที อีกทั้งคำพูดที่ทันจิโร่ใช้พูดเตือนใจตัวละครอื่นๆ บางทีก็กลับมากระแทกใจคนดูโดยไม่รู้ตัว ไม่เพียงเท่านั้นเสน่ห์ที่น่าสนใจของทันจิโร่คือการพัฒนาการความเก่งแบบมีขั้นตอน ไม่ใช่การเก่งมาแต่แรก เริ่มตั้งแต่การฝึกซ้อมของคุณอุรุโกะดากิที่จากตอนแรกทำอะไรไม่ได้เลยไล่มาจนถึงซ้อมกับซาบิโตะ ได้ฝึกฝีมือกับอสูรข้างแรม ได้เรียนรู้กระบวนท่าจากเหล่าเสาหลัก ทุกอย่างมีการพัฒนาการแบบก้าวกระโดดแต่ไม่ลัดขั้นตอนทำให้ความเก่งกาจของทันจิโร่ดูสมจริงเป็นไปได้อย่างไม่มีข้อสงสัย นี่คือสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากตัวละครตัวนี้ ความสำเร็จไม่ได้อาจไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน แต่การเชื่อมั่นว่าตัวเองจะต้องทำสำเร็จนั้นสำคัญกว่า เหมือนกับที่ทันจิโร่เองก็ไม่มีวันรู้ว่าเป้าหมายในการทำให้เนซึโกะกลับเป็นมนุษย์จะสำเร็จไหม จะฆ่ามุซันได้หรือเปล่า ไม่มีใครรู้ แต่ที่รู้คือต้องเชื่อมั่นว่ามันจะสำเร็จหนทางพวกนั้นถึงจะเปิดออกได้ เป็นตัวละครที่สมเป็นแบบอย่างของเด็กๆ (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่)ได้อย่างดีเยี่ยม

     

    อางาสึมะ เซ็นอิทสึ


    เด็กหนุ่มหัวทองที่ดูโวยวาย ขี้กลัวตลอดทั้งเรื่อง แต่ความนิยมในเรื่องกลับไม่เป็นสองรองใคร เซ็นอิทสึเป็นหนึ่งในกลุ่มนักล่าอสูรรุ่นใหม่รุ่นเดียวกับทันจิโร่ แต่กลับมีบุคลิกขัดกันกับทันจิโร่โดยสิ้นเชิง เซ็นอิทสึมักจะร้องไห้โวยวายด้วยความหวาดกลัวเมื่อเจออสูร แถมยังคิดว่าตัวเองจะต้องตายในไม่ช้าอยู่เรื่อยเพราะตัวเองไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก ดูเป็นตัวละครเสริมแก๊กขำๆ ในตอนแรกจนกระทั่งพ่อคุณฟาดสายฟ้าจากปราณอัสนีออกมาเปรี้ยงเดียว แท่งชาร์ตความนิยมก็คงจะพุ่งทะลุไปในตอนนั้นเอง

    .

    เสน่ห์ที่เซ็นอิทสึดูจะมีมากกว่าใครๆ ในเรื่องคงเป็นที่บุคลิกของคาแรกเตอร์นั้นเอง เคยเป็นไหมคะ เวลาที่เรามองตัดสินไปแล้วว่าคนๆ นี้ไม่ได้เรื่องแน่ๆ แต่อยู่ดีๆ กลับกลายเป็นเก่งเทพไปซะงั้น ช่วงเวลาขณะนั้นคงเรียกว่าช่วงเวลาต้องมนตร์เพราะมีทั้งความงุนงง สับสน และทึ่งไปในเวลาเดียวกัน คาแรคเตอร์ของเซ็นอิทสึเองก็เป็นแบบนั้น แม้ในช่วงแรกๆ จะแสดงออกว่าตนไม่เก่ง แต่เมื่อถึงเวลาคับขันจวนตัว เจ้าตัวจะสลบไปแล้วหลังจากนั้นความสามารถที่แท้จริงจะโผล่ออกมา การต่อสู้ที่ดูเฉิดฉายที่สุดในตอนสู้กับอสูรแมงมุมเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าลึกๆ แล้วจิตใจของเซ็นอิทสึแข็งแกร่งมาก แม้จะใช้ปราณได้แค่กระบวนท่าเดียวแต่ก็ไม่ย่อท้อและเอาชนะจนสำเร็จ ยิ่งมาดูในมังงะช่วงหลัง จะยิ่งพบว่าเซ็นอิทสึมีพัฒนาการทางด้านจิตใจเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอันเป็นผลจากจากเหตุการณ์บางอย่าง จากที่ไม่เอาอะไรเลย กลายเป็นทุ่มเทฝึกซ้อม มีความจริงจังมากขึ้น จนถึงขั้นคิดค้นท่าปราณอัสนีกระบวนพิเศษขึ้นมาได้และเมื่อตอนสู้กับอสูรข้างขึ้นที่หกนั้น สิ่งที่น่าประทับใจมากที่สุดคือการที่เซ็นอิทสึสามารถสู้ได้โดยที่ไม่ได้หลับ ไม่ได้เป็นการต่อสู้จากสัญชาติญาณเอาชีวิตรอดอีกแล้ว แต่เป็นการสู้โดยมีเป้าหมายและมีสติครบถ้วนทุกประการ มองดูแล้วเลยรู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของเซ็นอิทสึมีการเติบโต มีความใกล้เคียงกับความเป็นมนุษย์จริงๆ คือมีความกลัว ความไม่มั่นใจ แต่สามารถพัฒนาตัวเองให้พ้นจากอุปสรรคทางด้านจิตใจได้ เป็นคาแรคเตอร์ที่มีเสน่ห์โดดเด่นอย่างมาก


    ฮาชิบิระ อิโนะสุเกะ 


    เจ้าหนุ่มหัวหมู่ป่าที่หน้าจริงสวยอย่างกับผู้หญิง อิโนะสุเกะเป็นเด็กที่โดนเลี้ยงมาโดยแม่หมูป่า ดังนั้นจึงมีสัญชาติญาณและความสามารถแบบสัตว์ป่า ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ สัมผัสที่แม่นยำ และอื่นๆอีกมากมาย  เดิมทีเพราะถูกเลี้ยงมาในป่าจึงค่อนข้างจะเอะอะมะเทิ่งและไม่ค่อยเข้าใจสังคมเท่าไหร่ อิโนะสุเกะในตอนแรกจึงคิดเพียงว่าต้องต่อสู้เพื่อเอาชนะไปเรื่อยๆ เพื่อที่ตนจะได้เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด จนกระทั่งมาถึงจุดที่พบว่าตัวเองนั้นไม่สามารถทำอะไรได้เลยในการต่อสู้บนภูเขาแมงมุม ที่ตนสู้อสูรไม่ได้สักนิด ในขณะที่เสาหลักแค่วาดดาบเดียวอสูรก็ตายคาที่ ความสามารถที่ตัวเองคิดว่ามีก็เลยพังทลายลง กลายเป็นสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไป 

    .

    ในช่วงชีวิตคนเราหลายคนอาจเคยเผชิญกับความรู้สึกคล้ายๆ กับอิโนะสุเกะ ความรู้สึกที่บั่นทอนความมั่นใจที่มีมาทั้งชีวิต ความรู้สึกที่ Self Esteem การเห็นคุณค่าในตัวเองตกลงฉับพลัน ความรู้สึกเหล่านี้ส่งผลให้อิโนะสุเกะที่รู้สึกพ่ายแพ้มาจากเหตุการณ์บนภูเขาแมงมุมยิ่งพ่ายแพ้เข้าไปอีกเมื่อถึงเวลาฝึกฟื้นฟูในคฤหาสน์ตระกูลโคโจแล้วแพ้เด็กผู้หญิงหมดรูป โชคดีที่คนรอบข้างตัวอิโนะสุเกะไม่ได้เหยียบย่ำ แต่กลับกลายเป็นแรงผลักให้เขาพยายามยิ่งขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นทันจิโร่ที่พยายามอยู่ตลอดเวลา เซ็นอิทสึที่พร้อมจะจะร่วมพยายามไปพร้อมๆกัน ทำให้อิโนะสุเกะฟื้นฟูความมั่นใจในตัวเองกลับมาได้ การที่ตอนนั้นทำไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าในอนาคตจะทำไม่ได้ และการที่สู้คนอื่นไม่ได้ก็ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง ไม่เพียงแค่เรื่องความมั่นใจ แต่ในด้านจิตใจอิโนะสุเกะก็ได้รับอิทธิพลมาจากทันจิโร่และเซ็นอิทสึทำให้จากบุคลิกแข็งกร้าวในตอนแรกค่อยผ่อนลงในที่สุด 



    โทมิโอกะ กิยู


    เสาหลักวารีผู้สวมเสื้อคลุมสองสีดูแปลกตา กิยูคือผู้ที่พบกับทันจิโร่และเนซึโกะในช่วงเวลาที่กำลังกลายเป็นอสูร เป็นผู้ฝากฝังทันจิโร่กับคุณอุโรโกะดากิ เป็นผู้ชายที่มีบุคลิกเงียบขรึม และเป็นคนที่ดูแค่แวบเดียวก็รู้เลยว่าเป็นคนเก่งอย่างหาตัวจับยาก

    .

    คาแรคเตอร์ของกิยูในตอนแรกดูเป็นคนเย็นชา เงียบๆ แต่เมื่อมาถึงฉากบนภูเขาแมงมุมกลับเปิดเผยให้เห็นมุมที่น่าตกตะลึงถึงสองด้านพร้อมกัน อย่างแรกคือการแสดงฝีมือของบุคคลที่ยืนอยู่ในตำแหน่งเสาหลักให้คนดูได้เห็นเป็นครั้งแรก อสูรจันทราที่ทันจิโร่สู้แทบตายก็ยังไม่ชนะ กิยูแค่กระโดดเข้ามาในฉากก็บั่นหัวอสูรได้แล้วเป็นมุมด้านที่ดูเท่ไม่เบา แต่ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นกลับมีบุคลิกแบบขัดแย้งอย่างการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ ที่เสาหลักแมลงโคโจ ชิโนบุต่อว่า การโต้ตอบที่ดูไม่เข้ากับสถานการณ์ทำให้เห็นได้ว่ากิยูไม่ใช่คนเย็นชา ไม่แคร์สิ่งแวดล้อมแบบที่แสดงออก แต่ถึงกระนั้นก็ยังชอบปลีกวิเวกออกจากเสาหลักคนอื่นๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าตัวเองกับเหล่าเสาหลักนั้นต่างกัน ฟังครั้งแรกๆ อาจจะคิดว่ากิยูคิดว่าตัวเองเก่งกว่าหรือนิสัยไม่เข้ากันหรือยังไง แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ จะพบว่าสาเหตุที่กิยูกลายเป็นคนยิ้มยาก เงียบขรึมและสันโดษนั้นเป็นเพราะเขาคิดมาตลอดว่าตนเองนั้นไม่คู่ควรกับการเป็นเสาหลักเพราะเมื่อครั้งที่คัดเลือกเข้ากลุ่มนักล่าอสูรคนที่ช่วยให้เขารอดชีวิตคือเพื่อนรักของเขา เขาได้ตำแหน่งมาได้เพราะโชคช่วยไม่ใช่เพราะความสามารถ กิยูคิดแบบนั้นโดยหลงลืมไปว่าการที่ตัวเองไต่เต้ามาเป็นถึงเสาหลักนั้นก็เพราะความพยายามของตัวเอง กิยูเอาแต่จมจ่อกับความรู้สึกที่ว่าตัวเองนั้นอ่อนด้อยและไร้ค่าจนมองข้ามความตั้งใจของผู้ที่หวังดีต่อเขา อารมณ์ความนึกคิดในส่วนนี้จึงทำให้กิยูกลายเป็นตัวละครที่ดูมีมิติขึ้นมาในทันที เจตนารมณ์ที่ได้รับสืบทอดมานั้นสำคัญ จึงไม่ควรลืมเลือน และไม่ควรมองข้ามความสำคัญของตัวเองเป็นอันขาด



    ซึยูริ คานาโอะ


    เด็กสาวผู้ใช้ปราณบุปผา เราจะเห็นหน้าค่าตาเธอมาตั้งแต่ช่วงที่สอบคัดเลือกเข้ากลุ่มพิฆาตอสูร แต่จะมีบทบาทจริงๆ ในช่วงที่พวกทันจิโร่พักฟื้นอยู่ที่คฤหาสน์ผีเสื้อของชิโนบุนั่นเอง คานาโอะเป็นเด็กสาวที่โคโจ คานาเอะและโคโจ ชิโนบุรับมาเลี้ยง ช่วยเหลือเธอให้พ้นจากครอบครัวที่ทารุณกรรมและกระทำกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เหมือนไม่ใช่คน ดังนั้นคานาโอะจึงรักและให้ความเคารพพี่น้องโคโจเหมือนพี่สาวแท้ๆ

    .

    ลักษณะนิสัยของคานาโอะที่ค่อนข้างแปลกประหลาดไปจากคนอื่นก็คือเธอจะไม่พูดหรือตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง การกระทำของเธอจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับคำสั่งเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นผลพวงมาจากเหตุการณ์เมื่อตอนเด็กของเธอที่โดนพ่อแม่ทำร้ายทำให้ไม่กล้าแสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา โคโจ คานาเอะจึงให้เหรียญกับเธอไว้โยนหัวก้อยเพื่อตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งแม้จะโยนเหรียญออกด้านไหนก็ทำแบบนั้น นั่นก็ยังไม่ใช่การตัดสินใจที่ออกมาจากตัวตนของคานาโอะอยู่ดี เพราะตัวเธอไม่เคยได้ยินเสียงเรียกร้องในหัวใจของตัวเอง แม้ว่าอยากร้องไห้ ก็ร้องไม่ได้ จนกระทั่งทันจิโร่เข้ามาพูดคุยและสะกิดให้คานาโอะเรียนรู้ที่จะลองฟังเสียงในใจตัวเอง เริ่มถ่ายทอดความคิดของตนองอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น เข้าใจถึงคำว่าพวกพ้อง เรียนรู้ที่จะไม่ยืนอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยว สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้จากตัวละครผู้เงียบมาโดยตลอดอย่างคานาโอะก็คงจะเป็นการรับฟังเสียงในหัวใจตนเองนั้นสำคัญที่สุด 



    คันโรจิ มิซึริ


    เสาหลักความรักผู้มีสีผมแปลกตาและมีเป้าหมายในการเข้ามาเป็นเสาหลักคือการตามหาคู่รักที่จะอยู่เคียงข้างกันไปชั่วชีวิต คันโรจิ มิซึริในช่วงพาร์ทอนิเมะนั้นยังไม่ได้มีบทบาทมากมายนัก แต่เมื่อลองอ่านมังงะมาจนถึงช่วงที่ได้ต่อกรกับอสูรข้างขึ้นจะพบว่าเธอเป็นเสาหลักที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับทัดเทียมกับเสาหลักชายอย่างเร็นโงคุ เคียวจูโร่และโทมิโอกะ กิยูเลยทีเดียว

    .

    คาแรคเตอร์ของมิซึรินั้นดูผิวเผินแล้วเหมือนไม่มีอะไรมากนัก แต่ทว่าเมื่อได้มีการเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของมิซึริช่วงก่อนจะมาเป็นนักล่าอสูรนั้นจะเห็นได้ว่ามีความน่าสนใจอย่างมาก คำพูดที่ดูเหมือนพูดขำๆ อย่างมาเข้ากลุ่มพิฆาตอสูรเพื่อตามหารักแท้อะไรนั้น แท้จริงแล้วกลับมีนัยยะและความจริงจังซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด เหตุเพราะคันโรจิ มิซึรินั้นเป็นผู้หญิงที่เกิดมาแตกต่างจากผู้หญิงทั่วไป ไม่ตรงกับขนบของหญิงสาวอย่างที่ควรเป็นไม่ว่าจะเป็นเส้นผมสีชมพูเขียวที่มีมาแต่เกิด พลังกายที่มีเทียบเท่าผู้ชายร่างเบิ้มๆ กินอาหารได้เยอะพอ กับนักซูโม่ ทั้งหมดนี้ทำให้มิซึริไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมที่เธออยู่ โดนปฏิเสธการดูตัว แถมยังโดนหาว่าเป็นตัวประหลาด ในช่วงหนึ่งมิซึริจึงจำใจกดพลังที่ตัวเองมี เปลี่ยนตัวเองให้เป็นหมือนหญิงสาวตามขนบทั่วๆ ไปทำตัวอ่อนแอให้ดูบอบบาง ย้อมผมเป็นสีดำปกปิดความเฉิดฉายในตัวเอง และเมื่อเธอทำแบบนั้นก็ได้รับการยอมรับจริงๆ ถึงกับมีผู้ชายอยากจะแต่งงงานด้วย แต่ทว่ามิซึริเองก็รู้ดีว่าหากก้าวเท้าเข้าไปในชีวิตแบบนั้นก็จะติกแหง็กอยู่กับความอึดอัดไปชั่วชีวิต การปกปิดตัวตนที่แท้จริงและสร้างตัวตนที่คิดว่าคนอื่นจะชอบไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่แท้จริง มิซึริจึงตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มพิฆาตอสูร ที่ๆ มีคนยอมรับตัวตนของเธอ ชื่นชมและชอบเธอด้วยตัวตนที่ไม่ได้ดัดแปลง เพราะบนโลกนี้ย่อมต้องมีที่ที่ยอมรับตัวตนที่แท้จริงของเราได้อย่างแน่นอน



    โทคิโท มุอิจิโร่


    เสาหลักหมอกผู้ดูมึนๆ อึนๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นเสาหลักที่อายุน้อยที่สุด แม้จะดูเด็กแต่ความสามารถของโทคิโทนั้นถึงกับสามารถเอาชนะอสูรข้างขึ้นได้ด้วยตัวเองเลยเดียว ชีวิตในช่วงก่อนจะมาเข้ากลุ่มพิฆาตอสูรนั้นก็เป็นเช่นเดียวกับคนอื่นๆ คือครอบครัวล้มหายตายจาก เหลือเพียงพี่ชายฝาแฝดของตัวเองที่ท้ายที่สุดก็จากไปเพราะโดนอสูรฆ่า เดิมทีเป็นคนมีจิตใจอ่อนโยนและอยากช่วยเหลือผู้อื่น แต่ความรู้สึกเหล่านั้นกลับเลือนหายไปพร้อมกับความทรงจำในวัยเยาว์ คล้ายว่ามีเมฆหมอกบดบังเอาไว้

    .

    ในมังงะพาร์ทหมู่บ้านช่างตีดาบจะเห็นได้ชัดเจนถึงคาแรคเตอร์ของมุอิจิโร่ว่ามีลักษณะอึมครึมสมเป็นเสาหลักหมอก เขาไม่ได้ใส่ใจถึงความรู้สึกของคนอื่น ขาดการคิดคำนึงถึงผู้อื่นอย่างสิ้นเชิง การต่อสู้ทั้งหมดของมุอิจิโร่นั้นดูจากประโยชน์เป็นหลัก ไม่ได้สนใจผู้คนที่อ่อนแอย่างที่ควรทำ  แต่เมื่อได้พูดคุยกับทันจิโร่แล้วก็ทำให้เมฆหมอกในจิตใจค่อยๆ จางลงจนถึงกับเรียกความทรงจำที่หายไปกลับมาได้ทีละนิด พร้อมกันนั้นก็ทำให้จิตใจของมุอิจิโร่ค่อยๆ กลับมาอ่อนโยนเหมือนในวัยเด็ก หนึ่งสิ่งที่น่าสนใจในตัวละครโทคิโท มุอิจิโร่นั้นคือการสร้างชื่อ ชื่อของมุอิจิโร่นั้น ในภาษาญี่ปุ่นตัว “มุ” นั้นแปลได้ว่า “ไร้” ในมังงะนั้นพี่ชายฝาแฝดได้กล่าวกับมุอิจิโร่ที่อยากจะช่วยเหลือผู้คนว่ามุอิจิโร่นั้นไม่มีทางทำอะไรได้เพราะไร้ความสามารถ ไร้ความหมาย เป็นชีวิตที่ไร้ค่าทว่าเมื่อมุอิจิโร่ได้ใช้พลังในตัวของตัวเองเพื่อคนอื่น เขาจึงได้เรียนรู้ว่า “มุ” ที่แปลว่า “ไร้” นั้นแท้จริงแล้วมาจาก “ไร้ขีดจำกัด” ต่างหาก พลังไร้ขีดจำกัดที่มุอิจิโร่มีคือการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่มองข้ามความสำคัญของคนรอบตัวนั้นคือเรื่องสำคัญในชีวิตที่ทำให้หมอกมัวในใจของมุอิจิโร่คลายลงในที่สุด เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่จู่ๆ ก็ทำให้รู้สึกเหมือนโดนหมอกซัดเข้าหน้า ตอนแรกก็ดูเลือนราง จางจนแทบไม่เห็น แต่พอหมอกหายไปคาแรคเตอร์ของมุอิจิโร่ที่มีทั้งความกวนประสาทหน้าตาย มีความยืนหยัดและเก่งกาจกลับทำให้แท่งชาร์ตความนิยมในใจพุ่งทะลุเพดานไปอีกคน



    -พุดดิ้งอ่าน-

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in