ใกล้shit เวียดนามwhenwehavetime
ตอนที่ 8 - ดาลัด ไม่เบา

  • เช้าวันนี้  อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสเหมือนเดิม
    ให้ความหวังกูอีกแล้ว..

    มา วันนี้เราจะไปเดินเล่นในตัวเมืองกัน

    ทะเลสาบซวนเฮือง

    ทะเลสาบซวนเฮือง เป็นทะเลสาบที่สงบแต่เหมือนถูกสาปให้อยู่ใจกลางเมืองดาลัดยังไงยังงั้น ใครๆที่อยู่ดาลัด เวลาจะไปไหนก็ต้องผ่านทะเลสาบซวนเฮือง ดูเหมือนว่า ประโยชน์ของทะเลสาบนอกจากความสวยแล้ว มันยังทำให้ทุกอย่างดูไกลขึ้น เพราะเริ่มคิดได้ว่า นี่เรามองเห็นทะเลสาบบ่อยขนาดนี้ แต่มันยังไม่ถึงอีกหรอวะ, นี่มันใหญ่ขนาดไหนกัน, ไม่ว่าจะเดินหรือนั่งรถไปไหนพอจะอ้อมทะเลสาบทีไร ก็รู้สึกไกลขึ้นทุกที

    แต่โทษทุกอย่างถูกลบล้างให้อภัย ด้วยทิวทัศน์แสนสวยกับอากาศเย็นๆ มีแดดอ่อนๆ และทะเลสาบสาบขนาดใหญ่ 

    นอกจากจะมองบรรยากาศแก้เบื่อได้ สิ่งรอบๆทะเลสาบก็แฟนตาซีไม่แพ้กัน

    ถ้าทะเลหัวหินมันมีคนจูงม้าให้เราขี่ ทะเลสาบที่นี่ก็ไม่น้อยหน้า เพราะยกกันมาทั้งคันรถม้า มีให้เลือกตั้งแต่รถม้าทรงคลาสสิก ทรงฟักทองแบบซินเดอเลล่า ทรงแอปเปิ้ล ..แอปเปิ้ลแบบแอปเปิ้ลสตีฟจ๊อบอะ 

    อยู่ๆ เทพนิยายเฉย.



    และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเกียรติเทพนิยาย

    อีฟ: ม้า! ม้าา โอ้วมายก๊อดดด ถ่ายรูปๆ
    มิ้นท์: นี่ๆ รถม้าๆๆๆ มิ้นท์อยากขึ้นไปถ่ายบนรถม้า เค้าจะเก็บตังมั้ยอะ
    ...

    ตอนนี้เรามีภาพ เจ้าหญิงสององค์กำลังถ่ายรูปชมนกชมไม้
    อินเนอร์ ซินเดอเลล่ามาเต็ม ...คุยกับนก คุยกับปลา

    สรุปทะเลสาบทำให้เสียเวลาถ่ายรูป เดินช้ากว่าเดิม รู้สึกไกลขึ้นกว่าเดิม
    แต่บันเทิงโคตรๆ



    ทะเลสาบซวนเฮือง (Xuan Huong Lake)



  • ตึกหอยเขียว

    ป่าวหรอก จริงๆแล้วตัวตึกมันไม่ได้ชื่อ หอยขงเขียวอะไรนั่นหรอก
    มิ้นท์แค่ดัดแปลงชื่อนี้ให้เรียกง่ายขึ้น เพราะว่าเราอ่านภาษาเวียดนามกันไม่ออกเท่านั้นเอง


    ตึกหอยเขียวมี ชื่อจริงๆว่า Quảng Trường Lâm Viên
    ยากลิ้นมั้ยละ…

    ความเกินคาดของตึกหอยเขียวไม่ใช่แค่สักแต่มีชื่อที่อ่านยาก
    แต่การดีไซน์สถาปนิกของตึกนี้อยู่ในระดับพิเศษและแปลกตา ได้แรงบัลดาลใจมาจากตัวเมืองดาลัดเองเนี่ยแหละ เพราะขึ้นชื่อว่า ดาลัดเป็นเมืองแห่งดอกไม้ จึงมีการสร้างตึกรูปทรงคล้ายๆ ดอกไม้ตูมขึ้นมาใจกลางเมือง (เอาจริง มารู้หลังจากกลับไทย แล้วมานั่งหาข้อมูลเพิ่มเพื่อเอามาเขียนนี่แหละ ตอนไปก็เด๋อๆเห็นเป็นหอยเขียวกับไข่ดาว ไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเค้าหรอก)

    ยังมีความเกินคาดอีกเรื่องของตึกสีเหลืองนี้...ตัวตนที่แท้จริงของมันก็คือ…

    บิ๊กซี


    ..

    ใช่จ้ะ บิ๊กซี ซุปเปอร์มาเก็ต อยู่ใต้ตึกนี่แหละจ้ะ
    เวลานั่งแท็กซี่ก็บอกแค่ ไปบิ๊กซี เค้าก็จะพาแกไปตึกนี้แล้ว ไม่ต้องโชว์อ่านชื่อตึกออกเวียดนามเนส แอคเซนส์ อ้อยแมวอะไรทั้งสิ้น

    หนอย..ทำเป็นดูดีกว่าบิ๊กซีบ้านกู


    เรา: เอ้ยย ไปถ่ายรูป ตึกเขียวบ้างๆ
    อีฟ: เดินกันไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวอีฟตามไป 
    เรา: ..ไม่มาถ่ายด้วยกันอะ
    อีฟ: เดี๋ยวตามไป
    เรา: …

    แล้วจะแยกกันเดินทำไมวะ…วันนี้รู้สึกว่าได้ยินเสียงอีฟน้อยลง เวลาถ่ายรูปแล้วจะไม่มีอีฟอยู่  

    เสียงมิ้นท์ที่ต้องตะโกนเรียก อีฟ ดังบ่อยขึ้น  ส่วนตัวอีฟก็พูดคำว่า 'เดี๋ยวตามไป' ถี่ขึ้น แล้วก็แยกไปเดินทำธุระกับแม่นานขึ้น ...จนใครสักคนต้องตะโกนเรียก อีฟให้กลับมารวมกลุ่ม แล้วทุกอย่างก็จะวนกลับมาที่ลูปเดิมอีกครั้ง แบบไม่มีทีท่าว่าจะจบ


    แต่เราก็กลับเลือกที่จะพยายามสนุกกับสิ่งตรงหน้า มากกว่าที่จะหันกลับไปดูว่าเรากำลังมากันผิดทางรึเปล่า...


    ข้างๆตึกสีเหลืองนั้น  จะเป็นตึกหอยเขียว ซึ่งมีคาเฟ่เล็กๆอยู่ด้านในด้วยแหละ

    อากาศก็ดี ข้างนอกรอบๆเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวเป็นทะเลสาบซวนเฮือง แสงกำลังสวย
    และที่สำคัญ ถ่ายรูปสวยมาก ในสถานะตากล้องที่วันนี้ต้องมาดูโลเคชั่น ถ่ายรูปเก็บงาน เชื่อมั่นว่าวันนี้มีรูปดีๆกลับมาแน่นอ..

    แกร่ก แกร่ก..
    กล้องถ่ายรูปมีอาการ สำลักอะไรสักอย่าง เฮ้ย เป็นอะไรวะ..

    แชะ! แกร่ก กะ กะ แกร่กก
    วืดดดด ฉับ!
    ..

    กดชัตเตอร์อยู่ดีๆ เลนส์ก็ค้าง แล้วภาพในกล้องก็ดำไปในที่สุด
    นั่นไง เล่นกูแล้วไง เลนส์กล้องพังเฉย

    กระชากอารมณ์เหี้ยๆ


    เออ ดี ชิบหายกันเข้าไป!
    อยากจะถอดเลนส์กล้องแล้วเอาออกมากระทืบ ฟาดด้วยกระเป๋าที่สะพายอยู่ แล้วขว้างลงทะเลสาบซวนเฮืองให้ปลาดุกมันแดก แล้วไปกระโดดจับปลาดุกตัวนั้นมาหมักทำปลาร้า บินกลับไทยใช้ปลาร้านั้นมานั่งตำส้มตำแจกคนในหมู่บ้านให้ขี้แตก ไส้พังกันทั้งหมด เอาให้รู้ซึ้งถึงความเฮ็งซวยที่เราเจอในเวียดนาม

    เลนส์พัง แล้วพลาน.

    มิ้นท์: เป็นอะไร
    เรา: เหมือนเลนส์จะค้างอะ ถ่ายรูปต่อไม่ได้ เชี่ยเอ้ยยย
    มิ้นท์: อ้าวว ไม่เป็นไรๆ มึงยังมีกล้องกูอยู่ๆ ใช้กล้องกูกับอีฟเนี่ยแหละ
    เรา: แล้ววววว อีฟ อยู่ไหน.. ไปไหนอีกแล้ว!

    กล้องเรามาพังตอนนี้ ถึงแม้จะยังมีกล้องของอีฟกับมิ้นท์อยู่แต่ก็เหมือนเราเสียแขนไปหนึ่งข้าง นอกจากไม่ค่อยได้เที่ยวแล้ว ตอนนี้ยังจะถ่ายรูปได้ไม่เต็มที่อีก 

    ทริปนี้จะมีอะไรคุ้มบ้าง ห๊ะ!


    Quảng Trường Lâm Viên (ตึกหอยเขียว)



  • ทุ่งดอกม่วง

    อีกครั้งที่แปลงศัพท์กันเอาเอง

    ทุ่งดอกม่วง เป็นสถานที่ที่เราค้นพบโดยบังเอิญ รถขับผ่านแล้วสะดุดตา อยู่ไม่ไกลมากจากตึกหอยเขียว เลยแวะถ่ายรูปกันซะหน่อย ดูเป็นโลเคชั่นที่สวยดี


    สาเหตุที่มิ้นท์เรียกว่า ทุ่งดอกม่วง เพราะทั้งโซนมันมีแต่ดอกไม้สีม่วง ก็เท่านั้นแหละ (ฟังดูลูกทุ่งจังเนอะ)

    แถวนั้นไม่มีป้าย จึงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วตรงนี้มันชื่อว่าอะไร..

    MAP




  • *หมายเหตุ

     - สถานที่ต่อไปนี้ เป็นสถานที่ที่พวกเราหาข้อมูลกันมาและวางแผนว่าจะไปกัน  แต่ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทำให้เราไม่มีโอกาสได้ไปกันจริงๆ แต่สถานที่แต่ละแห่งที่หามาไว้มันมีความพิเศษมากจริงๆนะ พวกเราเลยอยากนำมาบอกต่อกัน

    - ข้อมูลและรูปภาพที่ใช้ อ้างอิงและรวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลหลายๆแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาเวียดนาม ถ้าหากเนื้อหาไม่ถูกต้องหรือผิดพลาดประการใดต้องขออภัย และพวกเรายินดีน้อมรับคำชี้แจง :)


    แนะนำ - เวทีกลางแจ้ง Nhà thiếu nhi


    คิดว่าเวทีกลางแจ้งดาลัด ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนไทยเท่าไหร่ (รวมถึงเราเอง)  แต่ตอนหาข้อมูลเราดันไปสะดุดกับภาพเก้าอี้เรียงตัวกันเป็นชั้นๆ ก็ได้สนใจขึ้นมาว่า ที่นี่มันที่ไหนกันหว่า... พอเข้าไปหาข้อมูลดีๆ (ลำบากนิดหน่อย เพราะอีข้อมูลที่ว่ามีแต่ภาษาเวียดนาม) ก็รู้จนได้ว่ามันอยู่ในตัวเมืองดาลัดนี่แหละ ใครที่อยากได้มุมแปลกตา ควรทดเวทีกลางแจ้งไว้ในใจได้เลย 

    ได้รูปสวยกลับบ้านไปโพสเล่นแน่นวล!

    ปล. ถามว่าเราได้ไปมั้ย - ไม่ได้ไป เวลาไม่พอ เสียดายจนต้องเอามาบอกต่อกันนี่แหละ  T T 


    ที่มา Nhà thiếu nhi

    Map

  •  

    แนะนำ - ไร่ชา Cau Dat


    เราคิดว่าชาวเมืองดาลัดจะต้องมีภาวะ คาเฟอีนล้นเมืองแน่ๆ ไม่ว่าจะชาหรือกาแฟก็ปลูกเหมือนกับชากาแฟทั้งโลกมารวมกันอยู่ที่นี่  ขึ้นกันเป็นไร่ๆ แทบภูเขาทั้งลูก นี่ถ้าเห็นคนแถวนี้เค้าขอบตาดำๆเดินไปมา ก็ไม่รู้ว่าพี่เค้าจะอดนอนเพราะมัวแต่กินหรือมัวแต่ปลูกกาแฟ

    ไร่ชา Cau Dat  อยู่ห่างออกไปจากตัวเมืองดาลัดประมาณ 25 กิโลเมตร ขนาดของมันพอๆกับระยะทางที่เราต้องเดินทางไป คือ กว้างไกลสัดๆ ครอบคลุมพื้นที่ไปถึงทะเลสาบอีกฟาก เนื้อที่ประมาณ 230ไร่ ปลูกตั้งแต่ ชาอู่หลง ชาดำ และ ชาเขียว

    ไร่ชาเปิดให้เราเข้าไปในตัวไร่ฟรี ถ่ายรูปได้ ตั้งแต่ชมไร่ชา โรงงานผลิต หมู่บ้านแถวนั้น รวมถึงทะเลสาบด้วย ...แค่นั้นก็ประทับใจแล้วเหอะ

    แต่ว่า ตอนเราไปอากาศไม่เต็มใจเท่าไหร่ ฝนตก ไร่ชา Cau Dat ที่ใฝ่ฝันว่าจะไปก็ ปิดตำนานลงไปพร้อมกับฟ้าฝนตกอึมครึม อดไปนั่งจ๋อยๆอย่างสงบ 

    บ้าจริง!

     ไร่ชา Cau Dat
    ข้อมูลจาก : https://www.ivivu.com/blog/2013/08/den-da-lat-tham-thon-che-gan-tram-tuoi/
    ภาพจากhttps://goo.gl/BSRLh9

    Map



  • แนะนำ - มหาวิทยาลัย Lycee Yersin (Trường Cao đẳng Sư Phạm Đà Lạt)


    มหาลัยเป็นอีกสถานที่ที่น่าสนใจ ใครๆที่มาดาลัดไม่ควรพลาดนะจ๊ะ
    แว๊บเข้าไปถ่ายรูปสักนิดแล้วจะรู้ว่าเค้ามีของดี

    นั่นคือ หนุ่มเวียดนามหน้าใสๆ วัยมหาลัย 
    ผิด!

    มหาวิทยาลัย Lycee Yersin เป็นมหาลัยเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ปี 1927 แต่ด้วยตัวอาคารที่มีลักษณะ โค้งและเป็นอิฐแดงรูปทรงยุโรปโบราณ ติดอันดับ 1 ใน 1000 สิ่งก่อสร้างทางสถาปัตกรรมที่มีเอกลักษณ์ ประจำศตวรรษที่ 20 เลยเชียวนะ

    Photo: rua_vivi

    ปัจจุบันก็ยังเป็นมหาลัยอยู่ แถมยังเปิดให้คนนอกเข้ามาถ่ายรูปด้วย 


    มหาวิทยาลัย Lycee Yersin (Trường Cao đẳng Sư Phạm Đà Lạt)
    ที่มา: http://goo.gl/k4naeS
    ภาพจาก: https://goo.gl/Cc9D6o

    Map





  • แนะนำ - หุบเขาทะเลสาบ Tuyen Lam


    ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในเมืองดาลัด (ประมาณ 350 ไร่) เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ดาลัดลุคคูลล์มากกก
    สำหรับมนุษย์ที่ชอบตั้งแคมป์ริมน้ำ อยากได้ฟิลล์เวลาหยุดนิ่ง เช้าตื่นมาบิดขี้เกียด แล้วพบกับหมอกบางๆ อากาศเย็นๆ สดชื่นๆ ในน้ำมีปลา ข้างๆตลิ่งมีกู 

    Photo: vyn_nguyen


    ทะเลสาบที่นี่ได้ฟีลธรรมชาติ ชนิดสติขาดกันไปข้างนึงเลยอะ
    และด้วยความซับซ้อนของหุบเขา บวกกับตัวทะเลสาบ ก็ติดมือวางอันดับหนึ่งความสวยไปเลยงามๆ

    Tuyen Lam Lake
    ที่มา : http://goo.gl/n6l63K

    Map


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in