ใกล้shit เวียดนามwhenwehavetime
ตอนที่ 9 - ใกล้Shit

  • มาเวียดนาม ควรเอากล้องมาด้วยนะ เมืองที่นี่สวยมาก 
    แต่อย่าทำเลนส์กล้องพังระหว่างทริปเหมือนเราล่ะ

    มาเวียดนาม ควรดูรีวิวเยอะๆนะ จะได้สะดวกเวลาจะทำไร
    แต่อย่าลืมดู อากาศกับฤดูของช่วงที่มาด้วยล่ะ ไม่งั้นไปไหนจะเจอแต่ฝนตกแบบเรา

    แต่มาเวียดนาม เมนส์อะ ไม่ควรมาระหว่างทริปนะเว้ย!  มันยากมากรู้มั้ย แล้วนี่มันเลอะ กูจะทำยังไง!
    …อะไรมันจะผิดแผนไปซะหมดแบบนี้ ขนาดร่างกายกูยังทรยศตัวเอง

    อ๊ากกกกกกก เอามีดมาแทงยังไม่รู้สึกเสียเลือดเท่านี้ 

    บัดซบที่สุด!!

    แต่ชีวิตยังไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันต่อไป ได้เวลาทำงานแล้ว.. 

    ที่แรกที่เราจะไปดูงาน อยู่ไม่ไกลมากเท่าไหร่ เราจึงใช้วิธีเดินเอา ถึงแม้ว่าเนินมันจะชันนรกก็ตามที กล้องก็พังไปตัวละ เมนส์ก็มา นี่ถ้าฝนตกอีก จะระเบิดตัวเองตายเดี๋ยวนี้เลย


    ไม่ได้ จะต้องไม่ให้มีอะไรมาบั่นทอนความรู้สึกเราลงเหวตอนทำงาน จะต้องไม่มี...

    แม่อีฟ: อุ๊ย อีฟร้านสวยจังเลย..เข้าไปดูกันเถอะๆ
    อีฟ: นี่ๆ งั้นพวกเธอเดินเข้าไปดูงานกันก่อนเลยนะ เดี๋ยวอีฟตามไปๆ
    เรา: …ไม่เข้าไปดูพร้อมๆกันเหรอ
    อีฟ: เดี๋ยวตามไปๆ ขอแวะดูร้านนี้ก่อน
    เรา: ..

    เหมือนการเดินอยู่ปลายเหว จะตกแหล่ไม่ตกแหล่ พยายามมั่นใจ ระมัดระวังทุกย่างก้าวที่เดิน แต่แล้วก็ตกเหวเพียงเพราะเราคว้ามือไปจับไหล่ตั้งหลัก กับคนที่ดูไม่อยากช่วยเราเท่าไหร่ เค้าเลยปัดมือเราออก ด้วยประโยคธรรมดาๆอย่าง 'เดี๋ยวตามไป' 

    สรุปเดินเข้ามากับมิ้นท์สองคน..
    เราเดินดูสถานที่รอบๆ เพื่อจะเก็บภาพบรรยากาศ ส่วนมิ้นท์กำลังนั่งดูข้อมูลไปคร่าวๆ รอตกลงกับอีฟ

    มิ้นท์: เป็นไงบ้าง?

    เรา: ก็โอเคนะ เก็บรูปบรรยากาศรอบๆมาหมดแล้วละ ..อ้าว! อีฟอะ!

    มิ้นท์ : ...ยังไม่มา

    เรา: อะไร นี่ยังไม่มาอีกเหรอ นานจังวะ…แล้วงานอะ

    ความรู้สึกมั่นใจอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ ถูกเขวี้ยง ดำดิ่งลงเหว 
    แทนที่ด้วยอาการ ว่างเปล่า หมดหวัง  และขุ่นมัว


    แล้วงานมันจะเดินมั้ยละแบบนี้ เรามาเวียดนามกันเพราะว่าต้องมาทำงานกันไม่ใช่หรอไง มันควรเป็นแบบนั้นสิ 

    เราเริ่มไม่พอใจกับการที่อีฟ ทำตัวเป็นสัญาญาณเน็ตขีดเดียว ผลุบๆ โผล่ๆ เดี๋ยวมา เดี๋ยวไม่มา ทำงานสะดุด พอได้จังหวะดีก็ดันมาหายไปอีก ก็นั่งรอไปดิ


    เรา: แม่ง…
    มิ้นท์: ?
    เรา: อีฟมันลืมไปรึป่าววะ ว่าตั๋วที่มันมาอะ บริษัทกูเป็นคนออกนะ คือมาทำงาน ไม่ใช่คิดจะอยากแวะก็แวะ แล้วเราก็ต้องมานั่งรอมัน.. ทำงานไม่ได้เนี่ย
    มิ้นท์: …
    เรา: มาละบอกแล้วกัน เดี๋ยวจะไปเดินเก็บภาพรอบเผื่อไว้ๆ
    มิ้นท์:  อื้อๆ
    ...

    แล้วเราก็เดินไปเก็บภาพอีกรอบ


    กลับมาอีกที
    เห็นแม่อีฟนั่งรออยู่กับพี่ต้า
    อ้าว… มิ้นท์กับอีฟไปไหน?


  • เรื่องเล่าของมิ้นท์

    ฮัลโหล สวัสดี เรามิ้นท์ ที่เป็นเพื่อนอีฟ 
    และเป็นเพื่อนอีคนเขียน ที่มันแทนตัวเองว่า เรา มาทั้งเรื่อง…

    จริงๆมันชื่อจุ๊บเว้ย แต่มันไม่ค่อยชอบให้เรียกชื่อมันซักเท่าไหร่หรอก ฮ่าาา

    โอเค คงจะงงว่ามิ้นท์มาแย่งที่จุ๊บมันเขียนต่อทำไม 
    เราเนี่ยแหละ จะมาไขคดีข้องใจ คดีอีฟเซื่องซึม และน้องจุ๊บผู้อึนทึกนี้เอง! หึหึหึ
    (ขอให้นึกถึงเสียงโคนัน)

    หลังจากที่จุ๊บเริ่มหงุดหงิด และบอกให้เราไปเตือนสติอีฟมันหน่อย ว่า นี่มาทำงานนะ ทำไมชอบมามาหายหาย งานการไม่เดินกันพอดี ..

     อะอ้าว กูต้องไปหรอ?! TT-TT

    เรากับอีฟเป็นเพื่อนกันมานาน แต่ไม่เคยทะเลาะกันหรือผิดใจกันเลยอะ เพราะฉนั้น การที่จะต้องเรียกตัวมาคุยกัน สำหรับเรามันค่อนข้าง…..กังวลนะ เหมือนอีฟตกเป็นผู้ต้องสงสัยแล้วมิ้นท์กำลังรับบท ให้สอบสวน ซักถามยังไงไม่รู้

    อะ เดี๋ยวหาจังหวะรีบคุยละกัน จะได้รีบเคลียให้เข้าใจเร็วๆ เหลือเวลาอีกแค่วันเดียว คงไม่อยากจะเที่ยวแบบหมดอารมณ์กันจนถึงวันสุดท้ายหรอกเนาะ

    แล้วนาทีสอบสวนก็เริ่มขึ้น...

    มิ้นท์: อีฟๆ มาคุยกันข้างนอกหน่อยสิ
    สัส! พูดออกไปแล้ว ฮือออ TT_____TT

    มิ้นท์: อะ ก็คือว่า .. เอาตรงๆตอนนี้จุ๊บมันกำลังเครียด แล้วก็เริ่มหงุดหงิดแล้ว เพราะงานมันไม่เดิน
    แถมเวลาที่มันต้องการให้เราช่วย คือมันก็เหลือแต่กู แบบอีฟหายไปไหนไม่รู้ ก็เลยแบบ คิดกันแหละว่า 
    อีฟกำลังผิดปกติ เป็นอะไรหรือเปล่า ถึงได้ไม่มาอยู่ด้วยกัน?

    อีฟ: ..
    อ้าวเห้ยเห้ยยย น้ำตามันคลอแล้วว่ะ

    อีฟ: มันก็รู้สึกแปลกๆอะ จริงๆเพิ่งมาเป็นตอนวันที่เข้ามาดาลัดนะ วันที่อยู่มุยเน่มันก็ยังแบบสนุกๆ อยู่ด้วยกัน แต่เหมือนแบบ มิ้นท์กับจุ๊บก็ดูสนิทกันจริงๆ แล้วเราไม่ค่อยรู้เรื่องว่า พวกมิ้นท์จะทำอะไรกันต่อไป แพลนเป็นยังไง คือดูคุยกันอยู่สองคน เราก็เลยแยกตัวออกมาดีกว่า

    มิ้นท์: เห้ยย ไม่เลยนะ คือแบบ แพลนอะ ไอ้จุ๊บตอนนี้ก็ให้คำตอบเราไม่ได้ มิ้นท์ก็ไม่รู้ว่าจุ๊บมันคิดอะไร
    มิ้นท์ก็ทำได้แค่แบบ เสนอๆ แต่ก็ไม่รู้มันอะจะเอาอะไร แม่งไม่รู้อะไรซักอย่าง
    แต่ถ้ามันจะเอา footage เออๆ เราก็เป็นแบบให้มัน แต่มันอยากได้เราทั้งคู่ ไม่ใช่ใครคนใดคนนีง เห็นพอเรียกมาๆ อีฟก็ดูไม่ค่อยโอเค

    อีฟ: คือเราก็น้อยใจแหละ แบบเราคิดมากอะ  เราไม่รู้ว่าเราควรทำอะไรต่อไป

    มิ้นท์: อะ โอเค เอาความน้อยใจออกมาให้หมด กลับมาเป็นอีฟผู้ร่าเริงคนเดิม อย่าคิดมาก มันไม่มีอะไรจริงๆ เราสามคนก็คงเข้าใจผิดกันไปเองแหละ เอาเป็นว่า ตอนนี้หลายๆอย่างฟีลมันเริ่มหมด งานก็คิดไม่ออก ยิ่งมาเป็นแบบนี้ก็ยิ่งอารมณ์หงุดหงิดง่ายละอะ ตอนนี้ช่วยๆไอ้จุ๊บมันหน่อยละกัน

    อีฟ: อื้มม โอเค ได้ๆ อีฟโอเคขึ้นละ ได้คุยก็เข้าใจ คือเหมือนสองวันนี้มานี้ มันไม่ได้คุย ก็ยิ่งคิดไปเอง ขอโทษน้า เดี๋ยวล้างหน้าละเดี๋ยวตามเข้าไปนะ

    มิ้นท์: โอเคๆ ดีแล้วๆ เอาใหม่ๆ ร่าเริงๆ สู้เว้ยยย

    เห็นอีฟดีขึ้นก็รู้สึกว่า เออ ดีที่ตัดสินใจคุยแฮะ ไม่งั้นคงค้างคาแน่ๆเลย อาจจะพาลไปถึงทริปต่อไป และการพบเจอกันครั้งหน้า … ไอ้ความรู้สึกนี่มันเปราะบางจริงๆเนาะ คลาดสายตาไม่ได้เลย

    โอเค ปิดคดี! ปริศนาถูกคลี่คลายแล้ว..กับมิ้นท์ยอดนักสืบ!



  • รู้สึกว่า... มิ้นท์กับอีฟกำลังสนทนากันอยู่ด้านนอกอย่างมีพิรุธ 
    แต่พอสองคนนั้นเดินกลับมา กลายเป็นว่าพวกเราตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันทำงานกันจนจบ

    และอีฟกลับมาร่าเริงบันเทิงเพ้อเจ้ออีกครั้ง…อย่างกะฉากสุดท้ายของพวกหนังแนว Feel good หัวเราะคิกคักอยู่กับมิ้นท์ อื้อ กลับมาร่าเริงก็ดีแล้ว

    แต่ แต่ แต่..เกิดอะไรขึ้นตอนที่เราไม่อยู่?

    อยู่ๆก็รู้สึกเบาหวิว นี่เราพลาดอะไรไปรึเปล่า ราวกับพวกเราเล่นซ่อนแอบกัน เหลือเพียงเราที่ยังไม่ถูกหาเจอ เราก็ได้แต่รอ รอว่าเค้ายังหาเราอยู่รึเปล่า รอว่าเค้าจะหาเราเจอมั้ย 

    เกมส์ยังดำเนินอยู่ใช่มั้ย หรือว่ามันจบไปแล้ว?

    ...




เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in