ใกล้shit เวียดนามwhenwehavetime
ตอนที่ 6 - Dear Future me.
  • เหมือนว่าฟ้าฝนจะเริ่มงอนกันอีกแล้ว ทำท่าอึมครึมชวนให้ครึ้มใจ โอยยย พวกมึงเป็นอะไรกัน เอะอะก็ฝนจะตก ฝนจะตก ห๊ะ กูหนีมาดาลัดยังทำท่าจะตกอีกเรอะ

    ดาลัดเป็นเมืองในดงภูเขาที่นอกจากจะมีอากาศเย็นตลอดปีแล้ว บ้านเมืองที่นี่ยังมีแต่เนิน เนิน เนิน และ เนิน เนินเยอะพอๆกับเซเว่นเมืองไทย

     ภารกิจแรกหลังจากถึงดาลัดคือ หาโรงแรมให้เจอ…ซึ่งการลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เดินหาโรงแรมในเมืองดาลัด นี่มันยากพอๆกับเข็นครกขึ้นภูเขา...ไม่สิ ต้อง เข็นกระเป๋าขึ้นภูเขาน่าจะถูก โดยฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ Google map…

      จุดฟ้าๆที่พี่เกิ้ลได้ปรากฏคือโรงแรมที่เราจะไป ...ซึ่งมันดันไปโผล่อยู่ตรงที่ระหว่างกลางของถนนสองเส้น เอ่อคือ เราต้องไปทางใดทางนึงใช่ปะ...เอ..แล้วตรงนี้มัน...ตรงไหนวะ!!!

    ไอ้บัดซบ! จุดสีฟ้ามันไปงอกอยู่ตรงระหว่างสองเส้นนี้ได้ไงวะ มันต้องไปซักทางนึงดิวะ แล้วสองเส้นทางที่ว่ามันดันเป็น ทางแยกที่เป็นเนินขึ้นไปอีกทาง กับอีกทาง แล้วก็มีทางเรียบเนินย่อยๆให้ไปอีกทางด้วย สรุปเป็นสามทางคนละซอยกันเลย …

    ขอบคุณมากเลยพี่เกิ้ล สำหรับความสิ้นหวังอย่างหมดจด…

    ถ้าพึ่งอะไรไม่ได้ก็ใช้การมั่ว…
    หลักการง่ายๆ สไตล์ข้อสอบโอเน็ต

    เดาเอาว่าในเมื่อมันเป็นโรงแรมก็น่าจะอยู่ติดถนนใหญ่ งั้นเริ่มจากถนนใหญ่ที่สุดละกัน

    เนินแรก - ไหนวะ โรงแรม! …
    เนินที่สอง - ยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว เดินลงเนินมาอีกรอบ
    เนินสุดท้าย - เป็นเนินที่ชันและซอยเล็กที่สุด และกูเหนื่อยแล้ว

    เรากับอีฟ รับหน้าที่ขึ้นเนินมาสอดแนมก่อนว่ามีโรงแรมอยู่ในซอยนี้รึป่าว ส่วนอีกสามคนที่เหลือเฝ้ากระเป๋าอยู่ด้านล่าง

    เรา: เชี่ย..แม่ง เนินโคตรชัน ทำไมเราไปที่ไหนก็เจอแต่เนินวะ.. (เริ่มสาปแช่งเนิน)
    อีฟ: น่าจะ...ซอยนี้แหละ มันอันสุดท้ายแล้ว...นั่นรึเปล่าอะ ตึกขาวๆตรงโน้น
    อีฟชี้สุดมือไปตรงตึกสีขาวที่อยู่ สุดขอบเนิน
    เรา: ...บนยอดเนิน ยังมีอีกเนิน... อีกหรอ!
    อีฟ: ปะๆ เร็วๆ สู้ๆ ขึ้นไปเช็คอินก่อนเลยแล้วกัน แล้วค่อยเรียกคนอื่นเนอะ..

    ...
    อีเวียดนาม.. มึงจะทำเนินชันทะลุมิติแบบนี้ไม่ได้ทุกเนิน ทุกที่นะเว้ย!
    น้องไม่โอเค..น้องคิดถึงบันไดเลื่อนที่สยามพารากอน
    (หนีบเสียงพูดสุดลำคอ)




  • แล้วยังไงต่อดี…



    ตอนอกหักพวกเราทำอะไรกันในช่วงเวลาที่ยังทำใจไม่ได้?
    มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมาน ความมืดมนปกคลุมจิตใจ มองโลกแง่ร้ายและเกลียดสิ่งสวยงามที่สุดในชีวิตเวลาเรามองไปที่กระจก... ดูความเน่าของความรักเราสิ..

    รู้สึกเหมือน..โลกทั้งใบหล่นทับใส่ตัว
    รู้สึกเหมือน..ลืมตาตื่นมาหาเหตุผลของชีวิตในวันพรุ่งนี้ไม่ได้
    รู้สึกเหมือน..เพลงอกหักทั้งโลกมันแต่งมาเพื่อกู

    มันเป็นยุคมืดของช่วงชีวิตที่คิดว่าใครๆก็น่าจะพบเจอสักครั้ง บางคนจะมีพฤติกรรมแปลกๆในช่วงเวลาอกหักที่ไม่เหมือนกัน เช่น ไปตัดผม, ไปทำศัลยกรรม, ตั้งใจเรียนขึ้นบ้าง, ไปเมืองนอกบ้าง, ไปอยู่ตามข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์บ้าง ตลกดี แต่สำหรับเรา เราดันติดนิสัยอย่างหนึ่งมาหลังจากการอกหักครั้งนั้น 

    เราเขียนจดหมาย ถึงตัวเองในอนาคต
    ถึงตรงนี้ใครอ่านอาจคิดว่า อีสัด..มึงบ้าละ 

    เออดิ ใครจะไปฉลาดได้ในตอนนั้นวะ! กูใจตุ๊ดมากด้วย ไม่กล้ากรีดข้อมือตัวเอง กลัวเจ็บ ไม่กล้าทิ้งของของเขา กูเสียดาย ไม่กล้าโชว์แมน ยืนตากฝน กลัวเป็นหวัด (กระจอกเหี้ยๆ)
    เราจึงเลือกระบายความเรื้อนดราม่าของตัวเองลงในกระดาษซักแผ่น

    Dear, Future Me
    เขียนให้หมด กูเสียใจเรื่องอะไร รู้สึกยังไง เขาทำอะไรกับเราไว้  อย่ากลับไปหามันนะ 
    ดูสิ มันทำเราให้เป็นหยั่งงี้! จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ จำไว้ 
    (นี่เขียนจดหมายหรือลงคำสาป)
    From Your Past.

    และใครอ่าน?
    กูนี่แหละอ่าน! 

    เก็บไว้อ่านช่วงตอนแฟลชแบ๊ก คิดถึงเขา ตอนที่เรายังรักกัน จีบกัน นั่นไงหนังที่เราเคยดู นั่นเก้าอี้ที่เขาชอบนั่ง ...โทรไปง้อเขาดีมั้ย.. ขอโอกาสเค้าดีมั้ย คิดถึงเขาหรอ กลับมาอ่านแม่ง! อ่านจดหมายที่เขียนถึงตัวเองตอนที่เรากำลังจะคิดถึงเขา ดูสิ ลายมือตัวเอง ลืมความรู้สึกเสียใจสุดตูดตอนนั้นไปแล้วหรือไง คิดจะโทรไปหาเขานี่!

    ทุกวันนี้ กลับไปอ่านแล้วยังจำความรู้สึกตอนเขียนได้ ก็ตลกดีนะ แต่เอาจริงๆนึกถึงตอนนั้นก็ขำไม่ออก

    ตั้งแต่ตอนนั้นมันทำให้เรามีนิสัย ชอบเขียนจดหมายถึงตัวเองในอนาคต เอาไว้เตือนความรู้สึกตัวเอง  ในเวลาที่เรากังวลเกี่ยวกับเรื่องในอนาคต นึกไม่ออกว่า เราควรทำอะไรต่อดี

    และตอนนี้...ถึงดาลัดแล้วอะ...ยังไงต่อ….


    Dear Future Me,

    เรามีลิสต์สถานที่ที่อยากไปในเมืองดาลัด มีเวลาสองวันกับที่นี่ แต่เสือกไม่รู้กันว่าต้องเที่ยวยังไง หรือว่าเริ่มตรงไหนก่อน ไหนจะต้องไปดูงานอีก (อย่าลืมว่ามาเวียดนาม นี่มาทำงานนะเว้ย) …ไหนจะการเดินทาง แล้วฝนจะตกรึป่าวก็ไม่รู้  ทั้งหมดล้วนคาดเดายาก อย่าลืมคำนึงถึงเพื่อนๆที่พามาด้วยละ จะมาพาพวกนั้นเสียเที่ยวไม่ได้รู้มั้ย จะไปที่ไหน ต้องทำให้คุ้มที่สุด ให้สมกับที่พวกนั้นยอมมากับเรานะเห้ย! มันต้องออกมาดี และทุกคนแฮปปี้ ทำให้ดีละ!

    ถึงตอนนั้นคงรู้เองว่า จะเอาไงต่อ..

    โอเค  Good luck Future Me….

    From, Me before Vietnam Trip

    ....

    ...

    จนมาถึงดาลัดแล้ว เช็คอินโรงแรมเสร็จก็แล้ว นี่ยังคิดไม่ได้เลยโว้ยยยย 

    ว่ากูต้องทำยังไง! ไอ้บ้าเอ้ย!!

    ...

    นี่ก็หิวแล้วอะ..ตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไรเลย จนเย็นละเนี่ย
    งั้นไปหาอะไรกินก่อนแล้วกัน...      #เป็นคนหนักแน่น


     เมื่อตอนที่เดินหลงหาโรงแรมไม่เจอ แอบแว๊บไปเห็นร้านอาหารน่าโดนที่นึง
    ชื่อร้าน KHO’I BBQ
    มันคือ ร้านปิ้งย่าง..เวียดนาม


     จำได้ว่าเคยดูรายการของ เชฟ กอร์ดอน แรมซี่ (เชฟผู้ที่นอกจากจะมีศักยภาพในการทำอาหารระดับมิชิลิน สามดวง ยัง ปากร้ายด่าคนได้เป็นปืนกล) มีตอนนึง เฮียกอร์ดอนแกไปกินร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เข้ามาในร้านปุ๊บ เปิดเมนูปั๊บ..เท่านั้นแหละ เฮียแกร้องหา ฟัคคค เป็นออเดิร์ฟชุดใหญ่ให้เจ้าของร้านไปเรียกน้ำย่อยว่า

    “ เมนูที่ดี ต้องเป็น เมนูที่ไม่มีรูปอาหารอยู่!! ”
    (วันนั้น ทางร้านอาหารน่าจะได้ ฟัค จากปากเฮียไปทำอาหารกินเล่นได้ทั้งเดือน)

    นั่นก็ถูกของเฮียแกเค้า เพราะการมีรูปอาหารอยู่ในเมนูทำให้เราตัดสินอาหารจากรูปภาพ ไม่ใช่รสชาติ เมนูที่ดีจึงไม่ควรมีรูปอยู่ แต่ควรเขียน ส่วนผสมไว้ เพื่อให้เราจินตนาการถึงรสชาติและตัดสินเลือกอาหารด้วยตัวเอง

    ซึ่งเราว่า ถ้าเฮียกอร์ดอน แรมซี่ มาเวียดนามคงจะภูมิใจได้สั่งอาหารกินก่อนแจกฟัคให้ใครๆ เพราะเท่าๆที่กินมา เมนูอาหารที่เวียดนามแม่งไม่มีรูปให้ดูเลย! ไม่ได้นะ! นี่เราคนไทยนะเว้ย เราโตมากับการถูกปลูกฝังว่าจะสั่งอาหารทุกร้านมีรูปให้ดู ก่อนกินกูยังต้องถ่ายรูปเลย

    มิ้นท์: แม่ง..อ่านเมนูแล้ว...กูยังคิดหน้าตาไม่ออกว่ามันเป็นไง
    เรา: คิดว่า เซตกุ้งมันจะได้กุ้งซักกี่ตัว
    อีฟ: ถามพนักงานเค้ามั้ย
    อีฟ: ยูๆ อันนี้มันเป็นยังไงอะ แล้วเยอะมั้ย?
    พนักงาน (สมมุติว่าชื่อ แฮรี่): ….ยิ้ม …..

    แปลเป็นไทยง่ายๆว่า กูฟังภาษาอังกฤษไม่ออกหรอกจ้ะ

    เรา: ….
    อีฟ: ….
    มิ้นท์: คิดออกละ เดี๋ยวกูเปิดไอจีแล้วตามดูภาพจากคนที่เช็คอินร้านนี้ดีกว่า รูปไหนน่ากินก็เอารูปให้แฮรี่ดูไปจด

    (*0*)
    เพื่อนกู ประเสริฐอีกแล้ว

    ไอจีแม่ง...นอกจากจะมีไว้คุมโทนรูปแล้วยังคุมโทนการกินได้อีกเรอะ ว่าแล้วทุกคนก็เริ่มวางเมนูแล้วหยิบมือถือนั่งดูรูปอาหารที่อยากกิน บอกเลยว่า เฮียกอร์ดอน แรมซี่ ต้องร้องไห้หนักมากกับการกระทำครั้งนี้

    เมนูที่ได้
    - กุ้งเสียบไม้
    - เนื้อหมู (อะไรสักอย่างแต่ แฮรี่แนะนำว่าอร่อย แล้วมันก็อร่อยจริงๆ)
    - สลัดไข่ต้ม
    - และ มีแฮรี่คอยยืนปิ้งให้ด้วย

    อร่อย
    ….
    แต่ยังไม่อิ่ม...สั่งเพิ่มดีกว่า

    กลับเข้าลูปเดิม เปิดเมนู-คิดภาพไม่ออก-เปิดมือถือ-ค้นไอจี
    คราวนี้ยากหน่อยเพราะ เจอแต่รูปเดิมๆที่สั่งกินไปแล้ว แฮรี่เริ่มพยายามแนะนำด้วยภาษากาย ด้วยการชี้ที่เมนู

    อีฟ: เหมือนแฮรี่จะแนะนำอันนี้อะ
    มิ้นท์: มันเป็นรวมเนื้อชุดใหญ่ มี Pork , Chicken, Beef,..., Hare
    เรา: Hare  คืออะไรอะ
    พี่ต้า: เปิดกูเกิ้ลแปบ... โอ้ มันคือ เนื้อกระต่าย
    อีฟ: โอ้วววว ไม่นะ ไม่กิน

    สำหรับอีฟผู้รักสัตว์ มีสัตว์โลกทุกตัวเป็นเพื่อนดุจเจ้าหญิงดิสนี่ย์ หลังๆมาเริ่มพยายามแสดงความรักที่มีต่อเพื่อนๆสัตว์มากขึ้นด้วยการพยายามเลิกกินเนื้อ หมู ไก่ (กินแต่ปลากับอาหารทะเล) เนื้อกระต่ายที่ว่าคงจะเป็นเรื่องสะเทือนใจฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปหน่อย  

    แน่สิ ของแปลกขั้นเนื้อกระต่าย เราก็ไม่กินเหมือนกันเว้ย

    ...แต่ถ้าเผลอกินแล้วอร่อยก็กินนะ อะคริ
    ...บักบันนี่ที่น่ารัก…บัย


    มิ้นท์: งั้นมันมีชุดรวมอาหารทะเลด้วยเอาปะ มี กุ้ง, ปลาหมึก ,ปลา, ….... ,กบ..
    อีฟ: โอ้ว มาย ก๊อด ..กบ!! (สะเทือนจิตใจไปถึงไตอีกครั้ง)
    เรา: อี๋ มีกบ..ทำไมมี กบอยู่ในหมวดทะเลวะ
    มิ้นท์: เออ ไม่เอาอะ ไม่กินๆ
    แฮรี่: …
    มิ้นท์: สั่งซุปแล้วกัน
    เรา: เออ เค
    มิ้นท์: เอาซุป ซีฟู๊ดเนอะ อีฟจะได้กินได้ด้วย..
    อีฟ: ได้ๆ
    มิ้นท์ : ดีๆ เอามาตัดเลี่ยนด้วย

    เมื่อแฮรี่นำซุปมาเสริฟ ซุปที่ว่ามีน่าตาเหมือนโจ๊ก ขาวๆ หนึ่งจาน
    อีฟ: ..
    มิ้นท์: ...
    เรา: ...
    มิ้นท์: นึกว่ามันจะมาแบบ ต้มยำ มีเนื้อเป็นชิ้นๆ ดูเผ็ดๆ
    เรา: เออ ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

    เอาละไง โดนอีเมนูไม่มีภาพเล่นกลับแล้วไง..
    ไม่เป็นไร.. ลองชิมดู ไหนๆก็สั่งมาแล้ว

    มิ้นท์:  (ชิม) …
    แล้วมิ้นท์ก็ขมวดคิ้ว ทำหน้างอแล้วยักไหล่ขึ้นปิดปากตัวเอง เชี่ยย...เล่นเอากูลุ้นตามเลย
    เรา:  เป็นไง
    มิ้นท์: มัน..แปลก..อะ มันมีกลิ่นอะไรสักอย่างที่มิ้นท์ไม่ชอบ
    เรา: เหม็นคาว?
    มิ้นท์ : ไม่ใช่อะ แบบ..อะ มึงลองชิมๆ
    อีฟ: อีฟว่า อีฟไม่กินดีกว่า...
    #รักแท้ไม่มีจริง อีกแล้ว!

    ซุปประหลาดที่ว่า มีรสชาติบางอย่างแปลกปลอมที่เราไม่ชินอยู่จริงๆด้วย ไม่ใช่ไม่อร่อยนะแต่ว่ากินไปแล้วจะรู้สึกได้ว่า นี่มันอะไรวะ ...ความรู้สึกนี่มันอะไรกัน!

    เรา: เออว่ะ…
    มิ้นท์: ใช่มะ  มันใส่อะไรลงไปบ้างวะ
    เรา: ก็ในเมนู มันเขียนว่า Mixed  เฉยๆน่าจะทะเลรวมๆมั้ง

    แล้วเหมือนเป็นภาพความทรงจำ reverse เริ่มย้อนถอยหลังกลับทีละเฟรม ไปหยุดตรงที่
    ตอนเปิดเมนูจะสั่งอาหารเพิ่ม

    …เรามาดูภาพช้ากันอีกครั้งนะครับ...
    มิ้นท์ : งั้นมันมีชุดรวมอาหาร ทะเลด้วยเอาปะ มี กุ้ง, ปลาหมึก ,ปลา, ….... ,กบ..
    อีฟ: โอ้ว มาย ก๊อด ..กบ!! (สะเทือนจิตใจอีกครั้ง)
    เรา: อี๋ มีกบ..ทำไมมี กบอยู่ในหมวดทะเลวะ

    แม่อีฟ: กบ รึเปล่า

    กบ!!!!

    หรือจะเป็น กบ!!! ถ้ามันเป็นซุปรวมทะเลจริง แล้วเค้าจัดว่ากบอยู่ในหมวดอาหารทะเลละก็...

    เรา: เชี่ย...
    มิ้นท์ : เชี่ยยย
    อีฟ: เชี่ย!
    นี่กูแดกซุปผสมกบเรอะ!  จบกัน.. เคโรโระคุง รู้สึกเหมือนกำลังทรยศต่อการ์ตูนเรื่องโปรดของตัวเอง รู้สึกเหมือนจะกลับไปดูเคโรโระด้วยความรู้สึกเดิมไม่ได้อีกแล้ว ม่ายยยย

    มิ้นท์: ระ.. เรียกแฮรี่มาถามกันเถอะ
    แฮรี่เดินมารับออร์เดอร์อย่างร่าเริง…
    อีฟ: ขอโทษนะ พอดีว่าไออยากรู้ว่าซุปอันนี้ ใส่อะไรลงไปบ้าง
    แฮรี่ : ซุป?
    มิ้นท์: ใช่ๆ มีส่วนผสมของอะไรบ้าง

    แฮรี่ยังคงเดินงง นิ่งสนิทเหมือนโดนสาป...ไม่เข้าใจทำไมอีพวกนี้ต้องถามอะไรจากกู ทำหน้าตาตื่นขนาดนี้ทำไม กูแค่มาเสริฟซุปที่พวกมึงสั่งมา...

    แฮรี่หันหลังกวักมือเรียกเพื่อนพนักงานเสริฟอีกคน (สมมุติว่าชื่อ รอน) มาช่วยเป็นกองหนุน
    อีฟยิงคำถามเดิมใส่แฮรี่และรอนที่มายืนฟังคำถาม

    แฮรี่ + รอน: (คุยกัน..ประมาณว่าอีนี่ต้องการอะไรจากซุปจานนี้ มันก็คือซุปไง แดกๆไปเถอะ ไม่แดกก็ไม่ต้องแดก พวกกูจะได้ไปทำงานต่อ..) จริงๆ แฮรี่กับรอนไม่ได้พูดแบบนั้นหรอก แค่ยืนงงกันเฉยๆ

    อีฟ: มันมีกบ ในจานนี้รึเปล่า?
    อีฟตัดเข้าประเด็นหลักอย่างรวบรัด
    รอน: Frog?
    อีฟ: Yes!
    รอน: Oh...Frog...

    รอนทำท่าเหมือนจะเข้าใจแล้ว หันควับไปเรียกพวกมาเพิ่มอีกคน ซึ่งเราจะฮามากถ้ารอนมันเข้าใจว่า อีฟหมายถึงให้ไป เติมเนื้อกบลงมาเพิ่มในจานนี้ (ฮา)

    พนักงานคนที่สามเดินเข้ามาร่วมลงให้บทสนทนา (สมมุติว่าชื่อ สเนป...) เรื่องราวเริ่มใหญ่โตเมื่อมีพนักงานถึงสามคนยืนรุมมุงดูซุปบนโต๊ะเรา

    สเนปเดินเข้าร่วมวงด้วยมาดผู้รอบรู้
    รอน: Ask him..
    เอ้า นึกว่าเข้าใจแล้ว สรุป อีรอน...เค้าจะเรียกมึงมาทำไมมม  ไม่ได้ช่วยดอกจำปีอะไรเลย
    อีฟทวนคำถามเดิมกับสเนปอีกครั้งว่า ในจานนี้มีอะไรบ้าง ซึ่งนั่นได้ผล สเนปเข้าใจ และตอบเป็นภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว

    สเนป: อ่อ ในซุปมี ไก่..กุ้ง..ปลา ...ปลาหมึก
    อีฟ: อ่อ..ไม่มีกบใช่มั้ย
    สเนป: ไม่มีๆ

    เฮฮฮฮ...ก็แค่เนี้ยแหละ  ปลอดภัย แค่นี้ก็กลับไทยนอนดูเคโรโระคุงต่อได้อย่างสบายใจ…
    อื้อ… อิ่มแล้ว


    อะ ถึงเวลากลับมาคิดต่อแล้วล่ะ ว่าต้องทำอะไรต่อดี ...

    KHO'I BBQ

    ข้อมูลเพิ่มเติม
    Facebook :  www.facebook.com/KhoiBBQDalat
    GPSPhường 1 tp. Đà Lạt,49 Phan Bội Châu,Phường 1, Dalat,Lâm Đồng,Vietnam
    Map



  • แล้วยังไงต่อ 2


    หลังจากกินอิ่ม แฮรี่กับรอนแนะนำว่าให้ไปเดินตลาดกลางคืนที่นี่ อยู่ไม่ไกลมาก ฝั่งตรงข้ามเอง

    โอเค ไปก็ไป ..

    ตลาดกลางคืนที่ดาลัด วุ่นวายระดับวันสิ้นโลก แต่ว่าของขายเยอะดี
    จบ.

    มันมีแค่นี้จริงๆ ส่วนใหญ่เป็นของกิน ซึ่งเราอิ่มกันแล้ว แต่เรายังอยากเดินหาของหวานกินกัน ที่แปลกคือไม่มีร้านไหนขายเลย! 

    เค้าไม่กินหวานกันหรอวะ!

    เออ คิดดูดีๆแล้ว อาหารส่วนใหญ่เค้าก็ไม่มีรสหวานเลยเนอะ…

    หันซ้าย หันขวา เจอร้านน้ำในรถตู้ทอม แอนด์ เจอร์รี่ 
    อุ๊ยย มีความคิ้วววท์

    รถตู้คันนี้ ขายน้ำชาไข่มุก ซึ่งก็มีหลายรสมากมายตั้งแต่ ชานมไต้หวัน ชานมมะลิ ชานมเมล่อน ชานมช๊อคโกแลต ชานมคาราเมล และเราก็เลือกอย่างหลังเพื่อเติมรสชาติหวานให้ชีวิต

    อะพี่ อันนี้แก้วนึง ..จ่ายตังค์.... รับเครื่องดื่มมา... เอาหลอดเจาะ ดื่มซู้ดๆ พร้อมรับความหวาน
    อะ อะ.. เดินไป 

    .....ทิ้ง

    เฮ้ยยยยย ชานมอะไรเนี่ยยยย มันหวานแสบลิ้น ปะแล่มๆ เหมือนเค้าจะใส่กลิ่นอะไรหอมๆสักอย่าง มันเป็นกลิ่นที่หอมนะ แต่มันไม่ควรจะอยู่ในชานม!  

    เสียดายนะ แต่ว่ามันกินไม่ได้จริงๆ จึงเดินไปทิ้งอย่างรู้สึกผิด

    และหันกลับไปมองทาง รถตู้ทอม แอนด์ เจอร์รี่อีกครั้ง เห็นรอยยิ้มอีเจอร์รี่แล้วก็นึกโมโห
    ไม่ต้องมายิ้ม ...พี่ไม่ให้อภัย!


    สุดท้ายไปจบตรงที่ ร้านน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋…
    อีกครั้งที่ พนักงานหยิบแก้วและจานมาเสริฟ หกใบ หกจาน
    แต่พวกเรามากัน ห้าคน
    (...)

    มิ้นท์: สรุปแผนของวันพรุ่งนี้เป็นยังไง เราจะไปไหนกันก่อน?
    เรา: เออยังไม่รู้เหมือนกันว่า จะเอาไงต่อดี
    มิ้นท์: แกจะไปดูงานก่อน ที่ไหน
    เรา: ...คือ กูยังไม่ได้ตัดสินใจอะ
    อีฟ: …อ้าว ….
    มิ้นท์: แล้วมึงอะ อยากจะไปเริ่มที่ไหนก่อน เพราะมึงต้องไปถ่ายงานด้วยไม่ใช่หรอ
    เรา: คือไม่รู้เลยเว้ย แบบกลัวว่า ถ้าฝนตกจะไม่ได้ทำอะไรกันอีก แล้วก็แต่ละที่ที่จะไปมันก็ไม่ได้ใกล้กัน แถมก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องไปเสียเวลากับแต่ละที่เท่าไหร่
    อีฟ :....

     คืองี้.. งานของเราคือการมาเก็บรูป และเซอร์เวย์ดูโลเคชั่น เรามีเวลาที่ดาลัดสองวัน แต่ว่าสถานที่ที่จะไปมันมีเยอะและอยู่ไกลกันมาก ทำให้เรากังวลเรื่องเวลาเดินทาง ค่าเดินทางอีก แล้วไหนจะฝนตกรึเปล่าก็ไม่รู้ ถ้าฝนตกก็จบกัน ไม่ได้ทำไรกันอีกเหมือนที่มุยเน่ เราเลยตัดสินใจอะไรไม่ได้ เพราะทั้งหมดคือปัจจัยในการทำงาน 

    เราเลยกลายเป็น ไอ้กากคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับดาลัดและอีกสี่ชีวิตที่พามาด้วยดี สถานการณ์เหมือนมีเราเป็นกัปตันเรือ ด้านหน้าเป็นหน้าผา เรือกำลังเขยิบตามกระแสะน้ำลงผาไปเรื่อยๆ เราไม่รู้ว่าจะทำไงดี สละเรือใช่ว่าจะรอด  ภายใต้เสียงลูกเรือตะโกนถามอย่างกดดันว่า "ขอคำสั่งด้วย! กัปตัน! "

    เราไม่รู้ว่าปัญหาเราคืออะไร กลัวทริปนี้ไม่รอด หรือ กลัวตัวเองทำไม่ได้ 


    มิ้นท์: คือแกไม่รู้ไม่ได้เว้ย  ในเมื่อแกมาที่นี่เพราะต้องมาทำงาน ที่ช่วยทำลิสให้ไปแกต้องเป็นคนเลือกเองนะ นี่เรามาเวียดนามเพราะแกไง
    อีฟ: .... นี่อีฟไม่รู้เลยนะเนี่ย นึกว่าเธอเลือกมาแล้วว่าจะไปไหน
    เรา: งั้นแกอยากไปไหนก่อน
    มิ้นท์: คือมึงถามกูไม่ได้เว้ย คือกูไม่รู้ว่างานมึงเป็นยังไง มีแต่มึงที่รู้ มึงต้องบอกกูสิว่าจะไปไหน
    อีฟ: …อะ อะ ถ้าแบ่งตามระยะทางมันจะมี สถานที่ที่อยู่ในเมืองกับอยู่ไกลตัวเมือง
    เรา: ...อีฟ..คือ.เรายังไม่ได้เลือกไว้จริงๆ…
    อีฟ: ...
    มิ้นท์: ก็! กู! บอกว่า! ให้ มึงเลือกมา! ไง ละ ว้อย!!!!!!!

      เถียงกันอยู่พักใหญ่ มิ้นท์แทบขูดลิ้นบิดไส้รีดเอาคำตอบ อย่าว่าแต่มิ้นท์จะรำคาญเราเลย เรายังรำคาญตัวเองเลยเนี่ย ในที่สุดเรากับมิ้นท์ก็สรุปได้คร่าวๆว่า วันพรุ่งนี้จะไปดูงานรอบๆเมืองดาลัดก่อน แล้วอีกวันค่อยเที่ยวในตัวเมืองก่อนบินกลับโฮจิมินห์ แล้วถ้าฝนตกละ..

    Let Future me deal with it .

    From, My past


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in