To Play is To ReadHarmish
ทุ่งหญ้าสีขาวของเด็กสาวชาวอินุเปียต


  • เราคงคุ้นเคยกับชาวเอสกิโมกับกระท่อมน้ำแข็งอิกลูหน้าตาน่ารัก ๆ ในแถบไซบีเรีย แต่วันนี้เราจะพาไปรู้จักกับชาวอินูเปียต ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในอะลาสก้า (เหนือสุดของทวีปอเมริกา) ที่ปัจจุบันเหลือเพียง 25,000 คน ผ่านเกมอินดี้เล็ก ๆ ที่ชื่อว่า Never Alone (Kisima Igitchuna)

    นับเป็นครั้งสำคัญที่วงการเกมจะต้องบันทึกไว้ว่าครั้งหนึ่งเราได้ใช้วีดีโอเกมเป็นสื่อในการให้ความรู้เกี่ยวกับชนชาติและวิถีชีวิตที่อาจกำลังสูญหายไปได้หากไม่ได้รับการเหลี่ยวแลจากโลกสมัยใหม่ เป็นโปรเจ็คที่ร่วมมือกันระหว่างนักเล่าเรื่องชาวพื้นเมือง นักออกแบบเกม และนักวิชาการในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ในการผลิตเกมเล็ก ๆ ที่น่าอัศจรรย์ใจเกมนี้ขึ้นมา

    ตัวเกมเป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กน้อยชาวอินูปิยัคที่ชื่อนูน่ากับสุนัขจิ้งจอกอาร์คติกสีขาวในสภาพอากาศหนาวสุดทรหด ด้วยความช่วยเหลือของจิ้งจอกน้อยที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณของสรรพสิ่งในแดนหิมะคอยช่วยเหลือให้เด็กสาวรอดกลับมาหาพ่อแม่ให้ได้ เรื่องนี้ได้รับการดัดแปลงจากเรื่องเล่าของชาวอินูเปียต โดยมีผู้บรรยายเป็นคุณตาที่เล่าเรื่องทั้งหมดด้วยภาษาดั้งเดิมของชาวอินูเปียต ที่ตอนนี้จาก 25,000 คน เหลือเพียงราว 2,000 คนเท่านั้นที่สามารถพูดได้ 


    เกมนี้คือความฉลาดที่จะเปลี่ยนเรื่องเล่าบอกต่อมุขปาถะ ให้เป็นวีดีโอเกมที่มีการบันทึกไว้สำหรับคนรุ่นต่อไปอย่างแนบเนียน

    Never Alone เป็นเกมแนว platformer (เดินและกระโดดไปด้านข้าง) แบบไขปริศนาแบบเกม Limbo หรือ Far: Lone Sails เราจะต้องสลับบังคับเป็นทั้งนูน่าและเจ้าจิ้งจอก ต่างคนก็ต่างมีความสามารถทำบางอย่างต่างกันไป แต่ทั้งสองจะต้องช่วยหาทางไปต่อและเอาชีวิตรอดจากอันตรายต่าง ๆ ให้ได้ แน่นอนว่า เกมนี้สามารถเล่นได้ 2 คน เหมาะกับการเล่นเกมสบาย ๆ ช่วยกันคิดกับคนใกล้ตัวทีเดียวเลยแหละ

    หลายเกมอาจให้รางวัลผู้เล่นด้วยไอเท็มสุดเทพ แต่สำหรับ Never Alone หากเราทำภารกิจสำเร็จก็จะปลดล็อกคลิปวีดีโอสั้น ๆ ที่เป็นคนพื้นเมือง คนเฒ่าคนแก่เล่าเกี่ยวกับความเชื่อ วิถีชีวิตดั้งเดิม ไปจนถึงปัญหาโลกร้อนที่กระทบพวกเขาโดยตรง ซึ่งหากขาดวีดีโอเหล่านี้ไป ผู้เล่นชาวไทยอย่างเราที่อยู่ห่างไกลอะลาสก้าขนาดนี้ คงมองว่ามันเป็นเกมแฟนตาซีธรรมดา ๆ เกมนึง

    ตัวเอกที่แท้จริงของเกมนั้นไม่ใช่เรื่องของนูน่าและจิ้งจอกน้อยแต่คือเรื่องเล่าของจริงจากชาวบ้านต่างหาก

    จริง ๆ แล้วชาวอินูเปียตมีความเชื่อที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่เพียบ ไม่ว่าจะเป็น Little people มนุษย์ตัวเล็กแต่พลังมหาศาลที่ชอบขโมยของมนุษย์ กลั่นแกล้ง กวนใจทุกอย่าง พวกเขาเชื่อว่า แสงเหนือสีเขียวที่ลอยบนท้องฟ้าตอนกลางคืนนั้นเป็นวิญญาณของเด็กที่กำลังเล่นอยู่ ถ้าออกไปเดินเล่นตอนกลางคืนจะถูกวิญญาณโฉบมาลักพาตัวไป ซึ่งมันก็เป็นกุศโลบายไม่ให้เด็ก ๆ ออกไปเดินดูแสงเหนือตอนกลางคืนเพราะมันหนาวนั่นแหละ สุดท้ายทุกอย่างที่เล่าก็ถูกปรับมาให้กลายเป็นตัวละคร เป็นอุปสรรคต่าง ๆ ในเกมได้อย่างลงตัว


    แม้ชาวอินุเปียตจะขึ้นชื่อเรื่องการล่าปลาวาฬ แต่ปลาวาฬหัวคันศรหนึ่งตัวที่เขาล่ามาได้นั้น สามารถเปลี่ยนเป็นอาหารและของใช้ให้กับคนทั้งหมู่บ้านได้หลายสัปดาห์ พวกเขานับว่าปลาวาฬเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับแมวน้ำ จิ้งจอก หมีขั้วโลก แสงเหนือ ไปจนถึงพายุหิมะ ทั้งหมดต่างมีชีวิตจิตใจ สัตว์ทุกตัวมีร่างมนุษย์ เพียงแต่มันไม่แสดงออกให้เราเห็น ส่วนปรากฏการณ์ธรรมชาติคือการกระทำของเทพทั้งสิ้น -- เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์มานานมากแล้ว แต่เราต้องขอบคุณความเชื่อเหล่านี้ที่ทำให้ชาวอินูเปียตสามารถอยู่เคียงคู่กับธรรมชาติมาได้หลายร้อยปี 

    ผู้เขียนเล่นเกมนี้แล้วรู้สึกว่า ถ้าเมืองไทยเรามีนักพัฒนาเกมเก่ง ๆ ลองใช้วิธีคิดเดียวกันกับ Never Alone ดูบ้าง เราอาจจะได้เล่นเกมผจญภัยของเด็กชาวปะกากะยอ หรือว่ายน้ำชมหมู่เกาะสุรินทร์กับหมู่บ้านชาวมอแกน คิดแล้วก็สนุกแล้วก็เชื่อว่าพวกเขาก็คงมีเรื่องอยากเล่าสนุก ๆ มากพอ ๆ กับชาวอินูเปียตเลยแหละ ซักวันนะ



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in