ญี่ปุ่น ฉบับ เด็กฝึกงาน 2016Chalat Phumphiraratthaya
บทนำ
  • เสียงประกาศเป็นภาษาญี่ปุ่นในครั้งนี้เป็นสัญญาณเพื่อแจ้งให้กับผู้โดยสารได้ทราบว่าขณะนี้เรือกำลังจะเคลื่อนตัวออกจากท่า ความโคลงเคลงของเรือจึงถูกเพิ่มเข้ามาเป็นอุปกรณ์ประกอบฉากหลัง ส่งผลให้จังหวะก้าวซ้ายและขวาต้องใช้กล้ามเนื้อมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น

    ไม่รู้ว่าเขาตัดสินใจถูกมั้ยที่ขอพักช่วงการฝึกงานมาเพื่อเดินทางมาเที่ยวในที่ที่ไกลแสนไกล อยู่หอพักดี ๆ ไม่ชอบ ต้องหอบเอาตัวเองมาให้เจอกับความไม่แน่นอนอีกหน การเดินทางครั้งนี้ต้องล้วนใช้สติและความอดทน เพราะคุยกับใครไม่รู้เรื่อง อินเตอร์เน็ตไม่มี ติดต่อใครไม่ได้เลย เขาตัดขาดจากญาติสนิททุกฝั่งฝ่ายโดยสมบูรณ์

    ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าชายร่างเล็กคนนี้รู้สึกไม่มั่นใจกับกระเป๋าสัมภาระที่แบกมา ด้วยความที่ว่าเป็นตั๋วเรือราคาถูก จึงทำให้ ‘ห้องนอน’ ของเขาเหลือเพียง ‘ที่นอน’ ภายในห้องอันกว้างใหญ่ มีเพียงสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็น ‘เสื่อผืนหมอนใบ’ เท่านั้นที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้คนแต่ละคน การวางสัมภาระของตัวเองไว้ในที่สาธารณะแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่ข้าวของสำหรับการพักค้างคืนสามวันสองคืนมันก็ไม่ควรขึ้นมาอยู่บนหลังของเขาตลอดการเดินทัวร์บนเรือเช่นกัน

    หน้าตาที่ดูครุ่นคิดของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ในรัศมี ทั้ง ๆ ที่เสื่อนอนของแต่ละคนนั้นห่างกันไม่เกินหนึ่งฟุตไม้บรรทัด เขานั่งอยู่บนเสื่ออยู่นาน ไม่กล้าที่จะลุกออกไปไหนไกล ดูเหมือนว่าการเดินทางคนเดียวในที่แบบนี้ถือว่าเป็นการออกนอกกะลาครั้งใหญ่ของเขาเลยทีเดียว

    รูปลักษณ์ภายนอกของเขาดูเข้ากันกับทัวร์ของชาวเอเชียที่ขึ้นมาบนเรือเฟอร์รี่ลำนี้เสมือนเป็นทีมเดียวกัน แต่กระนั้น ภาษาที่ใช้กลับต่างกับราวฟ้ากับเหว หนำซ้ำภาษากลางที่ยอมรับกันโดยสากลอย่างภาษาอังกฤษก็ไม่สามารถนำมาใช้กับบุคลากรบนเรือลำนี้ได้

    ‘เอาผ้าห่มมาคลุมซ่อนกระเป๋าไว้ดีมั้ย?’
    นี่คือความคิดแรกสุดของเขา

    ‘แต่คนก็รู้อยู่ดี ทำให้ดูเป็นจุดสนใจมากกว่าเดิมด้วย...’
    และเขาก็แย้งความคิดตัวเอง

    ‘หรือจะใส่กระเป๋าไว้บนชั้นวางแบบนั้นเลย?’
    คนอื่นก็วางเหมือนกันนี่นา...’
    เขามองไปรอบๆ เพื่อสำรวจพฤติกรรมคนรอบข้าง

    ‘แต่คนอื่นมากันตั้งหลายคน...’
    และเขาคิดว่าความคิดนี้ไม่เข้าท่า...

    ‘แต่จะทำยังไงได้...
    ความคิดที่แย้งกันมันเริ่มลงตัว ชายคนนี้ตัดสินใจทิ้งสัมภาระไว้ที่ชั้นวางตรงหัวนอน เขากัดฟันเดินออกไปจากห้องเพื่อไปสำรวจสภาพแวดล้อมที่เขาต้องอยู่ด้วยทั้งคืน จุดมุ่งหมายแรกคือการขจัดความเหนียวเหนอะหนะที่มาจากการเดินทาง เพื่อให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย

    เขาเดินเข้าไปยังที่ที่ดูเหมือนจะเป็นห้องอาบน้ำ ที่เขาเดินผ่านมาก่อนหน้านี้ สัญลักษณ์ตรงหน้ายังจำได้ดี และมันก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาเดินเข้าเดินออกอยู่หลายครั้งดูเหมือนว้าวุ่นใจ

    ‘ออนเซ็น’
    ป้ายข้างหน้าที่อาบน้ำเหมือนจะเป็นคำนี้ ซึ่งมันทำให้เขาคิดออกอยู่อย่างเดียว คือการแก้ผ้าต่อหน้ามวลมหาประชาชน ซึ่งแน่นอน... เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิต

    ‘เชี่ย...’

    เขาคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำพูดที่ยอมจำนน หลังจากเดินเข้าออกอยู่หลายหน เขาก็ตัดสินใจเดินกลับห้องนอน กลับไปนั่งอยู่ท่าเดิม...

    ...

    ‘เอาวะ…
    ...

    ‘แก้ก็แก้…
    ...

    ‘กูมาคนเดียว คนอื่นไม่รู้จักกูซักหน่อย…
    ชายคนนี้พูดกับตัวเอง จากนั้นเขาก็หยิบเครื่องอาบน้ำทุกอย่างที่จำเป็น แล้วเดินออกจากห้องด้วยสายตาที่แน่วแน่พร้อมยอมรับความเป็นจริง
    ...

    ‘รู้งี้นั่งรถไฟน่าจะดีกว่า...’
    เขานึกเสียดาย เพราะการตัดสินใจเดินทางโดยเรือถือเป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่งของชีวิต

    ไม่สิ...
    จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว...

    เพราะความเป็นจริงแล้ว...
    จุดเปลี่ยนมันก็คือเรื่องราวทั้งหมด

    เรื่องราวตั้งแต่แรกเริ่ม เรื่องราวที่ทำให้เขาตัดสินใจมาฝึกงานที่ญี่ปุ่นจนได้มาเจอกับอะไรทั้งหลายเหล่านี้ มันทำให้ตัวตนและความคิดบางอย่างถูกเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in