ชั้นหนังสือของปุ๊กโกะจังuminaka16
<รีวิว> ปราการแสงจันทร์ - ภัสรสา
  • นิชฌานเปรียบเหมือนต้นไม้ใต้เงาจันทร์ ไม่เคยต้องแสงอาทิตย์
    ไม่เคยสัมผัสแสงสว่าง ไม่เคยรู้ว่าโลกในยามกลางวันเป็นอย่างไร

    จิลลาดุจว่าวตัวน้อยที่เรียนรู้การลอยตัวท่ามกลางแรงลมทุกรูปแบบ ไม่หวั่นไหวกับแสงอาทิตย์ที่แผดเผา ไม่ยี่หระต่อความหนาวเหน็บยามค่ำคืน



    วันนี้ Blog เรามาแปลกสักหน่อย เพราะเราจะมารีวิวนิยายไทยค่ะ ถ้าใครตามอ่าน Blog เราก็จะเห็นว่าเราไม่ได้รีวิวนิยายไทยเลยเพราะเราไม่ได้อ่านมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เลิก เพียงแต่ฝั่งนิยายแปลมันมีพล็อตที่หลากหลายกว่าก็เท่านั้น ในกองดองก็ยังมีนิยายไทยอีกมากมายที่ยังไม่ได้อ่านและยังไม่ได้โละไปไหน เพราะเราก็คิดว่าสักวันเราอาจจะยังได้กลับมาอ่านมัน

    มาพูดถึงนิยายที่เราจะรีวิวในวันนี้ดีกว่า นิยายเล่มนี้ชื่อเรื่องว่า ปราการแสงจันทร์ เป็นผลงานของนักเขียนสาวนาม ภัสรสา ผู้มีผลงานมาอย่างยาวนาน เล่มนี้เป็นผลงานใหม่ล่าสุดเพิ่งออกจากแท่นพิมพ์สดๆ ร้อนๆ แวบแรกที่เห็นหน้าปกก็คือปกเก๋มาก มีปกที่มีพื้นดำเกิน 80% และมีลวดลายสีเงินเก๋ๆ ซึ่งตอนแรกก็ดูไม่ออกว่าคืออะไร จริงๆ ถ้าจะบอกว่าดูไม่ออกต้องบอกว่าไม่ได้สนใจจะหาคำตอบมากกว่า เพิ่งมารู้ว่าคืออะไรตอนอ่านท้ายเรื่องค่ะ นักเขียนมีเฉลยไว้ ส่วน Font ชื่อเรื่องเก๋มาก แต่ถ้าเราไม่รู้ชื่อเรื่องมาก่อนก็อาจจะต้องงมหน่อยว่ามันเขียนว่าอะไร ค่อนข้างอ่านยากค่ะ (แต่ที่สันเป็น Font ปกตินะ นักอ่านที่ซื้อที่ร้านอ่านออกแน่นอน) การออกแบบปกแบบนี้เราว่ามันทำให้เวลาวางอยู่บนชั้นกับเรื่องอื่นๆ น่าจะโดดเด่นมาก มีความ Minimal น้อยแต่มาก ให้ผ่านค่ะ

    พอแกะซีลมา ลองกรีดหนังสือดูผ่านๆ แวบแรกที่เตะตามากคือขนาด Font ที่ค่อนข้างใหญ่ถูกใจสาววัยเริ่มสายตายาวนิดๆ อย่างเรามาก เหมือนเอาใจคนรุ่นเราโดยเฉพาะ 555 และอีกอย่างที่แปลกตาคือการเหลือขอบซ้ายขวาบนล่างน้อย ทำให้สามารถขยายขนาดตัวหนังสือได้เต็มที่ ทำให้สามารถอ่านได้อย่างสบายตา ไม่ต้องเพ่ง ไม่ต้องหรี่ตาใดๆ ชอบอีกแล้ว


    เราเริ่มอ่านเรื่องนี้โดยที่ไม่รู้พล็อตเรื่องใดๆ ไม่อ่านแม้กระทั่งคำโปรยที่ปกหลัง พระเอกนางเอกชื่ออะไรก็ไม่รู้ พอตอนนี้มาคิดดูว่าทำไมก็คงเป็นเพราะไว้ใจนักเขียนมั้ง คือไม่ต้องสนใจว่าพล็อตแนวไหน เราคิดว่านามปากกานี้เราอ่านได้หมด (ยกเว้นเซ็ตเทวดาที่ไม่ใช่แนวของเราจริงๆ) เอาเป็นว่าเราเริ่มเปิดอ่านเรื่องนี้โดยที่ไม่รู้กระทั่งว่าเป็นนิยายแนวไหนเลย สิ่งเดียวที่รู้จากโพสต์หนึ่งของนักเขียนคือ นางเอกเหมือนจะชื่อ แจ้ว และยัยแจ้วมันร้าย << รู้แค่นี้จริงๆ 

    นักเขียนเปิดเรื่องด้วยการแนะนำตัวละครหลักๆ พร้อมกับหย่อนปมบางอย่างให้เราเกิดความสงสัยตั้งแต่หน้าแรกๆ เช่น ทำไมถึงมีคนทักจิลลาผิดเป็นแขดรุณตั้งสองคน แล้วทำไมพฤติกรรมที่แขดรุณทำกับนิชฌานซึ่งเป็นสามีถึงได้แปลกประหลาดนัก แล้วทำไมแขดรุณถึงจ้างจิลลาให้เขียนหนังสืองานศพให้ตัวเอง มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมด

    แล้วในขณะที่เรากำลังสงสัยพร้อมกับพลิกหน้าถัดไปเพียงไม่กี่หน้า นักเขียนก็โยนระเบิดตูมลงมาจนทำเราอึ้งไปเลย

    ช็อกมาก ตกลงนี่มันเป็นนิยายแนวนี้เรอะ!! (อึ้งไปพักใหญ่)

    เอาละ มาถึงตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นแนวไหนก็ต้องอ่านต่อไป ช่วงนี้ จิลลา นางเอกของเราจะงงๆ ชีวิต คนอ่านก็งงเช่นกัน เรียกว่าเราต้องทำความเข้าใจทุกอย่างไปพร้อมๆ กับจิลลา นักเขียนไม่ได้แอบเฉลยให้เรารู้เรื่องก่อนเลยแม้แต่น้อย ทำให้หยุดอ่านไม่ได้ ต้องพลิกต่อไปเรื่อยๆ

    มาดูที่พล็อตหลักกันบ้าง เราจะไม่เล่าเรื่องย่อหรือแม้แต่เกริ่นเรื่องใดๆ เพราะมันจะทำให้ไม่ลุ้น เราคิดว่าตัวเองโชคดีที่เปิดอ่านโดยแทบจะไม่รู้อะไรเลย ถึงได้โดนนักเขียนทำให้อึ้งไปสองสามตลบ อยากให้คนอื่นได้เจอกับอารมณ์เดียวกับเราบ้าง (โรคจิตแหละ) 

    ถึงจะเล่าเรื่องย่อไม่ได้ แต่เล่าธีมเรื่องได้ ธีมของเรื่องนี้อยู่ที่การถูกกระทำ ผู้กระทำ เหยื่อ ความแค้น และการให้อภัย ในฐานะของผู้ถูกกระทำ เราจะเลือกตอบโต้แบบไหน แบบแก้แค้นให้สาสม หรือจะเลือกให้อภัย ในเรื่องมีตัวละครที่ตกเป็นเหยื่อหลายคน บางคนเลือกที่จะแก้แค้น แต่บางคนก็ไม่ ถ้าพูดแบบโลกสวยก็คงต้องบอกว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร แต่ในความเป็นจริง สำหรับคนที่ตกเป็นเหยื่อและสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่าง การให้อภัยมันอาจไ่ม่ได้ง่ายแบบนั้น คนเราไม่สามารถกำจัดความรู้สึกเคียดแค้นชิงชังหรือหวาดกลัวได้อย่างง่ายดายเหมือนปากพูด ต้องค่อยๆ อาศัยเวลา และความรักความอบอุ่นความเข้าใจช่วยเยียวยา เราชอบฉากหนึ่งที่พระเอกถามนางเอกว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งขึ้นนางเอกจะรู้สึกอย่างไร นางเอกตอบว่าไม่รู้ เราว่ามันใช่ คนเราไม่มีทางรู้ล่วงหน้าหรอกว่าตัวเองจะรู้สึกอย่างไรถ้าเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น เราจะรู้ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริงๆ นั่นแหละ

    พล็อตของเรื่องนี้มีความแปลกใหม่ดีค่ะ ค่อนข้างแหวกเลยแหละ อย่างที่บอกว่าทำเราอึ้งไปเลย แบบนี้ก็ได้เหรอ? คาแรกเตอร์ของตัวละครก็แหวกดีเหมือนกัน ปกติพระเอกนิยายก็จะต้องหล่อๆ เท่ๆ เก่งๆ เจ้าเล่ห์ๆ หน่อยๆ มีเสน่ห์แบบสุดๆ แต่ นิชฌาณ พระเอกเรื่องนี้..ก็เหมือนจะหล่อ (เพราะเป็นลูกครึ่งอังกฤษ) แต่ไม่เท่ๆ ไม่ยิ้ม ตอนแรกๆ เย็นชาเหมือนหุ่นยนต์ ไร้ชีวิตชีวา กักเก็บความเศร้าไว้กับตัว แต่ต้องอดทนมีชีวิตเพื่อคนอื่น ถึงจะอยากตายอยู่บ่อยๆ ไม่ค่อยได้ทำงานทำการอะไร เหมือนเกาะภรรยากิน

    ส่วนนางเอก จิลลา เป็นสาวสู้ชีวิต กำพร้า อยู่กับป้าที่เป็นอัลไซเมอร์ เป็นสาวห้าวลุยๆ ใครดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ ห้าวเป้งพอประมาณ ไม่ค่อยกลัวใคร ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เป็นนักข่าว เป็นคนเก่งในสายอาชีพเลยแหละ ปากเก่ง เถียงเก่ง ช่วงแรกๆ พระเอกนางเอกมีเหตุให้ไม่ถูกกัน กัดกันบ่อยมาก พระเอกออกแนวรำคาญแต่ต้องทน ส่วนนางเอกแค้นแต่ทำอะไรไม่ได้ แต่ที่จริงเป็นคนจิตใจดี ร่าเริงสดใส ปรับตัวเก่ง ไม่คิดเยอะ

    นอกจากนี้ก็มีตัวละครหลักอีกสองตัว (คู่รอง) คู่นี้ น่ารัก พี่ตุลธร พี่ชายที่แสนดี (?) ของนิชฌาณ และ จิลลา คนนี้ก็มีปมหน่อยๆ แต่เบากว่านิชฌาณเยอะ บุคลิกตุลธรก็ดูเป็นคนธรรมดาดี คือมีโกรธ มีรำคาญนางเอกเวลานางเอกป่วน แต่ก็ไม่ได้โกรธจริงจังอะไร เวลาปกติก็เอ็นดูนางเอกดี ตอนอ่านแรกๆ เราก็สงสัยอีกแล้วว่า ตกลงพี่ตุลนี่คิดยังไงกับยัยแจ้ว ไม่ชอบ หรือชอบ แล้วชอบแบบไหน แบบอยากจีบ หรือแบบน้องสาว คือนักเขียนทำให้มันคลุมเครือไปหมด แล้วยิ่งเราไม่ได้อ่านปกหลัง ไม่รู้ว่าพระเอกคือใคร มีแวบหนึ่งที่เราเชียร์ให้พี่ตุลชอบยัยแจ้ว (ว่าไปนั่น)

    ส่วนตัวละครหญิงอีกคนก็คือ วรรณวลี หรือวันใหม่ เพื่อนซี้และเจ้านายของจิลลา  เป็นเพื่อนที่แสนดีมากๆ ช่วยทุกคนเยอะมาก และในบรรดาตัวละครทุกตัวในเรื่อง วรรณวลีคือตัวละครที่ชีวิต Happy ที่สุด ไม่มีปมอะไรกับใครเขาเลย ความสัมพันธ์ของจิลลากับวันใหม่น่ารัก ปรารถนาดีซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง และยังมีความกล้าในการจีบผู้ชายก่อน ดีมาก! (วันใหม่ เธอคือตัวแทนหมู่บ้าน)

    ตัวละครที่สำคัญอีกตัวคือแขดรุณ เธอคนนี้ออกมาไม่นาน แต่สิ่งที่เธอกระทำคือต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดในเรื่องนี้เลยก็ว่าได้ ถ้าไม่มีแขดรุณก็จะไม่เกิดเรื่องกับนิชฌาณ ไม่เกิดเรื่องกับจิลลา แต่แทนที่จะบอกว่าแขดรุณเป็นคนเลว ต้องบอกว่าเธอเป็นคนที่น่าสงสารต่างหาก 

    ตัวละครเรื่องนี้เป็นสีเทาๆ ไม่ได้ดีเลิศเลอ ยึดมั่นความถูกต้องเป็นสรณะ มีทำถูกทำผิด บางตัวละครก็ไม่ได้ัรับผลกรรมในสิ่งที่ตัวเองก่อ (หรือบางทีอาจจะได้รับก็ได้ แต่เรื่องเล่าไปไม่ถึง) ชีวิตมันมีเงื่อนไขมากมาย อยู่ที่ว่าจะให้น้ำหนักกับอะไรมากกว่า ความถูกต้อง หรือคนที่เรารักและอยากปกป้อง

    สำหรับคนที่อ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังงงว่าตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่ ก็ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ เพราะการไม่รู้อะไรเลยจะทำให้อ่านนิยายสนุกกว่าจริงๆ


    ถึงธีมเรื่องจะเครียด แต่ด้วยบุคลิกของจิลลาและวันใหม่ก็ทำให้เรื่องราวไม่หม่นจนเกินไป มีบทสนทนาน่ารักๆ (จิกกัดกัน) เรื่อยๆ พอตอนหลังรักกันแล้วก็มีประโยคหวานๆ บ้าง พระเอกนางเอกมีลูกล่อลูกชนเวลาแซะกันก็มันดี มีความยอกย้อนน่าหมั่นไส้ ส่วนพี่ตุลก็มาแนวพ่อพระห้ามมวย อ่านแล้วอยากมีพี่ตุลเป็นของตัวเองสักคน ชอบมาก!

    นอกจากพล็อตหลักเรื่องการถูกกระทำแล้ว นักเขียนยังพยายามสอดแทรกปัญหาสังคมเข้ามาหลายอย่าง บางเรื่องก็เนียนแต่บางเรื่องก็ไม่ อย่างตอนที่จิลลาจะหนีพวกพระเอกแล้วไปเปิดประตูแท็กซี่แต่ไม่ทัน โดนพี่ตุลตามมาทันก่อน นางเอกโวยในใจว่าเป็นเพราะแท็กซี่เมืองไทยชอบปฏิเสธผู้โดยสาร เธอเลยต้องเปิดประตูถามคนขับก่อนว่าจะไปมั้ย เลยทำให้เสียเวลา ซึ่งถ้าคนเรารีบจริงยังไงก็ต้องเปิดประตูเข้าไปนั่งแล้วบอกคนขับให้ออกรถก่อนเลยมั้ย ถ้าแท็กซี่ไม่ไปค่อยไปลงข้างหน้าก็ยังได้ และในสถานการณ์แบบนั้นแทนที่จะบ่นเรื่องพฤติกรรมแท็กซี่น่าจะบ่นตัวเองที่ช้าหรือบ่นพี่ตุลที่ตามมาเร็วเกินไปแทนรึเปล่า


    แล้วก็มีเนื้อเรื่องหลายจุดที่ดูไม่ค่อยสมจริง หรืองงๆ 

    • สปอยล์หนักมาก ถ้ายังไม่ได้อ่านให้ข้ามไปเลยค่ะ

    1. ในเรื่องมีการพูดถึงอาการ PTSD หรืออาการเครียดฉับพลันภายหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ แต่นางเอกผู้ซึ่งเผชิญเหตุฮอตก ร่างกระเด็น โดนไฟไหม้จนหน้าเละ แต่หลังจากนั้นไม่นานกลับขึ้นเครื่องบินได้อย่างสบายใจ ไม่มีอาการกลัวเครื่ิองบินหรือกลัวความสูงเลย

    2. เรื่องเสียง เสียงหลังจากจิลลาฟื้นขึ้นมาเปลี่ยนไปไม่เหมือนเสียงเดิมของจิลลา แต่ก็ไม่เหมือนเสียงของแขดรุณด้วย อันนี้เกิดจากอุบัติเหตุเลยทำให้เส้นเสียงเสียหรือยังไง ไม่มีอธิบาย

    3. นางเอกต้องใช้ชีวิตเป็นแขดรุณ แต่แทบไม่มีการเตรียมการให้พร้อมกับการเป็นแขดรุณเลย เช่น ลายมือ ลายเซ็น มีแค่พยายามฝึกทำตัวเชิ่ดๆ หยิ่งๆ เหมือนกับพระเอกไม่ได้วางแผนให้นางเอกมารับหน้าที่ต่อจากแขดรุณเลย ขอแค่คนหน้าเหมือนมาเดินไปเดินมาอย่างเดียว 

    4. จากการที่จิลลาไม่ได้พยายามจะทำตัวให้เป็นแขดรุณเลยมีพิรุธเยอะมาก แต่ไม่มีใครจับได้หรือสงสัยเลย ยังดีที่ตอนท้ายคุณปู่จับได้ อันนี้อาจอธิบายได้ว่าปกติแขดรุณไม่ได้สนิทกับใคร เลยไม่มีใครรู้รายละเอียดตำหนิบนร่างกายมั้ง แต่อย่างแผลเป็นอะไรแบบนี้จะไม่มีบ้างเลยเหรอ

    5. เรื่องโทรศัพท์ ตอนแรกพวกนิชฌาณปิดกั้นการติดต่อสื่อสารของจิลลาทุกอย่าง แต่จิลลาแอบขอมือถือของวันใหม่มาใช้ แล้วตอนที่จิลลาไปบอกนิชฌาณกับพี่ตุลว่าวันใหม่จะมาหาที่บ้านพัก ทำไมนิชฌาณกับพี่ตุลไม่สงสัยว่าจิลลานัดแนะกับวันใหม่ได้ยังไง


    แต่ถึงยังไงภาพรวมก็ยังเป็นนิยายที่อ่านสนุก พล็อตแปลกใหม่ ให้แง่คิด ตัวละครน่ารัก บางตอนอ่านแล้วยิ้ม บางตอนคิ้วขมวด หลากหลายอารมณ์ แต่เราอ่านแล้วไม่เครียดนะ เอ๊ะ หรือเราจิตแข็ง นิยายเกือบ 500 หน้าแต่อ่านลื่นไหลมากๆ ค่ะ


    สุดท้ายท้ายสุด รีวิวของเราต้องไม่พลาดสิ่งนี้ คำผิด คำตก คำหล่น 
    ต้นเรื่องกับท้ายเรื่องมีเรื่อยๆ มีตัวละครชื่อ พอหทัย แต่พิมพ์เป็น พอทหัย 2-3 หน้าติดกันรัวๆ แต่ตรงกลางกลับไม่มีคำผิดเลย ก็แปลกดี






    ADVERTISEMENT





เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in