ชั้นหนังสือของปุ๊กโกะจังuminaka16
<รีวิว> ฆ่าหมาป่า เล่ม 1
  • ในแคว้นต้าเหลียงอันยิ่งใหญ่ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างหุ่นจักรกลและเครื่องจักรไอน้ำที่ใช้ถ่านหิน รวมถึงเชื้อเพลิงหายากอย่างทองคำเหลวม่วงในการขับเคลื่อน

    เด็กหนุ่มนาม 'ฉางเกิง' อาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ ตรงชายแดน เมื่อครั้งเฉาเกิงยังเยาว์วัยได้ลอบหนีออกไปเที่ยวเล่นนอกประตูเมืองตามลำพัง ทำให้พบเข้ากับฝูงหมาป่าจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ดีที่ 'เสิ่นสือลิ่ว' ตามมาช่วยไว้ทัน จึงกราบเป็นพ่อบุญธรรมเพื่อทดแทนบุญคุณช่วยชีวิต

    แต่แล้ววันหนึ่งกองทัพอนารยชนนอกด่านลอบบุกเข้ามาโจมตีเมือง ชีวิตของฉางเกิงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงภายในค่ำคืนเดียว ราวกับว่าชีวิตในเมืองเล็กๆ แห่งนี้เป็นเพียงภาพลวงตา ยามนี้เขาไม่ได้เป็นเพียงเด็กหนุ่มที่มีชาติกำเนิดธรรมดาอีกแล้ว กระทั่งมารดา หรือแม้แต่พ่อบุญธรรมน้อยของเขาเองก็มีสถานะเปลี่ยนไป...

    ฉากหลังรก ๆ ก็คือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Blog นี้ -  -"


    เรื่อง "ฆ่าหมาป่า" นี้เป็นผลงานของ Priest หรือ พีต้า ซึ่งมีผลงานในไทยแล้วคือเรื่อง Guardian และ ลิ่วเหยา ซึ่งเรื่องแรกนั้นเรายังไม่ได้อ่าน (แต่ได้ข่าวว่าเล่ม 3 เปลี่ยนคนแปลทำให้แปลไม่ต่อเนื่อง) ส่วนเรื่องที่สองนั้นลองอ่านเล่มแรกแล้วพบว่าไม่อาจทำความเข้าใจกับประโยคภาษาไทยได้ จึงขอยอมแพ้ไป ส่วนฆ่าหมาป่าเรื่องนี้กระแสดีมาตั้งแต่ประกาศลิขสิทธิ์ มีนักอ่านรอจำนวนมาก เราเองก็เหมือนถูกบิลด์มาด้วย กะว่าจะต้องลองอ่านให้ได้ พอ สนพ. Sense เปิดปกมา ปกสวยอีก ก็เลยไม่ต้องคิดอะไรมากค่ะ ซื้อมาลองอ่านดู แล้วที่หยิบมาอ่านตอนนี้ก็เพราะว่าทาง สนพ. Sense จะมีงานประจำปีตอนต้นเดือน ธ.ค. เรากลัวว่าเรื่องนี้จะออกเล่ม 2 แล้วไม่รู้ว่าควรซื้อต่อมั้ย ก็เลยลัดคิวอ่าน เพื่อพบว่า เล่ม 2 ไม่ออกในงานนะคะ... -  -"

    แต่ไม่เป็นไรค่ะ อ่านก่อนก็ไม่เสียหาย เพราะว่าเรื่องนี้สนุกผิดคาดมากๆ เราเปิดอ่านไปแป๊บเดียวปาไปร้อยหน้าแล้ว งงมาก ทั้งที่เนื้อหาก็ไม่ได้เบาๆ อ่านง่ายอะไรขนาดนั้น เรื่องนี้มีดีอะไร มาดูกันดีกว่า

    /////////////////////////////

    ** คำเตือน มีสปอยล์เล็กน้อยถึงปานกลาง

    ถึงแม้ Setting ของเรื่องฆ่าหมาป่านี้จะยังคงเป็นจีนโบราณเหมือนเคย แต่ว่ากลับแตกต่างจากเรื่องอื่น ๆ ตรงที่ยุคสมัยในเรื่องนี้เป็นช่วงที่มีการติดต่อการค้ากับตะวันตก ในจีนเองก็มีการใช้เครื่องจักรกลในการทุ่นแรงมนุษย์แล้ว นอกจากทุ่นแรงแล้วก็ผลิตเป็นอาวุธ ชุดเกราะ แล้ว Advance ถึงขนาดใส่ชุดแล้วบินได้ด้วย O _ o อ่านแรก ๆ ก็จะงง ๆ หน่อย ว่ามันคืออะไรกันหว่า ชุดเกราะเหล็กมีกลไก มีช่องเปิดออกมาแล้วมีมีดบินพุ่งออกมาได้อะไรแบบนั้น มีไอพ่นสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว อ่านแล้วนึกว่าเครื่องเคลื่อนย้ายสามมิติของหน่วยปราบปรามไททันประมาณนั้นเลย เพราะฉะนั้นเวลาสู้กันก็จะตื่นตาตื่นใจหน่อย ไม่ได้มาฟาดฟันกระบี่กันโช้งเช้งหรือปล่อยลมปราณกันเหมือนเรื่องอื่น ๆ

    นอกจาก Setting ยุคสมัยจะแปลกใหม่แล้ว Setting ของตัวละครก็แปลกใหม่เช่นกัน โดยพระเอกของเรื่องมีศักดิ์เป็นลูกบุญธรรมของนายเอก ใช่ค่ะ เรื่องนี้ คนแก่โดนเด็กกิน 555 แล้วเด็กหนุ่มคนนี้ก็คลั่งรักเอามาก ๆ อ่านแล้วแอบนึกถึง ลั่วปิงเหอ แห่ง ตัวร้ายอย่างข้าฯ ที่เป็นเด็กน้อยคิดงาบคนแก่เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ กู้อวิ๋น นายเอกเรื่องนี้ ไม่ได้ดูบริสุทธิ์สูงส่งเหมือนซือจุนของน้องลั่ว แต่เป็นคนแก่นิสัยเสีย (?) 555 ไม่ใช่นะคะ แต่เป็นคนที่จิตใจไม่ละเอียดอ่อน เพราะโดนเลี้ยงดูมาอย่างเข้มงวดและเย็นชาจากปู่ที่เป็นท่านโหวในตำนาน ก็เลยไม่เข้าใจว่าบิดาเค้าเลี้ยงดูบุตรกันอย่างไร กู้อวิ๋นก็เป็นห่วงและคิดที่จะหาสิ่งดี ๆ ให้ฉางเกิงแหละ แต่ไม่ใช่แบบแสดงความห่วงใย คอยเอาใจใส่ดูแลแบบนั้น ออกแนวใช้คนอื่นไปดูแลแทน แล้วตัวเองก็เผ่นแน่บไปอยู่ที่อื่นมากกว่า

    ตอนแรก ๆ ที่ฉางเกิงและกู้อวิ๋นอาศัยอยู่ด้วยกันที่เมืองชายขอบ กู้อวิ๋นคือพ่อบุญธรรมนาม "เสิ่นสือลิ่ว" เป็นคนร่างกายอ่อนแอ ตาไม่ดี หูก็ไม่ดี วัน ๆ ไม่ทำอะไรเป็นโล้เป็นพาย เป็นคนที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ แต่ฉางเกิงซึ่งตอนนั้นเป็นเด็กหนุ่มอายุ 14 ก็คิดว่าจะต้องดูแลทดแทนคุณพ่อบุญธรรมคนนี้ในตอนแก่ ต่อหน้าก็ทำท่าเอือมระอา แต่ในใจก็คือรักมากเป็นห่วงมาก แล้วคืนหนึ่งเขาก็ตื่นขึ้นมาเหงื่อแตกพลั่ก เด็กหนุ่มเริ่มโตเป็นชายหนุ่มแล้ว ต้องแอบซักกางเกงในตอนเช้า เขาฝันถึงพ่อบุญธรรมตัวเอง!! โอย... สงสาร 5555

    ชีวิตอันสุขสงบ (?) ของฉางเกิงดำเนินไปวันแล้ววันเล่า จนกระทั่งวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยน วันนั้นฉางเกิงสูญเสียบิดา มารดา แล้วยังเหมือนจะสูญเสีย "พ่อบุญธรรม" คนที่เขาเคยรู้จักไปด้วย ไม่มีเสิ่นสือลิ่วชายไม่เอาถ่าน แต่มีกู้อวิ๋นแม่ทัพผู้เกรียงไกรมาแทน ฉางเกิงโดนความจริงหลายเรื่องกระหน่ำโจมตีเขาพร้อม ๆ กันจนแทบประคองตัวไม่อยู่ แม้แต่ชาติกำเนิดของตัวเองยังไม่เหมือนเดิม ในใจเกิดความรู้สึกสับสนซับซ้อน บอกไม่ถูกว่าเขารู้สึกกับพ่อบุญธรรมคนใหม่นี้ยังไงกันแน่

    /////////////////////////////

    เราชอบช่วงครึ่งเล่มแรกของเรื่องนี้มากค่ะ เพราะมันเต็มไปด้วยความสับสนของเด็กหนุ่มที่กำลังจะโตเป็นผู้ใหญ่ เด็กหนุ่มเลือดร้อนที่จิตใจพลุ่งพล่าน หงุดหงิดงุ่นง่านแต่พยายามคีพคูลให้ดูเท่ แต่ก็ต้องมาหัวเสียให้กับคนแก่ที่ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย แถมยังกวนประสาทโดยธรรมชาติไปอีก ฉางเกิงน้อยผู้ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงฝันถึงพ่อบุญธรรมแบบนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงโง่โดนคนแก่หลอก ไม่รู้ว่าตัวเองน้อยใจ เสียใจ หรือว่าโกรธ แล้วโกรธอะไรกันแน่ พาร์ตพวกนี้ทำได้ดีจนใจเราหน่วงไปด้วยเลยค่ะ

    ชีวิตพระเอกของเราเรื่องนี้น่าสงสารมากเลย ลำบากตั้งแต่เด็ก ถูกคนที่คิดว่าเป็นแม่พยายามฆ่าหลายครั้ง ไม่เคยได้รับความรักความอบอุ่นใด ๆ พอมาเจอพ่อบุญธรรมก็คล้ายจะมีที่พึ่งอยู่บ้าง แต่สุดท้ายก็รู้ว่าที่แท้แล้วตัวเองโดนหลอกมาตลอด ถึงแม้กู้อวิ๋นจะพาเขาเข้าเมืองหลวง และฉางเกิงยังได้อาศัยอยู่กับพ่อบุญธรรมต่อไป แต่กู้อวิ๋นที่ต้องดูแลฉางเกิงกลับพร้อมจะหนีเขาไปตลอดเวลา ฉางเกิงเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอีกรอบ คิดว่าตัวเองไม่มีประโยชน์อะไร และเป็นส่วนเกิน กู้อวิ๋นไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นครอบครัวเดียวกันเลย

    ในขณะที่กู้อวิ๋นเอง ไม่ใช่ว่าไม่รักไม่ห่วงฉางเกิง แต่เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าฉางเกิงโกรธอะไรกันแน่ ท่าทางที่ฉางเกิงเมินเขาหรือแสดงออกอย่างห่างเหิน กู้อวิ๋นคิดได้แค่ว่าลูกชายกำลัง "งอน" อะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะง้อยังไง แล้วกู้อวิ๋นก็ไม่ใช่คนที่รู้วิธีเอาใจใครเลย ยิ่งพยายามทำยิ่งเหมือนขว้างระเบิดซ้ำเติมให้ไฟลุกกว่าเดิมซะอีก ในใจของกู้อวิ๋น ฉางเกิงคือเด็กน้อยเสมอ ในขณะที่ในใจของฉางเกิงคือ "ข้าโตแล้ว" มีตอนหนึ่งเราชอบมาก กู้อวิ๋นไปรบอยู่ชายแดนส่วนฉางเกิงถูกทิ้งอยู่ที่จวนโหว กู้อวิ๋นเขียนฎีกาถวายฝ่าบาทแล้วเลยฝากจดหมายถึงฉางเกิงด้วย พอฉางเกิงอ่านแล้วก็ได้แต่มองบน ในหนังสือบรรยายว่า ต่อให้ใช้หัวแม่เท้าคิดก็รู้ว่า วาจาเลี่ยน ๆ พวกนี้ต้องเป็นคนอื่นเขียนแน่ ส่วนตัวบัดซบผู้นั้นของเขาคงแค่คัดลอกไปส่ง ๆ เท่านั้น แต่ถึงยังงั้นฉางเกิงก็ยังแอบปลื้มที่อย่างน้อยพ่อบุญธรรมของเขาก็ยังอุตส่าห์นั่งคัดจดหมายพวกนี้ด้วยตัวเอง ( T v T เอ็นดูฉางเกิงเค้านะคะ)

    ความสัมพันธ์พ่อลูกคู่นี้เค้าก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ...

    /////////////////////////////

    ส่วนพล็อตหลักของเรื่องนี้ เราอ่านเรื่องนี้โดยที่ไม่ได้อ่านเรื่องย่ออะไรเลย ก็คิดว่าชื่อเรื่องฆ่าหมาป่าก็คงจะเข้าป่าล่าสัตว์กันอะไรแบบนั้น แต่ที่จริงแล้วหมาป่าในทีนี้คือชาวเผ่าหมานซึ่งอยู่นอกด่านทางฝั่งตะวันตก ซึ่งเปรียบได้กับหมาป่า ซึ่งตัวฉางเกิงเองก็มีเชื้อสายครึ่งหนึ่งจากเผ่านี้ด้วย ชาวหมานเป็นศัตรูกับเจียงหนานก็เหมือนเป็นศัตรูกับฉางเกิงด้วย กู้อวิ๋นซึ่งเป็นแม่ทัพมีเดินทางไปรบที่ชายแดน แอบแว้บมากำราบพวกคิดก่อกบฏในทะเลตงไห่ แล้วไหนจะเรื่องในวังหลวงอีก เนื้อเรื่องหลักยังไม่รู้ว่าจะดำเนินไปในทิศทางไหนเพราะว่านี่ก็เพิ่งจะเล่มแรกเอง เรื่องนี้มีตั้ง 5 เล่มจบ เรื่องราวคงดำเนินไปอีกไกล

    แต่ที่แน่ ๆ คือตอนนี้ค้างค่ะ จบค้างทำร้ายกันมาก อยากอ่านเล่มสองแล้วเมื่อไหร่จะออกคะ

    แถมท้าย สำหรับคนที่ห่วงงานแปล เรื่องนี้แปลดีและอ่านได้ไหลลื่นมากค่ะ อย่างที่บอกว่าเผลอแป๊บเดียวร้อยหน้าเข้าไปแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงเลย

    เชิญชวนให้อ่านนะคะ แล้วเรามาค้างไปด้วยกัน 555555555



     #ช่วงคำผิด 

    รอบงานหนังสือนี่ Sense ทำได้ดีเลยนะคะ จัดคนมาพิสูจน์อักษรกันรัว ๆ เล่มละ 3 คน
    แต่เราก็ยังอุตส่าห์หาคำผิดเจอนิดหน่อยค่ะ

    หน้า 79    สำเหนียง >> สำเนียง
    หน้า 106  ไล่เรียง >> ไล่เลียง
    หน้า 205  ฉางเกิงจะจ้องหน้าเขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง >> ฉางเกิงจ้องหน้า / ฉางเกิงจดจ้องหน้า
    หน้า 326  ขื่นคาน >> ขื่อคาน
    หน้า 370  หลุดรอดร่างแห >> หลุดลอดร่างแห

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in