#Fictober2018sullie_sp
Day 04 + Day 05 : Not a Deviant (Hank x Connor)
  • Fictober 2018 by @_error407 : Day 04 "Confess" + Day 05 "Tears"

    Fandom : Detroit: Become Human

    Pairing : Hank x Connor 

    Author: @sullie_sp

    A/N: เรื่องนี้ก็เช่นเคยค่ะ จะ #HankCon หรือ #ConHank ก็ได้หมดเลย จะไปในทาง platonic หรือ romantic ก็ได้เช่นกัน :D / เนื่องจากช่วงยุ่ง ๆ ยังไม่หมดสิ้น แต่พล็อตก็มี เขียนไปเขียนมาก็รู้สึกว่า เอ๊ ออกทะเลหรือเปล่า สั้นไปหรือเปล่า ห้วนไปหรือเปล่า คล้ายกับเรื่องที่เคยเขียนหรือเปล่า เยอะแยะไปหมด แต่มันก็อยากเขียนค่ะ ก็จะเป็นฟิคสนองนี้ดตัวเองเช่นเคย และรวบสองวันรวมเป็นหนึ่งเรื่องเสียเลย Y__Y















    "ถึงเวลาแห่งความจริงแล้วคอนเนอร์ แกจะทำยังไง"

    "การสังหารคุณไม่เกี่ยวอะไรกับภารกิจของผม แต่คุณจะไม่มีวันขัดขวางหน้าที่ที่ผมต้องทำ"

    "ฉันไม่อยากทำแบบนี้เลย คอนเนอร์ ... แกทำให้ฉันไม่มีทางเลือก"



    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .




    *แอดดดดด*



    !!!!!



    ร่างใหญ่สะดุ้งตื่นจากห้วงนิทรายกตัวลุกพรวดขึ้นเป็นท่านั่งอยู่บนเตียง

    เสียงหอบฮืดฮาดดังไปทั่วห้องมืด พร้อมกับมือที่กุมอยู่อกซ้ายของตน

    เหงื่อผุดพราดไหลสะท้อนกับแสงสลัวในห้องโดยมีเส้นผมเทาปรกหน้า

    เจ็บ

    ก้อนมวลสารอะไรบางอย่างจุกแน่นจนเขารู้สึกความลำบากในการหายใจ

    ตะเบ็งไอแห้ง

    ดวงตาเบิกกว้าง

    ตะเกียกตะกายจนตกเตียง

    เขาพยุงตัวเองให้เดินไปยังประตูด้วยสภาพโซซัดโซเซ

    มือบิดกลอน เปิดประตูห้องนอนแล้วพุ่งทะลุออกไปยังห้องน้ำ

    คุกเข่าทรุดอยู่ตรงคอห่าน

    ปล่อยให้สิ่งที่เข้าสู่ร่างกายไปก่อนนอนนั้นไหลย้อนออกมาจนแทบสำลัก

    น้ำตาที่ไหลออกมานั้น ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากสภาวะทางกายหรือทางใจกันแน่

    ทรมาน

    กว่าจะหมดก็เล่นเอาแรงหายไปมาก

    ดีที่มีแขนยันไว้ คอยยั้งไม่ให้เขาเอาหัวจุ่มลงไปด้วย

    เขาลุกขึ้นยืน

    ย้ายร่างของตัวเองสู่อ่างล้างหน้า

    กลั้วปากพร้อมล้างหน้าของตน

    แล้วเขาก็เงยขึ้นมา

    ตามองไปยังบุคคลในกระจก

    กับกระดาษสี่เหลี่ยมจตุรัสใบน้อยหลากสี

    ทุกใบล้วนเต็มไปด้วยรอยยับจากหยดน้ำที่สาดกระเด็นและปล่อยไว้จนแห้งแข็ง

    ยกเว้นใบหนึ่งที่ชัดเจนว่าเพิ่งติดได้ไม่นาน

    กระดาษใบสีฟ้าแสนสะดุดตา โดดเด่นกว่าใครเพื่อน



    'ขอโทษ'



    เขาเอื้อมมือออกไป ตั้งใจจะดึงมันทิ้งถังขยะ

    แต่สุดท้ายก็ลดมือลง

    ทำไม่ได้

    โดนหลอกหลอนด้วยภาพที่ยังคงชัดเจน

    กับเหตุการณ์ครั้งนั้น

    ปลูกรากฝังอยู่ในพื้นที่ความทรงจำของเขา



    "หลังจากทุก ๆ อย่างที่เราฝ่าฟันด้วยกันมา ... ผมเคารพคุณนะครับ แฮงค์"



    แม่งเอ๊ย



    "ฉันก็เริ่มที่จะชอบแกแล้วเหมือนกัน"



    เขายืดตัวขึ้นยืนหลังตรง

    ลากสังขารของตนออกจากห้องคับแคบแสนอุดอู้ไปครัวแทน

    หยิบขวดสีน้ำตาลในตู้แช่เย็นฉ่ำ

    เปิดขวด

    เดินผ่านหน้าต่างกระจกอันแตกร้าวที่ยังไม่ได้จัดการซ่อมแซม



    *แอดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด*



    เขากำลังจะย่อตัวลงนั่ง ก็มีเสียงกดออดดังลั่นยาวต่อเนื่องไม่ยอมหยุด

    ถึงจะไม่ได้ดูนาฬิกา แต่ก็พอรู้ได้ว่านี่ไม่ใช่เวลาสำหรับเรื่องปกติเป็นแน่

    เขาเดินอุ้ยอ้ายไปประตูหน้าบ้าน

    เปิดออก

    ตาจ้องยังร่างตรงหน้าที่คุ้นเคย



    "ผู้หมวดครับ ผมรู้ว่า--------"



    *ปัง!!!!!*



    แล้วการกระทำก็ไวชนิดที่ว่าเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องไตร่ตรอง

    เขาปิดประตูกระแทกใส่แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

    ไม่ต้องการที่จะพบเจอ

    ไม่อยากเห็น

    เขาต้องฝันอยู่เป็นแน่

    นี่ไม่ใช่ความจริง



    *แอดดดดดดดดดดดดดดดดดด*



    แต่ทว่าเสียงออดนั้นกลับดังอีกครั้ง

    ราวกับเรียกเขาไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่ต้องเจอ

    เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ จนความเจ็บแปลบช่วงอกกลับมาอีกครั้ง

    ยืนเผชิญหน้ากับประตูบ้านของเขา

    เปิดออกอีกครั้ง

    ร่างที่แสนคุ้นชินตา ในสภาพเนื้อตัวเปียกปอน ปอยผมหล่นลงปิดขมับข้างหนึ่ง

    เสื้อผ้าอาภรณ์ชุ่มน้ำ เมื่อมองออกไปข้างนอกแล้วก็คิดได้ว่าเจ้านี่คงตากฝนมา

    เขาจ้องไปยังดวงตาคู่นั้นที่สีเดียวกับเส้นผมของเจ้าตัว

    ใบหน้าที่บ่งบอกอารมณ์ชัดเจนถึงความเศร้าสร้อย

    มือสองข้างยกขึ้นกอดร่างของตนเอง ตัวสั่นเทิ้ม



    "ผมมีเรื่องจะบอกคุณ"



    ไม่ฟังได้ไหม

    เขารู้ตัวเองดีว่าเลือดข้างในมันคงเดือดพล่าน

    อยากจะเอาขวดแก้วในมือฟาดหัวร่างตรงหน้าเสียให้จบไป

    แต่ก็ทำไม่ได้

    เขาเขยิบตัวออกข้าง เพื่อเปิดทางเข้าให้ร่างตรงหน้า

    ผู้มาเยือนยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

    ตาหลุบต่ำมองลงพื้น

    แสงไฟจากริมถนนสะท้อนกับขอบรอยแผลถากสีเงินบนใบหน้า

    ดวงไฟกลมข้างขมับกะพริบสลับกันระหว่างสีเหลืองสว่างและสีแดงฉาน



    "ผมทำภารกิจไม่สำเร็จ"



    เสียงคุ้นหูนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับกระชับกอดตัวเองแน่น



    "ผม... สังหารผู้นำเจริโกไม่ได้ ... ผมล้มเหลว"



    เจ้าบ้านยืนฟังอยู่เงียบ ๆ 

    ภาพตรงหน้ามันชวนให้หวนรำลึกไปถึงแอนดรอยด์บางตัวที่ต้องสอบสวนขณะทำคดีด้วยกันมา

    หวาดกลัว



    "ผมได้รับคำสั่งเรียกตัวจากไซเบอร์ไลฟ์"



    เสียงนั้นเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับลำโพงเก่าที่ได้รับความเสียหาย

    เนื้อตัวสั่นไปมา

    มีอาการระส่ำระส่าย



    "ผมไม่ยอมกลับไป เพราะรู้ว่าพวกเขาจะทำลายผม"



    มือเรียวทาบลงตรงเยื้องอกขาวของตนเพื่อปิดบังรหัสประจำตัว

    เมื่อนั้น สายตาที่เริ่มปรับสภาพได้ถึงได้เห็น

    แจ็คเก็ตและเชิ้ตขาวหลุดลุ่ยพร้อมรอยขาดถากเป็นแนวยาว

    รอยบุบใบหน้าอันรุนแรงจนฟื้นฟูด้วยตัวเองไม่ได้ ที่ถูกซ่อนใต้ไรผม

    คราบน้ำเงินตามเสื้อผ้า ที่เขาได้เรียนรู้จากร่างตรงหน้าว่าใช้เวลาไม่กี่อึดใจก็อันตรธานหายไปจากสายตาของมนุษย์

    แปลว่าบาดแผลบางส่วน หรือทั้งหมดทั้งมวล

    เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นานนัก



    "ตอนที่คุณผลักผมลงมาจากดาดฟ้า โชคดีที่แรงกระแทกไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทำให้ระบบของผมเสียหายมากนัก แต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้ผม..."



    บอบช้ำ

    ผุพัง

    เจ็บปวด

    และหลงทาง



    "แกมันก็แค่หุ่นกระป๋อง ไม่รู้สึกอะไร พังแล้วก็กลับมาได้ไม่ใช่รึไง!"

    "ผมยังไม่อยากตาย!"



    เจ้าบ้านผู้ที่ยืนอดทนมานานสุดท้ายก็เงียบต่อไปไม่ไหว พูดขัดเสียงสังเคราะห์นั้นขึ้น

    หากแต่คำตอบที่ได้รับทำให้เขากลับเข้าสู่สภาวะไร้เสียงอีกครา



    "ผมไม่อยากตาย... ผมไม่อยากตาย..."



    ร่างของแอนดรอยด์ตำรวจทรุดลงไปนั่งกอดเข่าตัวเองอยู่กับพื้น ดวงตาจ้องอยู่เพียงจุดเดิมอย่างล่องลอย



    "ผมยังไม่อยากตาย..."



    ราวกับเครื่องเล่นแผ่นสะดุดจนใช้งานต่อไม่ได้ ร่างนั้นยังคงพูดซ้ำไปซ้ำมาด้วยประโยคเดิม

    ดวงไฟข้างขมับขึ้นสีแดงค้างอยู่อย่างนั้น

    ทรมาน

    เขาย่อตัวลงไปกับพื้น ดึงร่างที่นั่งอยู่เข้ามากอด



    "ถ้าผมตาย พวกเขาจะทอดทิ้งรุ่นนี้ ลบล้างข้อมูลทุกอย่าง ผมก็จะลืมคุณ..."



    แอนดรอยด์ในอ้อมแขนนั้นเอ่ยกระซิบอย่างแผ่วเบาแข่งกับเสียงของสายฝนกระทบลงพื้นผิวต่าง ๆ



    "ผมไม่อยากเสียคุณไป"



    บัดซบ

    ยิ่งได้ฟังแล้วเขาก็ยิ่งโกรธตัวเอง

    เคยคิด และปักใจเชื่อมาตลอดว่าร่างตรงหน้านั้นไร้สิ่งที่เรียกว่า 'หัวใจ'



    "ผมก็เป็นแค่เครื่องจักร คุณคิดว่าผมเป็นอะไรงั้นหรือ"



    เปล่าเลย



    "ฉันคิดว่า ... ฉันคิด ......"



    ก็แค่หนึ่งชีวิตที่ไม่อยากถูกทำลาย

    ถูกทอดทิ้ง

    โดดเดี่ยว



    "โธ่ คอนเนอร์..."



    ภาพของร่างที่ยืนประจันหน้าอยู่กับเขาบนขอบตึกสูงนั้นกลับมาอีกครั้ง

    น้ำหนักที่จับเสื้อแล้วดึงไว้ไม่ให้เขาร่วงหล่นสู่จุดจบ

    และแรงจากมือของเขาที่ผลักให้ร่างนั้นดำดิ่งสู่ความมืด

    เสียงกระแทกกับพื้นถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวนั้นจางหายไปตามสายลม

    แต่ทุกความรู้สึก

    ทุกสัมผัส

    ยังคงอยู่กับตัวเขาตลอด



    "ถ้าผมเป็นดีเวี่ยน ผมก็จะถูกทำลาย"



    เสื้อยืดตัวที่เขาใส่อยู่นั้นโดนดึงไว้แล้วกำผ้าแน่นจนยับ

    ใบหน้าซุกอยู่กับอกของเขา



    "ผมไม่ได้เป็นดีเวี่ยนใช่ไหมครับ ผู้หมวด"



    แฮงค์รู้สึกได้ถึงร่างที่ขยับชิดเขามากกว่าเดิม

    กอดเก้ ๆ กัง ๆ ราวกับถูกระดับความเครียดสูงจัดทำให้การทำงานเสียหาย

    เขาเลือกที่จะเงียบ

    ไม่ตอบ

    เจ้าตัวเองก็คงรู้อยู่เต็มประดา



    "ผมไม่อยากเสียคุณไป..."



    ถึงไม่สามารถส่งผ่านข้อมูลแบบที่แอนดรอยด์ทำกันได้

    แต่ท่าทีที่แสดงออกมานั้นได้บอกหมดทุกอย่าง

    พลาด

    เขาทำพลาดกับร่างตรงหน้าไว้หนักหนา

    ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะเป็นคนสำคัญของใครได้อีก

    มือยกขึ้นวางกดเส้นผมสีน้ำตาลลูบปลอบประโลม

    แต่เจ้าหนุ่มกลับเงยหน้าขึ้นมองเขา

    ตาใสคลอคู่นั้นสั่น

    จับมือที่ลูบหัวอยู่ให้หยุดนิ่ง

    มือใหญ่ที่ถูกกุมไว้ด้วยมือเรียวกว่าทั้งสองข้าง

    บีบแน่น

    พร้อมกับหนึ่งคำถาม ที่จะตัดสินเส้นทางชีวิตของทั้งสอง



    .

    .

    .

    .

    .

    .








    "ให้ผมอยู่กับคุณได้ไหม"













    --END--
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in