หนังชีวิตI-love-thee
The Lovely Bones โลกยังคงหมุนไปแม้ไม่มีฉัน
  • เราคงเคยได้ดูหนังหรือละครประเภทที่คนตายกลับมาช่วยคนเป็นหาตัวฆาตกรกันมาบ้างโดยเฉพาะของไทยเองที่มีพล็อตเรื่องทำนองนี้อยู่ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว และในบทสรุปโดยส่วนใหญ่มักจะสะท้อนถึงกฎแห่งการกระทำหรือกฎแห่งกรรมซึ่งอาจจะเกิดจากความสะเพร่าของฆาตกรที่เผลอทิ้งหลักฐานชิ้นสำคัญไว้ซึ่งอาจจะมีการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องเหนือธรรมชาติ อย่างการที่คนตายมาเข้าฝัน มีวิญาณมาดลจิตดลใจ ฯลฯ ซึ่งมักจะมีบทสรุปตามสูตรคือการที่คนผิดถูกลงโทษไม่ว่าจะด้วยความตาย หรือด้วยกฎหมายก็ตาม

    The Lovely Bones เป็นผลงานการกำกับของ Peter Jackson ถ่ายทอดเรื่องราวของ Susie Salmon (Saoirse Ronan) สาวน้อยวัย 14 ที่ถูกคุณลุงข้างบ้านท่าทางใจดี (Stanley Tucci) ลวงไปฆ่าที่ไร่ข้าวโพดหลังโรงเรียนพร้อมกับซ่อนศพอย่างแนบเนียน เหตุการณ์เกิดขึ้นในปี 1973 ซึ่งเป็นยุคที่มีแต่ความสดใสและดีงามแบบที่คดีสะเทือนขวัญดูเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อว่าจะเกิดขึ้น

  • นอกจากหมวกไหมพรมที่แม่ถักให้ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุตำรวจก็ไม่พบร่องรอยอะไรอีกเลย จึงไม่สามารถบอกได้ว่าซูซี่ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จากวันเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นเดือนก็ยังไม่พบเบาะแสใดๆเพิ่มเติมแม่เริ่มทำใจว่าซูซี่น่าจะจากไปแล้วจริงๆ มีเพียงพ่อเท่านั้นที่ยังไม่หยุดตามหาเธอเพราะมีความรู้สึกว่าซูซี่กำลังพยายามสื่อสารอะไรบางอย่าง กรอปกับน้องชายตัวน้อยของซูซี่มักจะเล่าให้พ่อฟังอยู่เสมอว่ารู้สึกเหมือนเธอยังอยู่แต่ติดอยู่ในพื้นที่ระหว่างโลกกับเส้นขอบฟ้า

    หนังใช้วิธีการเล่าตัดสลับระหว่างโลกหลังความตายของซูซี่ กับโลกของคนเป็น โดยซูซี่จะเป็นผู้บรรยายเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเสมือนว่าเธอรับรู้เกือบทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกคนเป็น เพียงแต่ไม่สามารถสื่อสารให้ฝั่งนั้นรับรู้ได้อย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าหนังไม่มีการแสดงฉากฆาตกรรมเลือดสาดอย่างชัดเจน มีแค่เพียงภาพคนร้ายลากกระเป๋าใบเก่าที่มีคราบเลือดติดอยู่ประปราย ก็ทำให้เราสามารถรับรู้ได้ถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆคนนึงจนไม่กล้าที่จะนึกภาพตาม


  • ถ้าเทียบกับหนังแนวเสียงเพรียกหาจากคนตายเรื่องอื่นๆแล้ว การบอกใบ้ของซูซี่ก็ไม่ได้มีความชัดเจนขนาดนั้น หากจะอนุมานเอาว่าการที่พ่อและน้องสาวสามารถตามตัวผู้ต้องสงสัยได้ถูกต้องนั้นเป็นเพราะการคาดเดาอย่างมีหลักการก็คงจะไม่ผิด เพียงแต่คนดูนั้นได้รับรู้เรื่องราวครบถ้วนในทุกด้านเลยทำให้เราเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดเข้ากับสิ่งที่ซูซี่พยายามจะสื่อออกมา แต่นั่นก็ไม่ใช่ประเด็น!

    เพราะสิ่งที่หนังต้องการจะสื่อคือการที่ซูซี่ยังคงวนเวียนอยู่ในโซนเส้นแบ่งระหว่างสองโลก เป็นเพราะเธอยังไม่เข้าใจและยอมรับว่าความตายคืออะไร และยังคงมีความปรารถนาบางอย่างที่เธออยากจะทำมันให้สำเร็จ ส่วนในโลกของคนเป็นนั้นคนในครอบครัวก็ยังไม่สามารถยอมรับการตายของเธอได้ด้วยเช่นกันชีวิตของแต่ละคนจึงดูเหมือนจะไม่ค่อยมูฟออนไปไหน จนกระทั่งถึงจุดที่ทั้งคู่ต่างเลือกที่จะปล่อยวางและยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วนั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการให้เกิดขึ้นก็ตาม

    ด้วยคติความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตายของที่มักจะมีการอิงกับเรื่องศาสนานั้นจะมีภาพจำที่ค่อนข้างชัดเจนไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่า The Lovely Bones จะพยายามเล่าเรื่องของโลกหลังความตายด้วยสัญลักษณ์ต่างๆแทนการอ้างอิงเรื่องของจิตวิญญาณตามศาสนาและความเชื่อ ดังนั้นการเล่าเรื่องด้วยวิธีนี้จึงเป็นอะไรที่ดูแปลก และไม่เป็นไปตามสูตรแบบร้อยเปอร์เซ็นต์จนอาจจะทำให้รู้สึกขัดจิตขัดใจไปบ้าง และถึงแม้ว่าในตอนจบของเรื่องอาจจะไม่ถูกใจใครหลายๆคน แต่ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โลกก็ยังต้องหมุนต่อไป" 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in