Secretly in love with Moviesรั่วชิงบ้านสกุลหาน
หนังดาร์กทริลเลอร์เกาหลีที่เราเคยดู...และคุณต้องลอง (Part II)
  •           หลังจากก่อนหน้านี้ เขียน หนังดาร์กทริลเลอร์เกาหลีที่เราเคยดู...และคุณต้องลอง (Part I) ไป แถมแอบไปเขียน เตรียมความพร้อมก่อนดู Midsommar ด้วยหนังแนวลัทธิที่อยากแนะนำ ต่อแบบนอกลู่นอกทาง วันนี้เรากลับมาเขียนต่อแล้วกับ Part II ของคอนเทนต์นี้

              ถ้าเรียงตามปีมันก็จะมีความสมัยใหม่ขึ้นมานิดหนึ่ง ส่วนตัวชอบหนังเกาหลีเก่าๆ มากกว่า แต่หนังใหม่ๆ ก็มีลูกเล่นน่าสนใจไม่น้อย เอาเป็นว่าเลื่อนไปอ่านกันเลยดีกว่านะ

    Confession of Murder (2012)


              เปิดฉาก Part II ด้วยเรื่องนี้ที่แค่พล็อตก็กินขาด เราโดนตกก็เพราะอ่านพล็อตคร่าวๆ นี่แหละ แต่ถ้าจะยิ่งทำให้โดนตกเต็มตัวแล้วเนี่ยต้องบวกสปอยล์ไปด้วยเพราะจะยิ่งว้าว แต่เราจะไม่สปอยล์กัน ไว้ให้ทุกคนไปหาดูกันเอง

              พล็อตคร่าวๆ ของมันคือก่อนหน้านี้มีคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง 11 ศพเกิดขึ้น แต่ว่าคดีนี้เพิ่งจะหมดอายุความลงไป จู่ๆ ก็มีหนุ่มหล่อคนหนึ่งใส่สูทแต่งตัวโก้ออกมาเขียนหนังสือที่มีชื่อว่า "คำสารภาพของฆาตกร" ถูกเผง อีฆาตกรคนนั้นรอจนคดีหมดอายุความแล้วออกมาเขียนหนังสือเล่าว่าเหยื่อทั้งหมดที่ตัวเองฆ่านั้นตายยังไง เรียกว่าตบหน้าตำรวจเจ้าของคดีไปเสียหนึ่งฉาด


              ส่วนการตบหน้าครั้งที่สองอยู่ที่อีตาฆาตกรคนนี้ดันมีแฟนคลับ (เพราะหล่อ) แล้วก็มีบอดี้การ์ดเป็นเรื่องเป็นราวไปเลย แต่นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของพล็อต เพราะความเป็นจริงมันทวิสต์กว่านั้นมาก ซึ่งตรงนี้จะไม่สปอยล์เด็ดขาด แต่ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เกาหลีทำออกมาได้ดีมากๆ อยากให้ทุกคนลองหาเวลาว่างไปดูกัน



    Commitment (2013)


              หนังเรื่องนี้มีโอกาสได้ดูในวิชา นวนิยาย เรื่องสั้น และภาพยนตร์เกาหลี อาจเพราะมีตัวเอกเป็นไอดอลหนุ่มที่คนวัยเราชอบกันอาจารย์เลยเลือกเอามาเปิดให้ดู แต่ถ้ามองข้ามความเป็นไอดอลของพระเอก เนื้อหามันก็ชวนให้น่าติดตามอยู่นะ

              เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับหนุ่มเกาหลีเหนือคนหนึ่งที่ถูกส่งไปเกาหลีใต้เพื่อปฏิบัติภารกิจ ซึ่งการทำแบบนี้ก็เพื่อช่วยชีวิตน้องสาวของเขาเอง แต่เขาไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วฝั่งเกาหลีเหนือนั้นก็มีแผนที่จะกำจัดเขาอยู่ด้วยเหมือนกัน


              หนังแนวสายลับส่วนใหญ่ของเกาหลีใต้มักพูดถึงเกาหลีเหนือบ่อยๆ เป็นพล็อตที่เอามาทำได้ใหม่เรื่อยๆ แต่ก็ขายออกได้เรื่อยๆ เหมือนกัน บทถือว่าดีเชียวนะ แล้วก็ฉลาดมากที่เลือกเอา TOP มารับบทพระเอก เพราะนอกจากจะทำให้มีฐานคนดูที่เป็นแฟนคลับแล้ว ตัว TOP เองยังมีภาพลักษณ์คล้ายคลึงกับบทพระเอกในเรื่อง คือเป็นคนเคร่งขรึมอยู่บ้าง สีหน้าแววตาที่แสดงออกมาจึงถือว่าทำได้ดีเลย



    Secretly, Greatly (2013)


              นี่เป็นอีกเรื่องที่ได้ดูในวิชา นวนิยาย เรื่องสั้น และภาพยนตร์เกาหลี น่าจะเพราะเป็นหนังที่ตัวละครวัยรุ่นอย่างเราๆ กรี๊ดกันง่ายอาจารย์เลยเอามาให้ดู เป็นเรื่องที่แค่เห็นแคสนักแสดงก็มีความสุขอ่ะ 5555

              เนื้อเรื่องก็ดีนะ ดีมาก เป็นหนังสายลับเกาหลีที่เรารักเลย อันที่จริงมันเป็นแนวแอคชั่น-คอเมดี้ที่แบ่งมู้ดของเรื่องเป็นสองขั้วชัดๆ เลย โดยพระเอกเป็นสายลับเกาหลีเหนือ (อีกแล้ว) ที่แผงตัวเข้ามาในเกาหลีใต้เพื่อทำภารกิจ แต่เขาต้องแกล้งเป็นคนสติไม่ดีและอาศัยอยู่กับคุณยายขายของชำ พาร์ทแรกของเรื่องคือตลกขบขันมากๆ พระเอกแสดงได้น่ารักสุดๆ แต่นั่นก็แค่ส่วนหนึ่ง...


              เพราะของจริงมันอยู่ครึ่งเรื่องหลัง บอกแล้วว่าหนังมันแบ่งโทนเป็นสองมู้ด เราใสๆ อารมณ์ดีกันมาแล้วก็เปลี่ยนเป็นดราม่าสุดขั้ว เพราะเกาหลีเหนือส่งสายลับอีกสองคนเข้ามาด้วย ทีนี้แหละเนื้อหามันเลยเคร่งเครียดขึ้น ดราม่าเรียกน้ำตาจากมิตรภาพลูกผู้ชาย สุดท้ายก็เป็นอีกเรื่องที่ตอนจบโคตรตราตรึง เป็นเรื่องที่รักมากๆ เรื่องหนึ่งของเราเชียวล่ะ



    Monster (2014)


              เรื่องนี้จะว่าไงดีล่ะ...ก็มีสองอารมณ์เหมือนกัน แต่ออกจะแปลกๆ กว่า Secretly, Greatly หน่อย เอาเป็นว่าขอเล่าพล็อตคร่าวๆ ก่อนละกัน คือเรื่องมันพูดถึงอีตาผู้ชายคนหนึ่งที่ดูโรคจิตๆ ฆ่าคนมาตั้งแต่เด็ก ฆ่าเสร็จยัดเตาเผาเอาเถ้ากระดูกมาปั้นหม้อ แล้ววันหนึ่งจะไปตามฆ่าเด็กคนหนึ่ง แต่เด็กคนนั้นหนีไปขอความช่วยเหลือจากนางเอกกับน้องสาว เรื่องก็จะแนวๆ ว่าพยายามหนีรอดจากเงื้อมมือคนร้ายที่ตามฆ่าอะไรทำนองนี้

              ประเด็นมันอยู่ที่ไทม์ไลน์เรื่องมันควรจะโหดก็โหดไป หรือไม่ก็ตัดเป็นสองอารมณ์ครึ่งหน้าครึ่งหลังก็ได้ แต่นี่วางบทให้นางเอกเป็นสาวน้อยบ้านนาที่มีนิสัยป้าๆ เวลานางโผล่มาทีไรมันเลยออกจะขำๆ อ่ะ ดูเป็นการขำผิดเวลาแปลกๆ 5555


              แต่เรื่องมันต้องการจะสื่อว่าแม้อีตานี่จะดูร้ายกาจเป็นอสูรร้าย แต่นางเอกก็แบบไม่กลัว พยายามจะต่อสู้และเอาตัวเองให้รอดในเงื้อมือนี้ตลอด ใดๆ คือประเด็นของตาฆาตกรนี่ คือแบบมีปม แล้วก็ตอนท้ายค่อนข้างน่าสงสารทีเดียวแหละที่คนที่ตัวเองเห็นว่าเป็นครอบครัวตัดสินใจทำแบบนั้นเขาได้



    A Hard Day (2014)


              คุณ...เรื่องนี้มันขำแบบขำแห้ง ขำแบบตลกร้าย มีเอเนอจี้ความซวยแปะหัวตัวเอกอยู่ตลอดเรื่อง ถ้าดูในช่วงเวลาที่เรากำลังคิดว่าชีวิตตัวเองโคตรเศร้าแล้ว เจอพี่คนนี้เข้าไปคือเรื่องของเรามันขี้ปะติ๋วไปเลย

              เรื่องของเรื่องคือตัวเอกในเรื่องแม่ตาย กำลังจะจัดงานศพ แล้วก็พอดีกับที่ตำรวจยกโขยงกันเข้ามาจะจับเขาในข้อหารับสินบน เขาก็เลยรีบหนีจนเผลอไปขับรถชนคนตายเข้า แล้วมันก็กลายเป็นความซวยแบบโคตรซวยที่ซัดใส่ตัวเอกแบบทั้งเรื่องไม่มีหยุด


              เอาจริงแค่ดูทีเซอร์ก็เหนื่อยตามแล้ว ดูเรื่องเต็มคือเหนื่อยกว่า มันเป็นเรื่องของคนทำชั่วที่พยายามดิ้นรนให้ตัวเองรอดในวันที่โคตรซวยอ่ะ ขยี้เราจนเหนื่อยไปหมด ลุ้นตามไปกับตัวเอกแทบทั้งเรื่อง แต่ก็ขำด้วย ขำในความตลกร้ายนี่แหละ



    Coin Locker Girl (2015)


              เรื่องนี้ทำให้เราชอบคิมโกอึนเลย เพราะเท่มากๆ ผิดจากเรื่อง Monster ที่ตลกไปหน่อย 555 หนังเรื่องนี้ได้พระเอกงานดีมาประคบคู่ด้วย แต่เดี๋ยวจะเม้าท์ให้ฟังว่าบทมันออกมาเสียๆ อยู่บ้าง

              คือเรื่องมันเกิดขึ้นตรงที่นางเอกของเรื่องโดนเก็บมาเลี้ยงและต้องเรียกเจ๊ขาโหดคนหนึ่งว่าแม่ การดูแลและฟูมฟักเด็กคนหนึ่งก็ออกจะผิดที่ผิดทางไปไม่น้อย เพราะธุรกิจที่แม่ทำก็เป็นธุรกิจสีเทา (ดำเลยดีกว่า) นางเอกเราเลยเติบโตมาแบบบิดๆ เบี้ยวๆ แต่ทัศนคติของนางเอกก็เปลี่ยนไปเมื่อต้องไปทวงหนี้ผู้ชายคนหนึ่ง และจากจุดนี้เองนี่แหละที่ทำให้หนังเข้าสู่เนื้อเรื่องหลัก


              ที่อยากเม้าท์คือค่อนข้างเสียดายตัวละครพระเอกไปนิด เข้าใจว่าหนังไม่ได้โฟกัสบทนี้ แต่โฟกัสตัวนางเอกกับแม่ แต่เราคิดว่าบทพระเอกมันยังไปได้อีกหน่อยอ่ะ หรือเป็นเพราะใส่มาเพื่อเป็นแรงผลักให้นางเอกตัดสินใจทำบางอย่างในตอนท้ายกันนะ ยังไงทุกคนลองหามาดูกัน (หรือใครดูแล้วก็เมาท์กันได้) ว่าจริงๆ แล้วคิดยังไงกับบทนี้กันแน่ แต่ภาพรวมก็คือชอบอ่ะแหละ



    The Handmaiden (2016)


              หนังเรื่องนี้มีฉากอย่างว่าโจ่งแจ้ง ใครไม่ชอบอาจข้ามไป แต่ใดๆ ก็คืออยากให้ทุกคนลองดู มันดี เราชอบนะ เป็นหนังรุ่นๆ ปัจจุบันที่ทำออกมาได้ดีแบบหาที่ติได้น้อยนิดมากๆ

              หนังเรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงญี่ปุ่นมีบทบาทในเกาหลี ชายคนหนึ่งวางแผนจะฮุบสมบัติของคุณหนูวงศ์ตระกูลดีจากญี่ปุ่น เลยส่งนางนกต่อที่เป็นสาวเกาหลีเข้าไปเป็นสาวใช้ประจำตัวเพื่อให้คอยเป่าหูคุณหนูว่าตัวเองเป็นคนดีมากแค่ไหน แต่คุณเอ๋ย เรื่องนี้มันมีอะไรลึกลับซับซ้อนมากกว่านั้นเยอะ (มาก!)


              หนังเรื่องนี้พล็อตทวิตส์จริงจัง ทวิตส์หนักๆ สามช่วงด้วยกัน และอย่างที่บอกไปว่ามีฉากอย่างว่าอยู่ เปลือยจริงไรจริง แต่มันทำออกมาได้ดูเป็นศิลปะ นอกเหนือจากนั้นภาพโคตรสวย! มู้ดแอนด์โทนของเรื่องมันดีสุดๆ ยอมใจผู้กำกับภาพของเรื่องเลย ใครชอบเสพงานภาพ งานอาร์ต ชอบความญี่ปุ่นที่มีกลิ่นอายตะวันตกเข้ามาหน่อยๆ ต้องดูเรื่องนี้ ต้องดู ต้องดู!



    Forgotten (2017)


              เรื่องนี้เราได้ดูตอนที่เข้าเน็ตฟลิกซ์ แค่ดูตัวอย่างก็น่าสนใจมากแล้ว เรื่องของเรื่องคือครอบครัวหนึ่งย้ายมาอยู่บ้านหลังใหม่ ตัวเอกเป็นน้องชายที่รักและเคารพพี่ชายมาก แต่วันหนึ่งพี่ชายโดนจับตัวไป หายไปหลายวันในที่สุดก็ได้กลับมาบ้าน แต่พอกลับมาอยู่ที่บ้าน คนเป็นน้องกลับรู้สึกได้ว่าพี่ชายตัวเองไม่เหมือนเดิม

              พล็อตหนังสนุกมาก ทำออกมาได้ดี เราชอบซีนที่เอาเพลง Blue Christmas เข้ามาในเพลงมาก และแน่นอนว่ามีความพล็อตทวิตส์แบบที่เราคิดไม่ถึงอยู่ ต้องค่อยๆ รอดูตอนเฉลยปมไปทีละเปลาะๆ


              เรื่องนี้ดูสนุก แต่คนที่ชอบความสมจริงของเนื้อหาอาจจะเกร็งๆ กับหนังนิดหนึ่งเพราะมันมีหลายจังหวะที่หนังมันทำออกมาได้แบบบังเอิญเกินไป ทุกอย่างเข้าล็อกพอดีเป๊ะแบบพล็อตหนังตลาดมากๆ แต่ถ้าชอบดูหนังแบบดูเอาสนุกก็คือมันดีจริงๆ นั่นแหละ



    Bluebeard (2017)


              ใครชอบแนวจิตวิทยาคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเหมาะ แต่การดำเนินเรื่องมันเรียบๆ ไปหน่อย ดูไปดูมาอาจจะเบื่อได้บ้าง

              เรื่องราวพูดถึงตัวเอกที่เป็นหมอ ย้ายมาทำงานที่ใหม่ ย้ายมาอยู่อาศัยในห้องพักใหม่ แล้วก็ได้พบกับพฤติกรรมประหลาดของเจ้าของร้านขายเนื้อว่าอาจจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่กำลังเป็นข่าวอยู่หรือเปล่า


              ตัวหนังเล่นแบบสองมุม ทำให้เราสงสัยว่าจริงๆ แล้วใครกันแน่ที่เป็นฆาตกร ครอบครัวคนขายเนื้อเป็นฆาตกรจริงมั้ย หรือจริงๆ แล้วเป็นแค่ตัวพระเอกที่คิดไปเองเพราะมีปัญหาทางจิต แต่ไงก็ตามตอนสุดท้ายของหนังก็เฉลยเป็นนัยๆ แล้วว่าสรุปใครกันแน่ที่เป็นฆาตกร



    The Witch: Part 1 - The Subversion (2018)


              หนังเรื่องนี้มีภาคต่อแน่ๆ ล่ะ ดูจากชื่อก็รู้ และตอนจบก็มีทิ้งท้ายไว้ให้คนดูอยากตามต่อด้วย เรื่องของเรื่องคือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งหนีจากสถาบันวิจัยลับได้ถูกครอบครัวเกษตรกรช่วยไว้ จนกระทั่งเด็กโตขึ้นมาเป็นสาว แม่ก็ป่วยเป็นอัลไซเมอร์และเงินเริ่มหมด นางเอกจึงไปประกวดร้องเพลง แต่ในรายการนางกลับแสดงความสามารถพิเศษบางอย่างออกมา และนั่นทำให้กลุ่มคนที่เธอเคยหนีจากมาตามหาตัวเธอเจอเสียที

              อันที่จริงมันดูจะมีอะไรแค่นี้อ่ะเนอะ แต่เปล่านะ ไม่สปอยล์กันว่ามันคืออะไร แต่อยากบอกว่ามันยังมีต่อ หนังแสดงให้เห็นถึงเด็กผู้หญิงซื่อๆ คนหนึ่งที่ต้องรับมือกับกลุ่มคนร้าย และความสามารถพิเศษนั้นก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังพอๆ กับตัวนางเอกเองเลย


              ใครชอบแนวพลังเหนือมนุษย์หน่อยๆ ควรดูเรื่องนี้ สนุกมาก อีกอย่างที่ขโมยซีนกันเลยคือ ชเว อูชิก ไอ้หนุ่มที่รับบทลูกชายในเรื่องปรสิตนั่นแหละ คาแรกเตอร์ในเรื่องนี้เหมือนตอนที่ฮีรับบทคนขับรถในเรื่อง Okja เลย คือมีความยียวนน่าหมั่นไส้ แต่ไอ้บ้าเอ๊ย น่ารักมากๆ เลยแกกก (เก็บอาการหน่อย เก็บอาการ!)



    Parasite (2019)


              ขอจบที่เรื่องสุดท้ายอย่าง Parasite ภาพยนตร์ตลกร้ายว่าด้วยเรื่องของครอบครัวฐานะยากจนในโซลที่คนเป็นพ่อและแม่ไม่มีงานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง พี่ชายให้น้องสาวช่วยปลอมตัวเพื่อสวมรอยเป็นนักเรียนนอก หวังจะได้งานเป็นติวเตอร์สอนหนังสือให้กับลูกสาวของเศรษฐี แต่กลับมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เป็นหนังที่สนุก ลุ้นระทึก และจุกไปพร้อมๆ กัน

              เอาจริง หนังมันแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมได้แบบถึงพริกถึงขิง ละเมียดละไมพิถีพิถันแต่โคตรลุ้น เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่ขอพูดมาก แต่เป็นหนังรางวัลที่ดูง่ายจริงๆ


              ถ้าไม่มองเกี่ยวกับเรื่อง metaphors and symbols ในเรื่องก็อาจไม่คิดไรมาก ดูสนุกเฉยๆ แต่ถ้าคิดตามรับรองว่าจะเห็นถึงกิมมิคหลายๆ อย่างที่ทำให้เรารับรู้ได้ว่า ไอ้เรื่องพวกนี้คนทำหนังไม่ได้ใส่ไปส่งๆ แต่ทุกอย่างนั้นเค้าคิดมาดีแล้วต่างหาก



              จบแล้วๆ เหนื่อยเหมือนกันแฮะ แต่ระหว่างเขียนก็สนุกดี อันที่จริงเราดูหนังเกาหลีหลายเรื่องเลยนะ แต่แนวที่ชอบที่สุดก็จะเป็นอะไรทำนองนี้แหละ ใครมีเรื่องอะไรสนุกๆ ลองแนะนำกันเข้ามาได้นะ หรือใครตามไปดูเรื่องที่เราลิสต์แนะนำไว้แล้วเรื่องไหน อยากเม้าท์ ก็เข้ามาคุยกันได้เล้ยยย


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in