Music Producer Lifecrisca
EP9 : ไปดูต้นกำเนิด Jazz ที่ USA
  • ปี 2009-2010
    อายุ 26
    ดุริยางคศาสตร์ปี 2-3

    ในปีที่ 2 การเรียนการสอนดนตรีก็เข้มข้นขึ้นอีก แต่เริ่มขยับจากการฝึกพื้นฐาน มาเป็นเรื่องการแต่งเพลงมากขึ้น ช่วงนี้ผู้คนอื่นๆและฉันเริ่มสมัคร facebook แล้ว แต่ยังไม่ค่อยได้ใช้จริงจังเท่าไร

    ฉันกลับมาอยู่ที่บ้าน เพราะเนื่องจากแม่ให้กลับมานอนบ้านสัปดาห์ละครั้ง และไม่มีเปียโนซ้อมในระหว่างนั้น เพราะเปียโนอยู่ที่หอ เลยตัดปัญหา ย้ายมาอยู่บ้านเลย ยอมขับรถไป-กลับ เหมือนเดิม ประกอบกับการอยู่หอที่มีรูมเมทสำหรับเด็กดนตรีแล้ว ลำบากกว่าเดิม เพราะการซ้อมของแต่ละคน รบกวนเวลานอนของอีกคน

    ตอนนี้พอมาคิดว่า ถ้าแปรเปลี่ยนเวลาเดินทางวันละ 3 ชม. เป็นการซ้อมได้ น่าจะเก่งกว่านี้อีกเยอะ...

    ชีวิตตอนนี้คือ ได้เรียนสิ่งที่ต้องการแบบ 100% และจากอาจารย์ที่ฉันศรัทธา อาทิ วรรธนา วีรยวรรธน , อาจารย์พิซซ่า วงพราว และ พี่ป๊อก Stylish Nonsense ฯลฯ เป็นช่วงเวลาที่เข้มข้นมากๆ ในเรื่องการเรียนแต่งเพลง ทำเพลง

    ก่อนหน้านี้ฉันได้เรียนเรื่องการสังเคราะห์เสียง Syntheziser กับ พี่ป๊อก Stylish Nonsense เป็นการส่วนตัวที่บ้านแกเอง ก่อนจะมาเรียนเรื่องการ produce เพลงต่างๆ กับแกอีกทีในคณะ แกมาเห็นวง handicat และสนใจ จึงชวนไปเล่นตามงานต่างๆอยู่บ่อยๆ จนในท้ายสุด ก็เอ่ยปากชวนให้ไปอยู่ที่ค่าย panda records ด้วยกัน ซึ่งฉันก็ตอบตกลงทันที ซึ่งก็เป็นเวลาไล่เลี่ยกับ summer dress ที่เข้าไปสังกัดใน panda records ด้วยเช่นกัน

    เท่ากับตอนนี้ mission complete ไปหนึ่งอย่างแล้ว คือได้เป็นศิลปินอินดี้อยู่ค่ายเรียบร้อยแล้ว..

    ชีวิตฉันตอนนี้ จึงโฟกัสกับการเรียน ฝึกฝนดนตรี เช่นเคย และการแต่งเพลงทำเพลง พร้อมๆไปกับทำวงอยู่ในค่าย panda ฉันได้เข้าร่วมเล่นในคอนเสิร์ตต่างๆมากมาย กับค่าย ทั้งงานของค่ายเอง , fat radio และ big mountain และทำเพลงที่ 2 3 4 ออกมาเรื่อยๆ

    เนื่องจาก handicat เป็นวงที่มีพื้นฐานจากการทดลองทำซาวด์แบบที่ต้องการ เป็น experimental pop rock จึงเคลื่อนที่ไปเพลงใหม่แบบช้าๆ เพราะมีการเปลี่ยนแปลง ของ equipment , วิธีที่ใช้ในการแสดงสด และสมาชิกอยู่เรื่อยๆ เพราะทำการทดลองเล่นแบบนั้นแบบนี้อยู่บ่อยๆ ถ้าเทียบกับ summer dress ที่มีเพลงใหม่ๆ มาไวกว่า เพราะมีความนิ่ง แน่นอนกว่า ในเรื่องรูปแบบของวง ฉันแน่ใจว่า น่าจะเป็นวงแรกๆ ในไทย ที่ทดลองเอา sequencer เปิดลูป มาเล่นสดร่วมกับวงดนตรี rock band , เล่น กลอง electronic dub กลองจริง และมีการใช้เสียงแบบ 8 bits chiptune มาผสมกับวงดนตรี rock

    มันเกิดด้วยความไม่ตั้งใจ ช่วงที่ฉันสนใจเรื่อง synth แล้วทำการบ้านที่พี่ป๊อกให้มา หรือทำเพลงใหม่ๆ ฉันมักจะใช้เสียงพวกนี้โดยไม่รู้ตัว ซึ่งทำไปโดยสัญชาติญาณ แค่ชอบและอยากได้ยินแบบนี้ก็เลยใช้ จนพี่ป๊อกทักว่า ซาวด์มันเกมๆ นะ ฉันถึงเพิ่งเริ่มรู้ตัวว่า มันน่าจะมาจากความซึมซับซาวด์แบบนี้มาตั้งแต่สมัยเด็ก ตอนบ้าเกม และฟังแต่ซาวด์พวกนี้มากๆ ไม่นึกเลยว่ามันจะมีผล มีอิทธิพลกับซาวด์ดนตรีในแบบของตัวเรามาถึงปัจจุบัน

    ช่วงปี 2010 ฉันผู้หิวกระหายประสบการณ์ชีวิต ได้ไปอเมริกา คือ Work & Travel นั่นแหละ

    เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ อีกครั้ง พบเจอผู้คนใหม่ๆที่นอกเหนือไปจากสังคมดนตรี และฉันเลือกไปที่ Mississippi , New Orlean อันเป็นเมืองต้นกำเนิดดนตรี Jazz บ้านเกิดของ Louise Armstrong เพราะการเรียนดนตรีทำให้ฉันต้องศึกษาดนตรี Classic กับ Jazz จริงจัง ส่วนหนึ่งก็เพื่อการนำไปใช้ประยุกต์เพื่อทำดนตรีในแบบของตัวเองด้วย และเริ่มชอบดนตรี Jazz ขึ้นมาจริงๆ โดยช่วงนั้นฉันชอบ Jazz แบบ Big Band , Dixieland มากๆ 



    ไปถึงที่นั่นวันแรก สิ่งที่ฉันทำคือ หาซื้อกีตาร์ 555 ฉันรู้สึกว่าขาดดนตรีไม่ได้ อย่างน้อยต้องได้เล่นอยู่เรื่อยๆ 

    ฉันพยายามไปค้นหาจุดที่ Louise Armstrong เกิดและตาย ที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในยุครุ่งเรือง นั่นคือ Congo Square และฉันก็พบว่า มันไม่มีอะไรเลย 555 

    Congo Square ร้างมากๆ และไม่มีอะไรอย่างที่คิด

    เป็นเมืองเล็กๆ ที่มี museum เล็กๆอยู่ ฉันเดินเข้าไป เล่นเปียโนเล่นๆ และฝรั่งผิวดำที่ดูแลที่นั่นก็ให้ของที่ระลึกฉันมาฟรีๆ เนื่องจากบอกว่า "Because you play jazz" 




    ดนตรีที่เล่นแถวนั้นก็ไม่มีความน่าสนใจอะไรมาก เป็น oldie style ธรรมดาๆ มากๆ ฉันเลยเริ่มขี้เกียจหาอะไรเกี่ยวกับดนตรีแถวนี้ละ และเอนจอยชีวิตที่นั่นดีกว่า 555

    ฉันทำงานใน McDonald และเป็นเหมือนหัวหน้าของเด็กไทยที่ไปด้วยกันในช่วงแรกๆ เพราะพูดภาษาอังกฤษได้มากที่สุด คนดูแลจึงมักสื่อสารกับฉันประจำ ก่อนที่จะมีชาวต่างชาติอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ บราซิล ฯลฯ มาพักรวมกันทีหลัง เด็กที่มาโครงการนี้ จะมีบ้านพักให้อยู่ด้วยกัน เราอยู่ที่ Green Tea Apartment , Gulfport ไม่ไกลจากทะเล



    เป็นอีกช่วงเวลานึงที่ฉันชอบมากๆ กิจวัตรประจำวันคือ ตื่นตีสี่เพื่อไปขึ้นรถทำงานกะเช้า โดนเจ้านายที่ทำงานด่าตลอดวัน กดดันให้ทำให้เร็ว ทำให้ไว ช่วงเที่ยงวิ่งกลับที่พัก วันหยุดออกไปวิ่งที่ชายหาดกับเพื่อนที่นั่น วิ่งไปห้างและวิ่งกลับ ชมเมืองอะไรไปเรื่อย อากาศดีมากๆ เหมือนเป็นช่วงที่หยุดพักเรื่องดนตรีแป๊บนึง เพื่อสูดอากาศหายใจ และยังผอมลง หุ่นดีอีก ตรงข้ามกับหลายๆคนที่ไปอเมริกาแล้ว นน. ขึ้น
    เจ้านายที่ด่าฉันทุกวัน ขอบคุณที่ให้ผ่านพ้นมาได้
    เกมเซนเตอร์ที่นั่น


    เวลาสามเดือนที่นั่น ผ่านไป ไม่ช้าไม่เร็ว แต่จุดพีคมันอยู่ที่ ตอนขาจะกลับ

    ฉันได้แวะที่ New York เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ นอนกับพี่สาวของพี่เขยที่ทำงานอยู่ที่นั่น ได้เห็นอะไรมากมาย ขอไปต่อตอนหน้านะ







Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in