O Hai YoHi Bye I’m Fai
เมื่อวันหนึ่งฉันเดินทางมาพบกับความสับสนของชีวิต
  • ฉันอายุ 17 ปี  กำลังจะขึ้นม.6 
    ทุกวันนี้ฉันใช้เวลาที่มีอยู่เร่งเรียนพิเศษเพื่อจบเนื้อหาให้ทันก่อนเปิดเทอม เพื่อที่จะได้ใช้เวลาที่เหลือในการฝึกฝนทำข้อสอบก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้า
    ฉันอยู่สายภาษาอังกฤษ และภาษาจีน
    ฉันชอบภาษาอังกฤษ แต่ฉันไม่ชอบภาษาจีน

    แล้วเลือกสายนี้มาทำไม?

    เป็นคำถามที่ยังติดอยู่ในใจฉัน

    เหตุผลหลักๆที่พอคิดออกที่ตัดสินใจในตอนนั้นก็คือ
    1.ฉันเกลียดวิทย์คณิต
    2.ฉันคิดว่าภาษาจีนน่าจะสนุกดี ถึงโรงเรียนมีฝรั่งเศสกับญี่ปุ่นให้เลือก ฉันก็ไม่เอา

    ใช่ ในตอนแรกมันก็สนุก แต่เมื่อฉันไปเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐอเมริกา ช่วงเวลา Gap year นั้นที่ฉันแทบไม่ได้ใช้ภาษาจีนเลย ทำให้ทัศนคติของฉันเปลี่ยนไป ฉันลองเรียนมาหมดทุกภาษา จีน สเปน ฝรั่งเศส เกาหลี ญี่ปุ่น แต่ไม่มีภาษาไหนที่ทำให้ฉันมี passion ได้เทียบเท่ากับภาษาอังกฤษ 

    แต่แล้วฉันกลับคิดว่าในอนาคต สายงานด้านภาษามีแค่ภาษาที่สองอย่างเดียวคงไม่พอ
    ฉันตัดสินใจลงเรียนพิเศษภาษาจีนอีกครั้ง เพื่อที่จะได้มีทักษะติดตัว แต่กลับพบว่ามันไม่ใช่
    ฉันลงเรียนคอร์สฝรั่งเศส เพื่อจะนำไปสอบเข้าจุฬา เพราะไม่อยากใช้ภาษาจีน แต่ก็รู้สึกเบื่อ
    ภาพความคิดที่จะเก่งหลายๆภาษา พังทลายลงแค่เพราะคำว่าไม่ใช่ และใจมันไม่รัก
    ตัดพ้อกับตัวเอง "แบบนี้จะไปทำอะไรกิน"

    แต่เช่นเดียวกัน ฉันก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไร
    คิดแค่ว่าถ้าไม่ไปประจำองค์กรระหว่างประเทศ  ก็คงต่อปริญญาโทแล้วกลับมาเป็นอาจารย์
    หรือเปิดบ้านสอนติวเตอร์?
    หรือเบนสายไปทางเศรษฐศาสตร์? เพราะฉันเองก็ชอบเรียนวิชานี้
    หรือจะช่วยแม่ทำขนมขาย ขายของเปิดร้านกาแฟ?

    หลายๆคนบอกว่าไม่เลือกงานไม่ยากจน มันก็จริงถ้าเราสามารถทำงานอะไรก็ได้แค่เพื่อให้เลี้ยงดูตัวเองได้ ถึงเราจะไม่รักในสิ่งที่เราทำก็ตาม
    แต่มันจะคุ้มค่าจริงๆเหรอ?
    ถ้าเราทำในสิ่งที่เราไม่ได้รัก แต่ไม่รู้เป้าหมายที่แท้จริงของชีวิตคืออะไร ทำงานแลกเงินไปวันๆ สำหรับฉัน มันไม่มีประโยชน์
    ชีวิตจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าเราเกิดมาเพื่อทำอะไร หรืออยู่เพื่ออะไร
    มันจะทำให้เรารักในสิ่งที่เราทำในแต่ละวัน แม้สิ่งสิ่งนั้นอาจไม่ได้สร้างสิ่งตอบแทนอะไรกลับมามาก แต่ถ้ามันเป็นสิ่งที่เรารัก ฉันก็พร้อมที่จะทุ่มเท

    แต่บางที อาชีพในอุดมคติ กับชีวิตความเป็นจริง มันก็คนละอย่างกัน
    ชีวิตที่ฝันว่าอยากจะมี กับโลกความจริงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย ทำให้ฉันลังเลระหว่างความฝันกับความอยู่รอด

    ฉันควรเลือกอะไร?
    ควรเดินไปเส้นทางไหน?

    ไม่ใช่ว่าเพราะฉันกลัวว่าจะเดินผิดทาง กลัวจะล้มเหลว แต่ฉันแค่ไม่รู้
    และไอ้ความไม่รู้นี่แหละที่น่ากลัว มันทำให้เราไม่แน่ใจอะไรเลย ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ หรือทำสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไปเพื่ออะไร

    น่าอิจฉาเพื่อนอีกหลายๆคนที่พบทางเดินของตัวเองแล้ว ก็ขออวยพรกับพวกเขาเหล่านั้น ได้ทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ

    ส่วนฉัน...

    ก็คงต้องค้นหาตัวเองต่อไป





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Aphichaya Thaosiri (@fb2240930892898)
จะสิ้นปีแล้วเรายังสับสน...อยู่เลย
😂😂
Vinnyone (@fb1828433947230)
เราอยู่ปีหนึ่งกำลังจะขึ้นปีสอง ก่อนหน้านี้เคยลังเลกับสิ่งที่เลือกมาก เพราะความกังวลอะไรหลายๆอย่าง กลัวว่าถ้าเข้าไปเรียนแล้วไม่ชอบล่ะ ถ้าต้องซิ่วล่ะ ถ้าเรียนไม่ไหวละ มาวันนี้ รู้สึกดีใจที่เรากล้าตัดสินใจ เพราะเราชอบมาก ดีที่เราไม่เอาความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้มาตัดสินว่าเราควรทำหรือไม่ทำ หากรู้สึกเดินผิดทางให้ตั้งสติ แล้วหาทางใหม่ เราเชื่อว่าทุกการตัดสินใจนั้นมีทางออกของมันแน่นอน อยู่ที่เราจะยอมรับและสู้กับมันจนเราเจอสิ่งที่เราชอบจริง
Hi Bye I’m Fai (@Myfaisaa)
@fb1828433947230 ขอบคุณมากๆนะคะ :)
Pisanu Promrit (@fb1729351383754)
ตอนนี้เราก็อยู่ปีสามแล้ว เลือกเรียนสิ่งที่คิดว่าใช่ตอนม.6 แต่เรียนมาเรื่อยๆก็รู้สึกแอ๊ะ ทำไมไม่ใช่แล้วอ่ะ เลยต้องเรียนต่อไป บอกตัวเองเเค่ว่าทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด สิ่งที่จะบอกก็คือตัวตนของตัวเอง มันไม่ได้หยุดอยู่กับที่หรอกนะครับ สู้ๆ เเล้ววันนึงเราจะเจอสิ่งที่เรารัก สิ่งที่เราอยากใช้ชีวิตทั้งหมดไปกับมัน เราจะเจอสิ่งเหล่านั้นครับ สู้ๆและค้นหาตัวเองต่อไปนะครับ
Hi Bye I’m Fai (@Myfaisaa)
@fb1729351383754 ขอบคุณค่ะ 😄😄
ksnmyboi (@ksnmyboi)
ขึ้นม.6เหมือนกันเลยค่ะ ชอบภาษาอังกฤษเหมือนกันด้วย ไม่ต้องกลัวความล้มเหลวนะคะ เราเลือกตามสิ่งที่ชอบ สิ่งที่ฝัน สิ่งที่ทำให้เราสบายใจดีกว่าค่ะ ♥
Hi Bye I’m Fai (@Myfaisaa)
@ksnmyboi ขอบคุณนะคะ อบอุ่นใจมากๆ 😄
เป็นกำลังใจให้นะ ไม่ช้าก็เร็วเดียวก็เจอ :)
Hi Bye I’m Fai (@Myfaisaa)
@Boommomo ขอบคุณมากๆนะคะ 😄