เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Life is like a journeyjeenberlin
ถวิลหา
  • เรา ยังจำเย็นวันอาทิตย์นั้นได้อย่างดีราวกับมันเป็นภาพวาดสีน้ำที่สีสดยังไม่ทันแห้งตัว

    ในสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยผู้คนจอแจ แสงแดดสีทองอ่อน ๆ ยามบ่ายค่อยๆ ลาดเอียงลงมาอาบไล้ใบไม้สีเขียวขจี ลมพัดเอื่อย ๆ หอบเอาความสดชื่นมาแตะจมูก คุณ นั่งอยู่ข้างเรา และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความ ประหลาด ที่เราเผลอเรียกมันว่าพรหมลิขิต

    มันจะเป็นไปได้ยังไง ที่ใครบางคนจะมี เศษเสี้ยว” ของเราอยู่ในตัวเขามากมายขนาดนี้

    .

    .

    .

    คุณชอบกินผัก เหมือนเราถูกออกแบบมาให้คล้ายกันตั้งแต่ต้น คุณรักการออกกำลังกายและมีวินัยวินัยที่คนอื่นอาจมองว่าตึงเครียด แต่เมื่อเป็นคุณ มันกลับดูพอดีและสบายตา คุณมีเป้าหมายที่สุดเหวี่ยงเป้าหมายที่เรารู้สึกชื่นชมคุณจากใจจริง เพลงที่คุณฟังเป็นเพลงที่เรามักเปิดฟังเมื่ออยู่คนเดียวซึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากถ้าเราสองคนจะได้ลองเต้นรำคลอกับเพลงในเพลย์ลิสต์พวกเรา คุณรักการดูหนังซึ่งคงจะดีถ้าเราได้แบ่งปันลิสต์หนังโปรดของกันและกันโดยการจดลงกระดาษ

    วินาทีนั้น ความรู้สึกหนึ่งที่พรั่งพรูออกมาคือความ ถวิลหา ที่เราได้เก็บซ่อนมันไว้ลึกมาโดยเสมอ 

    ความรู้สึกถวิลหาใครสักคนที่
    คุยภาษาเดียวกัน” มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในใจที่เหมือนมีช่องว่างที่เว้าแหว่งและคุณก็ดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนที่ถูกเลือกเพื่ออุดรอยรั่วนั้นพอดิบพอดี ความโหยหาที่เคยทำงานอย่างเงียบงันในคืนที่ว้าเหว่กลับได้รับการปลอบประโลมเพียงแค่ได้สบตากับคุณ ทุกอย่างมันช่างพอดิบพอดีจนน่ากลัวราวกับจักรวาลแอบจดบันทึกทุกความชอบและความฝันของเราไว้แล้วส่งคุณมาเพื่อยืนยันว่า คนในอุดมคติที่เฝ้ารอ มีอยู่จริง

    ในตอนนั้นคุณคือแรงกระเพื่อมเดียวที่ทำให้ผิวน้ำในใจเราสั่นไหวจนกู่ไม่กลับ ความรู้สึกนี้มันรุกรานและรุนแรงเหมือนการถูกกระชากให้ตื่นจากฝันกลางวันด้วยสัมผัสที่แสนนุ่มนวลมันคืออาการตกใจที่ปนไปด้วยความยินดี เหมือนได้ค้นพบความลับที่สวยงามของจักรวาลในที่ที่ไม่คิดว่าจะได้เจอรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดเมื่อมีคุณนั่งอยู่ข้าง ๆ เป็นความอุ่นใจที่หาได้ยากนัก ราวกับว่ากำแพงที่เคยสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองค่อยๆ พังทลายลงเพียงแค่ได้ยินเสียงของคุณที่กลั่นกรองเรื่องราว ความฝันและเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของคุณที่มาเล่าให้เราฟัง เราเฝ้ามองคุณด้วยความชื่นชมราวกับกำลังดูผลงานศิลปะชิ้นโปรดที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์

    เสียงฝีเท้าของผู้คนที่เดินผ่านไปมา หรือแม้แต่เสียงดนตรีสดที่ลอยละล่องมาตามลมทุกอย่างค่อย ๆ กลายเป็นสีขาวดำและเบลอไปจากสายตา เหลือเพียงภาพชัดลึกที่มีแค่เราสองคนแอบคิดในใจเงียบ ๆ ว่า ขอแค่มีคุณอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ ก็คงไม่ต้องกังวลกับความอ้างว้างหรือความวุ่นวายใดๆ ในโลกนี้อีกต่อไปแล้ว

    ถ้านั่นคือความสุข ก็คงอยากหยุดเวลาตรงนั้นไว้เพียงแค่นั้นไม่ให้มีอะไรเปลี่ยนไป ไม่ให้เราสองคนค่อย ๆ จางหายไปจากกันตามกาลเวลาที่ถูกกำหนดไว้อยากจะเชื่อเหลือเกินว่า คุณในเย็นวันอาทิตย์นั้นคือ ความจริงที่เราจะได้ครอบครองตลอดไปและจะไม่มีวันกลายเป็นเพียงความทรงจำที่น่ารำคาญใจในภายหลัง
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in