ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาวชุติมา
03 : ชักจะไม่สนุกแล้วสิ
  •            สองสามวันแรกที่มาถึงโอ๊คแลนด์ทุกอย่างดูแปลกหูแปลกตาไปหมดไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองหรือผู้คน ถนนหนทางต่างๆ มันยังแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับเรา และเราใช้ช่วงเวลาสองสามวันแรกไปกับการชมเมืองดื่มด่ำบรรยายกาศ และหลังจากนั้นก็ต้องเริ่มหางาน เพราะเราไม่ได้มีเงินถุงเงินถังมากมายพอที่จะเสพบรรกาศไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องกังวลอะไร ส่วนค่าเงินที่นี่ต่างจากที่ไทยพอประมาณไม่ได้มากอะไร 1 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ เท่ากับ 20บาทไทย ด้วยความที่เพิ่งมาถึงยังไม่ชินค่าเงินและยังไม่ได้เริ่มหางานยังไม่มีรายได้เข้ามา เราจึงระวังตัวเรื่องการใช้จ่ายมากๆ อาหารทำกินเองทุกมื้อในช่วงแรกเพราะว่าถูกกว่า ไปกินตามร้านอาหารต่างๆ
     
             อาทิตย์แรกผ่านไปแบบรวดเร็ว เราหลังจากที่ตื่นเต้นกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆได้อยู่สามสี่วันก็เริ่มหางานแบบจริงจัง ส่งเรซูเม่ไปทุกเวปที่เค้าประกาศรับสมัครงาน และก็ไปเจองานงานนึงเป็น ฟาร์มสตอเบอรี่ เลยเอาหว่ะชีวิตคือการเรียนรู้ ก็ได้อีเมลล์คุยกับ HR เค้าก็ให้ไปสัมภาษณ์ในวันถัดไป เราก็ตื่นเต้นมากกกก เพิ่งมาได้สี่วันเราจะได้งานแล้วก็แอบดีใจไปล่วงหน้าทั้งๆที่ยังไม่ได้ไปสัมภาษณ์ เช้าวันต่อมาเราก็ตื่นแต่เช้าเตรียมตัว เดินทางไปฟาร์มด้วยรถเมล์ ปัญหาแรกที่เจอเลยก็คือ ที่พักเราอยู่ในเมือง แล้วฟาร์มมันออกไปนอกเมืองไกลประมาณนึงเลย รถเมล์ที่นี่ไม่ได้มีทุกๆสิบห้าหรือยี่สิบนาที เพราะคนที่นี่ช่วงใหญ่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว (และเราก็เพิ่งมารู้จักจากอยู่ไปสักพักว่ารถยนต์ที่นี่ถูกมาก) และต้องต่อรถเมล์สองต่อกว่าจะไปถึงฟาร์ม เราก็พยายามคิดบวกไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังพอมีรถเมล์ไปฟาร์มถึงจะต้องต่อรถสองต่อและใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงในการเดินทางก็ตาม ตอนนั้นไม่คิดอะไรมากขอให้มีงานก่อน พอไปถึงฟาร์มก็มีคนอีกประมาณสี่ห้าคนมารอสัมภาษณ์ ก็ได้ทำความรู้จักส่วนมากก็เป็นคนชาติอื่นที่มีวีซ่าเดียวกับเรา 
             หลังจากนั้นHR ก็มาอธิบายเรื่องงานและรายละเอียดต่างๆพาเดินดูงานและฟาร์มใช้เวลาไปเกินครึ่งวัน และให้ทุกคนสามารถเริ่มงานได้พรุ่งนี้เลย และHRก็ถามว่าใครมีคำถามอะไรไหม? ก็มีเพื่อนคนบราซิล ถามขึ้นมาว่า เธอพอจะมีที่พักใกล้ๆแถวๆนี่แนะนำไหม HR ก็บอกมีๆ จริงๆฟาร์มเรามีที่พักให้เช่าด้วยไม่ไกลมากจากฟาร์มและค่าเช่าถูกมาก คนส่วนใหญ่ที่ทำงานที่นี่ก็พักกันที่นั่น เราก็แบบ อุย ใกล้และถูก เราจะพลาดได้ยังไง เลยขอไปดูที่พักด้วยและในใจก็คิดว่าจะได้ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานด้วย พอไปถึงที่พัก เราถึงกับอึ้ง ที่จินตนาการไว้คือ Hostel ทั่วไป แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือฟิวหนังฝรั่งที่เอาตู้คอนเทอเนอร์เก่าๆสีแดงสนิม มาเป็นที่พัก และมีห้องน้ำห้องอาบน้ำแบบ knock down อยู่ข้างๆ และตรงหน้าทางเดินเข้าบ้านคือมีกลุ่มผชฟิวแบบแก๊งนี้คุมที่นี่ถ้าจะมาพักที่นี่ต้องโดนรับน้องแน่ๆ ก็พยายามคิดว่าไหนๆก็มาละเข้าไปดูในบ้านหน่อยละกัน พอเข้าไปในบ้านคืออัดแน่นไปด้วย กลิ่นมารีฮวนน่าฟีเจอริ่งกับแอลกอฮอล์ (โปรดมองข้ามไปว่าเรารู้ได้ไงว่ากลิ่นมารีฮวนน่าเป็นแบบไหน555555)

     คือไม่ใช่ทางเราจริงๆ พอดูบ้านเสร็จเค้าก็ไปส่งที่ป้ายรถเมล์ นั่งรอรถอีกเกือบชั่วโมง เอาจริงยังจำความรู้สึกตอนนั้นได้อยู่เลย มันเป็นความรู้สึกที่แบบดีใจที่กูจะได้งานแล้ว และมันก็ทำให้เราคาดหวังมาก พอมาถึงหน้างานมาเจอสถานที่และปัญหาการเดินทาง มันจะทำให้เรารู้เองว่างานนี่ยังไม่ใช่ มันดาวน์มากคือเหมือนความรู้สึกเริ่มจากแฮปปี้100%ในตอนเช้าของวันและเริ่มลดลงเรื่องๆในระหว่างวัน จนในเย็นวันนั้นที่ต้องรอรถเมล์เกือบชั่วโมงและแถวนั้นคือเงียบมากกกกกกไม่มีคนเลยนั่งรอรถเมล์แบบเหงาๆกับเพื่อนใหม่อีกสองคน บวกกับความรู้สีกที่ว่าเสียเวลาทั้งวันไปกับงานที่ยังไม่ใช่เรา และต้องกลับบ้านไปหางานใหม่อีก คือวันนั้นจบลงแบบหดหู่และเหนื่อยทั้งกายและใจ หันไปถามเพื่อนใหม่ว่าพรุ่งนี้จะมาไหม นางถามเรากลับด้วยคำถามเดียวกัน เราสบตากันและยิ้มแห้งๆของเราสองสามคือคำตอบที่ชัดเจนมากกว่าคำพูดอย่างแน่นอน.....

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in