แปลสตอรี่เกมRyuuseisan★彡
[แปลสตอรี่เกม] AAside Music Quest「Mizeria แห่งความคิดถึงบ้านเกิด」- Fantôme Iris「un:Mizeria」
  • AAside Music Quest「Mizeria แห่งความคิดถึงบ้านเกิด」- Fantôme Iris「un:Mizeria」


    บทที่ 1


    [ณ สถานที่แห่งหนึ่งในโตเกียว]


    ไดมอน : ร้านที่ 3 แล้วเหรอเนี่ย... ถ้าที่นี่ยังทำไม่ได้ ในโตเกียวก็คงไม่มีที่ไหนแล้ว

    (คิดไปก็ไม่ได้อะไร ลองเข้าไปถามเท่าที่ได้ก่อนดีกว่า)


    กริ๊งๆ


    ชู : (เอ๊ะ? ที่เข้าร้านไปเมื่อกี้ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนจะเป็นคนจาก Fantôme Iris...)

    ที่นี่มัน... ร้านเฉพาะทางด้านกล่องดนตรี? หืม เข้าร้านอะไรไม่เหมาะกับตัวเองเชียวนะ

    ฮุๆ... ดูท่าจะเป็นการฆ่าเวลาที่ดีใช้ได้เลยนี่


    ——————————————


    [ไม่กี่นาทีต่อมา]


    กริ๊งๆ


    ไดมอน : ...ที่นี่ก็ไม่ได้เหรอเนี่ย

    (คิดว่าถ้าเป็นร้านเฉพาะทางในโตเกียวคงจะซ่อมได้แท้ๆ... แต่พอเป็นของแฮนด์เมดแถมยังเก่าก็ยิ่งยากสินะ)



    (ถ้าเป็นไปได้... ก็อยากฟังอีกสักครั้งแท้ๆ)


    ชู : นี่ ถืออะไรน่าสนใจดีนี่?


    ไดมอน : ...? ถ้าจำไม่ผิด เธอคือ...


    ชู : อุจิกาวะ ชูจาก εpsilonΦ แนะนำตัวอะไรยุ่งยาก เพราะงั้นจำให้ได้ในครั้งเดียวด้วยล่ะ

    พี่ชายเป็นมือกลองของ Fantôme Iris... ของวงที่มีคนฝรั่งเศษแปลกๆ อยู่สินะ?


    ไดมอน : อา ฉันชื่อคุสุโนกิ ไดมอน



    ชู : ขอดูเจ้ากล่องที่กำลังอุ้มไว้อย่างดีนั่นหน่อยได้ไหม?


    ไดมอน : ...นี่น่ะเหรอ?


    ชู : อะไรกัน ไม่อยากให้ดูเหรอ?


    ไดมอน : ก็ได้อยู่หรอก... แต่ระวังอย่าให้ตกแล้วกัน เป็นของแตกง่ายน่ะ


    ชู : ขอบใจนะ หืม... กล่องเพลงที่ทำจากแก้วนี่เอง... เห็นดูแลอย่างดีก็นึกว่าจะเป็นอะไรหายากๆ —

    อะไรกัน เป็นกล่องเพลงที่น่ารักเชียวเนอะ


    ไดมอน : เพราะเป็นของแฮนด์เมดน่ะ ไม่ใช่ของแพงอะไรหรอก


    ชู : เพราะแบบนั้นนี่เอง ก็ว่าอยู่ว่าทำออกมาซะหน้าตาขี้เหร่เชียว ไม่เห็นมีเสียงเลย ต้องใช้วิธีพิเศษเหรอเสียงถึงจะดังออกมา?


    ไดมอน : อา มันพังมาสักพักใหญ่ๆ แล้วเลยไม่มีเสียงน่ะ แถมยังสนิมขึ้น ตรงแก้วเองก็บิ่นด้วย...


    ชู : อะฮะๆ แค่เห็นก็รู้น่า รักษาขยะสกปรกๆ แบบนี้มาจนถึงตอนนี้ได้ พี่ชายนี่เป็นคนรักษาของจังเลยเนอะ


    ไดมอน : นั่นสินะ ก็คิดว่าตัวเองเป็นคนรักษาของเหมือนกัน


    ชู : ...เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเบื่อจริง


    ไดมอน : เธอมาคนเดียวเหรอ? ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ถ้าจะกลับล่ะก็ไปส่งได้นะ


    ชู : น่ารำคาญชะมัด... อย่ามาทำเหมือนผมเป็นเด็กจะได้ไหม


    ไดมอน : งั้นเหรอ เข้าใจล่ะ ว่าแต่ช่วยคืนมาได้หรือยังน่ะ? ฉันเองก็ต้องกลับร้านเหมือนกัน


    ชู : อยากให้คืนเหรอ?


    ไดมอน : อา


    ชู : อืม... เอายังไงดีน้า?



    ไดมอน : ......


    ชู : อย่าทำหน้าน่ากลัวแบบนั้นสิ


    ไดมอน : หน้าฉันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว... สนใจกล่องดนตรีนั่นขนาดนั้นเลยเหรอ?


    ชู : จะไปใช่ได้ยังไงล่ะ

    แต่ถ้านี่เป็นของสำคัญของพี่ชาย เรื่องก็จะเปลี่ยนไปนิดหน่อย

    เพราะสนใจว่าทำไมพี่ชายถึงได้ให้ความสำคัญกับขยะที่เสียงก็ไม่ดังแล้วแบบนี้



    ไดมอน : เป็นของสำคัญน่ะ


    ชู : จริงๆ ด้วยสินะ แล้ว ทำไมล่ะ? ถ้าไม่เล่าก็ไม่คืนนะ


    ไดมอน : เพราะกล่องดนตรีนั้น... เป็นความทรงจำที่มีกับคุณปู่ที่ตายไปแล้ว


    บทที่ 2

    ชู : หืม ความทรงจำที่มีกับคุณปู่ที่ตายไปสินะ... จะรับฟังให้เอง ถึงดูท่าจะไร้สาระก็เถอะ


    ไดมอน : เป็นกล่องดนตรีที่เมื่อก่อนปู่เป็นคนทำเองแล้วให้มาเป็นของขวัญน่ะ

    เป็นเพลงที่ฉันฮัมเป็นครั้งแรกตอนยังเด็ก... ในนั้นมีสิ่งที่ปู่อุตส่าห์ทำออกมาให้สามารถจับต้องได้


    ชู : เห... ให้กล่องดนตรีกับเด็กผู้ชายเนี่ยนะ คุณปู่นี่รสนิยมแปลกพอตัวเลยนะเนี่ย


    ไดมอน : ฉันเรียนดนตรีมาจากปู่

    ปู่บอกกับฉันที่พูดไม่เก่งว่า “จงสื่อความรู้สึกที่ไม่อาจพูดออกมาเป็นคำพูดได้ผ่านดนตรีสิ” แล้วเป็นคนสอนดนตรีให้กับฉัน


    ชู : อะฮะๆ เรื่องธรรมดาชะมัด! ตกใจเลยเนี่ย


    ไดมอน : ตั้งแต่พังเมื่อ 20 ปีก่อนก็ไม่ได้ฟังเสียงมันอีกเลย—

    เพราะคิดว่าถ้าเป็นร้านเฉพาะทางในโตเกียวน่าจะซ่อมได้ เลยให้ที่บ้านส่งมาให้จากนาโกย่าน่ะ

    ช่วยคืนมาได้หรือยัง? ถึงซ่อมไม่ได้ก็อยากเก็บรักษาไว้น่ะ


    ชู : อย่างนี้นี่เอง... เข้าใจแล้วว่านี่คือสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับพี่ชาย



    แต่ว่าโง่จริงนะ ยิ่งได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งไม่อยากคืนน่ะสิ


    ไดมอน : ทำไมล่ะ?


    ชู : ก็มันน่าสนใจนี่? เพราะตอนนี้ผมสามารถเล่นอะไรกับของสำคัญแบบนั้นยังไงก็ได้ยังไงล่ะ

    ถ้าอยากได้คืนก็ลองใช้กำลังแย่งกลับไปสิ


    ไดมอน : ......


    ชู : อะฮะๆ ทำไม่ได้สินะ? เป็นผู้ใหญ่จะมาโกรธเด็กเพราะโดนแกล้งได้ยังไง

    แถมอีกฝ่ายยังเป็น Vocal ของวงคู่แข่งที่กำลังแข่งกันอยู่ ถ้าเป็นที่รู้กันทั่วขึ้นมาก็แย่เลยสินะ?


    ไดมอน : ...ต้องทำยังไงถึงจะคืนมาน่ะ?


    ชู : อืม— นั่นสินะ...

    งั้นเอาเป็นจงใจทำเป็นพลาดในการแข่งเฟสรอบหน้าให้พวกเราชนะเป็นไง? ถ้าทำแบบนั้นจะยอมคืนให้ก็ได้นะ


    ไดมอน : ถ้าแบบนั้นคงทำให้ไม่ได้


    ชู : ตอบทันทีเลยเหรอ? แสดงว่ากล่องดนตรีที่คุณปู่สุดที่รักให้มาจะเป็นยังไงก็ได้สินะ?



    ไดมอน : ฉันหักหลังเมมเบอร์ไม่ได้

    เธอเองก็ควรหยุดแค่นี้ ชนะด้วยวิธีแบบนั้นไปก็มีแต่จะทำให้ทั้งตัวเองและเมมเบอร์รู้สึกไม่ดี


    ชู : อะไรล่ะนั่น... น่าห่อเหี่ยวจริงๆ

    ...ช่างมันเถอะ ถ้าแบบนั้นก็แสดงว่าไม่ต้องการไอ้นี่แล้วก็แล้วกัน


    ไดมอน : เดี๋ยว...


    เพล้ง!



    ชู : บ๊ายบาย

    อ้าว แตกง่ายเชียว ก็นะ เก่าสนิมเขอะตั้งขนาดนั้น

    แค่นี้ละกัน พี่ชายเองก็โล่งแล้วสิ?

    อะไรไม่ต้องการก็ตัดใจทิ้งมันไปซะ! นี่แหละหลักของการทำความสะอาด



    ไดมอน : ......


    ชู : ...เห ทำหน้าแบบนั้นเป็นด้วยนี่นา? ตอนแรกนึกว่าจะเป็นคนสีหน้าไม่ค่อยเปลี่ยนแท้ๆ

    อืม ไหนๆ ได้เห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วก็ถือว่าโอเคแล้วกัน

    เป็นการฆ่าเวลาที่ใช้ได้เลย งั้นไว้ค่อยเจอกันนะ พี่ชายจากวง Fantôme Iris


    ไดมอน : ......

    (แบบนี้แหละ...ถูกแล้ว ถ้าจะต้องหักหลังเมมเบอร์ล่ะก็...)

    (แต่มัน... เจ็บจริงๆ นั่นแหละ... การที่จู่ๆ ต้องมาสูญเสียสิ่งสำคัญไปแบบนี้...)

    ...แย่ล่ะ เวลาป่านนี้แล้ว

    ต้องกลับร้านแล้วสิ...


    บทที่ 3


    [ณ ร้าน Champs de fleurs]


    โคฮารุ : ขอโทษนะครับ ร้านปิดแล้ว... อะไรกัน ไดมอนเองหรอกเหรอ เหนื่อยหน่อยนะ


    ไดมอน : ...อา ขอบคุณที่เฝ้าร้านให้นะ


    โคฮารุ : แล้วเรื่องกล่องดนตรีเป็นไงบ้าง ดูท่าจะซ่อมให้ได้หรือเปล่า?


    ไดมอน : อะ อา น่าจะได้อยู่

    (...คงไม่จำเป็นต้องบอกความจริงสินะ ยิ่งเป็นโคฮารุ... ถ้ารู้ขึ้นมาคงกลายเป็นเรื่องใหญ่)


    โคฮารุ : งั้นเหรอ ดีแล้ว... เดี๋ยว มานี่ซิ! แล้วจ้องตาฉันตรงๆ!


    ไดมอน : ...อย่างนี้เหรอ?



    โคฮารุ : นายกำลัง... กำลังปิดบังอะไรอยู่


    ไดมอน : ...ทำไมถึงได้รู้ล่ะ


    โคฮารุ : อย่ามาดูถูกคนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ประถมนะเฟ้ย เวลาโกหก นายจะไม่กะพริบตา


    ไดมอน : ...ไม่รู้มาก่อนเลย


    โคฮารุ : แล้วสรุปมีเรื่องอะไร? เล่ามาเร็ว


    ไดมอน : โดนบอกมาว่ากล่องดนตรีนั้นไม่มีร้านไหนซ่อมได้หรอก


    โคฮารุ : งั้นเหรอ... แต่มันก็เก่าแล้วด้วยสิ คงช่วยไม่ได้... แล้วไง? ไม่ได้มีแค่เรื่องนั้นสินะ?



    ไดมอน : ...โดนทำพังน่ะ


    โคฮารุ : งี้นี่เอง... เดี๋ยว หาาา!? ทำไมล่ะ!? ไม่สิ ใครเป็นคนทำ!?


    ไดมอน : อุจิกาวะจากวง εpsilonΦ บังเอิญเจอเข้าตอนออกจากร้านเลยโดนแย่งไป แล้วก็โดนทำพัง


    โคฮารุ : ด...เดี๋ยวนะ! หัวตามไม่ทัน! แล้วทำไมเจ้านั่นต้องทำแบบนั้นเล่า!?


    ไดมอน : บอกว่าอยากเห็นเลยให้ไป แล้วก็บอกว่าอยากฟังเลยเล่าเรื่องของปู่ไปเลยไม่ยอมคืนมา—

    บอกว่าถ้าอยากให้คืนก็จงใจทำพลาดตอนขึ้นเฟสสิ พอปฏิเสธไปก็เลยโดนทำพัง


    โคฮารุ : ไอ้การขโมยของ ข่มขู่ แล้วก็ทำลายทรัพย์สินนั่นมันอะไรกันน่ะ! แล้วนายก็ยืนดูอยู่เฉยๆ น่ะเรอะ!


    ไดมอน : ก็ไม่ได้เฉย แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นเด็กด้วย


    โคฮารุ : นายนี่นะ— ถึงจะเป็นเด็กแต่เป็นชูนั่นเลยนะ? จะซื่อก็ให้มันมีขอบเขตซะบ้าง!


    ไดมอน : ขอโทษ ฉันพลาดเอง



    โคฮารุ : แล้วทำไมนายถึงต้องเป็นคนขอโทษเล่า!!

    ......ไอ้เด็กเวรนั่น จะทำให้ร้องไห้เลยคอยดู!


    ไดมอน : เดี๋ยวก่อนโคฮารุ ใจเย็นๆ


    โคฮารุ : หนวกหู! หลบไป!


    ไดมอน : เรื่องกล่องดนตรีฉันเองก็เสียใจ แต่ฉัน...ไม่อยากทำให้มันกลายเป็นเรื่องใหญ่


    โคฮารุ : นายนี่มัน... จะใจดีไปถึงไหนเนี่ย!? ของต่างหน้าที่สำคัญของปู่โดนทำพังแล้วจะยอมเขา ส่วนตัวเองมานอนร้องไห้ในผ้าห่มเฉยๆ หรือไง!?

    ก็ต้องไม่ได้อยู่แล้วน่ะสิ! ปู่เองก็ดีกับฉันมามากเหมือนกัน——


    ไดมอน : ถ้าพวกเราทำอะไรก็จะยิ่งเป็นไปตามแผนของพวกนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องเฟส แต่งานของแฟนท่อมเองก็จะทำไม่ได้ไปด้วย


    โคฮารุ : ...บ้าเอ๊ย...บ้าเอ๊ย!


    ไดมอน : ที่เหลือก็เป็นปัญหาของฉันเองแล้ว อยาก...จัดการความรู้สึกตัวเองสักหน่อย


    โคฮารุ : ...แล้วกล่องดนตรีที่โดนทำพังล่ะ? ได้เอากลับมาไหม?


    ไดมอน : ก็เก็บมาได้เกือบหมด... อะ แย่ล่ะ...


    โคฮารุ : ทำไมน่ะ?


    ไดมอน : เผลอปล่อยเศษแก้วไว้แบบนั้น ต้องกลับไปเก็บแล้ว


    โคฮารุ : นายนี่มัน... บ้าจริงๆ ด้วย...


    กริ๊งกริ๊ง


    ไดมอน : หืม? ลูกค้ามาเวลานี้น่ะเหรอ? ตอนเข้ามาคิดว่าติดป้ายร้านปิดไว้แล้วนะ...


    ??? : ขอโทษครับ เมมเบอร์ของ Fantôme Iris... อยู่ที่นี่สินะครับ?

    พอดีมีเรื่องอยากคุยเกี่ยวกับกล่องดนตรีครับ



    โคฮารุ : หา? เรื่องกล่องดนตรี? นายคือ...


    บทที่ 4


    ไดมอน : เธอคือ มือกลองของ εpsilonΦ...


    เรย์จิ : คาราสุมะ เรย์จิครับ ขอโทษที่มาโดยพลการนะครับ ผมต้องขอโทษแทนอุจิกาวะจริงๆ ครับ


    โคฮารุ : นาย...รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแค่ไหน?


    เรย์จิ : เมื่อกลางวัน ตอนที่ผมกำลังตามหาอุจิกาวะที่ออกไปข้างนอกก็บังเอิญไปเห็นตอนที่กำลังคุยกับคุสุโนกิซังเข้า



    ผมแค่เฝ้ามองการสนทนาของทั้งสองคนจากที่ไกลๆ ครับ ไม่ได้ฟังเรื่องจากตัวอุจิกาวะเองแต่อย่างใด


    โคฮารุ : ถ้าดูอยู่แล้วทำไมไม่เข้าไปห้ามล่ะ?


    เรย์จิ : เพราะอุจิกาวะเกลียดการโดนแทรกระหว่างบทสนทนา... อีกทั้งเมื่อมองจากไกลๆ แล้วก็ดูไม่ออกว่ากำลังมีเรื่องเบาะแว้งกันอยู่ครับ

    ตอนที่เห็นว่ายกของอะไรขึ้นมาก็ไม่ทันการแล้ว... ต้องขออภัยจริงๆ ครับ ไม่นึกเลยว่าจะถึงขั้นทำพัง


    โคฮารุ : ถึงอย่างนั้น... ก็ควรพาคนผิดก็มาขอโทษเอง—



    ไดมอน : พอแล้ว โคฮารุ


    เรย์จิ : ไม่หรอกครับ ที่มิตสึรุกิซังพูดนั้นถูกต้องแล้ว แต่ว่า... อุจิกาวะไม่ใช่คนที่จะมาขอโทษตามที่ผมบอกหรอกครับ

    เพราะฉะนั้นอย่างน้อยๆ ผมถึงได้ขออนุญาตมารบกวนแบบนี้ครับ


    ไดมอน : ...เข้าใจล่ะ ขอบคุณมากที่อุตส่าห์มา


    โคฮารุ : เฮ้ย ไดมอน!


    เรย์จิ : ขอบคุณมากครับ แล้วก็เรื่องกล่องดนตรี... อาจจะซ่อมได้ก็เป็นได้ครับ


    ไดมอน : ...เอ๊ะ?


    เรย์จิ : ถ้าใช้เส้นสายของอุจิกาวะกรุ๊ป การไปรวบรวมช่างทำกล่องดนตรีระดับโลกมาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรครับ

    อาจต้องใช้เวลา แต่ก็มีสิทธิ์ที่จะซ่อมได้ แน่นอนว่าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายครับ



    ถ้าแบบนั้นช่วยปล่อยผ่านเรื่องในครั้งนี้ไปได้ไหมครับ


    โคฮารุ : นาย...ดูถูกกันอยู่เหรอ?


    เรย์จิ : ครับ?


    โคฮารุ : คิดว่าแค่ซ่อมก็จบรึไง? ก็ต้องไม่อยู่แล้วน่ะสิ! ของต่างหน้าจากคนในครอบครัวเลยนะเฟ้ย!?


    เรย์จิ : ...ของต่างหน้าจากคนในครอบครัว งั้นเหรอครับ


    โคฮารุ : แล้วมาโดนทำพังโดยไม่ได้คาดคิดมาก่อนแบบนี้... รู้รึเปล่าว่าไดมอนรู้สึกยังไง!?



    ต้องทำให้ไอ้เด็กเวรนั่นรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมันร้ายแรงแค่ไหนแล้วมาขอโทษสิวะถึงจะถูก!!



    เรย์จิ : ผมเข้าใจครับว่าต้องการจะบอกอะไร... แต่ถึงได้รับคำขอโทษไปก็เป็นสิ่งชั่วคราวแค่ตอนนั้นไม่ใช่เหรอครับ

    เพราะแบบนั้นเลยมีทางเลือกแค่ว่าจะรับความจริงใจเป็นสิ่งที่จับต้องได้ หรือว่า—

    จะแก้แค้นอีกฝ่ายด้วยเรื่องแบบเดียวกัน ผมคิดว่ามีแค่สองทางเลือกนี้เท่านั้นที่จะยอมรับได้


    ไดมอน : ไม่คิดจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วก็ไม่จำเป็นต้องซ่อมหรอก แค่ได้ฟังคำขอโทษจากเธอก็พอแล้วล่ะ


    โคฮารุ : นาย... โอเคกับแค่นี้หรือไง!?


    ไดมอน : พอแล้วล่ะ เพียงแต่... ช่วยบอกอุจิกาวะให้ที

    ว่ามาแข่งขันเฟสอย่างเท่าเทียมกันเถอะ แล้วก็—



    หวังว่าในอนาคต เธอเองก็จะพบสิ่งที่สำคัญสำหรับเธอเช่นกัน



    เรย์จิ : ...รับทราบครับ


    ไดมอน : งั้นเรื่องที่จะพูดก็มีเท่านี้ล่ะ ค่ำซะแล้ว เธอเองก็ควรรีบกลับได้แล้ว


    ——————————————


    [ณ แชร์เฮาส์ -Fantôme Iris-]



    โทโมรุ : ทำกล่องดนตรีที่เป็นของต่างหน้าจากคุณปู่พังนี่มัน... โหดร้ายเกินไปแล้วครับ...!


    จุน : เด็กสมัยนี้น่ากลัวว... ให้ไปโรงเรียนเดียวกันนี่ไม่ไหวแน่ๆ...


    เฟลิกซ์ : ถ้าเป็นช่างซ่อมกล่องดนตรี ถึงไม่ให้ทางนั้นช่วยหาให้ ทางนี้ก็น่าจะมีคอนเนคชั่นที่บ้านเกิดอยู่นะ ให้ลองถามให้ไหม?


    ไดมอน : ทุกคน ขอบคุณมาก แต่เรื่องกล่องดนตรีน่ะไม่เป็นไรแล้วล่ะ เพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว สักวันของก็ต้องพังลงอยู่ดี


    โคฮารุ : นายมันว่านอนสอนง่ายเกินไปแล้ว...


    ไดมอน : แต่... มีอยู่อย่างนึงที่อยากได้กลับคืนมา


    โทโมรุ : สิ่งที่อยากได้กลับคืนมา... เหรอครับ?


    ไดมอน : อา แล้วก็อยากให้ทุกคนช่วยด้วย


    บทที่ 5


    โทโมรุ : อยากทำเพลงในกล่องดนตรีขึ้นมาอีกครั้ง... แล้วเอามาทำเป็นเพลงใหม่...?


    ไดมอน : อา เรื่องที่มันพังไปแล้วก็ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ยังไงเสียงก็ไม่ดังอยู่แล้วด้วย

    แต่อยากเอาเพลงในกล่องดนตรีนั้น— เพลงที่ฉันฮัมแล้วปู่ช่วยทำออกมาให้มันจับต้องได้กลับคืนมา

    ก่อนที่ความทรงจำของฉันจะเลือนหายไป... ก็อยากฟื้นคืนมันขึ้นมาเป็นเพลงของแฟนท่อม


    เฟลิกซ์ : นั่น...เป็นไอเดียที่วิเศษมากเลย!

    ขอแค่มีคนเล่นและคนฟัง ดนตรีก็จะคงอยู่ไปได้ตลอด นั่นคือสิ่งที่ของที่มีรูปร่างไม่สามารถทำได้


    จุน : ผมก็คิดว่าเป็นไอเดียที่ดีมากๆ เลย... แต่เอาจริงๆ ไดมอนซังจำเพลงได้แค่ไหนเหรอ?


    ไดมอน : พูดตรงๆ ก็จำได้ไม่แม่นยำขนาดนั้น ถึงจะเป็นเพลงที่ตัวเองแต่งเอง แต่ตั้งแต่ที่พังเมื่อ 20 ปีก่อนก็ไม่เคยฟังอีกเลยน่ะ


    จุน : อืม... งั้นจะทำใหม่ให้ตรงกับอันเก่าเป๊ะๆ คงยากสินะ...


    ไดมอน : ไม่ต้องเหมือนเป๊ะก็ได้

    ถึงเพลงจะไม่เหมือนกัน แต่เรื่องที่นั่นเป็นความทรงจำของฉันก็ไม่เปลี่ยนแปลง

    แล้วก็... ถ้าเป็นเพลงใหม่ของ Fantôme Iris ก็ควรเป็นเพลงที่มาจากอิมเมจของทุกๆ คน


    โทโมรุ : หรือก็คือเอาความทรงจำของไดมอนซังยึดเป็นหลัก แล้วสร้างเพลงขึ้นมาใหม่... สินะครับ


    จุน : ป... เป็นการรีเมคเพลงแห่งความทรงจำเลยเหรอ... ความรับผิดชอบสูงเหลือเกิน... จะทำได้ไหมนะ...



    ไดมอน : ต้องทำได้แน่ ถ้าเป็นจุน... ถ้าเป็นพวกเราล่ะก็


    เฟลิกซ์ : ดีล่ะ งั้นมาทำเพลงที่สุดยอดสุดๆ ให้เจ้าเปี๊ยกจากเกียวโตฟังกันเลยดีกว่า!


    ไดมอน : ...ขอโทษนะทุกคน ที่ขอให้ทำตามความเอาแต่ใจของฉัน


    โคฮารุ : อย่าขอโทษเซ่— ...พวกเราก็ทำเพราะอยากทำเองนี่แหละ!


    [ไม่กี่นาทีต่อมา]


    ไดมอน : ...ผิดคาด

    ไม่คิดเลยว่าการเล่นเพลงที่ตัวเองเป็นแต่งครั้งแรกจะน่าอายขนาดนี้...


    โทโมรุ : ไม่หรอกครับ! ผมว่าเป็นเมโลดี้ที่เพราะมากเลยนะ!

    เนื้อเพลงที่ผมเขียนเป็นครั้งแรกตอนอยู่ม.ต้นมันยัง... เอ่อ คือจะว่าไงดี หนักกว่านี้อีกครับ


    ไดมอน : ขอบคุณนะ แต่...ปลอบใจแบบนั้นก็ได้ผลไม่ต่างกัน...


    โคฮารุ : อย่ามามัวแต่อายแล้วเล่นต่อเร็วสิ นี่เพิ่งช่วงต้นเพลงเองไม่ใช่เหรอ?


    ไดมอน : ก็อยากเล่นต่ออยู่หรอก... แต่นึกโมเลดี้ต่อจากนี้ไม่ออกแล้วน่ะสิ


    โคฮารุ : ติดแล้วหรอกเรอะ... เอ่อ... อย่างนี้หรือเปล่า?


    (เสียงเปียโน)


    ไดมอน : ...! ใช่ แล้วถ้าจำไม่ผิด ต่อจากนั้นก็...


    (เสียงเปียโน)


    โคฮารุ : ใช่ๆ! คิดถึงเลย!



    จุน : เอ๊ะ...? ทำไมโคฮารุซังถึงรู้ล่ะครับ?


    โคฮารุ : อ่า... จะว่าไปถ้าจำไม่ผิดเหมือนเคยฟังมาก่อนเลยเพลงนี้


    ไดมอน : ฉันเองก็นึกออกแล้ว ปู่กับฉันเคยเอากล่องดนตรีไปอวดโคฮารุด้วยสินะ



    เฟลิกซ์ : อื้มๆ เป็นเพลงแห่งความทรงจำอย่างแท้จริงเลยเนอะ!

    ผมที่ไม่รู้จักไดมอนเมื่อก่อนเองก็ยังสัมผัสได้ถึงภาพความทรงจำและความรู้สึกในตอนนั้นเลย

    สัมผัสได้ถึงความดีใจของไดมอนในวัยเด็กที่ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่เรียกว่าดนตรี และความรู้สึกที่มีต่อคุณปู่เลย


    ไดมอน : ...งั้นเหรอ


    โคฮารุ : ดีล่ะ เท่านี้ก็นึกเพลงออกเกือบหมดแล้วสินะ? แต่... ถ้าเป็นเพลงก็น่าจะสั้นไปหน่อย


    จุน : งั้น... ลองเพิ่มแบบนี้ไปไหม?


    ไดมอน : อืม... ดีเลย


    โทโมรุ : งั้นกีต้าร์ริฟที่ผมคิดไว้อาจจะเหมาะกับอิมเมจเพลงนี้ก็ได้ครับ!


    เฟลิกซ์ : นึกอิมเมจเนื้อเพลงขึ้นมาได้เรื่อยๆ เลยด้วย! ความทรงจำ อดีต ภาพลวงตา... จดเร็วโคฮารุ!


    โคฮารุ : เดี๋ยว อย่าพูดพร้อมกันสิ! ตามไม่ทัน!


    ไดมอน : (ที่นี่... ครื้นเครงดีจัง... ทั้งที่ตอนเด็กๆ อยู่คนเดียวบ่อยแท้ๆ)

    (ที่ฉันอยู่ตรงนี้... ที่ได้อยู่กับทุกคนเป็นเพราะปู่ช่วยสอนเครื่องดนตรีให้ตอนเด็กๆ)



    (...ขอบคุณนะ ปู่)



    「un:Mizeria/Fantôme Iris」Music Video【AAside】


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in