fictober 2018sleepy cat
10-11. Flowing & Cruel ไม่มีเวลาเวียนไหลในขุมนี้
  • ...โลกันตนรกตั้งอยู่ระหว่างจักรวาลทั้ง๓ เปรียบเหมือนนำกงล้อเกวียน ๓ ล้อมาวางชิดกัน ช่องว่างระหว่างล้อทั้ง ๓คือที่ตั้งของโลกันตนรก หรือเปรียบเหมือนนำบาตร ๓ ใบมาวางคว่ำไว้ให้ชิดกันช่องว่างระหว่างบาตรนั้นคือที่ตั้งของโลกันตนรก นรกนี้กว้าง ๘,๐๐๐โยชน์ ความยาวไม่สามารถวัดได้ มีคูลึกและยาว มีความลึกที่หยั่งไม่ได้เบื้องบนไม่มีฝาปิด เบื้องล่างมีน้ำรองรับแผ่นดินเป็นพื้นเบื้องบนนั้นเป็นปล่องสูงขึ้นไปจนถึงพรหมโลก ไม่มีวิมานเทพยดาในโลกันตนรกนี้มีแต่ความมืดมนยิ่งนักสัตว์ที่เกิดในโลกันตนรกนี้มองไม่เห็นอะไรเลยราวกับหลับตาในคืนเดือนมืดแม้ว่าแสงดาวแสงเดือนและแสงตะวันจะส่องสว่างให้แก่คนทั้ง ๔ ทวีปให้มองเห็นได้แต่ก็ไม่สามารถจะส่องให้เห็นในโลกันตนรกได้...

    จาก ไตรภูมิพระร่วง ฉบับถอดความ ห้องสมุดดิจิทัลวชิรญาณ

     ที่นี่ที่ไหน...

     กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง รอบกายก็มีแต่ความมืดมิดเมื่อยขบไปหมดทั้งตัว ครั้นจะลองขยับแขนขาก็ให้รู้สึกเกะกะเก้งก้างเหลือเกินราวกับไม่ใช่ร่างกายของตนเอง ลองป่ายมือเปะปะไปทั่วจึงไปพบเข้ากับอะไรแข็งๆ เข้า ฉับพลันสิ่งนั้นก็ขยับเคลื่อนเข้ายุดมือทันที เขาสะบัดมือ อีกฝ่ายปล่อยเขาจากการเกาะกุม ชั่วขณะหนึ่งที่เขากลับรู้สึกว่ารอบตัวมีเพียงความว่างเปล่าก่อนจะกลับมาสัมผัสได้ถึงความเปียกชื้นข้างมือ

    “มาใหม่รึ” เสียงหนึ่งดังขึ้น จะว่าได้ยินก็ไม่ถูกนัก ราวกับเสียงนั้นปรากฏขึ้นในหัวของเขาเองมากกว่า “ใจเย็นๆอย่าเพิ่งตกใจ มาถึงใหม่ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทุกคน สะบัดข้าหลุดลงไปถึงข้างล่างโน่น”

    เขานึกขอโทษขอโพยในใจ “ไม่เป็นไรหรอก เจอบ่อยเสียแล้ว” เขารู้สึกประหลาดใจ ยังไม่ทันจะได้พูดออกไปแท้ๆ “ที่นี่ เสียงสื่อสารกันไม่ได้ยินหรอก เราคุยกันผ่านทางจิต” อีกฝ่ายตอบกลับมา

    “แล้วทำไมเสียงถึงสื่อสารกันไม่ได้”

    “เพราะที่นี่ไม่มีสื่อกลางนำเสียง อย่าว่าแต่เสียงเลย แม้แต่แสง ก็ยังเข้ามาไม่ถึง”

    ยังกับหลุมดำ เขาคิดในใจ “เออ คนก่อนหน้าก็พูดอะไรประมาณนี้เหมือนกัน มันคืออะไรรึ”

    “อธิบายไปก็ยาก หาคนเข้าใจยังไม่ค่อยจะได้เลย ส่วนใหญ่มีแต่คนทำท่าพยายามจะเข้าใจ เอาเป็นว่าเป็นที่ๆ มีแรงโน้มถ่วงมากมายดึงดูดทุกสิ่งเข้าไปรอบๆ ตัว แม้แต่แสงก็ยังหนีออกไปไม่พ้น”

    “อ้อ หรือที่นี่คือหลุมดำ แต่เขาว่ากันว่านานๆ ทีที่นี่จะมีแสงสว่าง ข้าเองก็ยังไม่เคยเห็น”

    “นานแค่ไหนเล่า” “ข้าก็ไม่รู้ ที่นี่ราวกับเวลาหยุดไหลเวียนไปแล้ว”

    “เหลวไหลน่ะ คงจะไม่ได้คิดว่าที่นี่เป็นหลุมดำจริงๆ หรอกใช่ไหม อย่างมากแล้วก็มีแค่ว่าเวลาจะยืดขยายขึ้นไปตามทฤษฎีกาลอวกาศเท่านั้นเองแหละน่า”                                   

    “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดอะไร ข้ารู้แค่ว่าอยู่ที่นี่มานานนม ลืมตามาก็มีแต่ความมืดกับความเงียบราวกับมีอยู่แค่ตัวคนเดียว ว่าแต่เวลายืดขยายขึ้นอย่างนั้นรึ เจ้าพูดราวกับกำลังเปรียบเทียบเวลาในขุมนรก”

    “นั่นมันสำนวนพูดเปรียบเทียบเฉยๆ ต่างหากเล่า”

    “สัญชีพนรก เป็นนรกใหญ่ขุมแรก หนึ่งวันหนึ่งคืนในนรกขุมนี้เทียบได้กับเก้าล้านปีในเมืองมนุษย์ กาหสสุตตะนรกใหญ่ขุมที่สอง หนึ่งวันหนึ่งคืนในนรกขุมนี้เทียบได้กับสามสิบหกล้านปีในเมืองมนุษย์ ยิ่งนรกขุมลึกลงไปวันและคืนที่เทียบได้กับในเมืองมนุษย์ก็จะยิ่งยาวนานขึ้นเรื่อยๆ สังฆาฏะ โรรุวะ มหาโรรุวะ ตาปะ มหาตาปะ จนถึงอวิจี ที่นับเวลากันด้วยกัลป์”

    “ว่างดีแท้ มีเวลามานั่งจำอะไรขนาดนี้เลยหรือ”

    “บอกแล้วว่าเวลาที่นี่น่ะไม่มีหรอก”เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่ามือของตนเข้าไปอยู่ในการเกาะกุมของอีกฝ่ายอีกครั้ง “ไม่มีทั้งเวลาเสียง แสง มีแต่พวกเราที่ดำรงอยู่ กับความหิวโหยที่เป็นของจริง”เขารู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่ปลายมือทันที รอบนี้เขาดิ้นสะบัดผลักเต็มแรงจนเสียหลัก ทั้งร่างเซวูบดิ่งร่วงลงไปพร้อมอีกฝ่ายจนกระทั่งทั้งตัวกระทบกับพื้นน้ำ จมดิ่งลงไปในความหนาวเหน็บ ความเย็นเยือกกัดกินเข้าไปถึงกระดูก กัดกร่อนเข้าไปถึงภายใน เจ็บปวดปานจะขาดใจตายราวกับถูกแช่น้ำกรด

    พริบตาเดียว ทุกอย่างก็เลือนหาย รู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงร่างเปียกโชกที่ยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน ทันใดเสียงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดอีกครั้ง

    “ที่นี่ที่ไหน”

    อา เขารู้สึกหิวโหยขึ้นมาแล้ว เขาขยับตัวเข้าไปใกล้“มาใหม่รึ” 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in