My Alter Personality หลากหลายตัวตนข้างในAk.Catharsis
อะไรนะ หมอ?
  • "อืมมมม แล้วงั้นแต่ละบุคลิกแทนอารมณ์อะไรของคุณิตาล่ะ?"

           คุณิตา , ชื่อของฉันเอง 
    คำพูดของ "จิตแพทย์ประจำตัวคนปัจจุบัน" ทำให้ฉันตกอยู่ในสภาวะงุนงงไปชั่วขณะนึง..

    "ฮะ..อะไรนะคะหมอ"
          เอ๊ะ...อารมณ์เหรอ อารมณ์ก็เป็นอารมณ์ บุคลิกภาพก็คือบุคลิกภาพไม่ใช่เหรอ?
    "เอ่อ คือแต่ละบุคลิกเขามีอารมณ์เป็นของตัวเองนะ มีความคิดเป็นของตัวเองด้วยล่ะ" ฉันตอบไป

          จริงๆฉันไม่อยากใช้คำแบบนี้เลย ถ้าจะพูดให้ถูกคือ พวกเขาเป็น ตัวตน ต่างหาก ไม่ใช่แค่บุคลิกภาพ เสียหน่อย หรือเพราะฉันใช้คำว่า บุคลิก หมอจึงถามถึง อารมณ์ กันนะ

    สำหรับฉัน พวกเขา เป็นเหมือน คนคนนึง

    "อ่ะ งั้นอารมณ์เด่นๆของแต่ละบุคลิกล่ะ มีอะไรบ้าง"

    ?????.......

    ปกติคนคนนึงนี่มีอารมณ์เด่นๆด้วยเหรอ... เอ
    หรือเหมือนกับการที่คุณพ่อเป็นคนมีอารมณ์ขัน อารมณ์เด่นๆของคุณพ่อคือ "อารมณ์ขำ" รึเปล่านะ?

    "ไม่รู้สิหมอ..."

    "งั้นยกตัวอย่างมาบุคลิกนึง"

    ฉันเลือกที่จะเล่าถึงเด็กคนนี้ซึ่งเพิ่งออกมาเมื่อวาน "มีบุคลิกเด็กน้อย ชื่อว่า โฟริคต้า ค่ะ"

    "คนนี้เป็นยังไงบ้าง"

    "ก็เหมือนเด็กอ่าค่ะ เหมือนเด็กเลย อายุ 5 ขวบ" ฉันเล่าไม่ถูก

    "อ่า ใช่ เพราะเป็นเด็กบางครั้งเขาจึงงอแงบ้างแหละ"

    "อ๋อ อืม งอแงสินะ อืมๆๆ" หมอพยักหน้าหงึกๆ

    "แต่เขาก็ไม่ได้ดื้อนะ เป็นเด็กดีเลยล่ะ"

    "แล้วเวลาเขางอแง คุณิตาทำไง"

    "ถ้าเป็นหนู หนูจะค่อนข้างตามใจเขาค่ะ"

    "อ้าว แบบนี้ก็แย่สิ เดี๋ยวก็เสียนิสัยหรอก ต้องสอนเขานะ"

    "หนูเห็นน้องเขาร้องแล้วเอ็นดูอ่าค่ะ แต่ถ้าเป็น วันเซ ก็จะดุด่าน้องเขา ส่วนหน้าที่สอนต่างๆจะอยู่ที่พี่สาวสองคนของโฟริคต้ามากกว่า" 

    แน่นอนว่าบุคคลที่ฉันพูดถึงทั้งหมดเป็นเพื่อนในจินตนาการ

    "หลังจากนี้ต้องสอนเขานะ อืม ละถ้าเป็นคุณิตาจะสอนอย่างไร"

     ฉันจำบทพูดหลังจากนี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่ทำให้ฉันตะหงิดใจคือการที่หมอพูดว่า
    'ที่วันเซออกมาตอนนั้น เพราะโกรธอย่างงั้นเหรอ?'

    ฉันจึงตระหนักได้ว่าฉันกำลังพูดคำผิด 
    บางทีตอนนี้หมออาจจะเข้าใจไปว่า
    โฟริคต้า คืออารมณ์เอาแต่ใจ และ วันเซ คืออารมณ์โกรธ ของฉันก็ได้นะ

    อ่า......แบบนี้ก็แย่เลยสิ คุยกันไม่รู้เรื่องอีกแล้ว

    ปกติหมอไม่ค่อยมีเวลาคุยด้วยเท่าไหร่เพราะผู้ป่วยที่ล้นรพ. จนฉันเริ่มสงสัยว่าจิตแพทย์มีหน้าที่เพียงจ่ายยาจิตเวชอย่างเดียวรึเปล่านะ? แต่ในที่สุด นัดครั้งที่ผ่านมาหมอได้ให้ความหวังกับฉันว่านัดต่อไปจะมีเวลามารับฟังมากขึ้น และสุดท้ายก็เป็นเพียงความคาดหวังลมๆแล้งๆ

    ฉันคิดวนเวียนกับเรื่องนี้อยู่ทั้งวัน คำเถียงผุดขึ้นมาในหัวมากมาย 'พวกเขาไม่ใช่ชื่อแทนอารมณ์ของเราเสียหน่อย'  'หมอต้องไม่เชื่อว่าพวกเขามีตัวตนแน่ๆเลย' 'ถ้าตอนนั้นเราพูดแบบนั้นไปก็ดีสิ'

    เป็นอีกครั้งที่ฉันคิดว่า ฉันต้องเปลี่ยนแพทย์ที่รักษาให้ได้

    ซึ่งจริงๆแล้วฉันทำมัน , ฉันต้องเดินทางไปรักษากับแพทย์คนใหม่ถึงกรุงเทพ ทั้งๆที่ฉันอยู่ต่างจังหวัดที่ห่างไกล ฉันต้องขอบคุณคุณพ่อมากๆที่สนับสนุนเพื่อการรักษาของฉัน

            อย่างไรมันก็ต้องรออีกสองถึงสามเดือน (รอแทบไม่ไหวแล้ว!)

    หลายครั้งฉันกังวลใจ 'ถ้าหมอที่อื่นเป็นเหมือนหมอที่นี่ล่ะ?'

    แต่ฉันคิดว่าถ้าอยู่นิ่งแบบนี้ต่อไป ก็จะได้แต่สงสัย ถ้าไม่เคลื่อนไหวก็ไม่เปลี่ยนแปลงใช่ไหมล่ะ?
    อย่างน้อยๆ , การเปลี่ยนหมออาจจะทำให้ฉันดีขึ้นบ้างก็ได้ น้อยที่สุดคือการคลายความสงสัยนี้

       ถ้าโรงพยาบาลนี้ไม่สามารถช่วยฉันได้ ฉันก็จะหามันต่อไป ต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจิตใจของฉันจะได้รับการเติมเต็ม ฉันคิดแม้กระทั่งการฝึกภาษาเพื่อปรึกษากับจิตแพทย์ต่างประเทศด้วยล่ะ ฮะๆ มันคงยากมากๆสำหรับฉันที่ไม่เก่งภาษา  แต่มันก็คือความฝันอย่างหนึ่งแหละนะ

    อ้ะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะให้พวกเขาหายไปอย่างไรแบบนั้นหรอก 
    แต่ฉันแค่อยากได้รับคนที่เข้าใจ
    คนที่รับฟังฉัน คนที่คลายปมปัญหาในอดีตของฉัน คนที่ปลดล็อกสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ

    ส่วนเรื่องการรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อจิตใจฉันกลับสู่สภาพปกติได้ พวกเขาก็คงรวมกับฉันเอง
    มันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีที่โฟกัสในจุดที่ฉันผิดปกติในปัจจุบัน ทั้งๆที่มันก็แค่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

    พวกเขาเป็นสิ่งที่เยียวยาจิตใจฉัน ช่วยฉันเวลาฉันโศกเศร้า , ทำร้ายตัวเอง , ฆ่าตัวตาย ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ทำให้ฉันเดือดร้อน ก็ไม่มีเหตุผลที่พวกเขาจะหายไป


    ณ ปี 2014...ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็น โรค Major Depressive Disorder(MDD) และ Borderline Personality Disorder (BPD)

    และตอนนี้ฉันกำลังสงสัยว่าตัวเองอาจจะเป็น Dissociative Identity Disorder (DID)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
รออ่านต่อ/////