#Fictober2019 boxrainybusrin
Day-24 : dizzy
  • Day-24 : dizzy

    seungwoo x dohyun

     

    “And I'm so dizzy, don't know what hit me, but I'll be alright”

     

     

     

    หลายต่อหลายครั้งที่ซิมมักจะถูกกล่าวว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องราวอะไรที่ชาวบ้านชาวช่องเขากำลังพูดกันด้วยเพราะใบหน้าที่มักไม่แสดงอารมณ์ใดจนดูคล้ายเป็นเจ้าหนูจำไมผู้แสนเฉยชา

    แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าตนไม่ได้เป็นอย่างที่ใครต่อใครพูดกันแต่ซิมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องแก้ไขข่าวเหล่านี้แต่อย่างใดเขาคิดว่ามันคงเป็นความจริงในมุมมองของคนภายนอกกระมัง

    หน้าเขาคงดูซื่อและโง่งมกระมังฟังดูเป็นคำชมได้ล่ะมั้ง

    หรือเปล่าวะ?

     

     

    ซิมมึงตื่นนอนยัง หน้าอย่างจ๋อง

    นอกจากจะดูเป็นคนสับสนกับชีวิตเขายังดูเหมือนคนหงอยเหงาและเซื่องซึมอีกด้วย ซิมยกปากยิ้มเล็กน้อยแม้ว่าสายตาของเขาจะไม่ได้ยิ้มก็ตาม

    ขนาดยิ้มละยังดูจ๋อง

    คงเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวที่ดีละมั้ง

    ช่างเถอะ

    ต้องยิ้มทั้งที่ไม่อยากยิ้มนี่มันขี้เกียจจะยิ้มจริงๆ

     

     

    พี่ซิม รีบวิ่งไปไหนเสียงทุ้มแหลมจากดู๋ดังขึ้น

    ซิมหันไปมองช้าๆ จะว่าไปก็นึกขึ้นได้ว่าเคยมีคนว่าเขาเหมือนสล็อธเพราะอากัปกริยาที่เชื่องช้าด้วยในตอนแรกเขาก็สงสัยเล็กน้อยว่าสล็อธคืออะไร และเมื่อกูเกิ้ลดูแล้ว..

    สล็อธก็น่ารักดีนะ

    ดู๋, น้องชายของกิ๊กเพื่อนหน้าคมที่แสนจะฮอตปรอทแตกของเขากำลังวิ่งมาหาด้วยความเหนื่อยหอบ ซิมมองร่างขาวสว่างประกายม๊อบแม๊บสู้กับแสงแดดด้วยตาที่คล้ายจะพร่ามัว

    โอโห อย่างกับฉากในหนัง

    พี่ซิม ยังไม่ทันเอาลิควิดมาคืนเลยดู๋ว่าพลางยื่นลิควิดลบคำผิดมาให้ซิมมองสิ่งของในมืออีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาให้ดู๋ยืมไปใช้จริงๆด้วย.. ก็ว่าอยู่ว่าทำลิควิดหายไปไหน

    เดือนนี้เขาซื้อลิควิดใหม่เกือบสิบอันแล้วมั้ง

    หรือยี่สิบนะ?

    แต่ช่างมันเถอะ ไม่เดือดร้อน

    ขอบใจนะดู๋เขากล่าวเสียงเบา

    ดู๋เอียงหน้าเข้ามาเล็กน้อยคล้ายว่าจะไม่ได้ยินเสียงที่แผ่วเบาประหนึ่งขนนกปลิวซิมมองแก้มกลมขาวที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยแล้วคิดถึงซาลาเปาที่เพิ่งนึ่งสุกฟุ้งไอน้ำขมุยขมัวขึ้นมา

    พี่บอกว่าขอบใจซิมตอบกลับไปด้วยระดับเสียงเท่าเดิม

    คราวนี้ดู๋คงได้ยินเสียงเขาแล้ว ใบหน้าจิ้มลิ้มที่ไม่ต่างจากแมวขาวตัวอ้วนของคนข้างบ้านที่มักจะเดินนวยนาดบนหลังคาบ้านของเขาจึงแย้มรอยยิ้มออกมา

    แล้วนี่พี่ซิมมีเรียนต่อไหม

    ซิมไม่ได้ตอบออกไปแต่ให้ดู๋มองตารางเรียนที่เขาได้ปริ้นมาเป็นพวงกุญแจเล็กๆ ห้อยกระเป๋าให้ดูแทนดู๋ร้องอ๋อ แล้วเดินตามมาต้อยๆ แม้จะคืนลิควิดให้เรียบร้อยแล้วแต่ดู๋ก็ยังเดินขนาบข้างเขาเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อนแม้อากาศประเทศไทยจะไม่ได้เอื้ออำนวยให้เดินเอื่อยเท่าไหร่นักก็ตามทีซิมพยายามเดินเข้าที่ร่ม

    อย่างน้อยดู๋จะได้ไม่ร้อนมาก

    ดู๋ยิ้ม

    กลัวดู๋ร้อนหรอ

    ความจริงแล้วดู๋เองก็เป็นคนที่มักพูดเสียงเบาเป็นปกติอยู่แล้วแต่เมื่อดู๋มาพูดกับเขา ก็ดูเหมือนดู๋จะเป็นคนพูดจาเสียงดังขึ้นมาเสียอย่างนั้นซิมรู้สึกแย่เล็กน้อยที่เขาพูดเบามากกว่าดู๋

    แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะเพิ่มระดับเสียง

    ยิ่งเสียงดังก็ยิ่งต้องใช้ลมมาก เหนื่อย

    เพราะอย่างนั้น ซิมจึงพยักหน้าเขาไม่แน่ใจว่าคนจะเห็นหรือเปล่าว่าเขากำลังพยักหน้าเพราะมุมที่ก้มลงไปมันก็ไม่ถึง 15 องศาเสียด้วยแต่เมื่อเห็นดู๋ยิ้มออกมาเขาคิดว่าดู๋คงเห็นกระมัง

    ซิมโล่งใจ

    ถ้าอย่างนั้นก็ช่างคนอื่นแล้วกัน

    ดู๋เห็นก็พอแล้ว

             

     

     “พี่ซิม รถบัสมหาลัยมาแล้ว” ดู๋ว่าแล้วชี้ให้ดูรถรางที่แน่นขนัดไปด้วยนักศึกษามากหน้าหลายคณะซิมเห็นเพียงเท่านั้นก็นึกถึงปลากระป๋องที่อัดกันแล้วมีน้ำซอสมะเขือเทศอยู่ด้วย

    เดินไปดีกว่า

    แต่ดู๋จะร้อนเอานะถ้ามัวแต่เดิน

    ซิมกำลังต่อสู้กับความคิดในหัวอย่างดุเดือดแต่เขากลับพบว่ารถรางของทางมหาลัยกำลังเคลื่อนตัวผ่านหน้าเขาไปแล้ว

    ซิมยืนนิ่ง ก่อนหันมามองหน้าดู๋ดู๋สบตาเขาปริบๆ ได้สักพักก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ซิมเห็นฟันซี่เล็กๆของดู๋แล้วก็นึกถึงฟันของแมวขึ้นมาที่เขารู้ว่าแมวฟันเล็กเพราะวันนั้นเขาจับแมวขาวตัวอ้วนของคนข้างบ้านมาแปรงฟัน

    หลังจากนั้นแมวขาวตัวอ้วนก็เหมือนจะไม่ยอมเข้าใกล้เขาอีกเลย

    เศร้าจัง

    จะโทรให้เซย์มารับดู๋นะเขาว่า

    เซย์มีมอเตอร์ไซค์ยังไงก็คงเดินทางเร็วกว่าแน่นอน

    ดู๋กลับส่ายหน้า

    เดินไปด้วยกันนี่แหละพี่ซิม

    ซิมจับโทรศัพท์ค้างไว้ดู๋เห็นดังนั้นจึงจับชายเสื้อเขาแล้วพาเดินต่อไปดู๋บอกให้เขาเก็บโทรศัพท์เพราะเดี๋ยวอาจทำตกได้พูดไม่ทันขาดคำโทรศัพท์บางเฉียบในมือก็ตกกระทบพื้นคอนกรีตทันทีจนได้ยินเสียงดังปึ้ก!

    ดู๋ยิ้มอ่อนใจ แล้วก้มเก็บโทรศัพท์ให้

    พี่ซิมหิวแล้วแน่ๆ มือไม้อ่อนแรงเลย

    ความจริงเขาก็ไม่ได้หิวเท่าไหร่

    แต่หิวก็ได้

    อยากเห็นดู๋กินข้าว

     

     

    เวลากินข้าวดู๋มักจะมีทิชชู่วางไว้ข้างๆจานข้าวของตัวเอง เพราะดู๋มักจะมีน้ำมูกไหลตลอดเวลาที่กินดู๋ว่าอาการนี้ทำให้ดู๋รู้สึกรำคาญมาก ทั้งยังทำให้ดูน่าเกลียดที่กินไปน้ำมูกไหลไป

    ไม่ได้น่าเกลียดอะไรเขาว่า

    ดู๋ย่นจมูก ท่าทางจะรำคาญใจมากๆคิ้วขมวดเป็นปมกันใหญ่

    ซิมยิ้มเล็กน้อยแม้จะขี้เกียจยิ้มก็ตามที แต่แก้มของเขาก็ยกขึ้นไปแล้วกิ๊กเคยบอกว่าเขาชอบยิ้มโง่ๆ ให้ดู๋ แต่เป็นยิ้มโง่ๆที่แตกต่างกับคนอื่นเพราะสายตาของเขาก็ยิ้มด้วย

    ซิมเคยว่ากิ๊กพูดจาเข้าใจยาก

    ตามีไว้มอง ตาจะยิ้มได้ยังไง

    แต่เมื่อเห็นดู๋ยิ้มซิมก็เข้าใจว่าตายิ้มที่ว่าเป็นอย่างไร เขาชอบมาก และอยากมีตายิ้มแบบที่ดู๋มีแต่ก็ไ่ม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะมีตาแบบนั้น

    พี่ซิมไม่กินหรอ?” ดู๋ถาม

    ซิมเลิกคิ้ว ก่อนก้มลงมองจานตัวเองที่อาหารยังไม่พร่องลงเท่าไหร่นักในขณะที่จานข้าวของดู๋นั้นพร่องลงไปเกินครึ่งแล้ว

    หรือว่าเขาทำเผ็ดเกินไป?”

    ซิมส่ายหน้าแล้วก้มลงกินข้าวในจานตัวเองบ้าง

     

     

    อ้าวซิม น้องดู๋ นั่งด้วยคนได้ไหมเซย์ที่ถือชามก๋วยจั๊บกับน้ำชาเย็นว่าขึ้น ก่อนจะฉีกยิ้มแล้วนั่งปุ๊ลงข้างดู๋โดยไม่รอฟังเสียงอนุญาตหรือคัดค้านใด

    ซิมมองก๋วยจั๊บกับน้ำชาเย็นของเซย์แล้วคิดว่ารสชาติมันจะพาให้เลี่ยนกว่าเดิมหรือเปล่านะก่อนจะหันมามองไก่ทอดกระเทียมกับน้ำกระเจี๊ยบของตัวเองอย่างนึกรักใคร่

    ดู๋ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นไปซื้อของหวานมาทานระหว่างรอเขากินข้าวทิ้งให้โต๊ะนี้มีเพียงซิมและเซย์เท่านั้นเซย์ที่กำลังเคี้ยวก๋วยจั๊บอย่างสุดเท่เอ่ยปากคุยกับเขาขึ้นมาก่อนว่า

    น้องดู๋ชอบมึงป่ะซิม

    ซิมมองหน้าเซย์ขณะที่ปากก็กำลังเคี้ยวไก่ทอดกระเทียมตุ่ยๆ เซย์มองกลับอย่างไม่ยอมแพ้ราวกับว่านี่คือศึกของการจ้องตาแข่งเคี้ยวข้าวซิมไม่รู้ว่าทำไมเซย์ถึงอยากแข่งเคี้ยวข้าวขึ้นมากะทันหันแบบนี้ แต่ก็ดีเหมือนกันสารคดีบอกว่าเคี้ยวข้าวละเอียดเท่าไหร่ยิ่งทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้สบายยิ่งขึ้นและเมื่อเคี้ยวจนละเอียดดีแล้วจึงกลืนลงคอ ก่อนจะดื่มน้ำกระเจี๊ยบตามไป ก่อนจะเริ่มเปิดปากตอบเซย์ออกไปว่า

    ลองถามดู๋

    เซย์ขมวดคิ้ว

    มึงพูดอะไรนะ

    ซิมลืมไปเสียสนิทว่าเสียงของเขานั้นเบายิ่งกว่าขนนกปลิวต้องยื่นหน้าไปคุยกับเซย์สักหน่อย เซย์จะได้ได้ยินเสียงเขาชัดๆแต่ก็ขี้เกียจจะขยับตัวมากเกินไปจริงๆ เลยนะ

    ลองถามดู๋

    เซย์ขมวดคิ้วสีหน้าไม่ค่อยพอใจนักที่ไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการแต่ถึงกระนั้นเซย์ก็ยังคงนั่งเคี้ยวก๋วยจั๊บต่อแล้วดูดชาเย็นตามเข้าไปราวว่ากำลังดับอารมณ์กรุ่นโกรธของตัวเอง

    ไม่นานนักดู๋ก็กลับมาพร้อมน้ำแข็งไส

    พี่เซย์ พี่ซิมทานไหม?”

    เซย์ยิ้มแป้น ซิมเห็นแล้วก็นึกสงสัยว่าคนเราจะมีพลังงานในการฉีกยิ้มได้ขนาดนั้นได้อย่างไรเมื่อมองดู๋ตอนอยู่กับเซย์แล้วซิมก็รู้สึกว่าดู๋มีพลังงานความสดใสเพิ่มขึ้นอีกเยอะเป็นเท่าตัว

    ต่างจากตอนอยู่กับเขาแฮะ

    จู่ๆดู๋ก็ยื่นช้อนที่มีเกล็ดน้ำแข็งหวานเย็นมาจ่อปากเขา

    พี่ซิมกินเร็ว หวานนะ

    แก้มเขายกขึ้นอีกแล้วแถมปากก็อ้าให้ตามคำพูดของดู๋นึกแล้วก็ดูเหมือนตอนคนข้างบ้านกำลังป้อนข้าวลูกที่สูงตัวเท่าเข่าของเขาไม่ผิดกันเลย

    เมื่องับน้ำแข็งไสเข้าปากไปความหวานเย็นที่ได้คล้ายจะทำให้จิตใจเขาปลอดโปร่งมากขึ้นความรู้สึกที่เหมือนลูกโป่งฟีบแบนก็พลันถูกเติมลมจนฟูขยาย

    เซย์กัดช้อนอีกคัน มองเขาตาขวาง

    ตอนนั้นเองที่ซิมเพิ่งรู้ตัวว่าดู๋ใช้ช้อนตัวเองป้อนน้ำแข็งไสให้เขา

    คิดอย่างนั้นสองแก้มก็เหมือนจะปวดเมื่อยขึ้นมากะทันหัน

     

     

     

    ดู๋ไปเรียนต่อก่อนนะครับวันนี้ควิซต้นชั่วโมงเลย

    ดู๋ว่าเพียงเท่านั้น ก่อนจะนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ของเซย์ไปเรียนต่อซิมเห็นว่าเซย์ยิ้มอย่างมีความสุขในขณะที่ตัวเขาเองรู้สึกเหมือนลูกโป่งไร้ลมอีกแล้วมันฟีบแห้งราวกับถูกปล่อยลมออกมา แต่ไม่นานกล่องข้อความของดู๋ก็เด้งขึ้นมา

    เย็นนี้กลับด้วยกันนะพี่ซิม

    ซิมเงยหน้ามองดู๋ที่หันมาโบกมือให้ ราวกับว่าลูกโป่งใบนั้นถูกใครสักคนจับเติมลมเข้าไปจนพองโตแก้มของซิมปวดเมื่อยอีกครั้ง

    ก่อนเขาจะยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองอย่างนึกเหนื่อยหน้าวันนี้หน้าของเขาทำงานหนักเกินไปแล้วจริงๆ

     

     

    ซิมนั่งรอดู๋จนเลิกคลาส

    เมื่อเห็นร่างโปร่งของดู๋เดินออกจากห้องเรียนแล้วซิมจึงยืดตัวเล็กน้อย ให้ดู๋มองเห็นว่าเขายืนรอตรงนี้ ดู๋ยิ้มและเดินตรงเข้ามาหา

    รอนานไหมพี่ซิม

    เขาพยักหน้าเพียงเท่านั้นดู๋ก็หัวเราะออกมา

    แล้ววันนี้ใครขี่ใครซ้อนดี?” ดู๋ถามขึ้น

    ดู๋นั่งซ้อน

    ด้วยเพราะบริเวณลานจอดรถไม่ได้เสียงดังมากนักดู๋จึงไม่ต้องยื่นหน้าเอียงคอฟังเขาพูดใกล้ๆ อย่างทุกทีแต่ถึงอย่างนั้นดู๋ก็ยังเป็นเด็กหนุ่มที่ร่ำรวยไปด้วยรอยยิ้ม

    แต่ดู๋หนักนะพี่ซิม

    ซิมไม่เถียงว่าดู๋หนักจริงๆอย่างที่ดู๋ว่า แต่ซิมก็รู้ตัวว่าตัวเขาเองก็หนักเหมือนกันแล้วก็น่าจะหนักมากกว่าดู๋ด้วย เพราะอย่างนั้นจะให้ดูขี่และเขานั่งซ้อนซิมก็สงสารดู๋ที่เพิ่งเรียนเสร็จแท้ๆ แต่ต้องมาออกกำลังกายเสียอย่างนั้น

    ดู๋นั่งเลย

    ซิมจับแฮนด์มั่นเตรียมออกตัวปั่นจักรยานไม่รู้ว่าดู๋ยิ้มหรือเปล่า แต่ก็น่าจะยิ้มนะ ไม่นานเบาะหลังและล้อจักรยานก็ยวบลงเล็กน้อยนั่นทำให้ซิมรู้สึกเหมือนจะปวดแก้มอีกครั้งและยิ่งเมื่อยแก้มมากกว่าเดิมเมื่อเห็นข้อมือขาวทั้งสองข้างกำลังเกาะเอวเขาไว้ซิมก็รู้สึกเหมือนเป็นลูกโป่งที่เติมลมมากเกินไป อีกนิดลูกโป่งคงจะระเบิด

    ขี่ล้มเมื่อไหร่ดู๋จะขี่ต่อเองนะพี่ซิม

    ซิมไม่ได้ตอบ แต่แตะมือของดู๋เบาๆให้รู้ว่าถึงแม้เขาจะพูดเบาแต่เขาจะไม่พาดู๋ล้มอย่างแน่นอน

    ไม่นานจักรยานคันเล็กก็เคลื่อนตัวออก แม้จะเชื่องช้าแต่ทิวทัศน์ข้างทางกับแสงอาทิตย์ตอนเย็นก็ทำให้ซิมรู้สึกผ่อนคลายและดู๋เองก็คงผ่อนคลายด้วยเช่นกัน

    เป็นอีกวันที่ซิมได้พาดู๋กลับบ้าน

    กลับถึงบ้านตัวเองเมื่อไหร่ซิมว่าคงต้องขอแม่เอายาหม่องมานวดแก้มสักหน่อยวันนี้ดู๋ทำให้เขาเมื่อยแก้มไม่รู้กี่ครั้งแล้ว

    พรุ่งนี้เองก็คงเหมือนกัน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in