WHY ร้ายSALMON X VANAT
06: MEGATRON & DECEPTICONS กลุ่มหุ่นยนต์บ้าพลังประจำจักรวาล
  • PROFILE
    NAME: เมกะตรอน และ ดีเซปติคอนส์
    FIRST APPEARANCE: ปรากฏตัวครั้งแรกในรูปแบบของเล่นสŽำหรับเด็กในปี 1984 ก่อนจะถูกดัดแปลงเป็นการ์ตูนเรื่อง Transformers โดย Marvel Comics และเป็นแอนิเมชั่นโดย Sunbow Productions ในปีเดียวกัน
    GOAL: เป็นเจ้าแห่งดาวไซเบอร์ตรอน

    * ใช้ข้อมูลอ้างอิงจากฉบับแอนิเมชั่น ดีเซปติคอนส์จึงปรากฏตัวตั้งแต่ตอนแรกของเรื่อง

    ใช่ว่ามีแต่มนุษย์ที่ก่อเหตุสงครามแก่งแย่งชิงดีกัน ขนาดหุ่นยนต์ที่อาศัยอยู่อีกฟากของจักรวาลกว้างใหญ่ยังมีปัญหากระทบกระทั่งเพราะต้องการช่วงชิงขุมพลังงาน

    เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นที่ ‘ไซเบอร์ตรอน’—ดาวแห่งหุ่นยนต์ โดยฝีมือของ ‘ควินเทสซันส์’ เอเลี่ยนห้าหน้าที่สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาสองกลุ่ม ได้แก่ ‘หุ่นยนต์แรงงาน’ และ ‘หุ่นยนต์ทหาร’ ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีความสามารถคิดอ่านเหมือนกับมนุษย์ 

    แต่วันดีคืนดี ดาวที่เคยสงบก็เกิดสงคราม เมื่อบรรดาหุ่นยนต์พากันขับไล่ผู้สร้างออกจากดาวแล้วเปลี่ยนชื่อตัวเองเสียใหม่ จากหุ่นยนต์แรงงานก็กลายเป็น ‘ออโตบอตส์’ จากหุ่นยนต์ทหารก็กลายเป็น ‘ดีเซปติคอนส์’
  • ดีเซปติคอนส์มั่นใจในพลังของตัวเองมาก คอยกดขี่ออโตบอตส์ให้อยู่ภายใต้การปกครอง ก่อสงครามจนฝ่ายตรงข้ามต้องไปซุ่มพัฒนาตัวเองจนเก่งกาจและทำให้หุ่นยนต์ชาติทหารทั้งหลายต้องรู้สึกเสียหน้า 

    สุดท้ายก็สร้างหุ่นยนต์ ‘เมกะตรอน’ ขึ้นมา

    การกำเนิดสุดยอดหุ่นยนต์ตัวนี้เป็นหนึ่งในชนวนสำคัญที่ทำให้สงครามระหว่างสองฝ่ายยืดเยื้อ เพราะเมื่อเมกะตรอนได้ขึ้นเป็นผู้นำ มันก็โชว์เหนือด้วยการระเบิดเมืองรอบด้านและบุกไปยิง ‘ออปติมัส ไพรม์’ ตอนที่ยังเป็นแค่หุ่นยนต์ธรรมดาถึงถิ่นของออโตบอตส์ ซึ่งเมื่อได้รับการซ่อมแซม ออปติมัส ไพรม์ก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำของออโตบอตส์ เพื่อเปิดฉากต่อสู้กับเมกะตรอน

    เมื่อต่างฝ่ายต่างมีผู้นำ สถานการณ์บนดาวก็เริ่มตึงเครียด ยิ่งเมกะตรอนและกลุ่มดีเซปติคอนส์หวังฮุบอำนาจเพียงผู้เดียว เหตุการณ์สู้รบก็ยิ่งทวีความรุนแรง 

    ดาวไซเบอร์ตรอนเริ่มผุพัง พลังงานออลสปาร์ค (พลังงานที่ทำให้พวกเขามีชีวิต เปรียบไปแล้วก็คล้ายกับอากาศของเรา) บนดาวเริ่มหมดลง เพื่อจะมีชีวิตอยู่ต่อไป กลุ่มออโตบอตส์จึงออกตามหาพลังงานแหล่งใหม่ ขึ้นยานอวกาศหนีออกมา แต่ก็ถูกพวกดีเซปติคอนส์ขัดขวางจนยานที่บรรทุกเหล่าหุ่นยนต์พุ่งเข้าชนโลก ทำให้หุ่นยนต์ทั้งสองฝ่ายสลบไสลอยู่ใต้พื้นดินเป็นเวลาเกือบสี่พันปี

    แม้เวลาจะผ่านไปเนิ่นนาน แต่เมื่อเกิดการปะทุของภูเขาไฟ เหล่าหุ่นยนต์ก็ลืมตาตื่น และกลุ่มดีเซปติคอนส์ก็ไม่รอช้าที่จะแปลงร่างเป็นกลุ่มเครื่องบินรบพุ่งออกไปสอดส่องหาแหล่งพลังงานใหม่ทันที
  • BAD LIST

    • เมกะตรอนบุกเข้าไปขโมยพลังงานพวกออโตบอตส์ถึงถิ่น แถมยังจัดการสอย ‘โอเรียน แพกซ์’ หุ่นยนต์แรงงานเกือบตาย แต่โชคดีของหุ่นยนต์ตัวนั้นเมื่อมันได้รับการรักษาจนกลายเป็น ‘ออปติมัส ไพรม์’ หุ่นยนต์สุดเก่ง (หรือพระเอกของเรื่อง) ที่กลายมาเป็นผู้นำของออโตบอตส์ในเวลาต่อมา

    • ถึงตอนแรกจะขัดขวางไม่ให้พวกออโตบอตส์เดินทางไปหาแหล่งพลังงานที่ใหม่ แต่ทันทีที่เมกะตรอนตื่นขึ้นบนโลก มันก็ตั้งเป้าหมายว่าจะปล้นสะดมโลก หวังจับมนุษย์เป็นทาส ตั้งใจให้ทรัพยากรที่พบบนโลกเป็นพลังงานใหม่แก่ดาวไซเบอร์ตรอนและจะตั้งตนเป็นใหญ่ในจักรวาลด้วยวิธีการสุดเหี้ยมโหด
  • IN-DEPTH
    โดย วณัฐย์ พุฒนาค

    Transformers เป็นเรื่องของสิ่งประดิษฐ์ที่มีความนึกคิดจากดาวไซเบอร์ตรอน พวกมันคือหุ่นยนต์พร้อมอาวุธมหาประลัย ซึ่งตอนแรกก็อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข แต่ความสันติไม่สามารถทำให้เรื่องไปต่อได้ หุ่นยนต์พวกนี้จึงต้องแตกคอ แบ่งฝักแบ่งฝ่ายออกเป็นสอง แล้วก็หาเรื่องแย่งชิงขุมพลังงานกัน ซึ่งถ้าทั้งสองฝ่ายตีกันอยู่ที่ฟากหนึ่งของจักรวาลก็คงไม่มีอะไรตื่นเต้น ด้วยแสนยานุภาพทางการรบและวิทยาการที่สูงจัด ความวินาศสันตะโรเลยถูกส่งตรงข้ามจักรวาลมายังโลกใบน้อยของเรา 

    ...น่าดีใจแท้ๆ

    แน่นอนว่าความชั่วร้ายพื้นฐานของพวกหุ่นบ้าสงครามที่มีพื้นฐานมาจากกองทหารอย่าง ‘ดีเซปติคอนส์’ ย่อมไม่มีความใจดีต่อสิ่งมีชีวิตตาดำๆ ที่มีวิทยาการแสนอ่อนด้อย แต่ชีวิตของมวลมนุษย์ก็ยังพอมีหวัง จักรวาลยังไม่สิ้นคนดี เพราะยังมี ‘ออโตบอตส์’ (นำทีมโดย ‘ออปติมัส ไพรม์’) หุ่นยนต์แรงงานที่ดันเปี่ยมไปด้วยความรักต่อสิ่งมีชีวิตบนดาวอื่นๆ (รวมไปถึงพวกมนุษย์ตาดำๆ อย่างเรา) มาเป็นพวก

    ก่อนจะพูดถึงความร้ายกาจ ขอพูดถึงการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเสียก่อน 

    แน่นอนว่าพื้นฐานของเผ่าพันธุ์ย่อยทั้งสองถูกสร้างขึ้นมาให้มีบทบาทและความแข็งแกร่งต่างกัน ดีเซปติคอนส์มีพื้นฐานมาจากหุ่นสำหรับสู้รบ ก็เลยเป็นกลุ่มที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมหาญ จะให้มามีจิตใจอ่อนโยน มีความรักเผื่อแผ่จนยอมสละชีวิตเพื่อสายพันธุ์อื่นๆ ดังเช่นพวกออโตบอตส์ (ที่น่าจะเรียกว่าเป็นหุ่นพลเรือนได้) คงไม่ได้

    การเลือกหัวหน้ากลุ่มก็เลยมีความแตกต่างกัน
  • กลุ่มผู้ร้ายอย่างดีเซปติคอนส์มีการเลือกหัวหน้าโดยวัดจากความแข็งแกร่งที่สุด ซึ่งการเลือกด้วยความแข็งแกร่งก็มักจะจบลงด้วยปัญหาตลอด (ถ้าใครได้อ่านตอน ‘พลูโต’ ก็คงคุ้นกับหลักเกณฑ์อย่างนี้นะครับ) เพราะในโลกของหุ่นรบ ไม่ว่าตัวไหนก็คิดว่าตัวเองแกร่งสุดทั้งนั้น แถมเมื่อพวกแกร่งๆ ถูกเลือกขึ้นมาคุมแก๊งแกร่งๆ จักรวาลเลยลุกเป็นไฟ เพราะพวกบ้าพลังเหล่านี้ก็ไม่สนใจอะไรอื่น นอกจากครองจักวาลและทำลายล้างทุกอย่างเพื่อความเมามันของตัวเอง ส่วนออโตบอตส์นั้นจะเลือกผู้นำด้วยคุณสมบัติอื่นๆ เช่น คุณธรรม การเสียสละ หรืออะไรที่หล่อๆ ตามสไตล์พระเอก

    นอกจากนี้ Transformers ยังมีคอนเซปต์สำคัญอีกอย่างอยู่ที่การแปลงร่าง 

    พวกออโตบอตส์ด้วยความที่ฝ่ายคุณธรรม เป็นหุ่นพลเรือน รักสันติ ก็เลยแปลงร่างเป็นอะไรที่รักษ์โลกไร้ความรุนแรง จำพวกขนส่งมวลชนอย่างรถบรรทุก รถยนต์ส่วนบุคคล ประมาณว่าขนกันมาจากกรมขนส่ง ท่ารถ ขสมก หรือเซียงกงกันเลย

    ในขณะที่ฝ่ายร้ายของเรา แน่นอนว่าต้องดุดัน แข็งแกร่ง ชนิดที่เห็นแล้วทอดถอนใจว่าพ่อคุณจากขบวนเชิดชัยทัวร์จะเอาอะไรไปสู้ เพราะเหล่าดีเซปติคอนส์มีร่างแปลงเป็นยุทโธปกรณ์ล้ำสมัยอานุภาพสูง นับตั้งแต่เครื่องบินเจ็ตไปจนกระทั่งดาวเทียมขนาดมหึมาที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งลึกๆ แล้ว นัยหนึ่งก็เป็นการตอกย้ำว่าพวกฝ่ายร้ายนี่มันช่างประกอบขึ้นบนความรุนแรง ไม่รักสันติเหมือนฝ่ายดีสักนิด

    เมื่อฝ่ายความรุนแรงเลือกผู้นำจากการวัดว่าใครโหดสุด พ่อผู้นำฝ่ายร้ายเลยยิ่งถูกย้ำความห่วย (ในฐานะผู้ปกครอง) เมกะตรอนกลายเป็นผู้นำแบบสุดยอดเผด็จการ ชนิดความเมตตาในหัวใจมีเป็นศูนย์ คือไม่ได้ไร้เมตตาแค่กับมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตนอกสายพันธุ์ตัวเอง พี่ท่านเล่นโหดแม้แต่กับลูกน้องพวกเดียวกัน พอไม่ได้ดั่งใจหน่อย พูดไม่ถูกหูนิด พี่แกก็ถีบจนพัง ทำลายจนเจ๊ง ซึ่งตรงนี้เองที่ยิ่งตรงข้ามกับออปติมัส ไพรม์แบบสุดขั้ว คือเป็นหัวหน้าในอุดมคติ (ที่เราอยากได้เป็นหัวหน้า) เปี่ยมด้วยความยุติธรรม ความถูกต้อง และรักทุกคนจนสามารถเสียสละตัวเองให้ได้ แม้กับเผ่าพันธุ์อื่นอย่างมนุษย์ก็ยินดีพลีชีพเพื่อปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า (#ซาบซึ้งหนักมาก)
  • แต่ถ้าลองเทียบช่วงปีที่ Transformers ถูกสร้างขึ้น (1984) ก็น่าจะพอคาดเดาได้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้ได้รับอิทธิพลมาจากบริบทของ ‘สงครามเย็น’ (ซึ่งสิ้นสุดหลังจากนั้นราวๆ หนึ่งปี) 

    สงครามเย็นเป็นสงครามทางจิตวิทยาและข่าวสารระหว่างค่ายเสรีนิยมนำโดยสหรัฐอเมริกา กับค่ายสังคมนิยมอย่างสภาพโซเวียต ซึ่งหนึ่งในการโชว์พาวฯ ระหว่างสองโลกนี้คือการแสดงวิทยาการและเทคโนโลยีต่างๆ ที่สองค่ายแข่งขันกัน (ความหมายโดยนัยคือ ถ้าจะสู้รบกัน ความก้าวหน้าทางวิทยาการก็มีผลนะจ๊ะ) 

    หนึ่งในสุดยอดวิทยาการที่เกิดขึ้นในช่วงนั้นคือวิทยาการที่เกี่ยวกับอวกาศนี่แหละครับ เช่น สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมสปุตนิกไปโคจรนอกโลก สหรัฐอเมริกาก็ตั้งองค์การนาซาและเหยียบดวงจันทร์โชว์บ้าง (ถ้าใครเล่นเกมวางแผนอย่าง Red Alert คงพอเห็นภาพว่าวิทยาการพวกนี้มีผลกับการรบขนาดไหน)

    การจินตนาการถึงสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกเลยมีผลมาจากการสู้กันด้วยวิทยาการอวกาศนี้ส่วนหนึ่ง กับอีกส่วนหนึ่งที่พอจะภาพคือ การแบ่งเส้นระหว่างแก๊ง/ผู้นำของฝ่ายร้ายและฝ่ายดี ผู้นำตัวร้ายอย่างเมกะตรอนดูจะถูกโยงเข้ากับระบบเผด็จการ ขณะที่ออปติมัส ไพรม์ก็ดูเป็นคนดีเสรีประชาธิปไตย ใช้ใจนำมวลชนอะไรเทือกๆ นั้น แถมยังดูมีจิตวิญญาณแบบอเมริกันชน คือร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพระเอกชาวอเมริกันพร้อมกองทัพและวิทยาการทางการทหารอเมริกัน ร่วมกันต้านภัยร้ายนอกโลก ปกป้องมาตุภูมิกันสุดชีวิตราวกับว่าเป็นอเมริกันหุ่น (คู่กับอเมริกันชน)

    เรื่องทำนองนี้ มันก็คล้ายๆ กับเรื่องโลกสลายหรือเอเลี่ยนบุกโลกแนวอื่นๆ นั่นแหละครับ กล่าวคือเป็นเรื่องที่สร้างภาพให้สหรัฐอเมริกาต่อสู้กับเหล่าร้ายในนามของโลก ในฐานะประเทศที่ถึงพร้อมด้วยวิทยาการ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้ว การมียุทโธปกรณ์เพียบพร้อมขนาดนี้ก็ไม่ต่างกับฝ่ายร้ายตรงที่มีขุมกำลังและแสนยานุภาพทางการทหาร แต่ด้วยการให้ภาพและจินตนาการศัตรูนอกโลกขึ้นมา พร้อมๆ กับการให้ภาพของการปกป้องมาตุภูมิ เลยทำให้สหรัฐอเมริกากลายเป็นฝ่ายดี รับหน้าที่ผู้ปกป้องโลก เป็นฮีโร่อยู่เสมอ

    ทั้งที่เอาเข้าจริง สหรัฐอเมริกาอาจทำตัวเป็นดีเซปติคอนส์ ใช้แสนยานุภาพเข้าถล่มและช่วงชิงพลังงาน จุดสงครามในมาตุภูมิของผู้อื่นอยู่ก็เป็นได้

    หมายเหตุ:
    สหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมสปุตนิกไปโคจรนอกโลกเมื่อปี 1957 ส่วนสหรัฐอเมริกาตั้งองค์การนาซาเมื่อปี 1958 และส่งโครงการอพอลโลไปถึงดวงจันทร์ได้เมื่อปี 1969
  • “We are indestructible, power to the Decepticons forever!
    “พวกเราไม่มีวันถูกทำลาย อำนาจจงมีแด่ดีเซปติคอนส์ตลอดไป!”

    —Megatron (Decepticons)


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in