WHY ร้ายSALMON X VANAT
13: CHAR AZNABLE ตัวร้ายแห่งห้วงอวกาศ ผู้หวังยึดอำนาจจักรวาล
  • PROFILE
    NAME: Char Aznable / Casval Rem Deikun
    FIRST APPEARANCE: Mobile Suit Gundam ตอน ‘Gundam Rising’ (1979)
    GOAL: แก้แค้นตระกูลซาบีให้พ่อแม่ตัวเอง และทŽำลายสหพันธ์โลก เพื่อหวังรวมทุกคนให้เป็นชาวสเปซนอยด์

    ด้วยความเหนื่อยหน่ายในตัวสหพันธ์โลกที่คอยเอารัดเอาเปรียบชาวสเปซนอยด์ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในสเปซโคโลนีจึงพากันลุกขึ้นปฏิวัติตามเป้าหมายของสาธารณรัฐซีออนที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อแยกตนเองเป็นอิสระจากโลก ภายใต้การนำของ ‘ตระกูลซาบี’ ที่ได้ตำแหน่งนี้มาเพราะลอบฆ่า ‘ซีออน ซูม ไดคุน’ ผู้นำคนเก่า โดยหารู้ไม่ว่ามีทายาทที่รอเวลาล้างแค้นและแฝงกายอยู่ในหมู่พวกเขาภายใต้คราบพันเอกยอดฝีมือที่มีอายุเพียงแค่ 20 ปี นามว่า ‘ชาร์ อัซนาเบิล’

    มองอย่างผิวเผิน ชาร์เป็นเพียงเด็กวัยรุ่นที่มีความสามารถเกินตัวจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นหนึ่งในผู้นำบุกสเปซโคโลนีไซด์ 7 แต่ที่จริงเขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีอะไรมากกว่านั้น

    เริ่มจากชาร์ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของเขา ‘คาสวาล เรม ไดคุน’ คือชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้ แต่ที่ต้องใช้นามแฝง เพราะตระกูลซาบีหวังฆ่าล้างตระกูลเขาอยู่ (พ่อของไดคุนเป็นผู้นำขบวนการซีออนที่ถูกลอบวางยาโดยตระกูลซาบี) แต่ไดคุนก็ปกปิดความจริงได้ไม่นาน เพราะสุดท้ายแล้วคนของตระกูลซาบีก็เจอเขาจนได้

    แต่ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้าย เพราะขณะที่ไดคุนถูกล่า เขากำลังอาศัยอยู่กับชาร์ตัวจริง (ชายหนุ่มที่ดันมีรูปร่างเหมือนไดคุนทุกอย่างยกเว้นสีตา) แต่หลังจากชาร์เสียชีวิตในยานอวกาศที่นั่งไป ไดคุนก็ปลอมตัวโดยการแอบอ้างชื่อเป็นชาร์ และสวมแว่นตาเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    เมื่อมีชีวิตรอด ไดคุน (ในนามของชาร์) ก็เริ่มการแก้แค้น เขาตีซี้กับ ‘การ์มา ซาบี’ (ลูกคนเล็กของตระกูลซาบี) ชักจูงให้การ์มาเป็นผู้นำนักเรียนทหารเข้าต่อสู้กับกองทัพสหพันธ์โลก พยายามปั่นป่วนให้ชาวโลกและสเปซนอยด์เปิดศึกสงครามกัน เพื่อตัวเองจะได้โชว์ความสามารถให้เป็นที่ยอมรับของชาวซีออนและตระกูลซาบี 

    เมื่อวันนั้นมาถึง เขาจะได้มีสิทธิ์ในการล้างแค้นและยึดอำนาจของพ่อ (หรือซีออน) ให้กลับมาอยู่ในมือของตระกูลไดคุนได้อย่างง่ายดาย
  • BAD LIST

    • เมื่อรู้ว่าชาร์ อัซนาเบิลตัวจริงสอบเข้าโรงเรียนทหารได้ และไดคุนรู้ตัวว่ากำลังถูกตามล่า เขาจึงวางแผนปลอมตัวเป็นชาร์ โดยใช้วิธีใส่ปืนในกระเป๋าเดินทางของชาร์ตัวจริง ทำให้ถูกกักตัวอยู่ที่สนามบิน แล้วค่อยทำทีห่วงใย วิตกว่าเพื่อนซี้จะเดินทางไปเรียนไม่ได้ จึงบอกว่าไหนๆ เราก็มีหน้าคล้ายกัน งั้นนายปลอมตัวเป็นเราไปขึ้นเครื่องบินเหอะ เดี๋ยวเราจะยอมถูกกักอยู่เอง แต่โชคร้ายที่ยานอวกาศที่ชาร์ตัวจริงนั่งไปดันระเบิดเสียก่อน ชาร์ตัวจริงจึงเสียชีวิตภายใต้ชื่อที่ลงทะเบียนไว้ว่าคาสวาล เรม ไดคุน ซึ่งทั้งหมดนี้คือแผนที่คิดมาแล้วอย่างดีของไดคุนตัวจริง!

    • แม้จะมีเป้าหมายหลักเป็นการแก้แค้นให้ครอบครัว แต่นานวัน ชาร์ก็เริ่มรังเกียจสหพันธ์โลกที่ไม่สนใจบรรดาโคโลนี (ที่อยู่ของมนุษย์ในอวกาศ) ทำอุกกาบาตพุ่งชนโคโลนีของซีออนจนมีคนตายจำนวนมากแล้วไม่ยอมรับผิด ซ้ำยังส่งทหารเข้าไปที่ซีออนเพื่อหวังปราบประชาชนที่ลุกฮือมาต่อต้าน นานวันเข้าสงครามของทั้งสองฝ่ายก็ยืดเยื้อ ชาร์จึงตั้งใจทำลายโลก เพราะคิดว่าถ้าไม่มีโลกอยู่ มนุษย์ก็ต้องย้ายมาอยู่บนอวกาศ จะได้เรียกทุกคนว่าเป็นชาวสเปซนอยด์ให้หมด

    • เดิมทีชาร์มีความแค้นกับตระกูลซาบีเท่านั้น แต่เขากลับเพิ่มเป้าหมายใหม่เป็นการตามฆ่า ‘อามูโร เรย์’ เด็กหนุ่มมากความสามารถ เมื่อ ‘ลาลาห์ ซูน’ นิวไทป์สาว (ผู้มีความสามารถพิเศษ เข้าใจคนอื่นได้โดยไม่ต้องสื่อสาร) ที่เขาหลงรักเสียชีวิตเพราะเข้ามาปกป้องชาร์จากการโจมตีของเรย์
  • IN-DEPTH
    โดย วณัฐย์ พุฒนาค

    ‘สงคราม’ และ ‘สันติภาพ’ ดูจะเป็นสองสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน แต่แท้จริงแล้ว สองสิ่งนี้ต่างเป็นผลพวงของกันและกัน 

    สำหรับมนุษย์ที่ก่อสงครามไม่รู้จบ สงครามและสันติภาพเป็นเสมือนครรลองของประวัติศาสตร์มนุษย์ เป็นวงจรว่ายเวียนเกี่ยวเนื่องไม่รู้จบ เพราะในโลกของสงคราม ไม่ว่าฝ่ายใดก็ล้วนทำเพื่อจุดหมายอะไรบางอย่าง เพื่อปกป้องฝ่ายตนเอง เพื่อคำมั่นสัญญาสุดท้ายของปลายทางแห่งคาวเลือดและควันปืนที่แทบทุกสงครามและการฆ่าฟัน ล้วนกล่าวอ้าง ให้คำสัญญาเป็น ‘สันติภาพ’ 

    ในโลกของสงครามกาลอวกาศเองก็เช่นกัน แม้ ‘ชาร์ อัซนาเบิล’ จะถูกวาดให้เป็นตัวร้ายที่โคตรแสบ เพราะพี่ท่านลงทุนก่ออภิมหาสงครามขึ้นมา แต่ปลายทางการสู้รบของชาร์ก็เป็นไปเพื่อยุติการฆ่าฟัน ซึ่งก็คือการตามหาสันติภาพที่เกิดจากสงครามทั้งหลาย

    ถึงเหตุผลจะฟังดูงี่เง่าและรุนแรงไปหน่อย คือจากข้อมูลเบื้องต้น ชาร์ต้องการทำลายสาธารณรัฐซีออนเพื่อล้างแค้นให้พ่อ แต่พอขึ้นเป็นผู้นำได้ ชาร์ก็ขยับขยายเป้าหมายเป็นการทำลายล้างโลก ซึ่งอาจเพราะเจ้าตัวเห็นว่าสงครามระหว่างชาวโลก (หรือชาวเอิร์ธนอยด์) และชาวสเปซนอยด์ยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้นสักที พังไปเลยดีกว่า จะได้จบๆ

    ส่วนหนึ่งอาจเพราะชาร์เห็นว่าคนบนโลกมันเห็นแก่ตัว เขาก็เลยคิดว่าทำลายโลกมันเลยดีกว่า เพราะถ้าไม่มีโลก ทุกคนก็จะย้ายมาอยู่อวกาศเหมือนกันหมด แล้วก็จะไม่มีการแบ่งพวกว่าใครเป็นชาวโลก ใครเป็นชาวอวกาศ และเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะไม่ก่อให้เกิดสงคราม (พูดง่ายเนอะ)

    นอกจากนั้น วิธีแก้ปัญหาที่ว่ายังตอบทฤษฎีของผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐซีออนคนแรกที่ว่า เมื่อมนุษย์มาอาศัยอยู่ในอวกาศจะมีโอกาสวิวัฒนาการเป็น ‘นิวไทป์’ ที่ในอนาคตจะสามารถสื่อสารเข้าใจกันและกันจนเกิดสันติภาพขึ้นในที่สุด

    เห็นได้ว่าชาร์เองก็ปรารถนาให้โลกสงบสุข เป็นโลกที่มีแต่สันติภาพ แถมยังต้องการให้มนุษย์พัฒนาไปจนถึงขีดสุด แต่ด้วยวิธีการที่ทั้งฉลาดทั้งเถรตรงไปหน่อย คือทำลายโลกไปเลยจะได้จบๆ การกระทำของชาร์จึงเป็นการบีบให้เกิดสันติภาพจากการทำลายล้าง รวมถึงทัศนคติที่เหมารวมว่ามนุษย์โลกทุกคนเห็นแก่ตัวเหมือนกันหมด ก็ถูกใช้เป็นข้ออ้างในการเข้ารุกรานทำลายล้างโลกเสียอย่างนั้น

    ความร้ายของชาร์ชวนให้คิดมากว่า เพื่อเป้าหมายแล้วเราจะทำอะไรก็ได้ วิธีไหนก็ได้จริงหรือไม่

  • เมื่อพูดถึงเรื่องแนวอวกาศ หลายคนคงนึกถึง Star Wars (1977) ซึ่งภาพลักษณ์ของชาร์ก็เหมือนกับ ‘ดาร์ธ เวเดอร์’ โดยเฉพาะหมวก หน้ากาก และผ้าคลุม รวมถึงสิ่งที่ดาร์ธ เวเดอร์ทำอย่างการสร้าง ‘เดธสตาร์’ เพื่อใช้ในการทำลายดวงดาวอื่น แถมจุดเปลี่ยนการเข้าสู่ด้านมืด (ก่อนหน้านั้นยังเป็น ‘อนาคิน สกายวอล์คเกอร์’ อัศวินฝ่ายธรรมะ) ก็เกิดจากอาการใจสลายเช่นกัน—ชาร์เข้าสู่ด้านมืดเพราะสูญเสีย ‘ลาลาห์ ซูน’ คนรักจากการเอาตัวเข้ารับการโจมตีของ ‘อามูโร เรย์’ ขณะที่ดาร์ธ เวเดอร์ ตอนยังเป็นแค่เจไดหนุ่มก็กลัวว่าจะสูญเสีย ‘แพดเม อมิดาลา’ (คือมีลางจากการฝันว่าจะคลอดลูกแล้วตาย) จึงถูกฝ่ายมืดชักจูงไปว่าจะให้พลังที่สามารถช่วยชีวิตแพดเมได้

    จะว่าไปสงครามไหนๆ ก็ว่าด้วยการปกป้องคนที่รักแทบทั้งนั้น แต่ที่ต่างออกไปอยู่ที่การหาเหตุผลมารองรับว่าอีกฝ่ายมันชั่วยังไง แล้วพระเอกไม่เป็นแบบนั้นมากกว่า

    กับชาร์แล้ว ความร้ายกาจของเจ้าตัวอยู่ที่วิธีการทำสงคราม ขณะที่ฝ่ายของอามูโร เรย์จะเน้นการทำสงครามตามกฎ คือพยายามหลีกเลี่ยงพลเรือน ถือว่าสงครามเป็นเรื่องของกองทัพ แต่ชาร์ไม่สนใจ (เพราะยังไงก็กะเหมาดาวอยู่แล้ว) เวลาโจมตีแต่ละทีก็สาดตูมตามไม่สนใจใคร และที่สำคัญ ชาร์เป็นพวกไม่ปล่อยวางจากความแค้น เพื่อเอาคืน เขาลงทุนตีเนียนเป็นเพื่อนซี้กับ ‘การ์มา ซาบี’ ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ ก่อนจะวางแผนปลิดชีวิตในศึกสงคราม แถมยังแค้นอามูโร เรย์มากแบบขีดสุดอีก

    ในบรรดาเทพปกรณัม ผมชอบ ‘เนเมซิส’ (Nemesis) มาก เธอเป็นเทวีแห่งการล้างแค้น ซึ่งชาวกรีกมองว่าเป็นความยุติธรรมรูปแบบหนึ่ง เพราะหากความโกรธแค้นนั้นเป็นธรรม เป็นความโกรธที่สมเหตุผลสมผลก็ควรจะล้างแค้นได้ คือถ้าเรามองว่าชาร์เป็นผู้ถูกกระทำ พ่อของเขาถูกสังหารโดยตระกูลซาบี คนรักเสียชีวิตด้วยน้ำมือของอามูโร เรย์ การล้างแค้นของชาร์ก็อาจเรียกได้ว่าสมเหตุสมผล

    แต่ปัญหาสำคัญของชาร์คือ ความแค้นและความรักของเขาอาจเป็นสองสิ่งที่ปะปนกัน

    อย่าลืมว่าในการทำสงคราม ทุกฝ่ายล้วนอ้างความรัก ความดีงาม และความยุติธรรม

    สันติภาพเป็นความหวังสุดท้ายที่ผู้นำต่างมอบให้เหล่าทหารหาญ


    และสงครามก็ดำเนินต่อไป

  • “Certain people have certain obligations, that is the main reason I have to kill you.”

    “คนเราต่างมีหนี้แค้นและบุญคุณให้ต้องชำระทดแทน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ฉันจะต้องฆ่าแก”


     —Char Aznable


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in