WHY ร้ายSALMON X VANAT
01: TOM แมวตัวร้ายผู้พ่ายแพ้ตลอดกาล

  • PROFILE
    NAME: ทอม 
    FIRST APPEARANCE: Puss Gets The Boot (1940)
    GOAL: ไล่จับเจอร์รี่

    * ก่อนจะมาเป็น ‘แมว’ กับ ‘หนู’ ที่ดังคับโลกอย่างทุกวันนี้ ทั้งคู่ปรากฏตัวครั้งแรกใน Puss Gets The Boot แอนิเมชั่นขนาดสั้นว่าด้วยเรื่องราวของ ‘แจสเปอร์’ แมวหนุ่มที่คอยไล่ตามจับหนูชื่อ ‘จิงซ์’ ซึ่งได้รับความนิยมถึงขั้นเข้าชิงออสการ์สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่น จนถูกนำไปต่อยอดเป็นหนังสั้นที่คราวนี้ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องเสียใหม่ภายใต้ซีรีส์ชื่อ Tom and Jerry 

    ขึ้นชื่อว่า ‘แมว’ กับ ‘หนู’ การเผชิญหน้ากันแต่ละครั้งย่อมเกิดเรื่องราววุ่นวาย ต่อให้สถานที่ตรงนั้นเป็นเอาต์ดอร์หรืออินดอร์ เป็นก้นครัวหรือปากเหว โลกรอบข้างก็จะถูกตัดขาด สิ่งที่ทั้งสองสนใจมีเพียงแค่การ ‘ไล่’ และการ ‘วิ่ง’ ยิ่งถ้าเป็นแมวกับหนูคู่ที่ชื่อ ‘ทอม’ กับ ‘เจอร์รี่’ ด้วยละก็ เหตุการณ์ทั้งหมดจะยิ่งอลหม่านปั่นป่วนขึ้นเป็นสิบเท่า!

    เรื่องราวมักเริ่มต้นจากทอม แมวหง่าวประจำบ้านที่เห็นหนูเป็นไม่ได้ ต้องสวมวิญญาณเพชฌฆาต วิ่งไล่จับอย่างเอาจริงเอาจัง ทำให้ทุกครั้งที่เจ้าหนูเจอร์รี่ผ่านเข้ามาในกรอบสายตา มันจะทุ่มสุดตัวในการไล่ล่า แม้ต้องเจ็บตัว ชนนู่นนี่นั่นจนสร้างความเสียหายไปทั้งครัวเรือนก็ไม่หวั่น น่าเสียดายที่สุดท้ายทอมก็ไม่เคยสมหวัง เจอร์รี่มักจะหนีรอดจากเงื้อมมือของทอมไปได้เสมอ (บ้างก็ด้วยมันสมอง บ้างก็ด้วยโชคชะตา) 
  • ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าทอมจะเป็นแมวที่ไร้พิษสง มันเคยไล่ต้อนเจอร์รี่จนมุมถึงขนาดกำเจ้าหนูนี่เอาไว้ในมือมาแล้ว แต่ความสุขที่แท้จริงของทอมไม่ใช่การฆ่าเจอร์รี่ให้ตาย (ต่างจากเจอร์รี่ที่ฆ่าทอมตายมาแล้วถึงห้ารอบ!) (เอ๊ะ หรือนี่จะเป็นที่มาของแมวเก้าชีวิต?!) 

    สิ่งที่เจ้าแมวตัวนี้ชอบใจคือ การได้ทรมาน ได้ต้อนเจอร์รี่ให้จนตรอก และยิ้มเยาะสะใจใส่ในขณะที่เจ้าหนูคู่ปรับยังหายใจอยู่

    ทั้งนี้ ต่อให้ไม่ถูกกันขนาดไหน ทอมกับเจอร์รี่ก็จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคู่กัดของตัวเองเป็นอันขาด (เพราะอยากจะเก็บไว้ไล่ล่ากันเอง ...อืม โรแมนติกมาก) ถ้ามีมือที่สามมายุ่งเกี่ยว ทั้งคู่ก็จะช่วยชีวิตของกันและกัน แถมบางทียังร่วมมือกันกำจัดศัตรูอีกต่างหาก! (ยกตัวอย่าง ‘สไปค์’ หมาขาโหดประจำบ้านที่โดนเป็นประจำ)

    สมกับเป็นคู่รักคู่แค้นจริงๆ


    ปัจจุบัน ทอมกับเจอร์รี่ก็ยังวิ่งไล่จับกันอยู่ มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ข้าวของพังพินาศไปแล้วหลายพันชิ้น เนื้อหาชีวิตของทั้งคู่อาจดูไม่ต่อเนื่อง แถมบางตอนยังขัดแย้งกับอดีตที่ผ่านมาอีก

    แต่ช่างปะไร

    เพราะในโลกของแมว จะมีอะไรสำคัญมากไปกว่าการวิ่งไล่จับหนูอีกล่ะ?
  • BAD LIST

    • นอกจากจะวิ่งไล่จับแล้ว ทอมยังชอบเอาสิ่งของที่ใกล้ไม้ใกล้มือในเวลานั้นมาใช้เป็นอาวุธ เช่น สปริงดักหนู เตารีด ส้อม ดาบ ปืน ขวาน ฯลฯ (แต่สุดท้าย อาวุธเหล่านี้จะย้อนกลับมาทำร้ายทอมเอง)

    • ครั้งหนึ่ง เจ้านายของทอมบอกว่าถ้ามันกำจัดหนูได้หมดบ้านจะตบรางวัลให้เป็นอาหารชั้นดี ทอมจึงไปเตี๊ยมกับเจอร์รี่ บอกให้เจ้าหนูยินยอมแกล้งทำเป็นถูกทอมไล่ออกจากบ้านแล้วจะแบ่งอาหารให้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งสุดท้าย เมื่อได้อาหารมาอยู่ในมือ ทอมก็ฉีกสัญญาทิ้ง!

    • แม้จะดูเป็นผู้ถูกล่าอยู่เสมอ แต่บางครั้งเจอร์รี่ก็ชอบปั่นประสาททอมเล่น เห็นได้จากครั้งที่ทอมกำลังจะได้เป็นแมวหาเศรษฐี (...มหาเศรษฐีมั้ย) เพราะทำตัวดีตามเงื่อนไขไม่ใช้ความรุนแรงใส่ใคร—แม้แต่หนู เมื่อเจอร์รี่เห็นทอมทำตัวสงบ ก็แกล้งยั่วโมโห หลอกล่อ จนทอมสติขาดผึง ยอมละทิ้งทุกอย่างแล้วใส่เกียร์แมวกลับมาวิ่งไล่เจอร์รี่หน้าตั้งอีกครั้ง...
  • IN-DEPTH
    โดย วณัฐย์ พุฒนาค

    พอโตขึ้นก็นึกสงสัยว่าทำไมทอมถึงถูกมองเป็นตัวร้าย มันทำผิดอะไร? ทำไมแมวที่ช่วยดูแลบ้านถึงกลายเป็นตัวร้ายไปได้? 

    ลองนึกดูว่าถ้าเราเจอหนูวิ่งเล่นในบ้าน หากมือไม่คว้าไม้กวาด หัวก็ต้องนึกถึงกาวหรือกรงดักหนู คงไม่มีใครยอมปล่อยให้มันเริงร่าอยู่ในบ้าน ต้องหาทางกำจัดแขกที่ไม่รับเชิญตัวจิ๋วนี้ให้ได้แน่นอน!

    แต่ใน Tom and Jerry ทอม—แมวซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยง กลับกลายเป็นตัวร้ายของเรื่อง ทั้งที่มันก็ช่วยจับหนูแถมหลายครั้งยังตกเป็นฝ่ายถูกกระทำอย่างน่าเห็นใจ ประสบเคราะห์กรรมรุนแรงชนิดที่ว่าต้องเข้าโรงพยาบาลก็บ่อย (แต่ตอนเด็กๆ เวลาดูเรากลับไม่เคยเห็นใจทอมสักนิด ถูกฟาดตกบันไดนี่ยิ่งหัวเราะชอบใจ)

    ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?

    คำตอบที่ง่ายที่สุดคือ มันเป็นเรื่องของการเป็น ‘ผู้ล่า’ กับ ‘ผู้ถูกล่า’ การเป็น ‘ผู้แข็งแกร่ง’ กับ ‘ผู้อ่อนแอ’ และการรังแกข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่า

    เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะเข้าข้างและเอาใจช่วยผู้ที่อ่อนแอกว่า ซึ่งในที่นี้ก็คือเจ้าหนูเจอร์รี่ที่ทั้งตัวเล็กและเป็นผู้ถูกล่าตามธรรมชาติ แถมทอมเองยังถูกวาดภาพให้เป็นตัวละครนิสัยเสีย ชอบข่มเหงรังแกเจอร์รี่ที่ (ดูเหมือน) อ่อนแอกว่า ซึ่งบางทีไม่ได้รังแกเฉยๆ พี่แกถึงขนาดจะฆ่าจะแกง (กะจะกิน) กันจริงๆ 

    ทอมเลยกลายเป็นตัวร้ายที่ต้องได้รับบทลงโทษไปโดยปริยาย

    บทลงโทษของทอมส่วนใหญ่มักมาในทำนอง ‘ดาบนั้นคืนสนอง’ หรือเปรียบเป็นหนังจีนกำลังภายในก็ทำนองสี่ตำลึงปาดพันชั่ง มักเป็นการใช้ความรุนแรงของทอมย้อนกลับไปเล่นงานตัวเองเป็นหลัก ซึ่งที่น่าสนใจก็คือ ไม่ใช่แค่เจอร์รี่ที่ทำให้ทอมเจ็บตัว ยังมีตัวละครอื่นๆ อย่างสไปค์—สุนัขบูลด็อกหน้าโหด และคุณป้าแมมมี่—หญิงผิวสีที่โผล่ออกมาแต่ขา สองตัวละครที่โผล่มาทีก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการซ้ำเติมพี่ทอมของเราชนิดไม่ลืมหูลืมตาราวกับว่าเจ็บแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน และเวลาที่สองตัวนี้โผล่มากระหน่ำทอม เจอร์รี่ก็จะนั่งดูทอมถูกตื้บด้วยความสะใจ
  • แต่เอาเข้าจริงความรุนแรงใน Tom and Jerry ก็คล้ายกับเป็นการสอนเด็กทางอ้อม เราอาจเปรียบทอมและเจอร์รี่เป็นเหมือนเด็กตัวโตที่ชอบข่มเหงรังแกชาวบ้านกับเด็กน้อยตัวเล็กจอมขี้แยได้ ซึ่ง Tom and Jerry ก็เสนอเรื่องราวทำนองว่า ถึงเด็กตัวโตดูจะได้เปรียบทางร่างกาย ดูเป็นผู้ล่าโดยธรรมชาติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถข่มเหงรังแกคนอื่นได้เสมอไป บางครั้งคนที่ด้อยกว่าทางกายภาพก็อาจตอบโต้ได้ด้วยปัญญาหรือด้วยจังหวะที่เหมาะสมจนผู้ล่าก็อาจพ่ายแพ้ให้กับเหยื่อได้

    ไม่ใช่แค่นั้น ตัวเรื่องยังมี ‘ความยุติธรรม’ สำรองให้กับผู้อ่อนแออีก 

    ในกรณีฉุกเฉิน ยามที่ ‘ตนไม่อาจเป็นที่พึ่งแห่งตนได้’ ความยุติธรรมที่ว่านี้จะปรากฏตัวออกมาในรูปแบบของสไปค์และป้าแมมมี่ 

    การโผล่มาฟาดฟันทอมของทั้งคู่คล้ายกับเป็นการรับประกันว่าถึงทอม (ที่นิสัยเสีย) จะแข็งแรงแค่ไหนก็ยังมีพลังอำนาจที่เหนือกว่าพร้อมจะลงมาช่วยผดุงความยุติธรรมให้เจอร์รี่เสมอ

    หากเปรียบกับโลกแห่งความจริง เราอาจนึกถึงพี่ชายหรือคุณครูที่โผล่มาช่วยเวลาถูกรังแก แต่ถ้ามองไปไกลกว่านั้นอาจชวนให้นึกถึงสถาบันที่คอยมอบความยุติธรรมหรือรักษาระเบียบให้กับสังคม เช่น ตำรวจศาล หรือซีเอสไอ

    ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครรู้หรอกว่า เวลาเด็กๆ ดูการ์ตูนพวกเขาจะเรียนรู้ได้มากน้อยแค่ไหน 

    เด็กตัวโตอาจได้เรียนรู้บ้างว่าตัวเองที่คล้ายทอมก็ไม่สามารถรังแกชาวบ้านได้เสมอไป หรือเด็กขี้แยอาจได้เรียนรู้ว่าหนูตัวเล็กอย่างเจอร์รี่ก็ไม่จำเป็นต้องขี้แพ้ไปตลอด

    เปรียบไปแล้ว ภาพการตะลุมบอนกันระหว่างทอม เจอร์รี่ สไปค์ และคุณป้าแมมมี่ก็เป็นภาพของโลกที่มีความยุติธรรม เป็นโลกที่ผู้เข้มแข็งถูกลงโทษ และผู้อ่อนแอได้รับชัยชนะให้ได้เห็นกันบ้าง

    การ์ตูนเรื่องนี้จึงเป็นเสมือนพื้นที่เล็กๆ ที่มอบห้วงเวลาสั้นๆ ให้เด็กน้อย (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่) ได้เพลิดเพลินไปกับโลกที่มีความเป็นอุดมคติ มีระเบียบ และมีความยุติธรรม

    ก่อนจะกลับไปสู่โลกแห่งความจริง—โลกใบใหญ่ที่ไร้ระเบียบและความยุติธรรม

  • “I’m throwin’ away a million dollars… BUT I’M HAPPY!"
    “ฉันเพิ่งโยนเงินล้านทิ้งไป... แต่ฉันก็มีความสุข!”

    —Tom


    * จากตอน ‘The Million Dollar Cat’ ที่ทอมตัดสินใจทิ้งทรัพย์สมบัติที่มีเพื่อมาล่าเจอร์รี่ต่อ! 


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in