WAKE ME UP WHEN NOW ENDS ลืมตาในอนาคตSALMONBOOKS
คำนำ
  • คำนำสำนักพิมพ์


    คุณคิดว่าอนาคตอยู่ไกลแค่ไหน

    ทศวรรษ ปี เดือน สัปดาห์ หรือแค่วันพรุ่งนี้?

    หลายครั้งที่เราลืมตาตื่นขึ้นมา โลกก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว

    สิ่งประดิษฐ์มากมายที่ปรากฏขึ้นแทบทุกวันทำให้โลกตื่นตาตื่นใจอยู่เสมอ ถึงบางชิ้นอาจแค่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกระดับบุคคลและครัวเรือนจนอาจรู้สึกว่าเล็กจ้อยน้อยนิด แต่หากลองคูณด้วยจำนวนครอบครัวที่ใช้ก็คงต้องเรียบเรียงคำตอบดูใหม่ ยังมิต้องพูดถึงสารพัดโครงการระดับพันล้านหมื่นล้านที่ปักหมุดจุดหมายเอาไว้ว่าจะเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ ที่แน่กว่าแช่แป้งว่าไม่มากก็น้อยมันต้องกระเทือนถึงเรา ต่อให้ไม่เข้าใจว่าคืออะไรก็ตามที

    ว่ากันว่าในรอบสิบปีที่ผ่านมา โลกพัฒนามากกว่าร้อยปีก่อนหน้าด้วยซ้ำ

    ทำให้เช้าในแต่ละวันของเราถูกโอบล้อมไปด้วยกลิ่นอายแห่งการพัฒนา เป็นหลักฐานสำคัญที่ย้ำนักย้ำหนาว่าโลกกำลังหมุนไป ถึงจะนอนอยู่กับที่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์กำลังมุ่งไปข้างหน้า ถึงจะอาศัยอยู่ในประเทศที่ด้อยพัฒนาแค่ไหนก็ตาม

    อนาคตเป็นสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แต่แน่ใจว่าเป็นที่ที่เรากำลังมุ่งไป

    โลกนี้ถึงมีคนที่กระตือรือร้นผลิตดีไวซ์ใหม่ๆ เพื่อพลิกโลกของผู้ที่เริ่มใช้มัน มีหลายคนหมกหมุ่นทดลองหุ่นยนต์รุ่นล่าสุดที่เขาเชื่อว่าจะนำมนุษย์เข้าสู่โลกยุคใหม่ มีนักลงทุนมากมายที่กำเงินรอสนับสนุนไอเดียที่โลกยังไม่เคยได้ยิน

    มีคนบางคนที่กำลังเฝ้าดูมันอย่างสนุกสนานระคนตื่นเต้นเช่นเดียวกับ ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

    แน่นอน โลกยังมีผู้คนมากมาย—เช่นพวกเรา—ที่รอการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกหลายๆ ครั้ง เพราะเชื่อว่ามันจะนำเราเข้าใกล้โลกอนาคตทุกขณะ

    อนาคตที่อาจนานนับทศวรรษ หรือเป็นปีหน้า สัปดาห์โน้น วันพรุ่งนี้ หรือวินาทีต่อไป

    อนาคตที่ทีปกรอาจจะบอกกับคุณได้ก่อนใครในอีกไม่กี่หน้ากระดาษ

    ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งอนาคต


    สำนักพิมพ์แซลมอน

  • คำนำผู้เขียน


    ผมหลับไปนานเท่าไรแล้วก็ไม่รู้

    เป็นวันพรุ่งนี้แล้วหรือยัง

    อนาคตมาถึงแล้วใช่ไหม

    ถ้ายัง อย่าเพิ่งปลุกผมเลย

    ให้ผมนอนต่ออีกนิด

    ผมกำลังฝันดี

    เพิ่งรู้ตัวเมื่อไม่นานมานี้ ว่างานเขียนของผมไม่ค่อยจะอยู่กับปัจจุบันเสียเท่าไร มันมักจะไปผูกกับวันข้างหน้าอยู่เรื่อย เป็นการคาดการณ์ พยากรณ์บ้าง ความหวังลมๆ แล้งๆ บ้าง หรือกระทั่งเตือนภัยก็มี

    ที่ทำให้ผมนึกถึงอนาคตอยู่บ่อยๆ ไม่ใช่ว่าปัจจุบันขณะมันเลวร้ายอะไรหรอกครับ—สาเหตุที่แท้จริงคือ หากอดีตใช้ความโหยหามาเป็นเสน่ห์โดยเปรียบเทียบ อนาคตก็ใช้ ‘ความไม่รู้’ มาทำให้เราหลงเล่ห์กลอย่างเดียวกัน เป็นความไม่รู้นี้เองที่ทำให้ผมคลั่ง เพ้อ และฝันถึงมันทุกเช้าเย็น เป็นความไม่รู้ที่ทำให้ผมจินตนาการถึงความเป็นไปได้ เป็นความไม่รู้ที่ทำให้ผมต้องเก็บเงื่อนงำแห่งปัจจุบันเพื่อใช้เป็นกุญแจไขบานประตูสู่พรุ่งนี้

    บนอินเทอร์เน็ตผมเห็นอนาคต บนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ผมเห็นวันข้างหน้า และบนเทคโนโลยี ผมเห็นฐานที่มนุษยชาติจะยืนหยัดในวันถัดไป

    WAKE ME UP WHEN NOW ENDS ลืมตาในอนาคต เป็นงานรวมคอลัมน์นิยมอนาคตจากนิตยสารสามเล่มคือ GMa day และ giraffe เนื่องจากแต่ละเล่มมีกลุ่มผู้อ่านและคอนเซปต์นิตยสารที่แตกต่างกัน การเขียนเรื่องเทคโนโลยีจึงทำด้วยการคัดสรรและวิธีที่แตกต่างกันไปด้วย แต่เมื่อมาประกอบรวมเป็นหนึ่งก็ทำให้เห็นแง่มุมที่หลากหลายครบถ้วนขึ้น หากนับมันเป็นภาคต่อของงานเขียนสองเล่มที่ผ่านมา คือ วันพรุ่งนี้ที่เกิดขึ้นแล้ว (สำนักพิมพ์ a book) และ Mostly Cloudy มีเมฆเป็นส่วนมาก (สำนักพิมพ์แซลมอน) ก็น่าจะได้

    เนื่องจากบทความบางชิ้นมีอายุค่อนข้างมากในโลกที่หมุนไปเร็วอย่างนี้ ตัวอย่างที่บทความยกขึ้นมากล่าวถึงจึงอาจเก่าไปบ้าง แต่เชื่อว่า ใจความที่ต้องการสื่อหรือถอดนัยจากตัวอย่างเหล่านั้นยังคงเหมือนเดิม

    น่าแปลกที่มักมีคนพูดว่าอดีตทำให้เราเรียนรู้ปัจจุบัน แต่ไม่ค่อยจะมีใครพูดว่าอนาคตก็ทำให้เราเรียนรู้ปัจจุบันได้เช่นกัน

    อดทนฟังผมสักนิด: การจินตนาการถึงอนาคตที่เป็นไปได้ทำให้เรารู้ว่าปัจจุบันเรายืนอยู่ตรงไหน เรากำลังจะก้าวไปทางไหน เป็นทางที่ปลอดภัยหรือไม่ มีอะไรในวันนี้ที่เราควรตรวจสอบก่อนเดินทางไหม สิ่งเหล่านี้อนาคตหยิบยื่นให้กับเราอย่างไม่มีข้อแม้

    อีกไม่นานก็เช้าแล้ว—หลับตาด้วยกันไหม


    ทีปกร วุฒิพิทยามงคล


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in