เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
การวิ่ง ทำให้ชีวิตเคลื่อนไหวAquilaria Fungfoo
Run for...?
  • ช่วงนี้กระแสการออกกำลังกายด้วยการวิ่งค่อนข้างเรียกได้ว่า Boom! มากในไทย
    มีงานวิ่งจัดขึ้นมากกว่า 700 งานใน 1 ปี 
    ทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ หรือแม้แต่จังหวัดที่มี scale เล็กลงมา
    แต่ในที่นี้ เราจะไม่พูดถึงในเรื่องของงานวิ่งตั่งต่างมากนัก
    เพราะสิ่งที่เราตั้งใจจะบอกเล่ามันไม่ใช่เรื่องของส่วนรวม หรือ scale ใหญ่แบบนั้น
    สิ่งที่เราอยากจะแชร์ตรงนี้ คือเรื่องของเรา และคำถามที่อยากถามกลับ
    ..
    เวลาที่มีคนถามว่า ทำสิ่งนั้น สิ่งนี้ทำไม เพื่ออะไร เพราะอะไรถึงทำ
    ใช่ การวิ่งของเรานั้น เราก็ถามตัวเองด้วยคำถามแบบนี้เสมอ ๆ 
    เคยมีรุ่นน้องคนหนึ่งถามว่า ทำไมพี่นิวถึงวิ่งอะ ตอนเริ่มวิ่งคิดอะไรอยู่
    เห้ย! ท้าทายว่ะ เพราะว่ากูจำไม่ได้ว่าทำไม
    ก็เลยใช้เวลาค่อนข้างหลายนาทีในการคิดย้อนกลับไปว่า วิ่งทำไมนะ
    ก็เลยได้คำตอบมาแบบคนหลายคนที่เริ่มวิ่งก็คือ
    เพื่อลดน้ำหนัก ก็เลยอยากออกกำลังกาย แล้วจะออกกำลังกายอะไรที่เราถนัด
    ก็มีตีแบด แต่มันก็ต้องรอคนอื่น แถมยังเสียเงินค่าคอร์ดอีก 
    มีอะไรอีกไหมนะที่เราทำได้เลย โดยไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องเสียเงินรายวัน
    ก็เลยนึกย้อนไปว่า เห้ย ตอนประถมนี่นอกจากแบดมินตัน ก็มีวิ่งนี่หว่าที่เราเก่ง(คิดเองค่ะ)
    แล้วนี่ไง วิ่ง รองเท้า เสื้อผ้าก็เสื้อยืด เกงขาสั้นธรรมดา แค่นี้อะ 
    แล้วคือวิ่งที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องเสียเงินรายวัน (แต่มึงจะเสียรายเดือนแทน) 
    ..
    แล้วเราก็เริ่มวิ่ง คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะปลายปี 2556 นะ
    ตอนนั้นทำงานแล้ว และเลิกงาน 17.00 น. ต้องการที่จะวิ่งก็ต้องพยายามหน่อยอะ
    คือ 17.00 น.ปุ๊บ กลับปั๊บ ไม่ไปไหนต่อทั้งนั้น พยายามบอกตัวเองให้มีวินัยและอย่าใจอ่อน
    เพื่อนชวนไปไหนก็ต้องจิตแข็ง แล้วเส้นนั้นรถโคตรรรติด จะได้วิ่งจริง ๆ ก็ 18.00 น.
    ก็อินกับการวิ่งมาได้สักพักนึง พี่ที่ทำงานก็ให้ BIB วิ่งงานวันแม่ปี 2557 มา
    ระยะ 2 กิโลเมตรเอง นั่นแหละ เป็นการวิ่งงานงานแรก แต่ไม่ได้เสียเงินเอง
    แล้วก็วิ่งมาสักพัก จนปี 2558 ตัดสินใจได้ลงงานวิ่งงานแรกในชีวิต "Run for King วิ่งเพื่อหมา ของพ่อ"
    ระยะ 10k เลย ซ้อมนิดหน่อย ระยะสูงสุดคือ 8 กิโลเมตรที่ซ้อมได้
    และงานนั้น ก็เป็นการเริ่มเข้าสู่การลงงานวิ่งของเราเต็มตัว
    ..
    หลังจากนั้นก็ลงงานวิ่งมาเรื่อย ๆ ส่วนมากจะเน้น 10k และในกรุงเทพฯ
    เนื่องจากมันต้องเสียเงิน แล้วระยะ Fun run เราก็วิ่งอยู่ทุกวันอยู่แล้ว เดี๋ยวไม่คุ้ม(จ้ะ)
    เราก็เลยลงขั้นต่ำ 10k มาโดยตลอด งานที่เลือกลงจะเน้นราคา เส้นทาง เหรียญสวย 555
    ชวนเพื่อนบ้าง มีเพื่อนไปตลอด หลัง ๆ ก็มีบางงานที่ไปคนเดียวบ้าง
    วิ่ง 10k มาสักระยะนึง ก็เริ่มอยากท้าทายตัวเอง มองหางานที่น่าลง 21k 
    ตอนนั้นก็เหมือนมีคนได้ยิน รุ่นน้องมาชวนลง 21k งานไทย-ซิกข์ ครั้งที่ 23 
    เป็น Half Marathon ครั้งแรก ฉลองเรียนจบปริญญาโท
    ตอนที่วิ่งไปถึง 15k ก็คิดว่า 
    อีเวร จะลง 21k ทำไมเหรอ เนี่ย ถ้าลง 10k นะ ป่านนี้ก็วิ่งจบได้กินไปแล้ว
    พอวิ่งจบ ก็คิดอีกว่าครั้งเดียวในชีวิตพอค่ะ ไม่เอาอีกแล้ว ฮือออ

    หลังจากนั้นประมาณเดือนมีนาคมปีเดียวกัน รุ่นน้องอีกคนก็มาชวนไปงานนาวิกฯ
    เราก็เอาดิ อยากไป งานดังอะอยากลอง นางก็พิมพ์แชทมาปึ้ง "แต่อยากลง Half อะ ลงนะ"
    โอ้โหวววววว ร้องให้ในใจหนักมาก อีกแล้วเหรอวะ แต่ก็ลง 5555555 Half 2 มาแล้วค่าา
    ฉลองวันเกิดปีที่ 27 และฉลองหลังรับปริญญาโทด้วยเลย
    ..
    ไหนบอกจะไม่อินกับเรื่องงานวิ่งไง
    อะพอแล้วเนาะ
    ..
    แต่ก็นั่นแหละ โดยรวมคือการวิ่งมันมีจุดเริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ คืออยากลดน้ำหนัก
    แต่พอมาตกตะกอนความคิดแล้ว
    เราอยากท้าทายการมีวินัยในตัวเองมากกว่าว่ะ
    คนที่หวงเวลานอนตอนเช้ามาก ๆ อย่างเรา จะตื่นไปงานวิ่งตี 4 ตี 5 ได้ไหม
    ก็ได้
    คนที่ใครชวนไปไหนก็ปฏิเสธยาก จะปฏิเสธการชวน Hang out ตอนเย็นเพื่อไปวิ่งได้ไหม
    ก็ทำได้อีกอะ
    แล้วมากกว่านี้ทำไมจะไม่ได้
    หลังจากที่วิ่งได้ 2-3 กิโลเมตรก็เหนื่อย พอใจแล้ว 
    จนเพิ่มเป็นวันละ 5 กิโลเมตร
    จากวิ่ง 5 กิโลเมตรใน 45 นาที ก็ขยับมาเป็น 40 นาที จนสามารถจบภายใน 30 นาทีได้
    จากที่ลงงานวิ่งแค่ 10k ก็ท้าทายความเชื่อและร่างกายตัวเองไปถึง 21k ได้
    แล้วทำไมเรื่องที่ง่ายกว่าจะทำไม่ได้
    ..
    มีเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่เราซ้อมวิ่งอยู่ทุกวัน
    คือเรา Block Facebook แฟนเก่าเราไป คือมันขอเวลาทำใจ และเหตุผลอะไรไม่รู้อะ
    ไม่อยากเห็น ไม่ต้องการจะเห็น
    แต่พอวิ่ง ๆ ไป เห้ย เรา Okay แล้วอะ เขาก็มีทางของเขา เราก็มีทางของเรา
    เราเกลียดเขาเหรอ ไม่นี่ แล้วจะ Block ทำไมอะ เขาก็เป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งนะ
    กลับมาวันนั้น Unblock เลยค่ะ 55555
    และ Advance ไปอีกคือ ไป Add friend เขากลับมาด้วยนะ เอาซี้!
    ทุกวันนี้ก็มีแต่ความรู้สึกดีแบบเพื่อนอะ คุยกับเราได้นะถ้าผ่านมาอ่านถึงตรงนี้
    ..
    เนี่ยอะ เลยกลายเป็นว่า การวิ่งมันทำให้เราหลั่งสารแห่งความสุขออกมาจริง ๆ 
    มีช่วงนึงที่เวลางานเรามันไม่ค่อยลงตัว Swing ไปมา จนเราไม่ได้วิ่งไปเกือบเดือน
    รู้สึกได้เลยว่าปวดหัวบ่อย เครียด และหงุดหงิดง่ายมาก
    จนไม่ชอบตัวเองตอนนั้นเลย
    สุดท้ายพองานลงตัว ก็กลับมาวิ่ง เลยได้เราคนเดิมที่ไม่หงุดหงิดง่ายกลับมา
    (แต่โดยพื้นฐานเป็นคนเกรี้ยวกราดเล่นกันในหมู่เพื่อนและรุ่นน้องอยู่แล้วนะ เพราะงั้นคือไม่นับ 55)
    ..
    ตอนนี้ความท้าทายใหม่ของเราคือ
    อยากลองลง Full Marathon ดูสักครั้ง 
    อาจจะขอเป็นปี 2562 เลย ขอเวลาทำใจหน่อย
    แล้วก็ อยากลองงานวิ่ง Trail ด้วย ขอเวลาทำใจเหมือนกัน
    ..
    นอกจากที่เราจะเอาชนะใจตัวเองได้แล้ว
    การที่เห็นคนรอบตัวเริ่มเข้าสู่วงการวิ่ง ออกมาวิ่งกันมากขึ้น
    เรารู้สึกดีมากเลยนะ
    มันอาจจะไม่ใช่เพราะเราชวนมาวิ่งทุกคนหรอก
    แต่เวลาที่เราเห็นคนที่เราไม่คิดว่าจะวิ่งออกมาวิ่งอะ เราภูมิใจกับเขาอยู่ลึก ๆ
    ความสำเร็จหนึ่งนอกเหนือจากการเข้าเส้นชัย
    หรือการพัฒนาศักยภาพในการวิ่งของเราเองแล้ว 
    นั่นคือ การวิ่งของเราพาให้ใครอีกหลายคนออกมาวิ่งกัน 
    ..
    คุณจะจำเหรียญแรกของคุณได้ด
    พอ ๆ กับเหรียญล่าสุดของคุณ
    (อันนี้ยังไม่ครบ 55)
    ..
    เออสำหรับคนที่เพิ่งเข้าสู่วงการ
    เราขอเตือนไว้ก่อนนะ แรก ๆ มันจะจิตอ่อน ใครลงงานไหนก็อยากลง 
    อาทิตย์ไหนที่เราไม่ได้แล้วตื่นมาเห็นคนใน Facebook ไปวิ่งแล้วอวดเหรียญอะ
    มันจะแบบ อิจฉานิด ๆ Fail หน่อย ๆ 
    แต่พอนานวันไป พอจิตเราแข็งขึ้น ทีนี้อะ เราก็จะสบายละ ขอเดือนละงานพอ
    เวลาที่เหลือนี่ กู จะ นอน 555555 กูขอนอนเถอะ จิตกูนิ่งแล้ว
    ซึ่งตอนนี้นะ เราลงเดือนละงานพอ เคยลง 3 งานในเดือนนึงแล้ว พังจ้ะ
    ร่างกายเนี่ยไม่พัง แต่วันหยุด กับเวลาทำอย่างอื่นอะไม่มี พินาศมาก
    แล้วคือเดือนพฤศจิกายนด้วย ไม่มีวันหยุดเลย TT^TT

    ******
    เอาล่ะ
    หลังจากที่เราได้บอกเล่าการเริ่มต้น ระหว่างทาง การท้าทาย และเป้าหมายของเราแล้ว
    คุณล่ะ มีจุดเริ่มต้นยังไง เส้นทาง และเป้าหมายเป็นแบบไหน
    เผื่อว่าระหว่างทางเราจะได้เจอกัน 
    และเผื่อว่าเราจะมีเป้าหมายเดียวกัน
    ไปคนเดียวไปได้ไว แต่ถ้าอยากจะไปได้ไกล น่าจะมาลองไปด้วยกันดู
    ขอให้สนุกกับการวิ่ง ไม่ว่าจะแบบไหน เพื่ออะไรก็ตาม :)

    #aqlarun

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Jirapaporn Sarawongsut (@click_thepiglet)
จุดเริ่มต้นในการออกกำลังกาย เหมือนกันค่ะ ลดความอ้วน เริ่มจากหาสิ่งที่ตัวเองถนัด เหมือนกันเลยย 😂 ชอบแนวเต้นแอโรบิก ชอบวิ่ง วิ่งแบบวิ่งผลัดที่เคยลงแข่งกีฬาสีไรเงี้ย วิ่งแบบแปปๆ แต่ไม่ชอบวิ่งเยอะ หนูเหนื่อย 😭 และไม่ชอบออกข้างนอก ทุกวันนี้ก็ออกกำลังกายนะเหวย แค่ไม่ได้บอกใคร เขิล ☺️ คืออกไม่เยอะงัย วันละ20นาทีพอ เอาที่ตัวเองไม่เหนื่อยมาก แต่ยังรู้สึกสนุกและมีแรงออกในวันต่อๆไป เคยออกแบบโหมหนัก แล้ววันต่อๆไปมันปวด มันล้า มันทำให้ขี้เกียจ สุดท้ายก้อจบ ไม่ออกละ ทุกวันนี้ก้อหาคลิปที่ออกอยู่บ้านได้ เวลาพอดีๆ ไม่เหนื่อยมาก แต่เน้นความสม่ำเสมอ อย่างน้อยให้ได้สัปดาห์ละ5วัน เพื่อให้มันต่อเนื่อง ให้รู้สึกว่าเอ้อเกิดประโยชน์กับร่างบ้าง เปนงัยเพื่อนเมิงพอได้มะ ขอแบบจุ๊บๆจิ๊บๆไปก่อน 55 เพื่อนรักออกกำลังกาย เราก้อต้องหันมาออกบ้าง เราจะได้มีแรงออกไปช๊อป ไปกินบุฟเฟ่ด้วยกันได้ (ได้หรอ🤪) ยังงัยก้อเปนกำลังใจให้เมิงเสมอ ไม่ต้องโหมมาก พักร่างบ้าง วงวารนางบ้าง 55 ไหวก้อไป ไม่ไหวก้อพัก สบายยย นอนสบายย (ได้อีกแล้วหรอ😅) นั่นแหละ กรุสนับสนุนทุกสิ่งที่เมิงทำแล้วมีความสุขนะ

สุดท้าย..

เมื่อไหร่เมิงจะใช้ที่แขวนเหรียญซะที 😤

รัก ❤️
Aquilaria Fungfoo (@fb1021305457407)
@click_thepiglet โถวถัง นี่ก็อยากจะหาที่แขวนที่บ้านอยู่เหมือนกัน รอบหน้ารอบไหนที่กลับบ้านหลายวันจะพยายามตอกค่ะ ❤️