เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
I just saw somthin'napwk
ชวนดูคอนเสิร์ตผ่านจอ! กับ DELAIN วงซิมโฟนิกเมทัลชั้นยอด
  • ...ถ้าพูดถึงเพลงเมทัล หลาย ๆ คนก็คงคิดถึงเพลงที่มีเนื้อหารุนแรง เสียงร้องเกรี้ยวกราด กับจังหวะทำนองที่หนักหน่วง ซึ่งจริง ๆ แล้วแนวที่ไม่ดุดัน ทำนองสวย ๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย และหนึ่งในวงโปรดที่สุดก็คือ Delain นี่ล่ะ...[UNBOX+RECAP+REVIEW] A Decade of DELAIN Live at Paradiso.

    ...หลังจากติดตามผลงาน และเป็นแฟนคลับของวง Delain มาแล้วมากกว่า 10 ปี เห็นกันมาตั้งแต่วันที่เริ่มปล่อย EP จนได้ออกอัลบั้มเต็มครั้งแรก ในตอนนั้นเราเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะฝากตัวเป็นแฟนคลับมานานขนาดนี้ แต่ด้วยคุณภาพของผลงานเพลงที่วงนี้ได้สร้างขึ้นมา มันทำให้เราตกหลุมรักจนถอนตัวไม่ขึ้น เวลาที่ผ่านมาแม้จะออกผลงานมาให้ชื่นชมตลอด แต่สิ่งที่เราเฝ้ารอมานานก็คือบันทึกการแสดงสดดี ๆ ซักชุด และหลังจากรอมานาน วันนี้ก็มาถึง /ออก Live DVD มาได้ซักทีนะ...

    ถ้าพูดถึงเพลงเมทัล หลาย ๆ คนก็คงคิดถึงเพลงที่มีเนื้อหารุนแรง เสียงร้องเกรี้ยวกราด กับจังหวะทำนองที่หนักหน่วง ซึ่งอาจจะไม่ถูกหูใครหลาย ๆ คน แต่จริง ๆ แล้วเมทัลนั้นก็มีหลายแขนงแตกแยกออกมาอีกมากมาย หลากหลายสาย แนวที่แบบไม่ดุดัน ทำนองสวย ๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย
    โดยปกติแล้วตัวเราเองก็ไม่ได้เป็น Metal Head หรือสายชาวร็อคอะไรเลย ก็ฟังเพลงได้ทุกแนว (เราโตมาในวงจร Pop Culture และโลกแห่ง Disney ด้วยซ้ำ 555)
    แต่แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็ได้นำพาให้มารู้จักกับเพลงเมทัลจนได้ จริง ๆ แล้วปัจจุบันนี้ก็เป็นแฟนเพลงอยู่หลายวง หลายสาย แต่หนึ่งในวงโปรดที่สุดก็คือ Delain นี่ล่ะ
     
    Delain (ดี-เลน) เป็นวงซิมโฟนิคเมทัล/ โกธิคเมทัล/ โกธิคร็อค จากดินแดนกังหันลม 'เนเธอร์แลนด์' โดดเด่นในเรื่องของภาษาดนตรีและเนื้อร้องที่ละเมียดละไม ปัจจุบันในวงประกอบด้วยสมาชิก 6 คน

    Martijn Westerholt คีย์บอร์ด, Charlotte Wessels ร้องนำ, Timo Somers กีตาร์, Merel Bechtold กีตาร์, Otto van der Oije เบส และ Ruben Israel มือกลอง (ล่าสุดได้พักการทำงานกับวงไปแล้ว)
    Delain เริ่มก่อตั้งวงเมื่อ 2002 และออกอัลบั้มชุดแรกในปี 2006 ถ้านับจนถึงปัจจุบันพวกเขาก็โลดเล่นอยู่ในวงการเพลงมายาวนานพอสมควร ทั้งยังมีผลงานคุณภาพออกมาให้แฟนคลับได้ชื่นใจอยู่เรื่อย ๆ อีกด้วย ตอนนี้ก็ออกอัลบั้มเต็มมาถึง 5 ชุด EP 1 ชุด และตัว Interlude อีก 1 ชุด
    และเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา ในระหว่างการทัวร์โปรโมตอัลบั้มใหม่ล่าสุดอย่าง 'Moonbathers' นั้น ทางวงก็ได้ประกาศจัดคอนเสิร์ตรอบพิเศษขึ้น ในวันที่ 10 ธันวาคม 2016 ที่ Paradiso เมืองอัมสเตอร์ดัมประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นงานฉลองครบรอบ 10 ปี ของวงนั่นเอง (นับจากอัลบั้มแรก)
     
    ซึ่งในฐานะแฟนเพลงที่ชื่นชอบและเริ่มติดตามกันมาตั้งแต่อัลบั้มแรก เราก็ไม่พลาดที่จะติดตามรอชมคอนเสิร์ตครั้งนี้
    ซึ่งแน่นอน ว่าเราไม่มีปัญญาไปดูคอนเสิร์ตจริง ๆ ได้ แต่เราก็ยังมีหวัง ที่ผ่านมาก็ได้แต่เฝ้ารอถึงวันที่จะเอาบันทึกการแสดงสดครั้งนี้มาทำ DVD ขาย รอตั้งแต่วันแรกที่ประกาศจัดคอนเสิร์ตนี้ จนผ่านไปเดือนนึงก็แล้ว สามเดือนก็แล้ว หกเดือนก็แล้ว
    และในที่สุดวงก็แจ้งว่า DVD Live ครั้งนี้จะพร้อมออกวางจำหน่ายในวันที่ 27 ตุลาคม 2017 เราเริ่ม Pre-Order ไว้เป็นเดือน ๆ นับวันรอทุกวัน จนในที่สุดเราก็ได้มาครอบครอง

  • วันนี้ก็เลยจะขอระเบิดความเป็นติ่งซักครั้ง หลังจากได้แผ่นมาแล้ว จะพามาแกะกล่องและรวบยอดความประทับใจของคอนเสิร์ตนี้ให้ดูกัน เริ่มกันที่ส่วนแรกคือ ส่วน Packaging ก่อนเป็นอีกส่วนสำคัญมากสำหรับแฟนคลับ นักสะสม ถ้าทำออกมาสวยงาม ก็จะยิ่งเพิ่มความอยากได้ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว (แต่ถ้าทำไม่สวยก็เท่าทุนอ่ะนะ เพราะยังไงแฟนคลับก็ซื้อ 555)

    A Decade of DELAIN Live at Paradiso.

    หน้าปก ART WORK ยังคงเป็นงานของ Glenn Arthur ศิลปินคู่บุญของวง

    กล่อง DVD สวยงาม หน้าปกใช้ภาพบรรยากาศภายในงานเป็นพื้นหลังมีสัญลักษณ์ของวงเป็น ‘นกฮัมมิงเบิร์ด’ ประทับคู่กับชื่อวง และชื่อคอนเสิร์ต

    มุมบนขวามือ มีสติกเกอร์แปะบนซีลแจ้งรายละเอียดของ DVD ชุดนี้

    • รูปแบบเป็นกล่อง Digipak
    • CD 2 แผ่น
    • DVD 1 แผ่น
    • Blu-ray 1 แผ่น

    แกะห่อแล้ว...เป็น Jacket สวมทับกล่อง Digipak อีกที
    ตัวกล่อง Digipak ภายในใช้เป็นพื้นสีดำธรรมดา ประทับโลโก้งานแบบเดียวกับหน้าปก Jacket สีทอง เด่น ดูเรียบ สวย~
    ด้านหลังของทั้งปกนอก ปกในก็จะแจ้งชื่อ Set List การแสดง และ Features ต่างๆไว้ ประกอบด้วย
    • รายชื่อเพลงที่เล่นทั้งหมด 23 เพลง
    • เบื้องหลัง พร้อมสกู๊ปพิเศษ
    • Music Video ‘Suckerpunch’ เพลงจากอัลบั้มล่าสุด
    • บันทึกการแสดงสดเพลง ‘We Are The Others’ จากงาน Masters Of Rock ปี 2015

    เปิดเข้ามาก็เจอ Booklet สวยๆ มีหน้า Charlotte โผล่มาให้เห็นเสี้ยวนึง
    ข้างในก็เป็นภาพบรรยากาศ แล้วก็ข้อมูล เครดิตต่าง ๆ 

    ตอนกลางเป็นแผ่น CD เพลงทั้ง 2 แผ่น และฝั่งขวามือด้านบนจะเป็นแผ่น DVD ข้างล่างเป็น Blu-ray (2 แผ่นนี้เนื้อหาเหมือนกัน)
    ส่วนภายในก็แบ่งเป็น 3 ตอน ใช้บรรจุแผ่น ในแต่ละแผ่นก็สกรีนเป็นส่วนต่าง ๆ ของภาพ พออยู่ครบทั้ง 4 แผ่นก็จะสวยงามประมาณนี้

    โดยรวมแล้ว ในส่วนของ Packaging นั้นก็น่าชื่นใจ สวยงามตามท้องเรื่อง ทั้งการออกแบบในส่วนต่าง ๆและวัสดุที่ใช้ก็โอเค คุณภาพการพิมพ์ภาพต่าง ๆ ก็ชัดเจน สีสันสวยสด เหมาะแก่การสะสม

    ภาพภายใน Booklet สวยคมชัดดี

    คุณภาพของการบันทึกภาพและเสียง ทั้งใน CD และ DVD/ Blu-ray เองก็จัดว่าดีเลยทีเดียว 
    เพราะงั้นในส่วน Packaging ก็ถือว่าผ่านมาก ๆ คิดว่านอกจากแฟนคลับ Delain เหล่าแฟนเพลงสายซิมโฟนิกเมทัลก็คงอยากจะซื้อเก็บไว้กันแน่ ๆ

    . . .

  • จบส่วนแรกไปแล้ว ก็มาต่อในส่วนของตัวคอนเสิร์ตกันเลยดีกว่า
    (ภาพในส่วนนี้ทั้งหมด มาจาก Blu-ray : A Decade of DELAIN Live at Paradiso © Delain, Napalm Records)
    เมื่อเริ่มคอนเสิร์ต จะเจอ Intro เกริ่นนำก่อน ในช่วงเกริ่นนำนี้ เพลงเริ่มขึ้นมาพร้อมกับภาพกราฟิกและต่อเข้าในคอนเสิร์ตเลย จากแค่ส่วนนี้ก็จะพอเห็นโปรดักส์ชั่นคร่าว ๆ ของงาน เป็นโถงขนาดไม่ใหญ่มาก แบ่งเป็น 3 ชั้น หนาแน่นไปตัวผู้ชมทั้งงาน ตัวสถานที่มีสถาปัตยกรรมคล้ายเป็นโบสถ์ ซึ่งดูแล้วก็สวยงามดี ในส่วนเวทีการแสดงยกระดับเป็น 2 ชั้น ตัว Backdrop ก็ใช้เป็นการยิงโปรเจคเตอร์เข้ากำแพงเลย


    เปิด Intro มาด้วยเพลง ‘The Monarch’ จากอัลบั้มล่าสุด 'Moonbathers' บรรเลงขึ้นมาพร้อมกับชื่องาน A Decade of DELAIN Live at Paradiso. เรียกน้ำย่อยให้กับผู้ชมก่อนที่จะเข้าสู่คอนเสิร์ตที่แสนน่าประทับใจ

    หลังจาก Intro ที่เป็นจังหวะกลาง ๆ เบา ๆ ก็ตัดเข้าเพลงจังหวะเร้าใจอย่าง ‘Hands of Gold’ ในทันที เหมือนเป็นการบอกว่าคอนเสิร์ตนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว

    ในช่วง Intro ‘The Monarch’ และ ‘Hands of Gold’ เราจะค่อย ๆ เห็นสมาชิกของวงปรากฏตัวขึ้นทีละคน
    ส่วนนี่คือ Otto เอง มือเบสของวง
    มือกีตาร์สาว Merel น้องน้อยของวง เบื้องหลังด้านซ้ายคือ Ruben มือกลองที่มาร่วมงานกับวงในอัลบั้ม 'Moonbathers'
     และด้านซ้ายคือพี่ใหญ่ Martijn มือคีย์บอร์ดและเป็นผู้ก่อตั้งวง
    Timo มือกีตาร์ไฟแรง ฝีมือดี หุ่นหมีน่ากอด
    และนักร้องนำของเรา Charlotte เปิดตัวมาในชุดตัวโปรด ที่ใช้ตอนทัวร์โปรโมตอัลบั้ม ‘Moonbathers’ ดูระยิบระยับ สะดุดตา 

    และในเพลง ‘Hands of Gold’ นี้ ก็มีศิลปินรับเชิญอย่าง Alissa White-Gluz มาช่วยอุ่นเครื่อง เพิ่มดีกรีความมันส์กันด้วยอีกแรง นอกจากพลังการคำรามที่พวกเราคุ้นเคยแล้ว ในเพลงนี้จะได้เห็น Alissa ร้อง Clean Vocals ในคีย์ที่สูงมากด้วย เป็นอะไรที่หาดูได้ไม่บ่อย เรียกได้ว่าแค่เพลงแรกนี้ ก็เรียกน้ำย่อยกันได้สุด ๆ แล้ว

    Alissa White-Gluz นักร้องนำวง Arch Enemy มาแจมในเพลงแรกกันเลยทีเดียว

    จากนั้นก็ส่งต่อจังหวะเพราะ ๆ เข้าสู่เพลงฮิตจังหวะมันส์ ๆ ในอัลบั้มเดียวกันอย่าง ‘Suckerpunch’ ที่พาให้ผู้ชมโยกกันได้ทั้งฮอล แต่เพลงฮิตในอัลบั้มใหม่ก็ไม่ได้มีแค่เพลงเดียว เลยจัดเพลงเพราะ ๆ ที่มีทำนองนุ่มลึกอย่าง ‘The Glory And The Scum’ ตามกันมาติด ๆ

    บรรยากาศอบอุ่น ช่วยกันร้อง ช่วยกันโยก

    หลังจากเล่นฮิตเพลงจากอัลบั้มล่าสุดกันไปแล้ว ก็ขอเล่น ‘Get The Devil Out of Me’ อีกหนึ่งเพลงฮิตจากอัลบั้ม ‘We Are The Others’ ที่ใช้ปลุกใจชาว Delainers ได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อไหร่ที่เพลงนี้ขึ้นก็จะเรียกเสียงเฮจากผู้ชมได้เสมอ และจากนั้นยังสนุกกันต่อ ด้วยเพลงความหมายดี ๆ อย่าง ‘Army of Dolls’

    จัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก ปล่อยพลังกันสุดฝีมือ

    และหลังจากจัดเต็มความมันส์ไปแล้วถึง 5 เพลงรวด ก็ได้เวลาผ่อนอารมณ์ลง คั่นด้วย ‘The Hurricane’ เพลงช้าที่เนื้อหาแสนจะกินใจกันซักหน่อย
    ในช่วงนี้ เหมือนเป็นเพลงปิดท้ายสำหรับช่วงแรก บอกเป็นนัย ๆ ว่าช่วงอุ่นเครื่องหมดไปแล้ว หลังจากนี้กำลังจะเข้าสู่งานฉลองที่แท้จริงแล้ว!

    'The Hurricane' หนึ่งในเพลงโปรดของเราเอง ได้ฟังแบบ Live แล้วชื่นใจ ♥♥♥

    เมื่อหมดจากพายุ เป็นฟ้าหลังฝนก็ต้องมีเพลงปลุกใจกันหน่อย เริ่มกันที่เพลง ‘April Rain’ จากอัลบั้มในชื่อเดียวกัน ก็เรียกได้ว่า เป็นเพลงสร้างชื่อให้ Delain เลยก็ว่าได้ เพราะแค่เริ่มเพลงมาผู้ชมก็พากันร้องตามได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจ สะท้อนให้ผู้คนเชื่อมั่น และเห็นคุณค่าในตัวตนของตัวเอง เป็นอีกหนึ่งเพลงที่ต้องฟังเลย

    นี่แน่ะ โชว์โซโลกีตาร์ในเพลง ‘April Rain’ ไปท่อนนึง
    หลังจากหอบเพลงฮิตมาเล่นไปแล้ว ก็ถึงเวลาของเพลง ‘Where Is The Blood’ อีกหนึ่งเพลงที่เพราะมาก แต่ไม่ค่อยได้ใช้เล่นสด อย่างที่ Charlotte นักร้องนำของวงเกริ่นก่อนเพลงขึ้นว่า “...ปกติจะไม่นำเพลงนี้ขึ้นเล่นสด เพราะงั้น นี่ก็ถือเป็นโอกาสพิเศษจริง ๆ ที่จะเล่นเพลงนี้...” ก็จะเป็นอะไรที่หาฟังสดค่อนข้างยาก แต่เราก็ได้ฟังกันในงานนี้เลยล่ะ

    นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกเลยที่ Burton C. Bell มีโอกาสมาร่วมร้องสดในเพลงนี้ซักที ก็เรียกเสียงเฮจากผู้ชมได้ไม่น้อย
    ‘Where Is The Blood’ กับ Burton C. Bell จากวง Fear Factory

    เร่งเครื่องเร้าใจกันไปแล้ว ก็ขอเวลาให้ได้พักหายใจกันซักหน่อย ด้วยเสียงบรรเลงเพราะ ๆ เป็น Intro ของเพลงที่เหล่าแฟน ๆ คุ้นเคยกันอย่างดี และเมื่อสิ้นสุดเสียงเพลงออเคสตร้านั้น ก็ได้เวลาเริ่มความมันส์กันอีกครั้งกับ ‘Here Come The Vultures’ เพลงจังหวะดุดัน ที่มีเนื้อร้องและความหมายที่ละเมียดละไมสุด ๆ
    ซึ่งในเพลงนี้ Charlotte กลับขึ้นเวทีมาในชุดใหม่ เป็นชุดลูกไม้สีดำ ดูสวยดี แถมยังดูดุดันและอ่อนโยน เข้ากับเพลงอีกด้วย

    กิมมิคเล็กๆเวลาที่เล่นเพลงนี้ เค้าจะเล่นกันแค่ 2 คนในท่อนสุดท้าย
    Charlotte กับ Martijn เป็น 2 สมาชิกที่อยู่คู่กับ Delain มาตั้งแต่ต้น

    และก็ต่อกันด้วย ‘Fire With Fire’ เพลงปลุกใจ จังหวะสนุก ๆ ที่แฟนคลับให้การตอบรับดีที่สุดอีกเพลงหนึ่ง พอเพลงนี้ขึ้นผู้ชมทั้งฮอลถึงกับเท้าไม่ติดพื้น ต้องช่วยกันโดด ช่วยกันร้องตามไปพร้อม ๆ กัน

    Merel กับ Timo คู่ซี้มือกีตาร์ เขาขากันดีทั้งบนเวทีและนอกเวที

    ตัดความสนุกสนานกลับมาที่เพลง ‘The Tragedy Of The Commons’ ที่มีเนื้อหาที่ค่อนข้างจริงจัง ว่าด้วยเรื่องของโลก และทรัพยากรที่ถูกทำลายลงด้วยน้ำมือมนุษย์
    นอกจากเสียงร้องหวาน ๆ ของ Charlotte แล้ว ยังโดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์ที่ดุดัน ซึ่งในเพลงนี้ก็เป็นการปรากฏตัวอีกครั้งของ Alissa White-Gluz มาพร้อมกับพลังการสำรากที่โหดเหี้ยมและเสียงร้อง Clean ที่เพราะจับใจ

    ถ้าอยากได้ยินเสียง Clean Vocals เพราะ ๆ ของ Alissa เพลงนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดี 
    (แต่ใน Studio Version ไม่มีท่อนที่ร้อง Clean นะ)
    เสียงของ Alissa กับ Charlotte นี่ร้องเข้ากันได้ดีมาก ๆ

    หมดจากเรื่องซีเรียส ก็เข้าสู่บทเพลงระบำแห่งความตาย ‘Danse Macabre’ เพลงจังหวะเบา ๆ แม้ชื่อเพลงจะไม่สดใส แต่กลับเป็นเพลงที่ให้มุมมองดี ๆ และมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ซึ่งใช้เพื่อเป็นการจบช่วงแรกได้อย่างสวยงาม

  • หลังไฟดับลง Backdrop ก็เปลี่ยนเป็นภาพของ ‘Lucidity’ อัลบั้มแรกของ Delain ซึ่งในช่วงครึ่งหลังนี้ ก็จะเป็นการเล่นเพลงในยุคเก่า ยุคบุกเบิก เอาใจแฟนคลับสาย Old School กันนิดนึง ก็ได้รับเสียงกรี๊ดกร๊าดกันอยู่ไม่น้อย (เราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น 555)

    แล้วเสียงบรรเลงเบา ๆ ของเพลง ‘Sleepwalkers Dream’ ก็เริ่มดังขึ้น เมื่อไฟสว่างขึ้นอีกครั้ง ก็พบกับสมาชิกวงในยุคบุกเบิกทั้งหมด มือเบส Rob van der Loo, มือกลอง Sander Zoer และ มือกีตาร์ Guus Eikens (ปัจจุบัน Guus ยังทำงานร่วมกับวงอยู่ แต่ผันตัวเป็นคนเบื้องหลัง) ในเพลงนี้ได้เห็นพวกเค้ากลับขึ้นมาอยู่บนเวทีเดียวกัน เล่นเพลงเดิม ๆ อีกครั้ง มันตื้นตันใจบอกไม่ถูก

    สมาชิกรุ่นบุกเบิกของ Delain อยู่ในยุค 2006 ~ 2010 ได้กลับมาเล่นดนตรีด้วยกันอีกครั้ง

    หลังจากพาสมาชิกดั้งเดิมหวนขึ้นเวทีแล้วก็ต่อกันด้วยเพลง ‘Your Body Is A Battleground’ ที่ร้องร่วมกับ Marco Hietala ที่จริง ๆก็เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งวงเช่นกัน ถึงตัวจริงจะมาไม่ได้ แต่ก็ส่งไฟล์ภาพมาแทน ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะ

    (ในช่วง World Tour นั้น Marco ก็ได้เดินสายร่วมแสดงไปกับ Delain แต่ในงานนี้ตารางเวลาดันทับซ้อนกันเลยทำให้มาร่วมแสดงไม่ได้)

    Marco Hietala มือเบส และนักร้อง จากวง Nightwish หนึ่งในผู้ก่อตั้งวง Delain มาได้แค่กายทิพย์
    หลังจากคั่นด้วยเพลงดุดันจังหวะเร้าอารมณ์ไปแล้ว ก็ต่อเข้า ‘Stay Forever’ เพลงช้า ที่มีจังหวะหนักหน่วง จากอัลบั้มแจ้งเกิด ‘April Rain’ ที่ได้รับความนิยมมากอีกเพลง และถึงจะเป็นเพลงช้า แต่บอกเลยว่าจัดเต็ม ใส่พลังการร้องกันจนหมดแม็ก นำมาเล่นสดอีกครั้งแบบนี้ ก็ได้ใจแฟนคลับไปไม่น้อย

    และเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ ก็ต่อเข้าเพลงซึ้ง ๆ ความหมายดี ๆ อย่าง ‘See Me In Shadow’ กันต่อเลย โดยในเพลงนี้ก็ได้ Elianne Anemaat นักเชลโลสาวสวย มาช่วยบรรเลงให้เพลงนี้สมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก

    Elianne Anemaat กับฝีมือการเล่นเชลโลที่สุดยอด ผ่านการร่วมงานกับวงเมทัลมาแล้วหลายวงเลยล่ะ
    อีกหนึ่งแขกรับเชิญที่มาร่วมแจมในเพลง ‘See Me In Shadow’

    นอกจากนั้นในเพลงนี้ ยังมีเซอร์ไพรซ์เหล่าผู้ชมด้วยแขกรับเชิญสุดพิเศษอย่าง Liv Kristine ขวัญใจเหล่าสาวกเมทัล แห่งวง Leaves' Eyes อีกหนึ่งเทพีในวงการซิมโฟนิกเมทัล ผู้ที่มีพลังเสียงหวานหยาดเยิ้มแบบสุด ๆ มาร่วมร้องประสานไปด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่หาดูได้ไม่ง่ายเลย

    เสียงของนักร้องนำทั้งสอง กับเสียงเชลโลเคล้าคลอกันไป ฟังแล้วกินใจแบบสุด ๆ
    Liv Kristine กับการกลับมาร่วมงานกับ Delain อีกครั้ง
    (ในอัลบั้มแรก ‘Lucidity’ ได้ Liv Kristine มาร้องในเพลง ‘A Day for Ghosts’)

    หลังจากต้อนรับบรรดาแขกรับเชิญผู้เป็นผู้มีอุปการคุณต่อวงไปแล้ว ก็ได้เวลาขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเหล่าแฟนคลับด้วย ‘The Gathering’ เพลงรวมพลที่ครองใจผู้ชมมากว่า 10 ปี เล่นเมื่อไหร่ เล่นที่ไหน เล่นกี่ครั้งก็เรียกความสนุกสนานและความอบอุ่นออกมาได้เสมอ และเมื่อเพลงนี้ขึ้นก็เรียกได้ว่าต้องโยก ต้องร้องตามกันทุกคน

    พอดูเวลาก็คงเห็นว่าได้เวลเข้าสู่ช่วงท้ายแล้ว จึงส่งท้ายด้วยเพลงที่สะท้อนความสวยงามของโลกใบนี้ ในท่วงทำนองและเนื้อร้องที่กินใจอย่าง ‘Pristine’ ในเพลงนี้ George Oosthoek กลับมาร่วมร้องด้วยเหมือนเช่นเคย ซึ่งเสียงหวาน ๆ ของ Charlotte กับการสำรากของ George ยังเข้ากันได้ดีเสมอ

    George Oosthoek นักร้องนำจากวง Orphanage สำรากได้อย่างลื่นไหล
    Charlotte Wessels นักร้องนำคนเก่งของเรา เจ้าของเสียงหวาน ๆ และเป็นผู้แต่งเนื้อเพลงเนื้อหาดีๆเหล่านี้

  • ทุกคนใส่พลังกันอย่างเต็มที่ในเพลงส่งท้ายนี้ เหมือนเป็นสัญญาณว่างานฉลองนี้กำลังจะต้องเลิกรา หลังจากจบเพลง แสงไฟดับลง ขณะที่เสียงร้องชื่นชมจากผู้ชมดังก้องไปทั้งโถง เราก็ได้ยินเสียง Intro ของเพลง ‘Mother Machine’ ดังขึ้น เหล่าสมาชิกวง Delain กลับขึ้นเวทีกันอีกครั้งหนึ่ง และเริ่มระเบิดพลังกันอีกรอบสำหรับช่วงอังกอร์นี้

    คุณ Otto กับเบสคู่ใจ

    จากนั้นก็ต่อด้วย ‘Sing to Me’ จากอัลบั้ม ‘The Human Contradiction’ อีกหนึ่งเพลงฮิตทำนองสนุก ๆ แสนประชดประชัน ที่ร้องร่วมกับ Marco Hietala อีกครั้ง 

    และสนุกกันต่อด้วยเพลง ‘Don't Let Go’ ซึ่งแม้จะปล่อยพลังออกไปอย่างเต็มที่ในเพลงก่อนหน้านี้แล้ว แต่ Charlotte ก็ยังมีแรงเหลือพาผู้ชมขับพลังเฮือกสุดท้ายออกมา ทั้งกระโดด ร้อง เต้น กันอย่างพร้อมเพรียง

    หลังจากกระโดดโลดเต้นกันหนำใจ และปล่อยพลังกันไปจนสุดแล้ว ก็คงถึงเวลาของการอำลาจริง ๆ แล้ว แต่ก่อนจะจากกันไป ก็เลี้ยงส่งกันด้วยเพลงให้กำลังใจ ความหมายสุดซึ้ง ที่ต้องการสร้างความรักให้แก่คนในสังคมอย่าง ‘We Are The Others’

    ชุดกระดาษสีขาว ทั้งบริสุทธิ์และบอบบาง ตัวแทนของความรักในสังคม

    Charlotte กลับขึ้นเวทีอีกครั้ง ในชุดกระดาษสีขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของเพลงนี้ ชวนรำลึกถึงวันเวลาเก่า ๆ อีกครั้ง ในเพลงสุดท้ายนี้ก็ได้ความร่วมมือจากผู้ชม ร่วมร้องเพลงไปด้วยกันเหมือนเคย

    เพลง ‘We Are The Others’ แต่งขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ Sophie Lancaster เด็กสาววัยรุ่นที่ถูกกลุ่มคนทำร้ายจนเสียชีวิต เพียงเพราะเธอแต่งตัวแตกต่างจากคนอื่น ซึ่งในการทำเพลงนี้ขึ้นมาพวกเขาก็หวังว่า นี่จะใช้เป็นตัวแทนให้คนได้เข้าใจและรู้จักเคารพตนเองและผู้อื่นด้วย

    และไม่ว่างานเลี้ยงใด ๆ ก็ย่อมมีวันเลิกรา หลังจากเพลงจบลง เหล่าสมาชิกวง และบรรดาศิลปินรับเชิญ ออกมารวมตัวกันที่หน้าเวทีอีกครั้งเพื่อกล่าวขอบคุณ พร้อมกับเสียงเพลง 'The Monarch' ที่เปิดเคล้าคลอไปด้วย แล้วคอนเสิร์ต A Decade of DELAIN Live at Paradiso. ในครั้งนี้ก็จบลง พร้อมกับความประทับใจดี ๆ มากมาย

    ก็เป็นอีกหนึ่งงานที่จบลงไปได้อย่างสวยงามและอบอุ่น

    . . .


  • ทางวงตัดเพลง 'Fire With Fire' ปล่อยออกมาให้ได้ชมกันบน Youtube

    ในเวลา 1 ชั่วโมง 50 นาทีสำหรับคอนเสิร์ตนี้ครั้งนี้ เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มทุกวินาทีจริง ๆ ตัว Set List ที่เลือกมาก็ถือว่าครบถ้วนทุกอารมณ์ จัดมาเอาใจแฟนคลับทุกยุคเลย แถมพลังงานของสมาชิกแต่ละคนก็ล้นเหลือ ปล่อยของออกมากันได้อย่างน่าชื่นใจ แรงดีไม่มีตก และผู้ชมในงานนี้เองก็น่ารักให้ความร่วมมือดีทุกเพลงเลย

    แถมในส่วนของศิลปินรับเชิญนั้นแต่ละคนก็พิเศษจริง ๆ ทุกคนมีความสำคัญต่อวงทั้งสิ้น ในวันที่ยังเป็นวงน้องใหม่ ก็ได้ศิลปินเหล่านี้ล่ะคอยผลักดัน (จริง ๆ ก็มีรุ่นพี่ในวงการอีกมากมายคอยสนับสนุน)

    จนในวันนี้ผ่านมากว่า 10 ปี Delain ก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าพวกเขาเป็นวงดนตรีคุณภาพอีกวง ถึงแม้จะไม่ได้โด่งดังมาก แต่ก็มีฐานแฟนเพลงเฉพาะกลุ่ม ที่เหนียวแน่นอยู่ทั่วโลก ตัวงานครั้งนี้ถึงจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนกับคอนเสิร์ตวงอื่น ๆ แต่ก็เป็นเสกลงานที่ดูเหมาะกับวง เหมือนเป็นงานที่จัดมาเพื่อร่วมฉลองด้วยกันจริง ๆ รู้สึกสนุกและอบอุ่นมาก

    สำหรับเราที่เป็นผู้ชมผ่านทางหน้าจอ ก็บอกได้ว่ารู้สึกประทับใจ กรี๊ดมากกกกกกก ฟินกันไปเลย เพราะใน Set List บังเอิญมีเพลงโปรดของเราอยู่หลายเพลงเลย โดยเฉพาะ ‘Pristine’ เป็นเพลงที่เราชอบมาก และยังเป็นเพลงที่ทำให้หลงรัก Delain ได้หมดใจเลย ทำให้ความฝันที่อยากจะไปดูสดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต้องหาโอกาสไปรับพลังงานดี ๆ แบบนี้ให้ได้ซักครั้งแน่นอน

    ดังนั้นขอสรุปคร่าว ๆ คือ

    สิ่งที่ประทับใจ

    • Packaging รวมถึง Booklet และแผ่นต่าง ๆ ออกแบบได้สวยดีจริง ๆ
    • จัด Set List มาดีจริงๆ นอกจากจะเลือกเพลงดีแล้ว ยังเรียงเพลงได้ดีด้วย อารมณ์ไหลลื่นมาก ๆ
    • บรรดาแขกรับเชิญทั้งหลายที่เคยทำงานร่วมกัน กลับมารวมตัวอีกครั้ง เหมือนพี่ ๆ แวะมาร่วมแสดงความยินดีกับน้อง ทำให้ดูสนุกและอบอุ่นขึ้นมาก
    • เสียง Clean Vocals เพราะ ๆ ของ Alissa White-Gluz ได้ฟังแบบชัด ๆ แล้วชื่นใจ
    • Liv Kristine ร้อง 'See Me In Shadow' ได้ซึ้งมาก
    • พลังการร้องเพลงของ Charlotte Wessels เกือบ 2 ชม. จัดเต็มได้แบบเสียงแทบไม่ตก สุดยอด
    • ในส่วนของ 'เบื้องหลัง และสกู๊ปพิเศษ' เรื่องราวที่สัมภาษณ์แฟนคลับน่ารักดี
    • ราคาถือว่าถูกมาก รวมส่งมาแล้วพันกว่าบาท (CD 2+DVD+Blu-ray) คือจะซื้อมาเก็บ หรือ ซื้อมาเขวี้ยงเล่นก็ยังได้ /เดี๋ยว ๆ

    สิ่งที่น่าหงุดหงิด

    • มักจะมีภาพหลุดเฟรม จังหวะบังกันซ้อนกันเยอะ (คือกล้องก็มีหลายตัวแต่ชอบเลือกมุมที่บังกันมาใช้ -*-)
    • คุณภาพของภาพใน Blu-ray ไม่คมชัดเท่าที่ใจหวังไว้ซักเท่าไหร่ (ภาพ DVD นี่ยิ่งแล้วใหญ่)
    • ส่วนตัวไม่ค่อยชอบ Packaging ที่เป็น Digipak เพราะมันเก็บรักษายาก แต่ปัจจุบันเค้าก็ทำเป็นแบบนี้หมด เลี่ยงไม่ได้เนอะ
    • ถึงโดยรวมจะออกมาดูดี แต่คิดว่าทีมตัดต่อ หรือ Director ไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ นอกจากจะตัดภาพแปลก (จากในข้อแรก) ในช่วงท้ายที่จบเพลง 'Pristine' มันต้องเป็นช่วงขออังกอร์ แต่นี่พอจบเพลง (ยังไม่ทันเห็นนักดนตรีลงจากเวที) ก็ตัดเข้า 'Mother Machine' เลย รู้ตัวอีกทีก็มีนักดนตรีเดินกลับขึ้นเวที คือหั่นช่วงนั้นทิ้งไปรู้สึกทำให้อารมณ์สะดุดเหมือนกัน

    ร่ายมากันซะยาวเหยียด ก็หวังว่าจะมีคนอ่านจบบ้างเนอะ จริง ๆ ที่ทำเอนทรี่นี้ขึ้นมาเพราะอยากแนะนำและสร้างฐาน Delain ในไทยบ้าง (หาคนที่ชอบวงนี้ด้วยยากจริง ๆ T^T)

    สำหรับวันนี้ก็คงพอแค่นี้สำหรับใครที่สนใจ ก็ลองฟังเพลงในคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ที่ Spotify มีเต็มครบทุกอัลบั้มด้วย

    มาเป็น Delainers กันเถอะ ♥

    ส่งท้ายด้วยภาพของ Charlotte Wessels คนเก่งของเรา

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in