TALK with Mr. NelsonBenz Thanachart
03: เรียนรู้มารยาทไทยครั้งแรก
  • First Time with Thai Manner เรียนรู้มารยาทไทยครั้งแรก


    เบ๊น: คุณรู้จักมารยาทแบบไทยๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่?
    เนลสัน: ตอนผมไปสอนหนังสือนั่นแหละ เวลาผมนั่งทำงานอยู่ในห้องพักครูมักจะมีเด็กเข้ามาคุยด้วยตอนแรกผมก็งงว่าทำไมทุกคนต้องย่อตัวนั่งกันหมด ทำไปทำไมไม่เมื่อยเหรอ แต่ตอนหลังผมถึงรู้ว่าการยืนค้ำหัวผู้ใหญ่เป็นเรื่องไม่เหมาะสม

    เบ๊น: เหตุการณ์ครั้งนั้นส่งผลอะไรกับคุณบ้าง
    เนลสัน: หลังจากวันนั้นผมก็เริ่มศึกษามารยาทไทยแลนด์เบื้องต้นทันที ได้รู้ว่ามารยาทหลายอย่างเน้นหนักไปที่เรื่อง Position เช่น การถือว่าเท้าเป็นของต่ำหัวเป็นของสูง เดินผ่านผู้ใหญ่ต้องโน้มตัวลง ขณะที่มารยาทในบ้านผมมักจะเกี่ยวกับเรื่อง Timing เช่น การตรงต่อเวลา การไม่พูดแทรกคนอื่น หรือการแจ้งเวลาล่วงหน้าก่อนจะไปหาใครเขา ซึ่งเรื่องพวกนี้คนไทยไม่ค่อยเคร่งเท่าไหร่

    เวลาผมสอนหนังสืออยู่เด็กคุยกันกระเจิง เวลาอยากไปเยี่ยมใครก็ไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก บางทีไปถึงตอนเจ้าบ้านกำลังกินข้าวอยู่เขาก็ไม่ถือสา ซึ่งถ้าเป็นที่อเมริกาถือว่าหยาบคายมาก แต่คนไทยชิลสุดๆ แถมถามกลับหน้าตาเฉยด้วยว่า “กินข้าวมาหรือยัง”

    แต่ถ้าเรื่องที่แตกต่างกันแบบเห็นชัดสุดคงเป็นเรื่องไม่ตรงเวลา

    โอ้โห ผมประทับใจมาก เวลานัดเจอกันทีเหมือนได้เล่นเกมเผื่อเวลาทุกครั้งไป เพราะคนไทยเลตกันเหมือนเป็นประเพณี แล้วเวลาโทร.ไปถามก็จะเจอคำตอบยอดฮิตอย่าง “อีกห้านาทีถึง” ซึ่งก็ไม่เห็นจะเป็นไปตามนั้น ห้านาทีของคนไทยคงไม่ต่างอะไรกับห้านาทีบนดาวมิลเลอร์ในหนัง Interstellar 

    เอาง่ายๆ คือเป็นห้านาทีที่แม่งนานมากสำหรับคนรอ

    เบ๊น: ทำไมผมรู้สึกเจ็บๆ
    เนลสัน: ที่สำคัญคือเรื่องแบบนี้คนไทยกลับเฉยๆ ทั้งที่มองดีๆ จะเห็นว่ามันเปลืองทรัพยากรทางเวลามากแถมเมื่อมองในระดับมหภาคมันยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสังคมอีก

    แต่คุณไม่ต้องสนใจเรื่องมารยาทพวกนี้หรอก ขอแค่ไม่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่คุณก็สุภาพมากพอแล้ว เซอร์เรียลแท้หนอ

    เบ๊น: ฟังดูคุณเคืองๆ นะ
    เนลสัน: โทษทีผมใส่อารมณ์มากไปหน่อย พอดีวันนี้ผมมีนัดแต่พี่แกดันมาสาย ผมเลยอยากระบายนิดๆ หน่อยๆ คุณอย่าถือสาผมเลย ผมก็แค่บ่นไปงั้น

    เอาเข้าจริงผมว่าคนไทยน่ารักมาก เจอหน้ากันก็ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาครับ/ค่ะ มารยาทดีสุดๆ

    เบ๊น: ก็บ้านผมเป็น Land of Smile นะครับคุณอย่าลืม
    เนลสัน: อืม นั่นสิแต่จะว่าไปก็เซอร์เรียลเหมือนกันนะ โดยเฉพาะเวลาคนไทยขึ้นรถ โอ้โห ความ Smile กระเจิงหายไปหมด

    ผมชอบนั่งรถที่คนไทยขับมาก เพราะเขาจะแสดงอารมณ์ที่ดุเดือดออกมาให้เห็น ปากนี่อยู่ไม่สุข ด่าคันอื่นไม่เว้น ไอ้ควายไอ้ห่าไอ้เหี้ยมาครบ จนบางจังหวะผมชักสงสัยว่าอยู่บนถนนหรือสวนสัตว์ ไม่น่าเชื่อว่าคนไทยที่ยิ้มแย้มสดใสมารยาทดีงามพอมาอยู่บนถนนจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้

    แถมมารยาทบนถนนก็เรียกได้ว่า Minimal Manner หรือมารยาทน้อยสุดๆ เพราะปาดกันรัวๆ เบียดแทรกเลนกันถี่ๆ แถมรถบางจำพวกยังขึ้นมาขี่บนฟุตปาธอีก!

    เบ๊น: อันนี้ผมก็เคยเจอเดินๆอยู่นี่หลบกันให้ว่อนน่าเบื่อมาก
    เนลสัน: เฮ้ย คุณไม่รู้อะไร การที่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาขี่บนฟุตปาธเนี่ยเป็นเพราะคนขับรถเก๋งเขานั่งแล้วเวลารถมันติดตำแหน่งของคนขี่มอเตอร์ไซค์ก็ไปค้ำหัวคนขับรถเก๋งพอดี เขาก็ไม่อยากถูกมองว่ามารยาทไม่ดีเลยต้องหาทางเลี่ยงยังไงล่ะ

    เบ๊น: อ๋ออออมันเป็นอย่างนี้นี่เอง
    เนลสัน: รู้เหตุผลแล้วคราวหน้าคุณก็อย่าไปว่าพี่เขาละ

    เบ๊น: เอาล่ะขออีกคำถามคุณชอบมารยาทไทยแบบไหนที่สุด
    เนลสัน: ผมชอบการทักกันของคนไทยมากๆ เขามีวลีว่า “ทักพอเป็นมารยาท” ซึ่งผมว่าเท่สุดๆ

    ครั้งหนึ่งผมไปกินข้าวกับครอบครัว ขณะที่กำลังจะตักข้าวใส่ปากก็เจอคนรู้จักเดินผ่านมาพอดี พอเห็นหน้าผมเขาก็ถามว่า “อ้าว มากินข้าวเหรอครับ” โอ้โห จังหวะนั้นผมนี่อึ้งไปเลย ไม่น่าเชื่อว่าคนไทยจะทักกันได้ Zen ขนาดนี้

    แต่พอคิดดูบางทีเขาอาจต้องการเน้นย้ำปรัชญาที่ว่า ‘สิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่เป็น’ ก็ได้

    เบ๊น: ละ...ลึกซึ้งจริงๆ...
    เนลสัน: หลังจากนั้นมาผมก็เจอความ Zen ของคนไทยเรื่อยๆ

    เจอคนรู้จักที่ห้างฯ ก็โดนทักว่า “อ้าวมาเดินห้างฯ เหรอครับ” เจอคนรู้จักที่โรงหนังก็โดนทักว่า “อ้าว มาดูหนังเหรอครับ” เจอคนรู้จักที่รัฐสภาก็โดนทักว่า “อ้าว มาทำรัฐประห...”

    เบ๊น: พอแล้ว!!!
    เนลสัน: ทำไมต้องเสียงดัง คุณนี่ไม่มีมารยาทเลย...

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in