เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ก้าบเยียร์ (เกือบจะเป็น Gap Year) @แคนาดาBrave Bubble
09 : บ้ายบาย ILSC


  • งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา วันสุดท้ายของการเรียนภาษา 9 Sep 2022 เดือนนึงผ่านไปไวจนตกใจเลยแหละ พริบตาเดียวเท่านั้นจริง ๆ วันสุดท้ายของคลาสนี้จะไป field trip เนื่องจากอาจารย์ให้ตัดสินใจกัน 2 วันก่อนวันจบว่าจะทำอะไรกันดี ห้องของพวกเราเลือกที่จะออกไปใช้เวลาข้างนอกด้วยกันเป็นเวลาสั้น ๆ ประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ได้ อาจารย์นัดเวลาเดินทาง 8.45 น. และแล้วก็ถึงเวลาออกเดินทางพวกเราเดินออกจาโรงเรียนเพื่อไปขึ้นเรือ (Sea Bus) ข้ามไปที่ The Quay ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาทีก็ถึง ทั้งบีมและเพื่อน ๆ แทบจะทั้งหมดไม่มีใครเคยขึ้น Sea Bus มาก่อนเลย ถือว่าเป็นครั้งแรกของพวกเราหลาย ๆ คนระหว่างเดินทางก็เดินไป คุยไป ถ่ายรูปเล่นกันไป พอถึงที่หมายก็ออกไปถ่ายรูปกันตรงที่เห็นทะเลและฝั่ง downtown ได้ในอีกมุมหนึ่ง แล้วก็เดินเข้าไปในตลาดในตลาดมีทั้งร้านขนม ไอติม ร้านผลไม้ ร้านอาหาร และร้านอื่น ๆ  คล้าย ๆ กับ Granville แต่บีมยังไม่เคยไปนะ อาจารย์บอกมา เสียดายที่พวกเรามาเช้าไปหน่อย หลาย ๆ ร้านยังไม่พร้อมเปิด หรือเพิ่งจะเปิด พวกเราก็เดินเล่น ซื้อขนมกิน ได้ลองขนมที่อาจารย์บอกว่าเป็ขนมของแคนาเดี้ยนแท้ ๆ เลยนะ ชื่อ Licorice Bear มันเป็นเยลลี่หมีสีดำที่หน้าตาไม่ได้ดูดึงดูดที่จะกินสักเท่าไหร่ แต่อาจารย์อยากให้พวกเราลอง บีมก็เลยหยิบมา 1 ชิ้นเอาเข้าปาก พอเคี้ยวก็คิ้วขมวดทันที มันเหมือนยา มันเย็น ๆ กลิ่นสมุนไพร อธิบายรสชาติไม่ถูก มันไม่ได้แย่ แต่ถ้าถามว่าให้กินอีกไหมก็ No, thank you รสชาติมันติดทนนานเหมือนกลัวเราจะหลงลืมรสชาติของมัน มันพยายามคงรสชาติในปากเราได้นานที่สุด บีมพยายามดื่มน้ำเข้าไปเยอะมาก ๆ เพื่อนได้แต่ขำกับหน้าบีมที่ไม่สามารถเอามันออกจากปากได้ จนต้องหาขนมเพื่อลบล้างกลิ่นของมันออกไป (ใครมาแคนาดาก็ลองนะ สักครั้งในชีวิต แต่ครั้งเดียวจริง ๆ นะ) เราเดินเล่นกันสักพักก็เดินทางกลับมาที่โรงเรียน พวกเรากลับมานั่งที่ห้องเรียนแล้วนั่ง reflect กันว่าได้อะไรมาบ้างจากการไป (จริง ๆ อาจารย์อยากให้เขียนเพื่อใช้ภาษาแต่ว่าเวลาเหลือน้อยเลยพูดคุยแลกเปลี่ยนกันแทน) จบคาบไปแบบทุกคนดูซึม ๆ  เพราะมี 4 คนที่จบจากคลาสนี้ แล้วไม่ได้เรียนต่อในเดือนถัดไปแล้ว เป็นห้องที่ให้ถึงความอบอุ่นมากจริง ๆ ยินดีที่ได้รู้จักแล้วเจอกันใหม่นะ


    รีวิวการเรียน 1 เดือน (บีมเรียนทั้งหมด 3 คลาส จันทร์ถึงศุกร์)
    พื้นฐานแล้ว จะมีคนเรียนแบบ 2 คาบและ 3 คาบ คาบหลักของทุกคนคือคาบแรก คาบอื่น ๆ จะเป็นการเสริม จะมีการสอบวัดระดับทุก ๆ เดือนเพื่อเลื่อนระดับ ILSC มีการแบ่งเป็นทั้งหมด 10 ระดับ คือ B1 B2 B3 B4 I1 I2 I3 I4 A1 A2 โดยคาบแรก เพื่อน ๆ ทุกคนจะอยู่ในระดับเดียวกัน แต่คาบเสริมที่เหลือจะมีการคละระดับ แต่จะไม่ใช่ระดับที่ห่างกัน ดังนั้นจะได้ความหลายหลายมากยิ่งขึ้น คลาสมีให้เลือกหลากหลายมาก ๆ ทั้งในเชิงวิชาการและคลาสทั่วไป เช่น Academic, IELTS, Communication, Communication, Writting, Reading, โยคะ, ร้องเพลง, แต่งเพลง, การแสดง, ธุรกิจ เป็นต้น สามารถเลือกได้ตามระดับที่ตัวเองอยู่ได้เลยในทุก ๆ เดือน เมื่อจบคลาสแต่ละเดือน วันจันทร์แรกของการเริ่มต้นคลาสจะเป็นการปฐมนิเทศน์เด็กใหม่ ดังนั้นคนที่เรียนต่อจะไม่มีเรียน แต่ทางโรงเรียนจะตั้ง work shop มาให้ทำ สามารถลงทะเบียนเรียนเสริมได้เลย 

    Communication 8.30 - 11.15 (พัก 9.45 - 10.00)
    ชื่อวิชาดูเหมือนจะเป็นการพูดใช่ไหม แต่จริง ๆ แล้วมันคือวิชาในการสื่อสารทั้งหมด คือมีการใช้ทุก Skill  คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน ในคาบเรียนอาจารย์มักจะเริ่มด้วยการเล่นเกมส์ เพื่อให้ทุกคนได้มี small talk และกระตุ้นให้ตื่นกันสักหน่อย อาจารย์ของบีมมักเอาเกมส์มาให้เล่นเกี่ยวกับประเด็นที่เรียนในแต่ละหัวข้อ เกมส์ที่มักจะได้เล่นก็คือ การถามคำถาม เช่น ถ้าต้องเรียนเกี่ยวกับครอบครัว "คุณมีพี่สาวที่ผมยาวใช่ไหม" ถ้าเพื่อนคนนี้ตอบใช่ก็ใส่ชื่อเพื่อนคนนี้ลงไป (เราต้องตามหาคนที่ตอบว่าใช่ ถ้าคนนี้ไม่ใช้ก็ลองเปลี่ยนคำถาม หรือใช้คำถามเดิมแต่เปลี่ยนเพื่อน) จะมีอีกช่องให้ใส่รายละเอียดเพิ่ม เราก็อาจถามต่อว่า ชื่ออะไร ห่างกับเธอกี่ปี สนิทกับพี่สาวไหม เป็นต้น อีกเกมส์คือการทอยลูกเต๋าแล้วจะมีคำถามให้เราตอบ วนไปกับเพื่อนเรื่อย ๆ

    คลาสแรกของทุกคนเป็นคลาสหลัก และเป็นคลาสเดียวที่เราจะมีสอบเพื่อนเลื่อนระดับขึ้นไป คลาสนี้เลยมีหลังสือและเนื้อหาที่ต้องเรียนตามหนังสือ อาจารย์จะมีการบ้านบ้างเป็นบางวัน แต่เป็นแบบฝึกหัดไม่มากนัก หรือบางครั้งอาจมีการบ้านเป็นการเขียนบ้างแต่ไม่เยอะ

    การสอบของคลาสนี้ บีมสอบไปทั้งหมด 5 ครั้งใหญ่ ๆ คือ สอบจบบท 1 ครั้ง สอบแบบฟัง อ่าน เขียน แกรมม่า 2 ครั้ง สอบเขียน 1 ครั้ง สอบพูด 1 ครั้ง อาจารย์จะมีการบอกก่อนสอบว่าจะสอบแล้วนะ การสอบส่วนใหญ่จะมีแกรมม่า ศัพท์ และอื่น ๆ อยู่ในบทเรียนแต่แบบมีการดัดแปลงบ้าง ส่วนการสอบพูดอาจารย์จะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ Presentation, Role Play และ Dicussion โดยขึ้นอยู่กับคำถามที่เราจับได้ อาจารย์ห้องบีมจะพยายามให้ฝึกก่อนถึงวันที่ต้องสอบจริง ๆ 

    Conversation 11.45 - 13.00 
    อันนี้สอนตรงตัวตามชื่อคลาสเลยค่ะ เป็นคลาสแห่งการพูดคุย สนทนา นี่ยังแปลกใจว่าอาจารย์หาเรื่องมาให้คุยได้เยอะขนาดนี้ได้ยังไง อาจารย์คลาสนี้จะมีการพูดคุยวันละ 1 หัวข้อ และมีการแทรกศัพท์ วลี การตอบรับ การโต้ตอบก่อนที่จะเริ่มให้มีการพูดคุย หัวข้อจะเปลี่ยนทุก ๆ วัน และมีชุดคำถามที่อาจารย์เตรียมไว้ให้เพื่อให้สลับกันถามตอบ การเรียนส่วนใหญ่อาจารย์จะจับกลุ่มให้คุยกัน 3-4 คนและอาจารย์พยายามจับกลุ่มให้แต่ละคนอยู่ต่างประเทศกัน หัวข้อ เช่น วันหยุด วัฒนธรรมการดื่ม การเคารพ คดีความ นิทานของแต่ละประเทศ เป็นต้น อาจารย์มีให้เสนอหัวข้อที่อยากคุย มีเพื่อนเสนอเรื่องการละเมิดทางเพศ การศัลยกรรม เป็นหัวข้อที่สร้างสรรค์มาก แต่ดิสคัสกันยากมากด้วยเหมือนกัน คลาสนี้เหมือนเป็นคลาสแห่งการทำความรู้จักเพื่อนที่ต่างวัฒนธรรม สำเนียง คำศัพท์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ได้อะไรมากกว่าที่คิดไว้มาก จบคลาสอาจารย์ให้เอาขนมมาแบ่งกันกินและก็ร้องเพลง พูดคุยแลกเปลี่ยนกันไป ถือว่าได้แลกเปลี่ยนความคิดกันเยอะมาก ๆ กับคลาสนี้

    Writing 14.00 - 15.00
    คลาสที่สามหลังจากการพักกลางวัน คลาสนี้เริ่มต้นจากการเริ่มเรียนรู้ข้อกำหนดในการเขียน การเขียนโครงสร้าง คำที่น่าใช้ ประโยคแบบไหนควรใส่ไว้ตรงไหน เป็นคลาสที่ดูจะจริงจัง แต่อาจารย์ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปในการสอนมาก เริ่มจากเริ่มเขียนทีละพารากราฟ (Intro / Body / Conclusion) แล้วก็ส่งอาจารย์จะวงมาว่ามีอะไรผิดให้เราแก้ไข แล้วส่งให้อีกรอบ มีแบบฝึกหัดมาให้ลองทำบ้าง เป็นการเรียนรู้ การตั้งชื่อหัวข้อ ในแต่ละพารากราฟต้องมีอะไรบ้างเพื่อให้สมบูรณ์ มีให้เล่นเกมส์บ้าง ส่วนใหญ่มักเป็นงานเดี่ยว แต่อาจารย์จะให้เหมือนทำคู่ หรือกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อช่วยกันระดมสมอง และตรวจสอบกันเอง เป็นคลาสที่ดีคลาสหนึ่งเลยแหละ


    โรงเรียน ILSC 
    การบริการของโรงเรียนจะมี Front ประจำอยู่ข้างล่างเสมอ ถ้ามีปัญหาอะไรสามารถไปสอบถามได้ตลอดเวลา ถ้าต้องการเปลี่ยนวิชาที่เรียนก็สามารถมาปรึกษาได้ ถ้าคนอยู่กับโฮสแล้วมีปัญหาก็สามารถติดต่อตรงนี้ได้ ที่ ILSC มีคนที่เป็นที่ปรึกษาในภาษาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อังกฤษด้วย เช่น สเปน ญี่ปุ่น เกาหลี และอื่น ๆ (ตอนนี้ยังไม่มีไทย) ถ้านักเรียนมีปัญหาแต่ไม่สามารถสื่อสารได้ก็สามารถติดต่อไปเพื่อคุยภาษาตัวเองได้เลย โรงเรียนจะมีกิจกรรมที่จัดมาให้นักเรียนที่เรียนกับ ILSC โดยในบางกิจกรรมจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม มีการจัดทริปไป วิกตอเรีย ซีแอตเทิล และที่อื่น ๆ อีกมายมาย สามารถมาเลือกได้ตามใจชอบเลย อีกอย่างที่ชอบคือโรงเรียนให้ Microsoft365 อันนี้แฮปปี้ส่วนตัว 5555 โรงเรียนจะมีแอพของตัวเองที่สามารถเช็คเวลาเรียน ข้อมูลการเรียน ผลการเรียน และอื่น ๆ ที่บรรยายไม่หมด (บีมเพิ่งจะคุ้นชินก็เรียนจบซะก่อน)

    โถงของโรงเรียน หรือที่กินข้าวของนักเรียนจะมีที่กรอกน้ำ ที่อุ่นอาหาร ตู้เย็น ที่ล้างจาน เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่นำอาหารมากินที่โรงเรียนในช่วงพัก เป็นอีกจุดที่สามารถหาเพื่อนได้ดีเลยแหละ 


    เพื่อน ๆ และอาจารย์
    เพื่อน ๆ ที่นี่มีหลายสัญชาติมาก ๆ และที่สำคัญ คนไทยน้อยมาก เราจะได้เพื่อนจากทั่วทุกทวีปจริง ๆ เพื่อนที่สนิทที่สุดก็คงหนีไม่พ้นกับคาบแรกของการเรียนเพราะใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานที่สุด และการสอบทำให้คนสนิทกันค่ะทุกคน เหมือนทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องการจะช่วยกันพายผ่านแม่น้ำสายนี้ไปให้ได้ จึงเข้าใจกันดีมาก พวกเรามักจะโอดโอยทุกครั้งเมื่อจะสอบ แต่ก็ช่วยกันติว ช่วยกันเกร็งข้อสอบ ในห้องคลาสแรกมีเพื่อนญี่ปุ่น เกาหลี บลาซิล โคลัมเบีย ปานามา เพื่อน ๆ มีความหลากหลายในสำเนียง และความคุ้นเคยทางภาษา พอมาเรียนภาษาไม่ต้องกลัวเลยจริง ๆ เพราะเพื่อน ๆ ก็ไม่ได้ต่างจากเราหรอกนะ 55555 แบบบางทีเพื่อนพยายามอธิบายแล้วนึกไม่ออก ก็จะช่วย ๆ กันพูดออกมาหรือแบบไม่เป็นไรนะ Take your time เลย ไม่มีใครกดดันใคร และทุกคนพยายามที่จะเข้าใจกัน ช่วงอายุของห้องบีมมีตั้งแต่เด็กมัธยม จนทำงานมาแล้วนานมาก ๆ ไม่มีใครตัดสินใครเพราะทุกคนล้วนมาเพื่อฝึกฝน 

    อาจารย์บีมคาบแรกคือนักให้กำลังใจ เป็นคนที่ให้กำลังใจดีมาก ไม่เคยกดดันเลย เวลามีพรีเซนต์ก็จะรอหาอาสาสมัคร แต่พอเริ่มไม่มีอาจารย์ก็จะโยนมาว่า บีมไหม บีมแบบบีมเริ่มอีกแล้วเร้อออออ 55555 แต่จริง ๆ ไม่มีอะไรหรอก บีมแค่ไม่ชอบให้ห้องมันเงียบ บีมเลยดูเป็นคนตอบ เลยโดนเรียกให้เป็นตัวอย่างไปโดยปริยาย เวลามีการพูดคุยในช่วงเล่นเกมส์แล้วแกรมม่าผิดอาจารย์จะรอทุกอย่างจบลง แล้วมาบอกตอนท้ายว่าอันนี้ควรใช้คู่กับอันนี้นะ อันนี้ต้องใช้แบบนี้นะ อาจารย์จะรวบรวมจุดผิดของทุกคนมาแล้วนำมาสอนตอนจบบทสนทนา เป็นสิ่งที่ดีไม่ได้ขัดต่อบทสนทนา และได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองและเพื่อน ๆ ด้วยกันอีกครั้ง ถ้ามีใครทำคะแนนออกมาไม่ดี อาจารย์ก็จะบอกว่ามันมีอย่างอื่นที่วัดผลนะ ไม่ใช่แค่ข้อสอบอันนี้ แม้กระทั้งข้อสอบสุดท้ายในการสอบพูด ทุกคนตื่นเต้นมาก แต่อาจารย์พูดว่า ไม่เป็นไรหรอกนะนี่เป็นเพียงการสอบไฟนอล คำว่า only มันทำให้ทุกคนหลุดขำออกมาและคลายความกังวลไปได้นิดนึง 

    เพื่อนคาบ 2 จะได้พูดคุยและแลกเปลี่ยนเรื่องวัฒนธรรมและความคิดกันมากที่สุด การพูดคุยมักจะเป็นความเห็นและวัฒนธรรมที่ต่างกัน อย่างที่บอกไปว่าคาบนี้เป็นคาบที่ได้อะไรมากกว่าที่คิดจริง ๆ บีมว่ามันได้มากกว่าการเรียนรู้ภาษาแต่มันได้เรียนรู้ความคิดของคนและวัฒนธรรม เป็นคาบที่เรียนเสร็จแล้ว ก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ อาจารย์คาบนี้เป็นอาจารย์ที่อารมณ์ดีมาก และพยายามส่งเสริมเอเนอร์จี้พวกเราสุด ๆ อาจารย์มักเค้ามาในแต่ละวงสนทนาแบบเนียน ๆ และร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกันพร้อมกับการแก้ประโยคที่พูดผิดไปด้วย อาจารย์จะบอกตั้งแต่ต้นคาบว่า ถ้าฉันเข้าไปร่วมพูดคุยและแก้ประโยคให้ไม่ต้องขอโทษฉันนะ พวกเธอไม่ได้ทำผิดอะไร แค่พูดตามฉันอีกรอบก็พอ เป็นการสร้างความสบายใจได้ตั้งแต่ต้นเลยแหละ มันเป็นการมาแก้ไขที่ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไรเลย

    คาบสุดท้ายเป็นการพูดคุยกับเพื่อนน้อยที่สุดเพราะเป็นวิชาเขียน และเรื่องที่พูดคุยก็มักจะเป็นเรื่องการเขียน การ peer editing ซะมากกว่า แต่เป็นคาบที่ได้เห็นแนวทางการเขียนเพื่อน ๆ และเห็นสิ่งที่น่านำมาใช้กับตัวเองได้ดีเลยแหละ อาจารย์คาบนี้จะเดินมาดูและตรวจให้เราเป็นระยะ ๆ ในการเขียน อาจารย์มักชมว่าทำได้ดีแล้วนะ โอเคแล้ว ได้เห็นการใช้ภาษาในการเขียนของอาจารย์บีมแบบเด็กเดินเตาะแตะมาก เป็นคลาสที่ใครหลาย ๆ คนอาจเบื่อแต่มันมีประโยชน์มาก ๆ จริง ๆ ในเชิงการเรียน อาจารย์ก็พยายามหากิจกรรม หรือแบบฝึกหัดมาเพิ่มความสนุกให้แล้ว แต่ขึ้นชื่อว่าการเขียนมันก็ไม่สนุกแล้ว 55555

    "รูปเพื่อน ๆ จากคาบแรก"

    พี่กันต์ (KPG : Korpungun)
    พี่กันต์เหมือนเป็นที่พึ่งพิง เพราะมีปัญหาก็คือทักพี่กันต์ก่อนเลย ตอนนั้นบอกตรง ๆ ว่าไม่ได้ดูเวลาด้วยว่าที่ไทยกี่โมง ปกติพยายามจะไม่ทักนอกเหนือเวลา แต่ว่าวันนั้นคือตกใจและต้องการที่พึ่งพิงจริง ๆ ใครต้องการเอเจนต์ที่ทำงานเป็นระบบ และพึ่งพิงได้ ไปค่า KPG เลยค่า

    โดยรวมทั้งหมดบีมคิดว่าบีมชอบความหลากหลายของที่นี่มาก ๆ อาจารย์ก็พยายามจะคละนักเรียนให้ได้คุยกันทุก ๆ คน ทุก ๆ สัญชาติ มันทำให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยวในความต่างนี้เลย เพราะเราทุกคนล้วนมากันต่างถิ่นต่างแดนกันหมด จากที่บีมเคยไปเรียนที่ออสเตรเลียมาตอนอายุ 14 ซึ่งนานมาก ๆ แล้ว บีมรู้สึกว่าที่นี่ดูเป็นระบบมากกว่า มีสิ่งให้เลือกเรียนเยอะกว่ามาก ๆ ตอนนั้นบีมได้เรียนห้องเดียวทั้งวันเลย อาจเป็นเพราะตอนไปเรียนที่ออสเตรเลียอาจเด็กมาก ๆ และระดับภาษายังต่ำกว่านี้ การเรียนเลยไม่ได้จริงจังเท่าตอนนี้ ด้านเมือง Vancouver เป็นเมืองสำหรับอยู่จริง ๆ การเดินทางสะดวก บีมอยู่ในช่วง Summer และ Fall อากาศช่วงนี้ดีมาก ๆ ถึงจะมีโฮมเลส แต่เค้าก็ไม่ได้เข้ามายุ่งกับเราจริง ๆ ตอนไปออสเตรเลีย (Gold Coast) ความหลากหลายยังไม่เท่าที่แวนคูเวอร์ แวนคูเวอร์มีทั้งเมือง ทะเล ภูเขา ห้าง   ครบทุกอย่างที่จำเป็นจริง ๆ 

    Brave Bubble
    Vancouver, Canada

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in