Spain's Great Time เทใจให้สเปนBANLUEBOOKS
chapter 03: Palacio Real




  • โปรแกรมการเดินของเราวันนี้ สามารถพูดได้เต็มปากว่า เข้าขั้นมหาโหด เพราะกุ่ยตั้งใจจะกวาดเรียบทุกสถานที่ที่น่าสนใจในเขตเมือง ซึ่งทำให้เราวิตกกังวลกันพอสมควร เพราะเขาเป็นคนที่ได้ชื่อว่า “จอมมารแห่งการทำลายรองเท้า” รองเท้าในทริปที่มีกุ่ยเป็นผู้นำ ถ้าพื้นไม่สึก ก็ฉีกขาด หรือไม่ก็เสียสภาพจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่

    กุ่ยเริ่มต้นพาเราเดินผ่านตรอกซอกซอยเล็ก ๆ มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตก สู่ปลาซ่ามายอร์ (Plaza Mayor) จัตุรัสอีกแห่ง ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1619 ที่นี่ ล้อมรอบด้วยหมู่ตึกสูงใหญ่สวยงาม เป็นศูนย์รวมของชุมชนในสมัยนั้น เป็นทั้งลานตลาดนัด ลานกิจกรรมท้องถิ่น ลานสู้วัวกระทิง ลานไต่สวนพวกนอกรีตต่างศาสนา กลางลานมีอนุสาวรีย์ของพระเจ้าเฟลิเปที่ 3 (Felipe III de Espana) ปัจจุบันจัตุรัสสี่เหลี่ยมผืนผ้าแห่งนี้ เป็นแหล่งชุมนุมของนักท่องเที่ยว ในการแวะชม แวะชอปปิ้ง ของที่ระลึก จิบกาแฟ และชมกิจกรรมต่าง ๆ ที่มีจัดแสดงอยู่บ่อย ๆ

    หมู่ตึกที่ล้อมปลาซ่ามายอร์แห่งนี้ มีตึกหนึ่งเด่นสะดุดตาที่สุด นั่นคือ Casa de la Panaderia อาคารหอนาฬิกาสีแดงโดดเด่น ตกแต่งด้วยภาพเขียนสีเฟรสโก รูปเทพเจ้าโรมันบนผิวกำแพง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักงานการท่องเที่ยวมาดริด เราจะเห็นผู้คนเดินเข้าออก หรือไม่ก็ยืนถ่ายรูปกับตึกแดงแห่งนี้ตลอดเวลา
  • โปรแกรมลำดับถัดมาคือไปเยือนพระราชวังหลวงแห่งมาดริดอันใหญ่โตตระการตา กุ่ยบอกว่า เราจะใช้เวลากับที่นี่นานนิดนึง เพราะใครๆ ก็บอกว่า ด้านในหรูหราสวยงามน่าชมมาก

    Palacio Real วังสไตล์นีโอคลาสสิก ที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างใหญ่โตบนพื้นที่ วังเก่าที่ถูกไฟไหม้ในวันคริสต์มาสอีฟ ปี ค.ศ. 1734 โดยพระเจ้าเฟลิเปที่ 5 (Felipe V de Espana) ใช้เวลาสร้างรวม 25 ปี จนกลายเป็นวังใหญ่ริมแม่น้ำ Rio Manzanares ปัจจุบันที่นี่ยังคงเป็นสถานที่ทรงงานของ Felipe VI และราชินี Letizia และถูกใช้ ในงานเฉลิมฉลองต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย

    เมื่อไปถึงเราจะพบกับลาน Plaza de Armas อันกว้างใหญ่โอ่อ่า แต่ภายใน ยิ่งกว่าลานนี้หลายเท่า แค่โถงทางเข้า main staircase ก็ยิ่งใหญ่อลังการ ยังไม่นับรวมห้องย่อยที่ตกแต่งแบบที่เรียกได้ว่าสวยงามเฉียบขาดบาดใจกว่า 2,830 ห้อง เมื่อเดินเข้าไป จะพบขั้นบันไดหินอ่อน ที่บังคับให้เราต้องแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน ซึ่งมีรูปปั้นของคาร์ลอสที่ 3 (Carlos III) ในท่วงท่าคล้ายจักรพรรดิโรมันนั่งบนบัลลังก์ก้มลงมองอาคันตุกะที่อยู่เบื้องล่าง เป็นการกดดันทางกายภาพ แสดงความเหนือกว่าของเจ้าของบ้าน

    หากเราแหงนหน้ามองต่อขึ้นไปด้านบนเพดาน จะเห็นโถงขนาดใหญ่ประดับด้วยงานปูนปั้นวิจิตรบรรจง และภาพวาดสีเฟรสโกขนาดมหึมารูปเทวดานางฟ้ามากมายที่มาอวยพรให้กับพระราชวังแห่งนี้

    ด้านในมีให้ชมทั้งงานผ้าทอ ปูนปั้น กระเบื้องล้ำค่า แชนเดอเลียร์ใหญ่โตโอ่อ่า โต๊ะรับรองแขกยาวเหยียดเหมือนที่เราเห็นในหนัง เครื่องเงินและภาชนะเงินจากศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 เฟอร์นิเจอร์ของราชวงศ์ เช่น มงกุฎและคทา โต๊ะหินอ่อนลวดลายสฟิงซ์ บัลลังก์ทองคำ ภาพวาดและงานฝีมือมากมาย

    คือแค่มาที่นี่วันนี้จะเหมือนเราได้เป็นอาคันตุกะระดับซูเปอร์วีไอพีที่ได้ชม ของล้ำค่าของดีอันเก่าแก่ทั้งสเปนกันไปเลย

    เมื่อออกมาจากวัง เราเดินผ่านสวนสาธารณะ Plaza de Espana แวะทักทายรูปปั้นคุณ ดอน กิโฆเต (Don Quixote) อัศวินชรากำลังขี่ม้าไล่ล่าความฝันและมี ผู้ติดตามขี่ลาอยู่เบื้องหลัง เขาเป็นบุคคลในจินตนาการจากวรรณกรรมคลาสสิก ระดับโลกของสเปน ใกล้กันมีรูปปั้น Cervantes ผู้แต่งดอน กิโฆเต อยู่ด้วย

    เดินชมข้างทางไปเรื่อย ๆ ตามถนนสายหลักจนมาถึงวงเวียนสุดแกรนด์ กลางแยกถนนใหญ่ที่การจราจรคับคั่ง มีน้ำพุขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้นของเทพีซีเบเล (Cybele) นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่บนรถสิงโตลาก บริเวณโดยรอบรายล้อมไปด้วยอาคารเก่าคลาสสิก เช่น Banco de Espana, Madrid main post office, Palacio de Linares เป็นออร์เดิร์ฟสำหรับระหว่างทางสู่สวนสาธารณะใหญ่ข้างประตูเมือง Puerta de Alcala คือสวนปาร์ค เดล เรตีโร (Parque del Retro)


  • สวนที่สร้างตามศิลปะในยุคศตวรรษที่ 17 นี้กว้างใหญ่ไพศาลมาก เป็นสวนที่มีถนน มีซอกซอยอย่างกับเขาวงกตกลางเมือง แทบจะเป็นเมืองซ้อนเมือง ที่นี่เป็นที่ พักผ่อนหย่อนใจของชาวมาดริด มีคนมาวิ่งเล่นออกกำลังกาย มีศิลปินมาเปิดหมวกเล่นดนตรี หรือมารับจ้างวาดภาพเหมือน มีหมอดูมานั่งดูดวง มีร้านกาแฟเล็กแทรกตามจุดต่างๆ ให้นั่งพักจิบกาแฟชมวิว มีร้านขายของที่ระลึก และมีร้านขายหนังสือ มือสองมากมาย มีหลายเล่มน่าสนใจ แต่เกือบ 100% เป็นภาษาสเปน

    ภายในสวนมีหลายโซนให้เราเดินเที่ยว และมีบริการเรือเช่าให้เราพายเล่นแข่งกับฝูงเป็ดที่กำลังว่ายน้ำอย่างสบายอารมณ์ ด้านทิศใต้ของสระน้ำ มีวัง 2 แห่งซ่อนอยู่ Palacio de Velazquez และ Crystal palace ในส่วนของวังคริสตัล เป็นไฮไลต์สวยงามน่าเยี่ยมชม เพราะเป็นวังเรือนกระจกโปร่งใสทั้งหลัง เพื่อรับความอบอุ่นจากแสงแดด จึงไม่น่าแปลกที่เราจะเห็นเรือนกระจกแบบนี้ในหลาย ๆ เมืองในยุโรป อาคารแบบนี้ก็มีในบ้านเมืองเรา แต่ใช้เพาะปลูกมากกว่า เพราะแดดที่ไทยแรงเกินกว่าจะสัมผัสไหว

    ผ่านไปค่อนวัน ตอนนี้เราทุกคนเริ่มมีอาการปวดขาน่องแทบแตกจากทริปแบบกุ่ยสไตล์ การเดินในสวนจึงเป็นเรื่องดีงามมากเพราะมีม้านั่งให้หยุดแวะพัก เฮ้!

    เราเรียกการเที่ยวของเราในวันนี้ว่า การท่องเที่ยวแบบทาปัสทัวร์ เพราะเหมือนการแวะชิมอาหารตา ได้รสชาติหลากหลาย เปลี่ยนรสชาติไปเรื่อย ๆ สนุกดีไปอีกแบบ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in